บทนำ
"เคยบอกแล้ว ว่าอย่าคิดรั้งกันด้วยวิธีนี้" สิปปกรมองเจ้าของร่างบางด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไม่สนแม้แต่คำพูดที่เปรียบเสมือนปลายมีดแหลมคมที่กรีดเข้ากลางใจคนฟัง
"เธอเสนอ ฉันก็แค่สนองกลับ อย่าตีความหมายผิดๆ"
กานต์รวีได้แต่นิ่งงันกับความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา แม้ว่าการแต่งงานของเราจะเริ่มต้นไม่สวยนัก แต่ระยะหลังความสัมพันธ์ระหว่างเราเหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ดีจนเธอแอบหวังว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนใจเขาได้ ทว่าดูเหมือนมันจะเป็นการคิดไปเองฝ่ายเดียว
"แต่พราวรักพี่โตมากเลยนะ รักพี่มากจริงๆ" กานต์รวีรู้ตัวว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ต่างอะไรจากคนโง่ ทั้งที่เคยเผื่อใจเอาไว้แล้วแต่พอถึงเวลากลายเป็นว่าทั้งสมองทั้งหัวใจปฏิเสธกับผลัพธ์ตรงหน้า
"หย่าให้ฉันเถอะ" สิปปกรถอยออกจากหญิงสาวเมื่อเธอทำท่าจะยื่นมือคว้ากันไว้ ความอึดอัดเริ่มก่อตัวอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายแสดงทีท่าไม่ยอมจบ
"ขอโทษแล้วกันที่ไม่รักเธอ ฉันทำไม่ได้จริงๆ"
เรื่องระหว่างเขากับกานต์รวีมันบิดเบี้ยวมาตั้งแต่แรก จะจบกันวันนี้หรืออีกสามเดือนข้างหน้าตามกำหนดมันก็คงไม่ต่างกัน
บท 1
แม้จะแต่งงานมาร่วมปีแต่ก็ยังมีเสียงซุบซิบนินทารวมถึงสายตาอยากรู้อยากเห็นให้กานต์รวีรับรู้อยู่เรื่อยๆ
แล้วยังไงล่ะ? เธอไม่สนใจหรอก แล้วก็ไม่ได้นึกโกรธอะไรด้วย
หากวันนั้นไม่ตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ‘สวนเคียงใจ’ ก็คงไม่คึกคักเหมือนวันนี้ แถมบางคนอาจจะตกงานไม่ได้มีโอกาสมานั่งจับหูจับตาชีวิตคู่คนอื่นแบบนี้หรอก
“โอ๊ย! คุณพราว” เสียงเหนื่อยหอบที่ฟังดูแล้วคุ้นหูอยู่ไม่น้อยดังขึ้นจากที่ไกลๆ
กานต์รวีผินหน้ามองก็พบว่าเป็นวารุณีที่กำลังลากขาขึ้นเนินเขาด้วยท่าทีอ่อนแรง หญิงวัยกลางคนหอบอากาศอัดเข้าปอดมือสองข้างยันกับหัวเข่าเพื่อพักเหนื่อย
“ขึ้นมาทำอะไรบนนี้คะเนี่ย” แต่พักได้แค่ไม่กี่วินาทีก็เอ่ยปากพลาง ชี้ไม้ชี้มือไปยังด้านหลัง “รีบกลับบ้านเถอะค่ะ คุณโตเพิ่งกลับมาเมื่อกี้ เรียกหาคุณพราวใหญ่เลย”
“จริงเหรอ” เจ้าของดวงตากลมโตเปล่งประกายขึ้นโดยพลัน ทว่ามันก็แค่เสี้ยววินาทีเมื่ออีกฝ่ายต่อคำพูดประโยคถัดมา
“แต่ดูอารมณ์ฉุนเฉียวเชียวค่ะ พี่ก็เลยรีบมาตามคุณพราวนี่ไง”
หัวใจเธอฟูฟ่องได้ไม่เกินห้าวินาทีด้วยซ้ำ กานต์รวีเม้มปากแน่นตึงขบคิดว่าตัวเอง ‘งานเข้า’ เรื่องอะไรอีก หายไปเป็นอาทิตย์กลับมาบ้านถึงได้ร้องเรียกหากันแบบนี้
สิปปกรไม่ได้ต้องการเจอเธอเพราะความคิดถึงหรอก มันน่าจะมีเหตุผลอย่างอื่นมากกว่า
ตั้งแต่กลายเป็นสามีและภรรยากัน เธอแทบไม่เคยได้สัมผัสถึงความอ่อนโยนจากเขาสักนิด เอาเป็นว่าอย่าไปหวังถึงขั้นความอ่อนโยนแค่จะพูดคุยกันดีๆ แบบไม่ใช้น้ำเสียงกระโชกโฮกฮากยังยากเลย
เพราะเขาทำกับเธอแบบนี้ไง ถึงได้เป็นขี้ปากคนงานไม่เว้นแต่ละวัน ที่น่าขันก็คือคนที่โดนนินทาไม่ใช่ ‘คุณโต’ คนที่เป็นเจ้าของสวนเคียงใจ แต่คือเธอที่เป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
‘มีแต่เงิน แต่ไม่มีปัญญาหาผัว’
เป็นคำปรามาสจากคนเป็นสามีที่แทงใจดำกานต์รวีอย่างจัง แรกๆ ก็โกรธจัดจนตัวสั่นเทิ้มแต่ก็เถียงอะไรไม่ได้เพราะเรื่องจริงก็ไม่ต่างอะไรจากที่เขาว่าเท่าไหร่
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ทั้งหน้าทั้งจิตใจของเธอไม่ค่อยระคายกับคำกระแนะกระแหนเท่าไหร่แล้ว เรียกว่าภูมิต้านทานสูงขึ้น
‘พูดใหม่ค่ะพี่โต เพราะตอนนี้พราวมีทั้งเงิน มีทั้งผัว’
กิจวัตรประจำวันของเธอกับสิปปกรจึงมีแต่การต่อปากต่อคำเสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าถามว่าอยากให้มันเป็นแบบนี้เหรอ
กานต์รวีตอบได้เต็มปากเลยว่า...ใครจะอยากให้เป็น
รถกอล์ฟไฟฟ้าคือยานพาหนะที่เธอตั้งใจขับขึ้นมาถึงโซนทุ่งดอกไม้คอสมอส ตอนนี้ยังมีแต่พื้นที่ว่างเปล่าแต่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้ามันจะเบ่งบานอย่างสวยงาม
รถเอสยูวีสีเทาดำจอดอยู่หน้าบ้าน แปลว่าสิปปกรคงมีเรื่องเดือดจัดอย่างที่คาดเอาไว้ ไม่งั้นเขาคงเอาลูกชายเข้าไปจอดในโรงรถแทนที่จะจอดขวางทางเข้าบ้านแบบนี้
“พี่ณี” กานต์รวีสับเท้าหาหญิงกลางคนที่เท้ายันพื้นลงจากจักรยานคู่ใจพอดี “เขาบอกหรือเปล่าว่าอยากเจอพราวทำไม”
“พี่ไม่รู้หรอกค่า” อีกฝ่ายว่าด้วยน้ำเสียงคล้ายเหนื่อยใจ ซึ่งเป็นกิริยาที่กานต์รวีไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก ครั้งสองครั้งเธอยังพอทนได้ แต่ระยะหลังเริ่มมีการกระแทกเสียงบ้าง เน้นเสียงบางพยางค์บ้าง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”
คงเพราะเห็นว่าเจ้าของไร่ไม่ได้ให้ความสนใจเธอในฐานะภรรยาเท่าไหร่นัก ก็เลยไม่ให้ความนับถือเธอเหมือนเจ้านายอีกคนว่างั้น
เอาไว้เสร็จเรื่องสิปปกรเมื่อไหร่ ค่อยมาพิจารณาเรื่องนี้อีกที
กานต์รวีแอ่นอกยืดหลังตรงพร้อมสูดหายใจเข้าปอดลึก แล้วค่อยเดินเข้าบ้านที่เปรียบเสมือนเรือนหอของตัวเองกับผู้เป็นสามี
บรรยากาศภายในบ้านอึมครึมไม่ต่างจากโทนสีที่เจ้าของเลือกใช้ในการตกแต่ง บอกตามตรงว่าเป็นสไตล์ขัดใจเธอมากแต่ก็หยวนๆ ให้ได้ เหตุผลง่ายๆ เลยก็คือสิปปกรชอบ
อะไรที่เขาชอบ เธอยอมได้ทั้งหมดนั่นแหละ
“ไปไหนมา!” เสียงห้วนกระด้างแถมยังตึงจัดดังขึ้นตั้งแต่ปลายเท้าของเธอยังไม่พ้นกรอบประตูบานเลื่อน
กานต์รวียังไม่ตอบแต่เดินไปทิ้งตัวข้างๆ คนเป็นสามีที่ลุกขึ้นยืนพรวดเหมือนรังเกียจกันแบบเสมอต้นเสมอปลาย
“ไม่มีไรทำ พราวก็เลยขับรถขึ้นไปดูไร่ดูสวนเล่นๆ”
“ไม่มีไรทำหรือทำอะไรไม่เป็น?” เจ้าของร่างสูงบิดริมฝีปากเย้ยหยันกับคำพูดที่ได้ยิน งานที่ไร่มีเป็นร้อยเป็นพันแต่หญิงสาวเอาแต่ลอยชายไปมา “พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ถือคติใช้เงินแก้ปัญหาอย่างเดียว”
ไม่ถนัดงานใช้แรงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่มีความสามารถด้านอื่น ของพวกนี้ขึ้นอยู่กับว่าเขาสนใจเรื่องราวของเธอมากแค่ไหน หากใส่ใจกันสักนิดเขาก็จะรู้ว่าเธอเองก็มีงานมีการทำเหมือนกัน
ส่วนเรื่องใช้เงินแก้ปัญหา กานต์รวีมองว่าทุกอย่างมันก็ต้องใช้เงินแก้ปัญหาไม่ใช่หรือไง ที่ทำงานกันงกๆ อยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เพราะเงินหรอกเหรอ
แต่ก็นั่นแหละ พูดไปเดี๋ยวคนตัวโตได้โกรธจนเส้นเลือดเต้นตุบๆ เธอยังไม่อยากเป็นแม่ม่ายพราวเสน่ห์ในวัยยี่สิบกลางๆ
“วันก่อนพราวเพิ่งไปบ้าน ป้านับแกทำน้ำมะตูมไว้ จำได้ว่าพี่โตชอบก็เลยหอบกลับมาหลายขวด…”
“ให้แม่ยืมเงินไปเท่าไหร่” สิปปกรไม่ได้อยากรู้ว่าเมียตีทะเบียนไปไหนมาบ้าง เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องรับรู้
“ได้ทำสัญญาหรือเปล่า”
เรื่องนี้ต่างหากที่ทำให้ความอดทนของเขาลดลงเรื่อยๆ
“…”
บทล่าสุด
#100 บทที่ 100 100
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#99 บทที่ 99 99
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#98 บทที่ 98 98
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#97 บทที่ 97 97
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#96 บทที่ 96 96
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#95 บทที่ 95 95
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#94 บทที่ 94 94
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#93 บทที่ 93 93
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#92 บทที่ 92 92
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#91 บทที่ 91 91
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รักไม่หลอก
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน













