บทนำ
โมลีมองว่าชวินบุตรเป็นผู้ชายที่อ่อนแอ (ต่อหน้าคนอื่น)
เขาชอบทำตัวให้คนรอบข้างสงสาร แต่พออยู่กับเธอ... คำว่าร้ายกาจยังน้อยไปด้วยซ้ำ
เขามีปมแหละ กับชีวิตอดีตที่มันช่างขืนข่มนัก
แต่เดี๋ยวสิ ทำไมต้องเอาอารมณ์ร้าย ๆ มาลงกับเธอทุกอย่างล่ะ
ดีกับเธอบ้างมันจะเป็นไร?
บท 1
“วินด์ไหวแน่นะลูก? ความจริงไม่ไปก็ได้นะ ไม่มีใครว่าอะไรหรอก”
พู่กลิ่นเอ่ยถามลูกชายคนโตที่นอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงกว้าง ขณะที่เธอเองกำลังเดินไปเดินมาเพื่อเปิดม่านให้แสงสว่างภายนอกลอดผ่านเข้ามาสาดส่อง จากนั้นก็เดินวนปิดโคมไฟที่ลูกชายเปิดนอนทั้งคืนให้ดับไป
ชวินบุตรคิดตามคนเป็นแม่ ระหว่างนั้นดวงตากลมโตก็จับจ้องไปยังเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็กดำสนิทที่แขวนรออยู่ที่ตู้เสื้อผ้า เฝ้ามองด้วยสายตาที่พิจารณา อีกทั้งยังต้องสำรวจถึงความรู้สึกข้างใน
ถามว่าไหวไหม? ก็คงไหว... แค่อาจจะยังไม่เคยชินเท่านั้น เพราะอันที่จริงเขาก็ไม่ได้เดินทางไปร่วมงานแบบนี้ หากนับตั้งแต่คนคนนั้นจากโลกนี้ไป ก็กินเวลาหลายปีอยู่เหมือนกัน
“ว่าไง... อยู่บ้านก็ได้นะ เดี๋ยวแม่บอกเจ้าภาพให้” คนเป็นแม่เดินไปหย่อนกายลงข้างเตียง ระหว่างนั้นก็จับมือของลูกชายขึ้นมา ลูบไล้อยู่นานกว่าจะได้คำตอบที่เปล่งมาจากปาก
“ไหวครับ วินด์อยากไปแสดงความเสียใจกับลุงจอม...” อีกอย่างก็อยากรู้ด้วยว่าเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นไปได้หรือไม่ “อีกครึ่งชั่วโมงเดี๋ยววินด์ลงไป แม่ให้น้องกินข้าวก่อนได้เลยนะ เพราะวินด์คงไม่กิน”
หรืออีกแง่หนึ่งก็คือกินไม่ลงแล้วล่ะ เพียงแค่คิดว่าต้องไปร่วมงานศพที่วัด ก้อนอะไรบางอย่างก็ลอยขึ้นมาจุกที่คอหอย อยากร้องไห้ออกมาแต่ก็ร้องไม่ออก เพราะรู้ตัวว่าไม่มีเรื่องราวให้ต้องเสียใจ ไม่ใช่เรื่องของตัวเองสักหน่อย และเขาก็ไม่ควรคิดโยงไปถึงเรื่องของคนคนนั้น
ซึ่งพู่กลิ่นก็ได้แต่ถอนหายใจและส่งยิ้มเซียว ๆ ให้ลูกชายสุดที่รัก ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องนอนใหญ่ ทิ้งให้ชายหนุ่มวัยสามสิบนอนนิ่งมองเพดานอยู่สักพัก
เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจของตัวเองให้กลับมา และสะกดจิตสะกดใจ ว่าเขาต้องทำได้ ต้องทำได้
ต้องผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปให้ได้ มันก็แค่ยากหน่อยเท่านั้นเอง
แต่ก็ไม่ได้... เพราะหลังจากที่เดินเข้ามาร่วมงานพิธีฌาปนกิจศพของภรรยาของลุงจอม นั่งได้ไม่นาน ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ชวินบุตรก็เริ่มมีอาการหายใจติดขัด จังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งต้องหันซ้ายมองขวาเพื่อหาที่ทางที่จะดึงสติของตัวเองออกมา
แล้วเขาก็เห็นต้นไม้ใหญ่ที่ห่างออกไป ใต้ร่มเงาของต้นไม้มีโต๊ะหินอ่อนให้นั่ง และประเด็นสำคัญคือลับสายตาจากชาวบ้าน เช่นนั้นแล้ว ชายหนุ่มจึงหาช่องทาง พอเห็นแล้วก็กระซิบบอกน้องสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ให้รับทราบ ยังไม่ทันที่เรนนี่จะได้ตอบกลับ ร่างสูงของพี่ชายคนโตก็เดินลิ่วไปเสียแล้ว
ด้านพู่กลิ่นที่นั่งเคียงข้างกับสามีอย่างชวินทร์ กว่าจะรู้ตัวว่าลูกชายเดินออกไปก็ตอนที่เห็นตัวสูง ๆ โย่ง ๆ ของเขาเดินไปไกลลิบ ซึ่งคนที่กำลังนั่งอยู่ในพิธีก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาระบายความหนักใจ จะเดินออกไปตามก็ตามไม่ได้
แล้วไหนบอกว่าไหวกัน... แบบนี้เขาเรียกไม่ไหวค่ะ
“พู่ดูสิ... เด็กนั่นเข้มแข็งน่าดูเลยนะ”
แล้วจู่ ๆ เสียงของสามีก็ทำให้พู่กลิ่นเลิกสนใจลูกชายคนโต ก่อนจะมองตามสายตาภายใต้กรอบแว่นของชวินทร์ แล้วได้พบกับลูกสาวของน้าจอม ที่กำลังยืนหยัดให้พี่ชายหรือน้องชายของเธอก็ไม่ทราบ โอบกอดเอวจากด้านหลัง ซบหน้ากับไหล่บางและหลับหูหลับตาร้องไห้
