บทนำ
“พี่มึงไม่อายปากตัวเองบ้างเหรอ เจ้าสาวอะไรเลิกเพ้อเจ้อดิ๊”
“มีแต่เธอคนเดียวที่กล้าปฏิเสธฉันที่หนึ่ง”
“รู้แล้วก็ไส่หัวไปสิ น่ารำคาญฉิบหายคนอะไร”
“คนหล่อ”
“พี่แม่ง! เลิกกวนตีนสักที แล้วก็เลิกยัดเยียดตัวเองให้กูด้วย บอกแล้วไงว่ากูไม่ใช่เจ้าสาวของมึงเว้ย!”
“หึ ถ้าฉันบอกว่าฉันไล่ผีพวกนั้นให้เธอไปได้ แล้วเธอจะยอมให้ฉันจีบหรือเปล่า”
“...” ที่หนึ่งตกตะลึงที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้นออกมา เพราะว่าเรื่องที่เขาเห็นผีนั้น นอกจากพี่ชายของเขาแล้วก็ไม่มีใครรู้
“พี่รู้ได้ไงว่าผมเห็นผี”
“เพราะฉันเองก็เห็นพวกมันเหมือนกัน”
“..."
“ว่าไง”
“อืมตกลง แต่พี่มึงต้องแสดงละครเวทีให้ชมรมกูด้วย”
“ฉลาดมากเด็กน้อยของฉัน อ้อลืมบอกข้อตกลงอีกข้อไป ถ้าฉันยอมแสดงละครเวทีอะไรนั้น เธอเองก็ต้องยอมเป็นเจ้าสาวของฉัน”
“เหี้ยเถอะไอ้พี่เซอร์เวย์ มึงแหกตาดูกล้ามกูด้วยครับ ใครจะยอมเป็นเมียมึงวะ”
“ก็เคยยอมมาแล้วไม่ใช่เหรอ”
บท 1
แสงจันทร์เสี้ยวบางเบาฉายแสงสีเงินอ่อน ๆ ลงมาบนดาดฟ้าของตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ขณะที่ลมเย็นพัดโชยอ่อน ๆ พาเอาไออุ่นของเมืองที่คึกคักเบื้องล่างขึ้นมาปะทะใบหน้า
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาสามคนยืนอยู่เคียงข้างกัน พวกเขาทั้งสามสวมชุดสูทสีเข้มที่ตัดกับความมืดของราตรี ใบหน้าคมคายถูกแสงจันทร์สาดส่อง ดวงตาคมกริบจ้องมองลงไปยังมหาสมุทรแห่งแสงไฟที่ก่อตัวเป็นเมืองหลวงอันแสนคึกคัก
“ท่านเฮดีสคิดจะพักอยู่ในประเทศนี้นานเท่าไหร่เหรอครับ” หนึ่งในนั้น ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผมสีเข้ม ใบหน้าคมสัน เอ่ยถามชายที่ยืนอยู่ตรงกลาง ซึ่งดูสง่างามและมีออร่าลึกลับ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความเคารพ
ชายหนุ่มที่ถูกขานนามว่าเฮดีสถอดแว่นกันแดดสีดำออก แสงจันทร์สะท้อนประกายในดวงตาสีเข้มลึก เผยให้เห็น โครงสร้างใบหน้าที่สมบูรณ์แบบ ดั้งโด่ง ริมฝีปากบาง และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ยิ่งเพิ่มเสน่ห์อันตราย ดึงดูดสายตาให้จ้องมอง ราวกับเทพบุตรผู้ทรงอำนาจที่หลุดออกมาจากความมืดมิด
ทว่าผู้ติดตามทั้งสองกลับมองหน้ากันอย่างระเหี่ยใจ ทั้งที่ที่นี่ก็กลางคืนแถมยังมืดอยู่แล้ว ก็ไม่เข้าใจว่าท่านเฮดีสจะสวมแว่นดำไปเพื่ออะไรกัน
เฮดีสกัดขาแว่นยกยิ้มอย่างนึกสนุก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตาสีเข้มเปล่งประกายอย่างมีเลศนัย
“ข้าสัมผัสได้ว่าเจ้าสาวของข้าอยู่ที่นี่” น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นแฝงไปด้วยความมั่นใจและความหมายลึกซึ้งที่ยากจะคาดเดา
ราดาแมนทีสและไออาคอสแลกเปลี่ยนสายตากันอีกครั้ง ความกังวลปรากฏชัดเจนบนใบหน้า ราดาแมนทีสกระซิบกับผู้ร่วมชะตากรรมเบา ๆ
“ประเทศที่แล้วท่านเฮดีสก็พูดแบบนี้ อยู่ตั้งหลายสิบปี ก็ไม่เห็นมีเจ้าสาวคนไหนมาสักคน” ว่าแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
ไออาคอสพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่!ครั้งนี้ก็คงเหมือนเดิม ท่านคงแค่อยากอยู่ประเทศนี้สักพัก” ทั้งสองต่างคิดในใจ ว่านี่คงเป็นเพียงข้ออ้าง เพื่อให้ได้อยู่ประเทศที่ตนเองต้องการ นานเท่าที่ใจต้องการเท่านั้นเอง
เฮดีสเหมือนจะรับรู้ถึงความคิดของทั้งสอง หันมาทางพวกเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงอยู่บนใบหน้า แต่ดวงตาคมกริบกลับฉายแววเย็นชาแบบฉบับเจ้าผู้คุมนรก
“อะไร นี่พวกเจ้าไม่เชื่อข้าเหรอ? ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของวิญญาณดวงนั้นแล้วจริง ๆ นะ!”
ว่าแล้วเขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แต่แล้วก็ต้องสำลักออกมา ใบหน้าที่ดูสง่างามบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ
“ไอ้ฝุ่น PM2.5นี่มัน…!” เสียงเขาแหบพร่า เพราะควันพิษที่ปกคลุมกรุงเทพฯ ทำให้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าดูคล้ายกับความเจ็บปวดมากกว่าความมั่นใจอย่างที่เคยเป็น
ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้ง คราวนี้ความสงสาร ผสมกับความเหนื่อยหน่ายกับนิสัยประหลาดของเจ้านาย ปรากฏชัดเจนบนใบหน้า พวกเขาได้แต่ถอนหายใจ เตรียมตัวรับมือกับการอยู่ร่วมกับเจ้านาย ผู้เฝ้าคอยตามหาเจ้าสาวของตน ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเจอ ต่อไปอีกนานในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันแห่งนี้
“ท่านเฮดีสไหวไหมครับ” ไออาคอสถามขณะที่ลูบหลังให้กับเจ้านาย
แค่ก ๆ คนที่ถูกถามไอโขลกอีกสองสามครั้ง จากนั้นก็ร่ายพรรณนาเสียยืดยาว “อือไหวอยู่ โลกมนุษย์นับวันยิ่งจะเสื่อมสภาพลงไปทุกที เฮ้อ...เจ้าสาวของข้าต้องมาอยู่ไอ้ประเทศที่เต็มไปด้วยมลภาวะแบบนี้เหรอ ช่างน่าเห็นใจเสียจริง ๆ”
“งั้นเราไปประเทศที่อากาศดีกว่านี้ไหมครับ แบบฟินแลนด์ไรงี้” พอได้ทีราดาแมนทีสก็เสนอออกมา เขารู้สึกว่าที่นี่มันร้อนยิ่งกว่าออฟฟิศที่นรกเสียอีก
“ไม่ล่ะ ข้าว่าเจ้าสาวของข้าอยู่ที่ประเทศนี้นี่แหละ ข้ามั่นใจ ไม่เชื่อพวกเจ้าคอยดูสิ อีกไม่นานหรอกเขาจะปรากฏตัวให้เราเห็น” เฮดีสยืนยัน ดวงตาคมกริบฉายแววเชื่อมั่น แม้จะถูกฝุ่น PM2.5 ทำให้สำลักจนเจ็บคออยู่ก็ตาม
แต่แล้วจู่ ๆ เสียงมือถือของเฮดีสก็ดังขึ้น มันเป็นเสียงแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นลึกลับที่เขาใช้ติดต่อกับโลกวิญญาณ เขาเปิดดูหน้าจอแสดงภาพกราฟิกที่กำลังกกระพริบเบา ๆ พร้อมระบุพิกัดและจำนวนวิญญาณที่กำลังจะหมดอายุขัย จำนวนสองดวงที่อยู่ใกล้ ๆ บริเวณนี้
“ข้าว่าเรามีงานต้องทำอีกแล้วล่ะ” เฮดีสพึมพำ ดวงตาสีเข้มฉายแววตื่นเต้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง แต่คราวนี้มันดูจริงจังกว่าเดิม
ราดาแมนทีสและไออาคอสหันมามองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ได้เวลาทำงานอีกแล้วสินะ แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เอ่ยอะไร เฮดีสก็ยกมือขึ้น ปีกสีดำสลับแดงขนาดใหญ่คล้ายปีกของนกยักษ์ แผ่ขยายออกมาจากด้านหลังของเขา ปกคลุมร่างกายที่สง่างามไว้ ราวกับเงาแห่งความมืดมิด
เฮดีสกระพือปีก ร่างกายลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพียงชั่วครู่ ร่างกำยำก็หายไปจากสายตา เหลือเพียงขนนกสีดำเล็ก ๆ บางเบาที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นดาดฟ้า ราวกับเป็นหลักฐานว่าเทพเจ้าแห่งนรก ได้เคยมาเยือนและจากไปแล้ว
ราดาแมนทีสและไออาคอสมองดูขนปีกนั้นจากนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“หวังว่าครั้งนี้จะไม่ใช่แค่ลมเพลมพัดอีกนะ” ราดาแมนทีสพึมพำด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหวังและความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานแสนนาน จากการตามหาเจ้าสาวของเจ้านายผู้แสนประหลาดคนนี้
ทันใดนั้นปีกสีดำขนาดใหญ่ก็แผ่ขยายออกมาจากด้านหลังของทั้งคู่ พวกเขามองหน้ากันแล้วยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกระพือปีกบินตามเฮดีสไป
ทว่ากลับไม่มีใครสังเกตเห็นการมีอยู่ของใครบางคนเลยสักนิด แสงจันทร์สีเงินฉาบฉายบนใบหน้าคมกร้าวของชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนพลุกพล่าน เขาสวมเสื้อโค้ทสีดำยาวกรุยกรายปกปิดร่างกายที่สูงโปร่ง ดวงตาสีดำสนิทราวกับเงาแห่งความมืด จ้องมองขึ้นไปยังยอดตึกสูงระฟ้าที่เฮดีสและลูกน้องเพิ่งจากไป
ริมฝีปากบางหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ย ไร้ซึ่งอารมณ์ ดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ ราวกับกำลังวางแผนบางอย่าง มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท สัมผัสกับวัตถุเย็นเฉียบ ที่ซ่อนอยู่ภายใน
“หึ! เทพเจ้าแห่งนรกงั้นเหรอ” เสียงหัวเราะแผ่วเบา แต่ทรงพลังดังก้องอยู่ในใจ
“คิดว่าจะตามหาเจ้าสาวได้ง่าย ๆ เชียวรึ ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่า ความรักมันไม่ใช่สิ่งที่เจ้าสามารถควบคุมได้ ทุกอย่างที่เป็นของเจ้าข้าจะแย่งมาให้หมดเฮดีส”
คำพูดเยาะเย้ยของชายรูปร่างสูงใหญ่ยังคงก้องอยู่ในอากาศ ทันใดนั้นแสงสีดำเข้มคล้ายกับรูหนอนขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขา แสงนั้นสว่างวาบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลืนกินร่างของชายผู้นั้นเข้าไปอย่างสมบูรณ์ เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเย็นยะเยือกที่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
บทล่าสุด
#119 บทที่ 119 อยู่ด้วยกันแล้วนะ THE END 36/5
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#118 บทที่ 118 อยู่ด้วยกันแล้วนะ 36/4
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#117 บทที่ 117 อยู่ด้วยกันแล้วนะ 36/3
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#116 บทที่ 116 อยู่ด้วยกันแล้วนะ 36/2
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#115 บทที่ 115 อยู่ด้วยกันแล้วนะ 36/1
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#114 บทที่ 114 ปกป้อง 35/3
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#113 บทที่ 113 ปกป้อง 35/2
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#112 บทที่ 112 ปกป้อง 35/1
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#111 บทที่ 111 สงคราม 34/3
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#110 บทที่ 110 สงคราม 34/2
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
รักไม่หลอก
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













