บทนำ
เขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ช่วยให้ค่ำคืนอันว่างเปล่าของเขาไม่เงียบเหงาเกินไป เธอเคยคิดว่าใต้ความเย็นชาของเขา อาจมีหัวใจที่เธอพอจะเอื้อมถึง แต่สุดท้าย...ความรักของเธอกลับถูกตีราคาเป็นเพียง “คนแก้เหงา”
วายุ ผู้ชายที่มีทุกอย่าง ยกเว้นหัวใจที่รู้จักถนอมใคร เขาใช้เงิน อำนาจ และความเจ็บในอดีตบีบให้เพียงฟ้าเข้ามาอยู่ใกล้ตัว แต่ไม่เคยยอมให้สถานะ ไม่เคยยอมรับความรู้สึก และไม่เคยเชื่อเธอในวันที่เธอต้องการเขามากที่สุด
จนวันที่เธอยืนต่อหน้าเขาพร้อมศักดิ์ศรีที่แตกสลาย พร้อมหัวใจที่กำลังอุ้มอีกหนึ่งชีวิตไว้ในท้อง
เขากลับเลือกเชื่อ “หลักฐาน” มากกว่าเชื่อผู้หญิงที่เคยรักเขาหมดใจ
เพียงฟ้าจึงหายไปจากชีวิตเขา ทิ้งไว้เพียงจดหมายหนึ่งฉบับ และความจริงที่มาช้าเกินไปว่า...เด็กคนนั้นคือลูกของเขา
สามปีผ่านไป เธอกลับมาอีกครั้งในฐานะ “ฟ้าหลังฝน” นักร้องสาวผู้เปล่งประกายด้วยเสียงเพลงที่เกิดจากน้ำตา ส่วนเขากลับกลายเป็นผู้ชายที่ต้องยืนมองลูกสาวของตัวเองเรียกเขาว่า “คุณลุง” ทั้งที่หัวใจอยากกอดลูกแทบขาดใจ
บท 1
ตอนที่ 1
คืนฝนที่คนใจร้ายได้พบเธอ
ฝนเทลงมาไม่ขาดสายตั้งแต่หัวค่ำ ราวกับฟ้าเบื้องบนกำลังเทความหม่นหมองทั้งหมดลงมาชำระเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหล แสงไฟจากตึกสูงระยิบระยับอยู่หลังม่านน้ำหนา รถราบนถนนสุขุมวิทติดยาวเป็นสาย เสียงแตร เสียงล้อบดถนนเปียก และเสียงฝนกระทบกระจกอาคารสูงดังปะปนกันจนกลายเป็นบทเพลงเศร้าในค่ำคืนหนึ่งของกรุงเทพฯ
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น โรงแรมวายุรัตน์ แกรนด์ยังสว่างไสวอยู่กลางสายฝนเหมือนปราสาทแก้วของคนมั่งคั่ง แขกในชุดหรูเดินเข้าออกอย่างไม่สะทกสะท้านต่ออากาศเย็นชื้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปนกับกลิ่นกาแฟและไวน์จากเลานจ์ชั้นล่าง เสียงเปียโนบรรเลงท่วงทำนองช้า ๆ คลอไปกับเสียงร้องหวานเศร้าของหญิงสาวคนหนึ่งบนเวทีเล็ก ๆ ริมกระจก
เพียงฟ้ายืนอยู่ตรงนั้นในชุดเดรสสีครีมเรียบง่าย ผมยาวถูกรวบไว้หลวม ๆ เผยใบหน้าอ่อนหวานที่มีความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้ม เธอจับไมโครโฟนด้วยสองมือ ปลายนิ้วเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ แต่เสียงของเธอกลับอบอุ่นและนุ่มลึกจนทำให้แขกหลายคนในเลานจ์เงียบลงโดยไม่รู้ตัว
“หากคืนนี้ไม่มีใครอยู่ข้างคุณ ขอเพียงอย่าลืมว่าหัวใจของคุณยังอยู่กับตัวเองเสมอ...” เพียงฟ้าร้องท่อนสุดท้ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและทอดยาว แววตาของเธอทอดมองผ่านกระจกออกไปยังสายฝนด้านนอกคล้ายกำลังร้องให้ใครบางคนที่ไม่เคยมีตัวตนในชีวิตจริง
เสียงปรบมือดังขึ้นประปรายหลังเพลงจบ เพียงฟ้าก้มศีรษะขอบคุณอย่างสุภาพ ก่อนจะถอยออกจากเวทีพร้อมรอยยิ้มที่ฝืนไว้จนมุมปากเริ่มล้า เธอเดินไปหลังฉากเล็ก ๆ ข้างเวที วางไมโครโฟนลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเป็นสิ่งแรก หน้าจอสว่างขึ้นพร้อมข้อความจากน้องชายที่ส่งมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
แม่ไอหนักอีกแล้ว พี่ฟ้าเลิกงานโทรกลับหน่อยนะ
หัวใจของเพียงฟ้าหล่นวูบ เธอกดโทรออกทันที แต่ยังไม่ทันมีคนรับ เสียงผู้จัดการเลานจ์ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ฟ้า อีกสิบห้านาทีขึ้นร้องต่ออีกสองเพลงนะ คืนนี้แขกวีไอพีอยู่เยอะ อย่าเพิ่งกลับก่อนเวลาเด็ดขาด” ผู้จัดการพูดเร็ว ๆ โดยไม่ได้มองหน้าเธอจริงจัง เพราะมัวแต่ก้มเช็กตารางงานในแท็บเล็ต
“พี่ภพคะ แม่ฟ้าเหมือนจะอาการไม่ดี ฟ้าขอออกไปโทรศัพท์แค่ครู่เดียวได้ไหมคะ ถ้ามีอะไรฉุกเฉินจริง ๆ ฟ้าอาจต้องขอกลับก่อน แต่ฟ้าจะหาคนร้องแทนให้ หรือยอมให้หักค่าแรงคืนนี้ก็ได้ค่ะ” เพียงฟ้าพยายามพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ทั้งที่ในอกเริ่มร้อนรุ่มเพราะความกังวล
“ฟ้า พี่เข้าใจนะว่าเธอลำบาก แต่โรงแรมนี้ไม่ใช่ร้านอาหารข้างทางที่อยากมาก็มา อยากไปก็ไป แขกจ่ายแพงเพื่อบรรยากาศ ถ้าเธอหายไปกลางคัน พี่ก็โดนข้างบนด่าเหมือนกัน” ผู้จัดการถอนหายใจและพูดอย่างอ่อนลงเพียงเล็กน้อย แต่แววตายังคงยืนยันว่าหน้าที่ต้องมาก่อนความเดือดร้อนส่วนตัวของเธอ
“ฟ้าเข้าใจค่ะ ฟ้าจะไม่ทำให้งานเสีย เพียงแค่ขอโทรกลับบ้านสักสองนาทีเท่านั้น ถ้าแม่ไม่เป็นอะไรมาก ฟ้าจะขึ้นร้องต่อให้ครบทุกเพลงแน่นอนค่ะ” เพียงฟ้ารับคำด้วยความอดทน ก่อนจะก้มศีรษะให้เขาอย่างขอบคุณ ทั้งที่ลึก ๆ เธออยากวิ่งออกไปจากตรงนี้เหลือเกิน
ผู้จัดการพยักหน้าแบบเสียไม่ได้ เพียงฟ้าจึงรีบเดินออกจากหลังเวทีไปยังทางเดินด้านข้างเลานจ์ เสียงเพลงจากเปียโนยังดังตามหลังมาเบา ๆ เธอยกโทรศัพท์แนบหูอีกครั้ง ทว่าเสียงสัญญาณรอสายกลับยาวนานจนใจเธอยิ่งสั่น ปลายทางยังไม่รับ
หญิงสาวหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามกลืนความกลัวลงคอ แม่ของเธอป่วยโรคปอดเรื้อรังมานาน ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลสูงขึ้นทุกเดือน ส่วนเงินเก็บที่เคยมีก็แทบไม่เหลือ เพราะเธอต้องส่งน้องชายเรียนมหาวิทยาลัยไปพร้อมกัน ชีวิตของเพียงฟ้าจึงเหมือนยืนอยู่บนสะพานไม้ผุพัง ทุกก้าวต้องระวังไม่ให้ตกลงไปในเหวของหนี้สินและความสิ้นหวัง
“รับสิเมฆ รับสายพี่หน่อย...” เพียงฟ้าพึมพำกับโทรศัพท์ด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย ขณะเดินเลี่ยงไปตรงมุมทางเดินที่เงียบกว่าเดิม
อีกด้านหนึ่งของโรงแรม บนชั้นสูงสุดซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผู้บริหาร บรรยากาศต่างจากเลานจ์ชั้นล่างราวฟ้ากับเหว ห้องประชุมกระจกกว้างมองเห็นกรุงเทพฯ ทั้งเมืองในม่านฝน โต๊ะยาวสีดำเงาวับตั้งอยู่กลางห้อง ผู้ชายหลายคนในสูทหรูนั่งเงียบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงไวน์นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างประธานใหญ่ของตระกูล ใบหน้าสวยจัดของเธอมีรอยยิ้มบางเบา แต่แววตากลับแฝงความทะเยอทะยานชัดเจน
วายุยืนอยู่ริมกระจก หันหลังให้ทุกคนในห้อง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกข้างถือแก้ววิสกี้ที่พร่องไปเกินครึ่ง ดวงตาคมกริบทอดมองสายฝนด้านนอกด้วยสีหน้าเย็นชา แต่เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นเล็กน้อยบอกชัดว่าเขากำลังสะกดอารมณ์ไว้แทบไม่อยู่
“แกจะเงียบอีกนานแค่ไหน วายุ เรื่องหมั้นกับหนูรมิดาไม่ใช่เรื่องที่แกจะเอาแต่ใจได้อีกแล้ว” เสียงของวราเทพ ผู้เป็นบิดา ดังขึ้นอย่างกดดันจากหัวโต๊ะ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยอำนาจของคนที่เคยชินกับการออกคำสั่งและเห็นทุกคนในตระกูลเป็นหมากบนกระดานธุรกิจ
“ผมเคยบอกพ่อแล้วว่าผมไม่แต่งงานเพื่อแลกหุ้น ไม่แต่งงานเพื่อปิดดีล และไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่ผมไม่ได้เลือกเอง” วายุพูดโดยไม่หันกลับมา น้ำเสียงเรียบนิ่งจนแทบไร้อารมณ์ แต่ทุกถ้อยคำคมเหมือนใบมีดที่ลากผ่านความเงียบในห้อง
“ความรักเป็นเรื่องของเด็กโง่ คนระดับเราแต่งงานเพื่อความมั่นคง ไม่ใช่เพื่อหัวใจไร้สาระของแก” วราเทพตบโต๊ะเบา ๆ แต่แรงกดดันในน้ำเสียงทำให้ผู้ร่วมประชุมคนอื่นพากันก้มหน้า
“ถ้าความมั่นคงของตระกูลต้องแลกด้วยการเอาชีวิตผมไปผูกกับใครสักคนเหมือนสินค้าชิ้นหนึ่ง ผมยอมให้มันล่มดีกว่า” วายุตอบกลับอย่างเย็นเยียบ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับบิดาเต็มตา
รมิดาขยับรอยยิ้มให้หวานขึ้น เธอไม่แสดงความไม่พอใจออกมาตรง ๆ เพราะรู้ดีว่าวายุเป็นผู้ชายที่ยิ่งถูกบังคับยิ่งต่อต้าน เธอจึงเลือกใช้น้ำเสียงนุ่มนวลแทน
“คุณวายุคะ ดาไม่ได้คิดจะบังคับคุณเลยนะคะ ดารู้ว่าคุณอาจยังไม่พร้อม แต่การหมั้นของเราอย่างน้อยก็ช่วยให้ทั้งสองครอบครัวมั่นคงขึ้น ส่วนเรื่องความรู้สึก...ดาเชื่อว่ามันค่อย ๆ สร้างกันได้ค่ะ” รมิดาพูดพลางยิ้มละมุน ทว่าปลายนิ้วที่วางบนตักจิกเข้าหากันแน่นจนเห็นข้อขาว
“ผมไม่สร้างความรู้สึกกับคนที่เข้ามาในชีวิตผมพร้อมเอกสารถือหุ้นและข้อตกลงผลประโยชน์ รมิดา ถ้าคุณฉลาดพอ คุณควรรู้ว่าการแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักคุณ จะทำให้คุณได้แค่ตำแหน่ง แต่ไม่มีวันได้หัวใจ” วายุหันไปมองเธอด้วยแววตาไร้เยื่อใย คำพูดของเขาไม่ดัง แต่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงทันที
ใบหน้าของรมิดากระตุกเล็กน้อย เธอรักษารอยยิ้มไว้ได้อย่างยากเย็น ขณะที่วราเทพลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ
“แกคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหน วายุ ทุกอย่างที่แกมี ทุกโรงแรม ทุกตำแหน่ง ทุกคนที่ก้มหัวให้แก มันเริ่มจากตระกูลนี้ทั้งนั้น ถ้าไม่มีฉัน แกก็ไม่มีอะไรเลย” วราเทพพูดเสียงกร้าว ดวงตาแข็งกร้าวไม่ต่างจากลูกชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ถ้าทุกอย่างที่ผมมีต้องแลกกับการให้พ่อขีดเส้นชีวิต ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมอยากมีมันอยู่หรือเปล่า” วายุวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรงพอให้เสียงดังสะท้อนทั่วห้อง
“แกพูดเหมือนแม่แกไม่มีผิด ผู้หญิงคนนั้นก็เคยพูดว่าบ้านหลังนี้เป็นกรง ทั้งที่ฉันให้ทุกอย่างกับมัน สุดท้ายมันก็ทิ้งแกไปโดยไม่หันกลับมามอง” วราเทพหลุดพูดชื่อบาดแผลที่ไม่ควรถูกแตะต้องออกมา และทันทีที่คำว่าแม่หลุดจากปากเขา แววตาของวายุก็มืดลงอย่างน่ากลัว
ความเงียบตกลงมาฉับพลันราวกับทั้งห้องถูกตัดเสียง วายุยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อคมไม่เปลี่ยนสี แต่แววตาของเขาเหมือนท้องฟ้าก่อนพายุใหญ่ มืด หนัก และเต็มไปด้วยแรงทำลายล้าง
“อย่าเอาแม่มาพูดในเรื่องนี้อีก” วายุพูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า ทุกคำถูกกดออกมาจากลำคอที่ตึงเครียด
“ทำไม ฉันพูดไม่ได้หรือไง แกยังเจ็บที่ถูกทิ้งอยู่ใช่ไหม ถึงได้ทำตัวเหมือนคนไม่มีหัวใจแบบนี้” วราเทพสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าคำพูดนั้นแทงเข้าไปถึงจุดตายของลูกชาย
วายุยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย เขาหยิบเสื้อสูทที่พาดไว้บนเก้าอี้ขึ้นมาแล้วเดินไปทางประตู โดยไม่สนใจเสียงเรียกของใครอีก
“ถ้าพ่ออยากได้งานหมั้นนัก ก็หาคนอื่นไปยืนแทนผมเถอะ เพราะผมจะไม่เอาชีวิตตัวเองไปแลกกับความพอใจของใครอีกแล้ว” วายุพูดทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับไปมอง ก่อนจะเปิดประตูออกจากห้องประชุมด้วยแรงที่ทำให้คนด้านนอกสะดุ้ง
บทล่าสุด
#34 บทที่ 34 ตอนที่34 แทนคำพูด
อัปเดตล่าสุด: 10/21/2026#33 บทที่ 33 ตอนที่ 33 วันที่ของตายหายไป
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#32 บทที่ 32 ตอนที่32 โซ่ของตระกูล
อัปเดตล่าสุด: 10/19/2026#31 บทที่ 31 ตอนที่31 เชื่อ
อัปเดตล่าสุด: 10/18/2026#30 บทที่ 30 ตอนที่30 เป็นอะไร
อัปเดตล่าสุด: 10/17/2026#29 บทที่ 29 ตอนที่29 หลักฐานไหม
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#28 บทที่ 28 ตอนที่28 ไม่ได้ขโมยสร้อยเพชร
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2026#27 บทที่ 27 ตอนที่27ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้
อัปเดตล่าสุด: 10/14/2026#26 บทที่ 26 ตอนที่ 26 สร้อยเพชรและศักดิ์ศรีที่แตกสลาย
อัปเดตล่าสุด: 10/13/2026#25 บทที่ 25 ตอนที่25 ยิ้มเจื่อน
อัปเดตล่าสุด: 10/12/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!