ส่วนตัวเองกลับมีใบหน้าที่เรียบเฉย แปลกไปกว่านั้นคือมีรอยยิ้มที่แสดงออกถึงความสบายใจ ในขณะที่มือเล็ก ๆ ก็ตบเบา ๆ ไปที่มือใหญ่ของคนที่โอบกอดไว้ เป็นจังหวะที่พู่กลิ่นรู้ดีว่ามันจะทำให้คนที่เสียขวัญอยู่เย็นลงได้ และเพียงไม่นานความเข้มแข็งของเธอก็แผ่หลาให้คนที่ร้องไห้จะเป็นจะตาย เงยหน้าขึ้นมาปาดน้ำตาและยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง
“มาหลายคืนแล้วก็ยังไม่เห็นแกร้องไห้เลยค่ะ” พู่กลิ่นเองก็ออกความเห็นไป มีน้ำเสียงที่ทึ่งอยู่เหมือนกัน “นึกว่าวันสุดท้ายจะร้องซะอีก แต่แกกลับเข้มแข็งมาก”
“ผมว่าแกคงเข้าใจ ว่าแม่อยู่ก็ทรมาน... บางทีการจากไปอาจเป็นหนทางที่ดีกว่า”
คงจะจริงอย่างนั้น เป็นอย่างที่ชวินทร์ว่า เพราะนับตั้งแต่วันนั้น วันที่สองสามีภรรยาย้ายออกจากบ้านไป และเหลือเพียงน้าจอมที่ทำงานให้พู่กลิ่นคนเดียวเท่านั้น คุณนายของบ้านก็มีโอกาสได้ช่วยเหลืออยู่บ้าง ถึงรู้ว่าอดีตแม่บ้าน ภรรยาของน้าจอม ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังช่วยกันประคับประคอง จนอยู่รอดมาหลายปีดีดัก หากคนที่มองเห็น ไม่ว่าจะเป็นสามี ลูก หรือแม้แต่คนที่ไปเยี่ยมเยียนเป็นครั้งเป็นคราวอย่างเธอ ต่างก็รู้ว่า ณ ช่วงเวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่มีแต่คนป่วยคนเดียว ที่รับรู้ได้ถึงความทรมาน
ซึ่งในความเป็นจริง มันก็คงเป็นอย่างที่ชวินทร์พูด อย่างที่เด็กคนนั้นเข้าใจ เพราะการมีชีวิตที่ต้องทนทุกข์อยู่กับความเจ็บปวดที่แก้ไม่หาย หนทางที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นการหยุดหายใจ จากโลกนี้ไปอย่างสงบต่างหาก
“คงจะดี... ถ้าวินด์เข้มแข็งได้อย่างนี้บ้าง” ที่สุดแล้วต่อให้พูดถึงเรื่องของคนอื่น พู่กลิ่นก็ยังอดไม่ได้ที่จะคิดถึงลูกชาย เพราะสิ่งที่พูดมาทั้งหมด เหตุและผลทุกอย่าง ดูเหมือนว่าชวินบุตรจะยังไม่เข้าใจ
ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไร เขาก็ยัง ‘จม’ อยู่กับเรื่องนั้นไม่หาย ซึ่งมันทำให้แม่อย่างเธอหนักใจเหลือเกิน เฝ้าถามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ว่า ‘ใครหนอ?’ ที่จะทำให้สุดที่รักของเธอ กลับมาเป็นตัวเองได้อีกครั้ง
‘ใครกัน?’... ที่จะฉุดรั้งเขาขึ้นมาจากลมหายใจของตัวเอง แล้วใครกัน ที่จะทำให้คำว่าไม่เป็นไรของลูก หมายถึงไม่เป็นไรจริง ๆ ไม่ใช่เพียงลมปากที่เปล่งออกมาเพื่อให้พ่อแม่ได้สบายใจ
“เวลาจะช่วยลูกเอง” ... ซึ่งชวินทร์ก็ได้แต่ปลอบใจภรรยา
มือใหญ่เอื้อมไปกุมมือเล็กไว้ ราวกับต้องการถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กันและกัน และมาลุ้นกันว่าชวินบุตรต้องใช้เวลาอีกสักเท่าไร ถึงจะกระชากจิตวิญญาณของตัวเอง กลับมาเป็นคนเดิมของพ่อแม่อีกครั้ง
บทล่าสุด
#125 บทที่ 125 บทส่งท้าย 3
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#124 บทที่ 124 บทส่งท้าย 2
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#123 บทที่ 123 บทส่งท้าย 1
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#122 บทที่ 122 ผมรักคุณ 4
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#121 บทที่ 121 ผมรักคุณ 3
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#120 บทที่ 120 ผมรักคุณ 2
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#119 บทที่ 119 ผมรักคุณ 1
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#118 บทที่ 118 ปลดล็อก 3
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#117 บทที่ 117 ปลดล็อก 2
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#116 บทที่ 116 ปลดล็อก 1
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
หวงรักเมียวัยเยาว์
และทุกอย่างเป็นความลับ!!!
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป













