บทนำ
บท 1
ลอสแอนเจลิส
ในฤดูหนาวของที่นี่อากาศค่อนข้างหนาวจัด ชนิดที่ว่ามีหิมะโปรยลงมาตลอดเวลาหากไม่ทำให้ร่างกายอบอุ่นเข้าไว้ก็อาจจะทำให้ ‘เธอ’ เจ็บป่วย หรือไม่สบายขึ้นมาอีกได้ หญิงสาวได้หันออกไปมองนอกหน้าต่างเธอย่อมเห็นหิมะที่โปรยลงมาในช่วงเวลาใกล้ค่ำ ตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้าขณะเดียวกันหิมะบางเบาแต่แสนเยือกเย็นก็โปรยลงมาก่อให้เกิดความเหงาขึ้นภายในจิตใจ
เธอมาอยู่ที่นี่ได้สามปีแล้ว และไม่ได้ติดต่อกับ ‘คนผู้นั้น’ อีก คนที่เธออยากหนีเขาเพราะเธอต้องการตัดใจ และหลุดพ้นจากรักข้างเดียว ในตอนที่เธอมาที่นี่ในช่วงแรกเขายังคงพยายามติดต่อเธออยู่แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเงียบหายไปซึ่งก็ดีแล้วล่ะเพราะหากเขากับเธอยังติดต่อกันอยู่ ก็คงทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่สามารถตัดเขาได้ขาดอย่างแน่นอน
นลินญาเก็บหนังสือลงกระเป๋าเป้สีดำพลางหยัดกายลุกขึ้นหมุนตัวยัดเก้าอี้สอดเอาไว้ใต้โต๊ะขณะเดียวกันเธอก็กำลังเดินออกมาในตอนนั้นเองมีชายหนุ่มคนหนึ่งรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ร่างกายกำยำ ดวงตาสีน้ำข้าว ริมฝีปากสีคล้ำนิดหน่อยเดินตรงเข้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้ม เขาเอ่ยทักทายเธอด้วยน้ำเสียงที่สดใส ทันทีที่นลินญาเห็นชายหนุ่มคนนี้เธอก็ระบายยิ้มด้วยความสดใสเหมือนกันเพราะเขาคนนี้เป็นเพื่อนคนแรกของเธอที่เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่ประเทศนี้เลย
“กลับได้แล้วเอ๋ย”
“รู้แล้วน่า เอ๋ยก็เก็บของใส่กระเป๋าแล้วนี่ไง เฟรดมานานแล้วเหรอ”
เฟรดดี้เพื่อนชายคนแรกของนลินญาตั้งแต่ที่เธอได้มาอยู่ที่นี่ทั้งสองคนก็สนิทสนมกัน และตัวติดกันราวกับเป็นเงาตามตัว จากนั้นไม่นานเฟรดดี้ก็แนะนำให้นลินญารู้จักกับอกิร่า และเคซี่ทำให้ทั้งสี่คนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ เพียงแต่ว่าเพื่อนทั้งสามคนที่เป็นเพื่อนของนลินญาดูจากภายนอกแล้วเหมือนเพื่อนคนไทยคนนี้จะมีความร่าเริงแจ่มใส เพียงแต่ว่าตลอดสามปีที่ผ่านมาพวกเธอ และเขาต่างก็สังเกตว่าเหมือนเพื่อนคนไทยมีเรื่องราวในใจที่เก็บเอาไว้ไม่ยอมบอกใคร
“หิมะตกหนักมาก เราจะไปกันยังไง”
“ทำอย่างกับหิมะไม่เคยตกที่นี่”
นลินญาพูดแซวเพื่อนในขณะที่เฟรดดี้แย่งกระเป๋าเป้ของเธอไปถือเอาเอง เพื่อนอีกสองคนต่างก็มองพฤติกรรมของเฟรดดี้แล้วพากันยกยิ้ม แน่นอนว่าสองสาวต่างรู้ว่าเฟรดดี้รู้สึกอย่างไรกับเพื่อนคนไทยคนนี้ และทั้งเธอกับเคซี่ต่างรู้กันดีว่าเฟรดดี้จะไม่ได้รับในสิ่งที่เขาคาดหวัง เพราะว่านลินญาไม่เคยมีท่าทีให้กับเฟรดดี้ในเชิงอื่นเลย
“งั้นไอว่าพวกเราหาอะไรอุ่น ๆ กินกันก่อนไหมแล้วค่อยแยกย้าย”
“เอาสิ” นลินญาตอบรับเพื่อนก่อนจะพากันก้าวเดินไปยังจุดหมายที่อยู่ไม่ไกล
“ว่าแต่จ๊ะเอ๋ยยูน่าอิจฉามากเลยนะ คอนโดอยู่ใกล้แค่นี้เองเดินข้ามฝั่งไปก็ถึงแล้ว”
อกิร่าหันมาพูดกับนลินญาแน่นอนว่านลินญาอยู่ที่นี่ใกล้มหาวิทยาลัยอย่างนี้ล้วนเกิดจากป่าปี๊ของเธอเป็นคนเลือกให้ทั้งสิ้น อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับโรงแรมชื่อดังแล้วยังมีคอร์สสอนเพื่ออัปสกิลการทำอาหารอย่างที่เธอต้องการ ซึ่งเธอเป็นคนที่รัก และชอบการทำอาหารเหมือนป่าปี๊ของเธอไม่มีผิดเพี้ยน เธอจึงรู้สึกว่าคอนโดที่นี่เหมาะสมกับเธอที่สุด
“งั้นก็ไปซูเปอร์ไหมแล้วก็หาอะไรกินกันเนอะแล้วค่อยแยกย้าย พรุ่งนี้ก็เจอกัน”
“ได้เลย” ทั้งสี่คนเดินออกมาจากห้องสมุดของมหาวิทยาลัยขณะที่กำลังเดินออกมาสาว ๆ ต่างก็พูดคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปด้วย โดยที่ส่วนใหญ่แล้วคนที่พูดเก่งที่สุดคงไม่พ้นสามสาว ด้วยนิสัยของผู้หญิงที่มักจะสดใส ร่าเริง แล้วยังสามารถสรรหาเรื่องต่าง ๆ นานามาพูดคุยกันได้แทบจะตลอดเวลา เรียกได้ว่าคุยกันไปเรื่อยนั่นแหละ ส่วนเฟรดดี้ที่เป็นผู้ชายคนเดียวของกลุ่มอันที่จริงแล้วเขาก็มีเพื่อนกลุ่มอื่นด้วยเช่นกันเพียงแต่ว่าเขาสนิทกับกลุ่มนี้มากกว่าจึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อนผู้หญิงทั้งสามคน
“ไอเอาอันนี้” เมื่อเดินมาถึงซูเปอร์มาร์เก็ตเคซี่ก็รีบเดินตรงไปยังโซนอาหารทันทีเธอเลือกอาหารที่ตัวเองชื่นชอบ แน่นอนว่าเพราะอากาศแบบนี้พวกเธอต้องหาอะไรกินอุ่น ๆ ให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่นเข้าไว้
“ของยูน่ากินอ่า... ไอเอาแบบเคซี่ด้วยดีกว่า”
“ยูล่ะเอาแบบไหน” อกิร่าเลือกกินเหมือนกันกับเคซี่แล้วหันมาถามนลินญาอย่างเอาใจใส่ แน่นอนว่าคนอย่างนลินญาไม่ใช่คนเรื่องมากเพราะเธอสามารถทำอะไรกินเองได้ หากอยู่ที่คอนโด เธอก็คงจะเปิดตู้เย็นแล้วหยิบวัตถุดิบนั่นนี่มาทดลองผสมให้เข้ากันแล้วลองกินดู แน่นอนว่าเพื่อนรักทั้งสามคนต้องเคยกลายเป็นหนูทดลองของเธออยู่บ่อยครั้ง
“ฉันกินอะไรก็ได้”
“งั้นเอ๋ยกินเหมือนไอแล้วกัน” เฟรดดี้เห็นว่ามีจังหวะ เขาจึงเสนอตัวขึ้น และก็ไม่มีใครว่าอะไร ทุกอย่างจึงกลายเป็นปกติ เมื่อเลือกอาหารที่ตัวเองโปรดปรานได้แล้วทุกคนก็เดินไปยังจุดที่ซูเปอร์มาร์เก็ตจัดเอาไว้ให้ แน่นอนว่าตรงนี้สามารถนั่งกินได้ เพียงแต่เมื่อกินเสร็จแล้วต้องจัดการขยะเอาไปทิ้งด้วยตัวเอง
เพื่อนทุกคนต่างก็พูดคุยกันทั้งเรื่องเรียน เรื่องผู้ชาย เรื่องผู้หญิง และเรื่องอื่น ๆ แต่นลินญาเหมือนกับหลุดเข้าไปในภวังค์เธอมองออกไปนอกผนังกระจกเห็นหิมะที่โปรยปรายลงมา มือเรียวของเธอจึงยกขึ้นจับที่หัวใจของตัวเอง หัวใจของเธอในตอนนี้แม้มันจะกำลังเต้นอยู่แต่เธอก็รู้สึกว่ามันเต้นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าเธอกำลังจะตายแต่เพราะเธอกำลังคิดถึงใครบางคนอยู่ สามปีแล้วสินะ สามปีแล้วที่เธอหนีเขาคนนั้นมา โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเธอกำลังหนีอะไร และเธอมาที่นี่ทำไม แต่นลินญาก็เลือกแล้วที่จะทำอย่างนี้
เธอเลือกที่จะตัดรักแรก รักข้างเดียวของเธอทิ้งในเมื่อเขาไม่เห็นค่า เธอยังจะยื่นคุณค่าความรักของเธอให้เขาอีกทำไม สู้เธอเก็บเอาความรักที่เธอให้เขาย้อนกลับมารักตัวเองไม่ดีกว่าหรือ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมนลินญาจึงดูโตขึ้น สวยขึ้น เก่งขึ้น มีความสามารถมากขึ้น เพราะความรักที่เธอเคยทุ่มเทให้เขาเมื่อตอนที่ยังเด็กในตอนนี้เธอเอามันกลับมาทุ่มเทให้ตัวเธอเองแล้ว นลินญามีความเชื่อที่ว่าลงทุนกับตัวเองย่อมไม่เสียเปล่า และคุ้มค่าที่สุด
“พวกยูเคยมีรักแรกกันไหม”
อกิร่าถามขึ้นพลางมองหน้าเพื่อนทุกคน แน่นอนว่าทุกคนต่างก็พยักหน้าเว้นแต่เพียงนลินญาคนเดียวที่ไม่ได้พยักหน้าแต่ยังคงมองออกไปนอกผนังกระจก เธอมองดูหิมะที่โปรยลงมากระทบกับแสงสีส้มของไฟทางเดิน และอากาศที่ดูเย็นฉ่ำ ยิ่งเธอดู เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเหงามาก แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะว่าต่อให้จะเหงามากแค่ไหนแต่เธอก็ผ่านพ้นมันมาได้ในทุกคืน นลินญายังคงก้มหน้าก้มตากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ ต่างก็เริ่มเล่าเรื่องราวรักแรกของตัวเองไม่ว่าจะเป็นอกิร่า เคซี่ หรือแม้แต่เฟรดดี้ ทุกคนก็ยังคงจำรักแรกของตัวเองได้เช่นเดียวกันกับเธอ ที่จำได้แต่ไม่ยอมปริปากออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
4 ปีก่อน
เสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีอยู่ในคอนโดใกล้กับโรงเรียนมัธยมที่เธอเรียนอยู่ซึ่งแน่นอนว่านลินญาเองรู้สึกมีความสุขมากที่ได้ย้ายออกมาอยู่คอนโดแบบนี้เพราะว่าเธอได้อยู่คอนโดเดียวกันกับผู้ชายที่เธอแอบชอบนั่นก็คือพี่พ้อยต์ลูกชายของลุงไทก้าเพื่อนของป่าปี๊ของเธอเอง
เพราะเขาดูแลเธอเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยพูดจาไม่ดีกับเธอเลยสักครั้งแถมยังใจดีกับเธอมาก ๆ อีกทั้งยังตามใจเธอมากด้วยเขามักจะเป็นห่วงเธออยู่เสมอจนทำให้เธอรู้สึกว่าพี่พ้อยต์เป็นผู้ชายที่อบอุ่นมากสำหรับเธอ และหากเธอจะมีแฟนเธอก็อยากได้แฟนที่อบอุ่นแบบพี่พ้อยต์
“ฮัมเพลงอารมณ์ดีอะไรคะ”
ในตอนที่นลินญากำลังลองทำอาหารสูตรใหม่ซึ่งเธอตั้งใจว่าจะให้พาริชชิมเป็นคนแรก และเขาเองก็เหมือนกับจะรู้ตัวว่าตัวเองจะต้องเป็นหนูทดลองให้เธอแต่เขาก็กล้าที่จะเดินเข้ามาในกับดัก เปิดประตูห้องพักของเธอที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องพักของเขาเข้ามาโดยไม่ต้องเคาะประตู เมื่อได้ยินเสียงเธอฮัมเพลงเขาจึงเอ่ยแซวเธอขึ้นมา
สิ่งที่ทำให้เธอแพ้เขานั่นคือการพูดจาไพเราะของเขา เธอแพ้ผู้ชายพูดคะขา อีกอย่างผู้ชายอย่างเขาดูอบอุ่นที่สุดสำหรับเธอ
เธอไม่ได้ขาดความรักจากพ่อ พ่อของเธอให้ความรักเธอได้เป็นอย่างดีเพียงแต่ว่าพาริชเองก็มีนิสัยคล้ายกับพ่อเธออยู่เหมือนกันนั่นคือการเอาใจใส่เธอ แม้ตอนก่อนเธอจะดื้อรั้นอยากไปเรียนที่ต่างประเทศคนเดียว พ่อของเธอยินยอมพออยู่ไปสักพักเธอรู้สึกเหงาเหมือนอยู่ตัวคนเดียวเธอจึงงอแงขอกลับ แต่พอกลับมาพ่อของเธอก็เริ่มไม่ค่อยว่างแล้วท่านจึงส่งพาริชมาเป็นตัวแทนในการดูแลเธอ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอกับพาริชก็เจอกันอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งเขาก็ดีกับเธอเสมอไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กตัวเท่าหัวเข่าจนถึงตอนนี้ตัวเธอจะเท่าอกเขาอยู่แล้ว
“พี่พ้อยต์ขา~ เอ๋ยทำซุปไก่สูตรใหม่มาค่ะ พี่พ้อยต์ลองชิมดูหน่อยนะคะ” กดยิ้มบางก่อนจะเดินเข้าไปหาน้องสาวตัวเล็กของเขา เขามองเธอด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยนซึ่งสายตาแบบนี้ก็ทำให้เด็กน้อยฝันไปไกลแสนไกลแม้ตอนนี้เธอจะพึ่งอยู่แค่ ม.5 แต่เขาเองก็เอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีแม้ว่าเขาจะอยู่ในวัยทำงานแล้วก็ตาม
“พี่จะไม่ท้องเสียใช่ไหมคะ”
“ไม่หรอกค่ะ เอ๋ยลองชิมแล้วค่ะ อร่อยมาก” นลินญาหยิบทัพพีขึ้นมาตักเอาน้ำซุปที่เธอเพิ่งทำ ยกขึ้นเป่าเบา ๆ ไล่ไอร้อนแล้วป้อนไปที่ปากของชายหนุ่ม ส่วนพาริชเองก็มองเธอด้วยสายตาเอ็นดูก่อนจะอ้าปากรับน้ำซุปจากช้อนที่เธอป้อนเพียงแค่นั้นก็ทำให้หัวใจของเด็กน้อยรู้สึกเต้นตูมตามขึ้นมาราวกับว่ามันพร้อมที่จะกระเด็นออกมาทุกเมื่อ
สายตาของนลินญามองพาริชอย่างตื่นเต้นเธออยากรู้ว่ารสมือของเธอพอจะถูกใจเขาบ้างไหม แน่นอนว่าเมื่อพาริชได้กินเข้าไปแล้ว เขาทำท่าราวกับว่าซุปไก่ที่เธอทำนั้นไม่อร่อยเอาเสียเลย เด็กน้อยเริ่มหน้าเสียแต่แล้วใบหน้าหล่อเหลาก็ระบายยิ้มออกมา มือหนาของเขาวางไว้บนศีรษะของเธอก่อนจะเลื่อนลงมาจับที่ปลายคางของเธอส่ายเบา ๆ สองสามที
“อร่อยมากค่ะ อนาคตน้องเอ๋ยต้องเป็นเชฟดาวรุ่งเหมือนลุงเข็มแน่นอน”
“ถ้าเอ๋ยทำอะไรอร่อย ๆ พี่พ้อยต์มาชิมบ่อย ๆ ได้ไหมคะ”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ พี่จะหิ้วท้องรอน้องเอ๋ยทุกวันเลย” มันไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอรู้สึกดีกับเขา เพียงแต่ว่าทุกอย่างที่เขาทำไม่ว่าจะตอนที่เธอยังเด็ก หรือในตอนนี้ ก็ล้วนแต่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยทำให้เด็กน้อยคนหนึ่งรู้สึกว่าเขาน่าจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับเธอบ้างหรือเปล่า
บทล่าสุด
#71 บทที่ 71 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#70 บทที่ 70 ชาร์จแบต | NC+++
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#69 บทที่ 69 คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#68 บทที่ 68 จ๊ะเอ๋
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#67 บทที่ 67 ข่าวดี
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#66 บทที่ 66 คนของใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#65 บทที่ 65 เข้าหอ | NC+++
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#64 บทที่ 64 คำมั่น
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#63 บทที่ 63 จิตตรินณ์
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#62 บทที่ 62 แยกกัน
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
รักไม่หลอก
สัญญารักประธานร้าย
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...













