บทนำ
ปัง!! เพล้ง!! ขวดแก้วนั้นถูกปาเต็มแรงบุรุษไปกระทบกับประตูห้องที่สายตาคมเข้มเขม่นมองเคร่งขรึม เศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น น้ำเมากระเด็นติดทั้งประตู ฝาผนังและพื้นตามแรงอารมณ์กราดเกรี้ยว
หากนึกย้อนกลับไปคิดทบทวนดีๆ สัตตบงกชเป็นคนเอาเหล้าเข้ามาให้เขาก่อนจะขอตัวขึ้นไปนอน
และเขาก็นั่งดื่มจนดึก...หลังจากนั้นก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งช่วงเช้า
ทั้งที่...การดื่มก็ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา ต่อให้เมาแค่ไหนก็ไม่เคยไร้สติจนเลอะเลือนความทรงจำสูญสิ้น...อย่างเช่นเมื่อคืนที่ผ่านมา
บท 1
“ใจเย็นๆ สิหงส์ ลูก...อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรเลย นี่ยังเช้าอยู่ตาเดลคงยังหลับไม่ตื่นหรอก” เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยปากห้ามบุตรสาวในขณะที่กำลังเดินตามหลังด้วยความรีบเร่ง แต่ดูเหมือนไม่ได้ผล ร่างเล็กคุ้นเคยเดินลิ่วเข้ามาในบ้านหลังใหญ่แล้วตรงขึ้นบันไดไปยังด้านบน
“อาจเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด โธ่...อย่าใจร้อนเลยลูกแม่” นางเหนื่อยหอบเพราะไม่ได้กระฉับกระเฉงอย่างบุตรสาวที่อ่อนเยาว์กว่าจนคนรับใช้ต้องเข้ามาช่วยพยุง ลลินดาปรี่ตรงไปยังห้องนอนของตนเองทันที แล้วเปิดออกโดยไม่เคาะเรียกหรือรีรออะไรทั้งนั้น
ใจของหล่อนมันร้อนรุ่มเนื้อตัวเฉียบชาเย็นยะเยือกไปหมดแล้ว...
“เขาไม่ได้อยู่ในห้องจริง ๆ ด้วย” หล่อนก่นพร่ำกับตัวเอง ดวงตาเหลือบสำรวจด้วยความพะว้าพะวงกล้า ๆ กลัว ๆ กลัว...ในสิ่งที่ได้รับรู้มา หัวใจเต้นระส่ำมือไม้ชื้นเหงื่อไปหมด ไม่คิดว่าการโกรธเคืองกันระหว่างสามีและหล่อนครั้งนี้จะนำพาเรื่องหน้าไม่อายมาเข้าหู กระนั้นหล่อนก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นคู่ผัวตัวเมียก็ย่อมร้อนใจเมื่อได้รับรู้ถึงพฤติกรรมอันน่าบัดสีซึ่งเกิดขึ้นในเรือนหอของหล่อนเอง
“ห้อง...เอ่อ ห้องคุณหนูนาค่ะคุณหงส์”
“อีอ้อน!!”
“ขอโทษค่ะคุณนาย...แต่หนูไม่พูดไม่ได้จริง ๆ เรื่องใหญ่ขนาดนี้” สีหน้าของอ้อนเด็กรับใช้ในบ้านสลดลงทันทีเมื่อดารินเอ็ดตะคอก
“แม่ว่าไม่มีอะไรหรอก นังอ้อนมันก็ระแวงเพ้อเจ้อ ถ้าลูกอยากดูก็ไปเคาะเรียกน้องมันออกมาเถอะ จะได้กลับ ๆ กันซะที” ดารินถอนหายใจยาวแล้วเหลือบมองอ้อนด้วยสายตาไม่พอใจนัก ลลินดากระทืบเท้าเดินตรงไปยังอีกฝั่งซึ่งอยู่ตรงกันข้าม แล้วเคาะประตูเสียงดังในขณะที่เด็กรับใช้ก็พยุงดารินเดินตามไปติด ๆ
“หนูนา! หนูนาเปิดประตูให้พี่หน่อย” หล่อนร้องเรียกชื่อเจ้าของห้องเสียงดัง แต่ไร้การตอบรับ ทั้งเคาะทั้งทุบประตูโครมครามมันจึงน่าแปลกที่มีแต่ความเงียบตอบกลับมา
“หนูนา! หนูนา!” หล่อนตะโกนเรียกอีกครั้งแล้วจับลูกบิดประตูหมุนไปพลาง แล้วก็ชะงักเล็กน้อยเมื่อพบว่าประตูห้องไม่ได้ล็อค
แต่มือของหล่อนก็สั่นและเรี่ยวแรงหดหายเอาดื้อ ๆ หัวใจเสียวปลาบชาวาบในขณะที่กำลังตัดสินใจเปิดเข้าไป พอเอาเข้าจริง ๆ หล่อนก็ไม่กล้า...
“มันจะอะไรกันนักหนา...ก็เปิด ๆ เข้าไปสิ นี่เพิ่งจะตีห้าหนูนามันคงหลับลึกไม่รู้เรื่องหรอก รายนั้นขี้เซาจะตาย”
“ไม่จริง...หนูนาไม่เคยหลับเป็นตายขนาดนี้” หล่อนเถียงมารดาเสียงแผ่ว ประโยคนั้นกึ่งบอกกล่าวกับตัวเองไปด้วยในตัว
“งั้นแม่เปิด...” ดารินถอนหายใจซ้ำอีกครั้งคล้ายรำคาญเต็มทีแล้วเดินตรงเข้าไปจับลูกบิดประตูเสียเอง
“คุณแม่...”
“หนูนาเอ๊ย! หนู...”
“...” ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ ดารินอ้าปากค้างขานเรียกชื่อเจ้าของห้องไม่เต็มคำในประโยคสุดท้ายนั้น น้ำเสียงหล่นหายไปกับความตะลึงพรึงเพริดกับภาพตรงหน้า
“พี่เดล...” ลลินดาครางชื่อเล่นของสามีเสียงสั่นเบาหวิวพอ ๆ กับความรู้สึกของหล่อนในขณะนี้
“ลูกหงส์!/คุณหงส์!” สองเสียงประสานเรียกชื่อเจ้าของร่างที่กำลังทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความตกใจ อ้อนเข้าไปประคองในขณะที่ดารินก็ทรุดเข้าไปกอดลูกสาวคนเดียวเอาไว้
“หงส์ใจเย็น ๆ ลูก ใจเย็น ๆ หงส์ยังมีแม่นะ” ดารินกอดรัดลูกสาวพลางใช้มือลูบไปตามตัวพร้อมกับเอ่ยคำปลอบโยน เสียงเอะอะโวยวายไม่ได้เข้าถึงความรู้สึกของหล่อนเลย
ลลินดานึ่งอึ้งเหมือนสติได้หลุดสูญหายไปแล้ว ลำคอของหล่อนแหบแห้ง ช่วงอกเจ็บแค้นจุกแน่นจนต้องกลั้นหายใจไปโดยอัตโนมัติ มันเป็นความเจ็บปวดทางใจอย่างที่สุด เจ็บ...โดยไม่ต้องมีบาดแผลใด ๆ แม้แต่รอยขีดข่วน แต่ร้าวลึก...ชอกช้ำเกินจะหาคำใดมาเสกสรรบรรยาย ภาพบนเตียงกว้างในห้องนอนของหลานสาวที่หล่อนรับมาอุปการะดูแลส่งเสียให้เล่าเรียนมีร่างสองร่างกำลังกอดก่ายหลับพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันภายใต้ผ้านวมสีขาวผืนหนา... สามีของหล่อนกับหลานสาว...
“อืม...” เสียงอันไม่พึงประสงค์รบเร้าสติอันดิ่งลึกในห้วงของการหลับใหลให้ค่อย ๆ หลุดจากภวังค์นิทรานั้น เปลือกตาสองข้างปรือกระพริบ พ่นลมหายใจเป็นจังหวะแล้วขยับตัว
“...” ความรู้สึกหนักอึ้งทำให้ชายหนุ่มลืมตาทันทีเพื่อสำรวจสิ่งรอบข้างของวันใหม่ และรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในทันทีเมื่อสติคืนกลับมาครบถ้วน เขาหันมองร่างเล็กที่กอดเกี่ยวเอาไว้ เพ่งพินิจพิจารณาเพียงเสี้ยววินาทีก็ต้องตกใจจนสะดุ้งเพริบ แล้วผลักร่างนั้นออกจากตัวทันที
“เฮ้ย!!!”
“อุ้ย!” แรงเหวี่ยงผลักทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งตื่นในฉับพลัน นิทราอันลึกล้ำถูกฉุดให้สูญหายไปในพริบตา หล่อนยังงง ๆ แว็บแรกของความรู้สึกคือเจ็บ...จนต้องนิ่วหน้า
“หงส์...คุณแม่!” เสียงทุ้มอุทานในขณะที่ร่างเล็กซึ่งอยู่บนเตียงข้าง ๆ เขาเพิ่งจะหันไปตามเสียงและสัญชาตญาณว่ามีบางอย่างอยู่ตรงปลายหางตาตรงประตูห้องนั้น
“พี่หงส์...คุณยาย...” แล้วทุกอย่างก็ไหลเวียนเข้ามาจนได้บทสรุป...
“ทำไมทำกับหงส์แบบนี้ ไม่รักกันแล้วไม่พอใจอะไรก็เลิกกันดี ๆ แกทำร้ายน้ำใจหงส์ทำไม!” ดารินคร่ำครวญแทนบุตรสาวที่ยังจ้องคนทั้งคู่ด้วยสายตานิ่งงัน...โศกแสน มากกว่าเสียใจมันคือความผิดหวังทรมาน และรับไม่ได้
“ผมเปล่านะคุณแม่...หงส์คือผม ผมไม่รู้...” พิรเดชรีบคว้าเอากางเกงที่หล่นอยู่ข้างเตียงขึ้นมาสวมทั้งที่ยังอยู่ในผ้าห่ม ส่วนสัตตบงกชเหมือนกำลังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ใบหน้าที่เคยแย้มยิ้มอยู่เสมอบัดนี้ขาวซีด นั่งขดตัวกอดผ้านวมผืนเดียวกันนั้นปิดเอาไว้เหนืออก
“หงส์ไม่เคยคิดเลยว่าพี่เดลจะทำกับหงส์แบบนี้ ฮือ ๆ...นั่นหลานแท้ ๆ ของหงส์นะพี่เดล แล้วนี่ก็เรือนหอของเรา” ลลินดาเริ่มปรับตัวกับสถานการณ์ได้บ้าง แต่หล่อนก็ยังสั่นอยู่ ร่างเล็กพยายามลุกขึ้นยืนทั้งที่สองมือกำเข้าหากันแน่นโดยมีเด็กรับใช้และมารดาช่วยพยุง
ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายสดใสแดงก่ำเศร้าหมอง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลเอ่ออาบแก้มจนเปียกปอนกัดกินร้าวรานไปถึงใจ
พิรเดชกระโดดลงจากเตียง หันมองสัตตบงกชด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะหันมาทางลลินดาด้วยความสำนึกผิดและอยากอธิบาย แต่ก็รู้แก่ใจดีว่าคงไม่มีใครเชื่อคำพูดของเขาหรอก แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้น รู้แต่เพียงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันต้องมีสาเหตุ เขาไม่ใช่คนมักง่าย...แต่ไม่เคยคิดนอกใจลลินดาด้วย ยิ่งเรื่องจะคิดไม่ซื่อลอบทำร้ายหัวใจของหล่อนด้วยการมีสัมพันธ์กับหลานในบ้าน ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย
ลลินดาฝืนตัวให้เข้มแข็งเดินตรงเข้าไปหาเขาทั้งที่ขาแทบจะก้าวไม่ออก พิรเดชเองก็ย่างเท้าตรงมายังหล่อนเช่นกัน ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ สายตาเว้าวอนด้วยอยากให้เมียรักได้เข้าใจ
“หงส์...พี่...” เพี๊ยะ!!! ความเจ็บแปลบซาบซ่านแผ่ขยายไปทั้งแก้มด้านที่ถูกลลินดาตบฉาดใหญ่ แต่ความเจ็บนั้น ก็ยังน้อยกว่าที่หล่อนรู้สึกยิ่งนัก
“หงส์...เขาทำถึงขนาดนี้ก็ปล่อยเขาไปลูก ไม่ต้องไปสนใจ แม่อยู่ตรงนี้ทั้งคน” ดารินปรี่เข้าไปจับแขนของลูกสาวเอาไว้ มองหน้าพิรเดชด้วยความโกรธและไม่พอใจอย่างที่สุด
“พี่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...หงส์เชื่อพี่นะเราต้องคุยกัน”
“พี่เดลคิดว่าหงส์เห็นตำตาขนาดนี้แล้วยังหลงโง่เชื่อคำพูดของพี่อยู่อีกเหรอ เลว! ระยำที่สุดทำไมทำเรื่องเลว ๆ แบบนี้!!!” ลลินดากรีดร้องโหยไห้ พิรเดชเหมือนจะขาดใจตาม เขาจะเข้าไปใกล้หล่อนก็ใช้มือปัดออกอย่างแรง อีกทั้งยังมีแม่ยายคอยกันท่าอยู่ด้วย อะไร ๆ ก็ดูไม่เข้าข้างเอาเสียเลย
“ออกไปให้พ้นจากชีวิตลูกสาวฉันเลยนะไอ้ชาติชั่ว แกก็อีกคน! งูพิษ!! เลี้ยงไม่เชื่อง อย่าได้ตายดีเลยนังเด็กเลว!!” ดารินหายใจหอบตามแรงโมโห ด่ากราดพาลไปทั่วเพราะเจ็บแค้นแทนบุตรสาว ในขณะที่ลลินดายังคงยืนกำหมัดแน่นปรับอารมณ์อยู่นั้นนางก็สาวเท้าเร็วพุ่งเข้าไปหาเด็กสาวซึ่งนั่งกอดผ้านวมตัวสั่นงกอยู่บนเตียง
“คุณยายหนูนาขอโทษ หนูนาไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฮือ ๆ” สัตตบงกชกล่าวด้วยน้ำเสียงสะท้านไหว หล่อนปวดร้าวเมื่อยขบไปทั้งตัวจนแทบขยับไม่ได้ และไม่ต้องสืบสาวเล่าความก็พอจะเข้าใจและรู้แจ้งในสิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนกับที่ทุกคนในห้องนี้เข้าใจนั่นแหละ...หล่อนไม่เหลือความดีงามใด ๆ อีกต่อไปแล้ว
“หน้าด้าน!! กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา” สองมือที่ผ่านวัยล่วงเลยมา กว่าครึ่งชีวิตดึงกระชากร่างแบบบางที่นั่งขดอยู่ใต้ผ้าห่มจนล้มคว่ำหน้าลงบนที่นอน สัตตบงกชกรีดร้องด้วยความตกใจและเจ็บปวด แต่มือก็ยังกำกระชับผ้าห่มเอาไว้แน่นไม่ให้หลุดออกจากตัว
เพราะหล่อนรู้ว่าร่างกายของหล่อนนั้นเปลือยเปล่า...
“อ้อน! มาเอามันออกไป ระยำเหมือนแม่มันไม่มีผิด อุตส่าห์เอ็นดูชุบเลี้ยงให้ข้าวให้น้ำสุดท้ายมันก็ลอบกัดเหมือนหมาจร คนแบบนี้เลี้ยงเสียข้าวสุก” ดารินยังพยายามลากเด็กสาวตามแรงโมโห อ้อนรีบเข้ามาช่วยจนสัตตบงกชร่วงลงมากองกับพื้นตามแรงกระชากในที่สุด
“ฮือ ๆ พี่หงส์หนูนาขอโทษ หนูนาไม่ได้ทำนะพี่หงส์ หนูนาไม่เคยคิดทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ให้พี่หงส์เสียใจเลย พี่หงส์ หนูนารักพี่หงส์นะ” หล่อนร่ำร้องเรียกชื่อญาติสาวผู้มีพระคุณแล้วเว้าวอนขอความเชื่อใจกลับคืน ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย
ลลินดายืนนิ่ง...สายตาของหล่อนมองตรงไปยังพิรเดชด้วยความคับแค้นในใจ ในแววตานั้นตั้งคำถามมากมายที่ไม่อาจเค้นออกมาเป็นคำพูดเพราะความเจ็บจุก อยากรู้เหลือเกินว่าเขายังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้างไหม
“พี่เดลพาหนูนาไปซะ...อย่ากลับมาให้หงส์เห็นหน้าอีก” ในที่สุดหล่อนก็กลั้นใจพูดออกมา
“หงส์...พี่ไม่รู้เรื่อง”
“พี่หงส์...อย่าทำแบบนี้เลย ให้หนูนาไปคนเดียวเถอะ หนูนาผิดเอง”
ต่างก็พยายามประคับประคองไม่ให้สถานการณ์มันเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่เหมือนจะไร้ประโยชน์ใด ๆ
