บทนำ
ภาวัต ยังมีเรื่องค้างคาให้สะสาง แล้วก็มาเจอเรื่องค้างใจให้ต้องหาคำตอบเช่นกัน...
เด็กน้อยตัวอ้วนๆ นั่น ลูกใคร!
พ่อหนูตายไปแล้ว
นี่คือคำตอบของเด็กน้อย ที่เขาอยากจะจับแม่ยายหนูมาลงโทษหนักๆ สักดอก!
"ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณมีร้านอาหาร แล้วก็เป็นครูสอนทำอาหารกับขนมไทยด้วย"
"ทำไมคะ พริมจะเปิดร้านเองไม่ได้หรือไง" สีหน้าบ่งบอกว่าไม่ชอบใจนัก และอดสงสัยไม่ได้ว่าเขากำลังดูถูกความสามารถของเธออยู่หรือไม่
"เปล่า ผมแค่ไม่เคยได้ยินคุณพูดว่าจะเปิดร้าน ว่าแต่คุณแต่งงานนานหรือยัง?"
"ก็สักพักแล้วค่ะ" หญิงสาวตอบออกไปด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ เธอกลัวเหลือเกินว่าภาวัตจะจับได้เรื่องลูก
"สักพักนี่ก่อนหรือหลังที่เราจะนอนด้วยกัน"
"คุณภีม!"
บท 1
บรรยากาศหน้าร้านขายอาหารไทยสไตล์บุฟเฟต์เนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาที่แห่แหนมาใช้บริการตั้งแต่เปิดบริการเก้าโมงเช้าจนถึงสองทุ่มของทุกวัน
ส่วนหนึ่งที่เป็นแบบนี้ อาจเป็นเพราะแรงดึงดูดจากตัวร้านที่คุมโทนสีขาวมีธีมผสมผสานกับธรรมชาติอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายตา ทั้งยังร่มรื่น เติมความสดชื่นแก่ชีวิตผู้คนกลางเมืองกรุงให้หายใจได้เต็มปอดตลอดช่วงที่ใช้เวลาอยู่ ณ ที่นี่
ในส่วนตัวอาคารนั้น ชั้นล่างเปิดเป็นบุฟเฟต์อาหารไทย และบริเวณชั้นสองเปิดเป็นโรงเรียนสอนทำขนม ซึ่งนอกเหนือจากลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารฝากท้องตอนเที่ยงวันไว้กับที่ร้านนี้แล้ว ก็ยังมีเด็กเล็กเด็กน้อยไปจนถึงผู้ใหญ่มาเรียนวิชาทำอาหารและขนมไทยกับ ‘พริมพิกา’ หรือ ‘ครูพริม’ เจ้าของร้านแห่งนี้อีกจำนวนหนึ่ง
พริมพิกาเปิดร้านได้ราวๆ ห้าปี หลังจากที่เรียนจบด้านการโรงแรม จากมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง เคยทำงานประจำเพื่อเก็บออมเงินอยู่ได้สักพักหนึ่ง ไม่นาน เธอก็สามารถทำตามความฝันคือเปิดร้านอาหารและขายขนมร่วมกันไปด้วย พอร้านเริ่มลงตัว หญิงสาวก็คิดว่าควรจะหาอีกอาชีพหนึ่งเพื่อหาเงินเลี้ยงดู ‘แพรวา’ ลูกสาวตัวน้อยของตนเองที่ตอนนี้อายุได้ห้าขวบ และกำลังเข้าเรียนชั้นอนุบาล ซึ่งหากเอาแต่เปิดร้านขายอาหารและขายขนมเพียงอย่างเดียวคงไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายแน่
เพราะแม้ร้านอาหารของพริมพิกาจะมีผู้คนมาใช้บริการจำนวนมากเพราะติดใจรสชาติและราคาที่ไม่แรงเกินไป แต่กำไรก็ไม่ได้มากมายนัก หญิงสาวจึงหันมาเป็นครูสอนทำขนมด้วย เพราะมักจะมีคนมาให้สอนบ่อยๆ จนระยะหนึ่งปีเศษที่ผ่านมาหลังจากเธอลองเปิดคอร์สเรียนทำขนมและอาหารไทย กระแสการตอบรับก็ดีเยี่ยมจนแทบจะไม่มีตารางว่าง
โชคดีที่นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับร้าน หรือคนที่เคยแวะเวียนมากินอาหารหรือขนมที่ร้านแล้วติดใจฝีมือเธอจริงๆ แต่ไม่สะดวกมาเรียนที่ร้านก็สามารถเรียนออนไลน์ได้
ตั้งแต่นั้นมาความเป็นอยู่ของพริมพิกากับลูกสาวก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะต้องเหนื่อยมากขึ้น แต่อย่างน้อยก็เธอกับลูกก็ไม่ต้องลำบากเหมือนแต่ก่อน
ช่วงนี้เป็นช่วงที่โรงเรียนให้นักเรียนเข้าเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้แพรวาต้องอยู่ที่ร้านกับพริมพิกาทุกวัน แม้ว่าการเรียนออนไลน์อาจไม่ตอบโจทย์มากนัก แต่โชคดีที่หนูน้อยเป็นเด็กฉลาด หัวไว จึงมีพัฒนาการที่ไวกว่าเพื่อนในชั้นเดียวกัน คนเป็นแม่จึงไม่ต้องหนักใจเรื่องนี้มากนัก
“อ้ำ…อร่อยจังเลยค่ะคุณแม่ขา”
แพรวาพาร่างอวบๆ เดินเข้ามาในครัว ก่อนจะหยิบ ‘ขนมหันตรา’ ขนมไทยหากินยากขึ้นมาชิม ไส้ข้างในนั้นเป็นถั่วกวนชุบไข่แดงห่อด้วยไข่ที่โรยเป็นตาราง แม้จะมีขนมวางอยู่หลายอย่าง ทั้งสัมปันนี อาลัว เกสรลำเจียก แต่หนูน้อยเจาะจงขนมชนิดนี้ และเมื่อเห็นว่ารสชาติถูกปากคล้ายที่มารดาเคยทำให้กิน ก็หยิบขนมเข้าปากอีกหลายชิ้นเคี้ยวตุ้ยๆ ราวกับต้องการยืนยันกับผู้เป็นมารดาว่าขนมอร่อยจริงๆ
“อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอลูก กินไม่หยุด อีกหน่อย แม่ต้องเปลี่ยนชื่อเป็นขนุนแล้วมั้ง เอ...แต่แบบนี้แปลว่า ที่แม่สอนนักเรียนไปก็คงได้ผล ถ้าแพรวาชอบ แปลว่าอร่อยจริงละเนาะ”
“ชอบมากค่ะ อีกสามจานก็ยังไหว” เด็กหญิงยิ้มเผล่ จนตาหยี ดวงหน้าจิ้มลิ้มสดใส
คนเป็นแม่ยิ้มเอ็นดูลูกสาวของตนเอง พร้อมกับนึกถึงผลงานของนักเรียนในคลาสวันนี้ เมื่อครู่นี้ พริมพิกาได้สอนให้นักเรียนทำหันตราซึ่งเป็นขนมที่น้อยคนจะรู้จัก แต่เธอมองว่าปัจจุบันนี้ผู้คนมีความโหยหาอดีต ขนมโบราณหากินได้ยากจึงขายดี และขนมชนิดนี้ยังเป็นของโปรดลูกสาว รวมถึง ‘เขา’ คนนั้นด้วย
“หนูชอบหันตรามากค่ะ ใครทำก็ว่าอร่อยทั้งนั้นแหละค่ะ แต่ก็ไม่มีใครทำอร่อยเท่าแม่พริมของหนูแน่นอนค่ะ” เด็กน้อยพูดเอาใจเสียจนผู้เป็นแม่อดไม่ได้ที่จะก้มลงไปหยิกแก้มอ้วนๆ สีลูกพีชนั้นเบาๆ
“นี่แน่ะ ปากหวานจังนะเรา ฮึ นอกจากจะหน้าเหมือนกัน แล้วยังชอบกินอะไรเหมือนกันอีกนะ” พริมพิกามองขนมโบราณในมือลูกสาว พร้อมกับอดไม่ได้ที่จะคิดถึงใครคนนั้น
“คุณแม่ว่าหนูเหมือนใครเหรอคะ?” แพรวาถาม พร้อมกับเอียงคอสงสัย
“เอ่อ จะเหมือนใครล่ะคะ ก็เหมือนแม่นี่ไง ลูกแม่ก็ต้องเหมือนแม่สิคะ ไหนแม่ลองชิมซิ” รีบเปลี่ยนเรื่องทันที ก่อนที่ลูกสาวจะสงสัยไปมากกว่านี้ เพราะอย่างที่บอกว่าแพรวาเป็นเด็กที่มีพัฒนาการค่อนข้างไวกว่าเด็กวัยเดียวกัน และเธอเองก็ยังไม่พร้อมที่จะบอกความจริงกับลูกเรื่อง ‘เขา’ ตอนนี้
“หืม อร่อยจริงๆ ด้วย” หญิงสาวชิมขนมฝีมือลูกศิษย์ด้วยความภาคภูมิใจ
“ถ้าหนูโตกว่านี้ คุณแม่จะสอนหนูทำขนมหันตราไหมคะ หนูอยากเรียนทำขนมมากกว่าเรียนที่โรงเรียนอีก” เด็กน้อยร่างอวบพูดเจื้อยแจ้ว
“แม่สอนแพรวาได้เสมอค่ะ แต่แพรวาก็ต้องเรียนที่โรงเรียนด้วยนะ ช่วงนี้เรียนที่บ้านไปก่อน แต่อีกไม่นานก็จะได้ไปที่โรงเรียน มีเพื่อนเยอะๆ หนูไม่ชอบเหรอคะ?” พริมพิการีบพูดหว่านล้อมลูกสาว เธอกลัวว่าลูกจะไม่อยากไปโรงเรียนเพราะต้องห่างแม่ตามประสาเด็ก ก็ตั้งแต่แกลืมตาดูโลกก็มีกันสองคนแม่ลูกตามลำพัง เรียกได้ว่าตัวติดกันเกือบตลอดเวลา ยกเว้นเวลาที่แกไปโรงเรียน
“ก็ได้ค่ะ หนูอยากมีเพื่อนเยอะๆ” แพรวาพูดอย่างว่าง่าย หนูน้อยเป็นเด็กน่ารักเสมอ
“ดีมากค่ะ” ยิ้มพลางลูบหัวลูกสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
บทล่าสุด
#81 บทที่ 81 81
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#80 บทที่ 80 80
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#79 บทที่ 79 79
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#78 บทที่ 78 78
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#77 บทที่ 77 77
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#76 บทที่ 76 76
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#75 บทที่ 75 75
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#74 บทที่ 74 74
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#73 บทที่ 73 73
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#72 บทที่ 72 72
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026
คุณอาจชอบ 😍
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
กับดักรักท่านประธาน
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”