“นังอ้อน! ฉันบอกให้ลากมันออกไป” ดารินออกคำสั่งซ้ำอีกครั้ง อ้อนเข้ามาฉุดดึงมือของสัตตบงกชแต่หล่อนปัดออกแล้วขยับคลานเข้าไปหาลลินดาซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า แต่หล่อนเรียกพี่จนติดปากมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากอายุก็ไม่ได้ห่างกันมากนัก
“พี่หงส์...พี่หงส์จะโกรธจะเกลียดหนูนายังไงก็ได้หนูนาไม่ว่าเลย แต่พี่หงส์เชื่อหนูนานะว่าหนูนาไม่เคยคิดทำเรื่องเลว ๆ แบบนี้จริง ๆ” สองมือน้อยกอดขาของผู้หญิงที่รักเหมือนพี่สาวในไส้แล้วพร่ำบอกถึงความจริงใจที่มีอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยน แต่ก็ไม่สามารถตอบได้เช่นกันว่าทำไม...ถึงได้มีเรื่องบัดสีต่ำช้าขนาดนี้เกิดขึ้น
“เอามือแกออกไป...อย่าเอาความสกปรกมาแตะต้องตัวฉัน” ลลินดาเอ่ยออกมาด้วยความแค่นแค้น หากพวกเขาเอาหอกดาบมาทิ่มแทงฟาดฟัน หล่อนคงเจ็บปวดรวดร้าวน้อยกว่านี้
หนึ่งคนเป็นสามีที่จงรัก มอบกายมอบใจมอบชีวิต มอบความเชื่อใจทุก ๆ อย่าง
อีกหนึ่ง...เป็นหลานสาวที่เกิดจากญาติซึ่งหล่อนเวทนาชุบเลี้ยงเสมือนน้องในไส้ เติบโตมาด้วยกัน ผูกพันกันไม่เคยคิดห่างเหิน หล่อนมอบสิ่งดี ๆ ให้กับสัตตบงกชเสมอตัวเอง เพราะสงสารว่าเป็นเด็กกำพร้าไม่มีคนดูแล อีกทั้งหล่อนเองก็เป็นลูกคนเดียว การได้มีญาติร่วมสายเลือดมาอยู่ใกล้ ๆ คอยพูดคุยปรึกษา อยู่ด้วยกันแก้เหงามันเป็นความสุขใจอย่างหนึ่ง
แต่ใครจะคิดล่ะว่า...หล่อนต้องแบ่งปันทุกอย่างในชีวิตให้กับสัตตบงกชแม้กระทั่งสามี...
“พี่หงส์...พี่หงส์อย่าทำแบบนี้เลย พี่หงส์จะให้หนูนาทำยังไงก็ได้หนูนายอมทุกอย่าง แต่อย่าเกลียดหนูนาเลย ชั่วชีวิตของหนูนามีแต่พี่หงส์เท่านั้นที่เมตตา หนูนาไม่เคยลืมบุญคุณ ฮือ ๆ” ร่างเล็กเกาะกอดรวบขาของลลินดาเอาไว้แน่น สะอื้นจนทั้งสองร่างสั่นเทาไปพร้อม ๆ กัน
ท่ามกลางความสับสนปนเป หล่อนไม่รู้จริง ๆ ว่าจะหาทางออกในยามนี้ได้อย่างไร นอกจากอ้อนวอนขอร้องให้ ลลินดารับฟังความจากปากของหล่อนบ้าง
“ก็เลยตอบแทนด้วยการนอนให้ผัวฉันเอาตอนที่ฉันไม่อยู่งั้นเหรอ หึ...ฉันน่าจะเชื่อคุณแม่ตั้งแต่แรกว่าแกมันเลี้ยงไม่เชื่อง เลือดชั่ว ๆ ในตัวของแกมันรอวันกำเริบอยู่ตลอดเวลา”
“พี่หงส์...” สัตตบงกชก้มหน้านิ่ง ได้แต่สะอื้นร่ำร้องตัวโยน หล่อนเจ็บตัวไม่เท่าไหร่ การสูญเสียที่เกิดขึ้นก็เทียบค่าไม่ได้เลยกับความรู้สึกอันเลวร้ายของลลินดาในยามนี้
“ออกไปซะนังหน้าด้าน ไม่ต้องมาให้ลูกฉันเห็นหน้าหนา ๆ ของแกอีก ไปเสียทั้งคู่นั่นแหละ ชั่วช้าเลวทรามสิ้นดี ออกไปจากชีวิตของลูกสาวฉันซะแล้วจะไปทำระยำตำบอนที่ไหนก็เชิญ!!” ดารินยังคงเจ็บแค้นแทนบุตรสาว ขับไล่ไสส่งคนทั้งคู่ไม่ขาดปาก นางเหมือนจะคุมสติไม่อยู่เช่นกันทั้งที่ไม่ได้เคยแสดงกิริยาและวาจาสาดเสียเทเสียเช่นนี้มาก่อน
ลลินดากัดฟันสะบัดขาออกจากการกอดรวบของสัตตบงกช แต่เด็กสาวไม่ยอมปล่อย หล่อนจึงใช้มือผลักศีรษะที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงนั้นเต็มแรง และใช้เท้าเตะถีบไปด้วยความรังเกียจ
ผลั่ก! “พี่หงส์...” เด็กสาวผละออกเต็มแรง ถลาลงมานอนฟุบอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก ใบหน้าแดงปื้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาหันมองร่างเล็กของลลินดาที่กำลังหันเดินออกไปจากห้องด้วยความอาวรณ์และสำนึกผิดเหลือล้น
“หงส์เดี๋ยว! ฟังพี่ก่อน”
“หยุดนะไอ้บ้า! อย่ามายุ่งกับลูกฉัน!!” ดารินตรงเข้าไปขวางพิรเดชเอาไว้ทันทีเมื่อเขาทำท่าจะเดินตามลลินดาเพราะอยากปรับความเข้าใจ ไม่ต้องการให้เรื่องมันจบลงเพียงเท่านี้ หากปล่อยมือ ลลินดาให้ห่างตัว เขาเชื่อว่าโอกาสต่อไปคงยากที่จะได้เจรจาถึงความเป็นจริง
“คุณแม่ควรให้ผมได้พูดบ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่สรุปความแล้วเข้าใจผิดกันไปเองแบบนี้ ผมยังยืนยันว่าผมไม่ได้ทำ! ผมไม่เคยต้องการใครนอกจากหงส์”
“เข้าใจผิดงั้นเหรอ หึ...ต้องให้ลูกฉันถูกพวกแกสวมเขาจนตรอมใจตายไปก่อนใช่ไหมถึงจะเข้าใจถูก ไม่มีอะไรต้องพูดทั้งนั้นเดล...เตรียมตัวไปเซ็นใบหย่ากับหงส์ให้เร็วที่สุดก็พอ”
“ไม่มีทาง!! ถ้าคิดว่าจะพรากหงส์ไปจากผมล่ะก็...ไม่ว่าใครผมก็ไม่ไว้หน้าทั้งนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างผัวเมีย คุณแม่เป็นคนนอก ไม่ควรเข้ามายุยงปั่นหัวเมียผมในสถานการณ์อย่างนี้”
“แก!”
“ถอยไปผมต้องการคุยกับเมียผมคนเดียวเท่านั้น!!!” พิรเดชประกาศสิทธิ์สีหน้าเคร่งขรึม ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีความเกรงใจในตัวแม่ยายหรอก แต่หากปล่อยให้เลยตามเลยเขาจะต้องเสียลลินดาไปตลอดชีวิตเป็นแน่
ซึ่ง...เขาจะไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด
“หยุดซะที! ฉันไม่มีอะไรจะคุยอีกแล้ว คาหนังคาเขาขนาดนี้ยังจะต้องคุยกันอีกเหรอ อย่างที่คุณแม่บอก...” เจ้าของร่างงามหยุดชะงักตรงหน้าประตูแต่ไม่ได้หันหน้ากลับมามองใคร หล่อนไม่อยากประจานความอ่อนแอของตัวเองไปมากกว่านี้อีกแล้ว
“เราจะหย่ากันในเร็ว ๆ นี้ แล้วไม่ต้องมายุ่งกันอีกเลย”
“หงส์! พี่จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นแน่ ๆ” พิรเดชสาวเท้าผ่านหน้าดารินไปอย่างไม่แยแส แทบจะเบียดนางล้มไปเลยก็ว่าได้เมื่อเห็นเมียรักเดินลิ่วเปิดประตูห้องหายลับไป
เขาสนใจแต่ลลินดา สายตา หัวใจและทุกความรู้สึกจดจ้องอยู่แต่กับเมียรักโดยลืมผู้หญิงอีกคนซึ่งกำลังเผชิญชะตากรรมซึ่งเกิดขึ้นร่วมกัน...
สีหน้าและแววตาของดารินไม่ได้เสมอกับรูปลักษณ์และเสื้อผ้าอาภรณ์สูงค่าที่นางสวมอยู่ เด็กสาวขลาดกลัวจนตัวสั่นงก ทั้งจิตใจบาดเจ็บบอบช้ำเป็นทุนเดิม สัตตบงกชยามนี้หล่อนเหมือนลูกนกที่ถูกลอยแพอยู่กลางสายธารอันเชี่ยวกราก
หันแลไปทางไหนก็เดียวดาย...เปียกปอนลมฝนแสนสาหัสจนมองไม่เห็นเลยว่าจะมีวันพรุ่งนี้สำหรับหล่อนหรือเปล่า
“ขังมันไว้ในห้องนี้อย่าให้ออกไปไหน เอาโซ่เอากุญแจมาคล้องไว้ฉันจะกลับมาสะสางกับเธอหลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าทำตัวให้เป็นปัญหาอีก ไม่อย่างนั้นได้เดือดร้อนถึงแม่หล่อนเป็นแน่”
ดารินหันไปออกคำสั่งกับเด็กอ้อนน้ำเสียงตะคอกเข้ม แล้วหันมองยังร่างที่คงฟุบสะอื้นอยู่ตรงพื้นอย่างสมเพช
นางดูจะสงบอารมณ์ได้มากขึ้น ไม่พ่นพูดคำหยาบหรือออกอาการฟาดงวงฟาดงาอย่างในตอนแรก แต่สายตาและท่าทางก็ยังแสดงถึงความเกลียดชังในตัวเด็กสาวอย่างเปิดเผย เมื่อสั่งการคนรับใช้เสร็จสรรพนางก็กระทืบเท้าออกไปจากห้องนอนนั้นอีกคน
“แกตายแน่หนูนา...ทีนี้จะได้ไปเป็นขอทานข้างถนน หึ หึ” อ้อนหัวเราะกระซิกเหมือนกับสะใจนักหนากับความทุกข์ยากของเพศเดียวกัน แต่ก็ไม่กล้าจะซ้ำเติมอะไรมากไปกว่านั้นนอกจากทำตามคำสั่งของดาริน รีบไปเสาะหาเครื่องมือมาพันธนาการขังสัตตบงกชเอาไว้อย่างแน่นหนา
กริ๊ก!! เสียงลั่นกุญแจล็อคดังแว่วเข้าหู ร่างเล็กที่ทวยทุกข์หอบสังขารขยับลุกขึ้นจากพื้นด้วยความยากลำบาก ความเมื่อยขบรุมเร้าทั่วสรรพางค์ ใจกลางลำตัวเจ็บแปลบจนต้องลากเท้าทีละน้อยเพื่อพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียง
เด็กสาวใช้สองมือกอดรัดตัวเองเอาไว้แน่น น้ำตายังคงไหลรินไม่ขาดสายแม้จะพยายามใช้มือปากเช็ดจนใบหน้าเปียกชื้นไปหมด
เหลือบไปเห็นรอยเกรอะกรังตรงผ้าปูที่นอนแล้วความเศร้าก็กัดกร่อนรุนแรงหนักหน่วง สิ่งที่แปดเปื้อนเป็นคราบสีน้ำตาลแดงซึ่งละเลงอยู่ตรงนั้นคือความสาวที่หล่อนพึงต้องรักษาเอาไว้ให้กับคู่ชีวิต หรือไม่ก็เป็นผู้ชายที่พึงยินยอมพร้อมพลีให้แก่เขา
ไม่ใช่...ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นน้าเขยอย่างพิรเดช
ไม่ใช่...สามีของญาติซึ่งอุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้าไม่มีที่ไปอย่างหล่อน
เนรคุณ...
คำนี้ช่างเหมาะสมยิ่งนัก หล่อนกอดก่ายโยกตัวไปตามแรงสะอื้นอย่างสุดกลั้นให้กับความทุกข์และความเจ็บช้ำที่รุมเร้าโดยไม่ได้ตั้งตัว หากย้อนกลับไปได้เมื่อคืนนี้หล่อนคงเข้านอนแต่หัวค่ำ และไม่ควรใส่ใจเป็นห่วงพิรเดชซึ่งนั่งดื่มเหล้าเมามายอยู่เป็นอาจินร่วมสองสัปดาห์มาแล้วตั้งแต่มีเรื่องทะเลาะกับ ลลินดาเป็นการส่วนตัวระหว่างผัวเมีย
แต่คิดทบทวนเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเหตุใดพิรเดชถึงได้มาอยู่กับตนได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นหล่อนก็แค่เอาวิสกี้ไปให้เขาตรงซุ้มด้านนอกตัวบ้านตามคำสั่งของชายหนุ่ม และกลับขึ้นมานอนในทันทีไม่ได้ตอแยเท้าความใด ๆ
แล้วจู่ ๆ...มารู้สึกตัวอีกทีหล่อนก็ถูกความอัปยศอดสูครอบงำจนดิ้นไม่หลุด ซ้ำไม่อาจต่อต้านขัดขืนราวกับถูกสะกดเอาไว้ด้วยมนต์ดำ
หรือพิรเดชเมาจนเข้าห้องผิด...
และมีสัมพันธ์กับหล่อนเพียงเพราะคิดว่าเป็นลลินดา
บทล่าสุด
#87 บทที่ 87 ตอนพิเศษ 2 ตอนที่ 2 (อวสาน)
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#86 บทที่ 86 ตอนพิเศษ 2 ตอนที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#85 บทที่ 85 ตอนพิเศษ ตอนที่ 5
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#84 บทที่ 84 ตอนพิเศษ ตอนที่ 4
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#83 บทที่ 83 ตอนพิเศษ ตอนที่ 3
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#82 บทที่ 82 ตอนพิเศษ ตอนที่ 2
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#81 บทที่ 81 ตอนพิเศษ ตอนที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#80 บทที่ 80 บทส่งท้าย ตอนที่ 9
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#79 บทที่ 79 บทส่งท้าย ตอนที่ 8
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#78 บทที่ 78 บทส่งท้าย ตอนที่ 7
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ฤทธิ์รักแม่ม่าย
เขาหนุ่มโสดหล่อและรวยมากมีสาวๆรุมล้อมอยากเป็นเจ้าของหัวใจ แต่เขากลับหลงเสน่ห์ผู้หญิงที่เขามีวันไนท์สแตนด้วยและไม่รู้เป็นใครแต่พอเจอเลขาของพี่สาวก็ปักใจว่าเธอคือนนั้น แล้วจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่
โหด (ร้าย) รัก
"ถ้าแค้นนัก! ก็ฆ่าฉันเสียเถอะ!"
บูรณิมาตะโกนใส่หน้าอย่างเหลืออด
"ถ้าเธอตาย เรื่องนี้ก็หมดสนุกน่ะซี้"
"คนถ่อย!"
"ชมกันบ่อยขนาดนี้ คงได้สลบคาเตียง"
คนหัวใจทมิฬแสยะยิ้มร้าย
"สารเลว!"
"แล้วชอบไหมจ๊ะ ที่มีผัวสารเลวแบบนี้"
"ไปลงนรกซะ!"
"เอากับเธออยู่ขนาดนี้ ไม่ลงนรกหรอกเบบี๋ มีแต่จะขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด" เขาว่าพลางเคลื่อนเข้าหา
"ถะ...ถ้าคุณไม่หยุด ฉันจะกลั้นใจตาย"
"ห้ามคิดแม้แต่จะทำร้ายตัวเอง ชีวิตเธอเป็นของฉัน จะเป็นหรือตายฉันเท่านั้นที่เป็นคนกำหนด ฉะนั้นตราบใดที่ฉันยังใช้งานร่างกายเธอไม่สาสม อย่าได้คิดทำให้ของของฉันมีตำหนิ"
คนโอหังออกคำสั่งอย่างเผด็จการ
"ชีวิตฉันเป็นของฉัน ไม่ใช่ของคุณ"
"ทำไมจะไม่ใช่ คนไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน ไม่มีบ้าน และไม่มีที่ไปอย่างเธอ ต้องมีนายและเจ้าชีวิต และฉันจะเป็นนายและเจ้าชีวิตให้เธอเอง"
ดิบ เถื่อน รัก
เมื่อตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนกับ ‘อดีตเพื่อนรัก’ ที่กลายเป็นเพื่อนชัง เพื่อนที่เธอแอบรักเขาเพียงแค่ข้างเดียว เพื่อนที่ตราหน้าว่าเธอคือคนที่ทำให้ผู้หญิงที่เขารักจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
“ตั้งแต่วันนี้เราขาดกัน! มึงไม่ใช่เพื่อนกูอีกต่อไป อ้อ…แล้วก็จำเอาไว้ด้วยล่ะ ว่าแม้แต่แอบรักกูมึงก็ไม่มีสิทธิ์” เขาประกาศตัดความสัมพันธ์อย่างสิ้นเยื่อขาดใย วาจาทำร้ายหัวใจอย่างแสนสาหัสทำให้เธอน้ำตารื้น
“จอมมึงฟังกูก่อนได้ไหม”
เสียงสั่นเครือพยายามเอ่ยวิงวอน จากนั้นเธอก็วิ่งตามร่างใหญ่ไป แล้วยื้อแขนกำยำเอาไว้สุดแรง ก่อนจะถูกผลักลงไปกองกับผืนทรายร้อนๆ อย่างไร้ปรานี ครั้นจะตามไปยื้ออีกหนก็ต้องผงะ หลับตาปี๋ กลั้นหายใจตัวแข็งทื่อ เมื่อจอมโหดควักปืนออกมายิงเฉียดใบหูไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ปัง!
“ออกไปจากชีวิตกูซะ! แล้วก็อย่ากลับมาให้กูเห็นหน้าอีก!”
เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะทอดสายตาชิงชังมาให้ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง ทิ้งให้คนถูกเขาผลักไสออกไปจากชีวิตร้องไห้ปานปิ่มจะขาดใจ
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













