บทนำ
ชมพู่ฝีปากคมกริบ มักจะย้อนจนเขาพูดไม่ออกอยู่บ่อยๆ ภูมิรู้สึกว่ายัยนี่มีดีแค่ปาก ทีมนี้ไม่ช้าก็เร็วคงต้องแตกแน่!
แต่ผิดคาด ชมพู่เนื้อตัวเปื้อนเลือด หิ้วหัวใจผู้ตายเดินเข้ามาแล้วสั่งว่า "ภูมิ จดบันทึก!"
ภูมิกลั้นความรู้สึกอยากจะอ้วกเต็มที่ แล้วโบกมือรับทราบ
และสิ่งที่ทำให้หน้าแตกยิ่งกว่า คือชมพู่ที่ดูบอบบางไม่มีแรง เวลาอัดคนขึ้นมากลับโหดกว่าเขาเสียอีก เล่นเอาเขากลัวจนต้องถอยให้สามส่วน นึกว่าเป็นแค่หนอนหนังสือทำเป็นแต่ผ่าศพ ที่ไหนได้เล่ห์เหลี่ยมซ้อนกล หลอกคนเก่งจนตัวเองยังเชื่อ!
เบื้องบนถามเขาว่าจะให้ย้ายชมพู่ออกไปไหม ภูมิรีบขวางทันที ต่อให้ผมต้องไป เธอก็ห้ามไปไหนเด็ดขาด
บท 1
ณ เรือนจำกลางที่ 5 กรุงเทพฯ เสียงทุ้มต่ำของทรงพลทำลายความเงียบสงัดภายในห้องเยี่ยม
"หลังจากที่ผมเมา ผมมองลงไปข้างล่างเห็นน้องผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเต้นรำอยู่ริมหน้าต่าง เธอสวยมาก หัวใจผมเต้นแรง อาศัยฤทธิ์เหล้าบุกเข้าไปในบ้านของเธอ..."
"พวกมันไม่ยอมให้ผมแตะต้องตัวน้องเขา ผมก็เลยฆ่าพวกมันทิ้งให้หมด ตอนที่น้องเขาร้องไห้อยู่ใต้ร่างผม ผมสัมผัสได้ถึงความสุขแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน"
ทรงพลหัวเราะอย่างคนเสียสติ เมื่อเพ่งมองให้ดีจะเห็นว่าสีหน้าของเขาดูเหม่อลอย ราวกับกำลังถูกสะกดจิต
มีเสียงใสกระจ่างเสียงหนึ่งคอยชี้นำให้เขารำลึกความหลัง
"คุณฆ่าน้องผู้หญิงคนนั้นด้วย แล้วออกจากบ้านเธอไป จากนั้น..."
ทรงพลเอียงคอ ยิ้มกว้างจนเห็นฟัน "ผมเดินผ่านร้านดอกไม้ เลยซื้อกุหลาบมาช่อนึง แล้วไปที่บ้านตระกูลเปรี่ยมสุขในซอยหมื่นศรี"
"บ้านนั้นมีเสียงเปียโนดังออกมา ผมเดินเข้าไป ผลักประตูเปิด แล้วผมก็เห็น... เห็น..."
เสียงของเขาแผ่วลงทันที คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
ชมพู่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "คุณเห็นอะไร? ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ นึก"
ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นสลับไปมาในหัวของทรงพล แววตาเขาฉายความลังเล ความทรงจำที่นองไปด้วยเลือดทำให้เขาสะดุ้งตื่นจากภวังค์
พอรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เขาก็มองชมพู่ด้วยความหวาดกลัว "แกเป็นใครกันแน่! ทำไมความทรงจำของฉันถึงควบคุมไม่ได้!"
ชมพู่กำมือแน่น ไม่ตอบคำถามเขา ในใจคิดเพียงว่าเวลาสะกดจิตยังสั้นเกินไป พอถึงจุดสำคัญก็หลุดทุกที
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามว่า "หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลเปรี่ยมสุข"
ทรงพลถีบโต๊ะอย่างแรง "ฉันจะไปรู้ได้ไง ผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว ใครแม่งจะไปจำได้? เธอจำเรื่องเมื่อห้าปีก่อนได้หรือไง?"
แววตาของชมพู่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ราวกับกำลังมองคนตาย นิ่งสนิทดุจน้ำบ่อทราย
ทรงพลที่เป็นถึงนักโทษประหาร กลับรู้สึกหวาดกลัวสีหน้าของเธอขึ้นมา
ผู้คุมพูดขึ้นอย่างลังเล "คุณชมพู่ครับ หมดเวลาเยี่ยมแล้วครับ"
ชมพู่ลุกขึ้น จ้องหน้าทรงพล "ถ้าคุณนึกอะไรออก ติดต่อฉันผ่านผู้คุมได้นะ"
ทรงพลตอบเสียงแข็ง "ไม่มีวันหรอก"
"ไม่หรอก เดี๋ยวก็มี" ชมพู่พูดทิ้งท้ายแค่นั้น
หลังออกจากเรือนจำกลางที่ 5 แสงแดดสาดส่องลงมากระทบตัวชมพู่อย่างหนักอึ้ง เธอถอนหายใจระบายความขุ่นมัว ความทรงจำบางอย่างมันสลักลึกอยู่ในกระดูก
โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นไม่หยุด ชมพู่หยิบขึ้นมาดู
เป็นสายจากผู้กำกับกุล
เธอรับสาย "ค่ะผู้กำกับกุล ทราบแล้วค่ะ จะรีบเข้าไปรายงานตัวเดี๋ยวนี้"
สิบกว่านาทีก่อนหน้านี้
ภูมิใส่ชุดนอนออกมาจากบ้าน หัวยุ่งเหยิง การสืบสวนต่อเนื่องหลายวันทำให้เขาไม่ได้ดูแลตัวเอง ปลายคางเต็มไปด้วยตอหนวดเครา
เขาเพิ่งถึงบ้าน ได้นอนไปไม่ถึงชั่วโมง
เมื่อคืนฝนตก เขาเกรงว่าจะทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุ จึงสวมถุงคลุมรองเท้าก่อนเดินเข้าไป น้ำเสียงเย็นชา "ผู้ตายคราวนี้อวัยวะส่วนไหนหายไปอีก?"
นี่เป็นคดีฆาตกรรมรายที่สี่ของเดือนนี้แล้วที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่กลับหาจุดเชื่อมโยงไม่ได้
วันที่ 3 ตุลาคม มีคนแจ้งความที่แกลเลอรี่ ผู้ตายถูกตัดใบหูทั้งสองข้าง แขวนคอตายอยู่บนเพดาน
ต่อมาวันที่ 10 ผู้ตายถูกพบในหมู่บ้านหรู ถูกถลกหนังหน้าสดๆ จนเลือดเนื้อเละเทะ แขวนคอตายอยู่ที่ประตู
วันที่ 17 ผู้ตายถูกเฉือนจมูก แล้วแขวนคอ
วันนี้ วันที่ 24 ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์พอดี
จุดที่เหมือนกันของคดีคือเหยื่อเป็นผู้หญิง ถูกตัดอวัยวะบางส่วน แล้วจับแขวนคอ
ฆาตกรโหดเหี้ยมมาก นิติเวชบอกว่าพวกเธอถูกเฉือนอวัยวะออกไปทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่
สิ่งที่ทำให้ภูมิหงุดหงิดที่สุดคือ ฆาตกรมีความรู้เรื่องการหลบเลี่ยงการตรวจสอบเป็นอย่างดี พวกเขาสืบมาตั้งนานยังหาตัวคนร้ายไม่เจอ แต่เหยื่อกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
วิชัยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก รายงานว่า "ดวงตาครับ ศพถูกแขวนอยู่บนต้นไม้"
ภูมิขมวดคิ้ว เดินเข้าไปช้าๆ เบ้าตาของผู้ตายกลวงโบ๋ เลือดสีแดงสดหยดลงมาทีละหยด
แต่รอบๆ กลับไม่มีนิติเวชอยู่เลย
เขาเป็นคนหงุดหงิดง่ายเวลาตื่นนอน บวกกับคว้าน้ำเหลวมาตลอด แถมยังมีความกดดันจากเบื้องบน ทำให้เขาอารมณ์เสียและฉุนเฉียวเป็นพิเศษ "นิติเวชล่ะ? ทำไมป่านนี้ยังไม่มา!"
วิชัยส่ายหน้า ไม่รู้เหมือนกัน
จังหวะนั้นเอง ภูมิก็ได้รับสายจากผู้กำกับกุล นี่มันเจ้านายสายตรง เขาจำต้องข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ "ครับผู้กำกับ มีคำสั่งอะไรครับ?"
เขาขยี้ผมที่ยุ่งเหยิง ใบหน้าคมเข้มพิงไปกับต้นไม้ที่แขวนศพ ยืนฟังอย่างเงียบๆ
"นิติเวชคนใหม่กำลังจะไปถึง เขาขี้ตกใจ แกช่วยเก็บนิสัยอารมณ์ร้อนของแกหน่อย ทางส่วนกลางส่งมา เคยไขคดีหั่นศพ 319 มาแล้ว ดูแลเขาให้ดีๆ เข้าใจไหม?"
ภูมิขมวดคิ้ว พูดทีเล่นทีจริง "ผู้กำกับครับ ก็รู้ว่าคดีตอนนี้เครียดแค่ไหน ส่งเด็กใหม่มาให้ผม ใครจะไปมีเวลาสอนครับ?"
"แถมเป็นตำแหน่งสำคัญอย่างนิติเวชด้วย ถ้าเขาเห็นศพแล้วร้องไห้จ้า ใครจะโอ๋?"
ภูมิเกือบจะหลุดปากไปว่า ถ้าไม่ช่วยสืบคดีก็ช่างเถอะ แต่อย่าหาเรื่องมาเพิ่มได้ไหม?
"ทางส่วนกลางเขาอยากมอบความดีความชอบให้เด็กมัน การจะพาเขาทำงานมันเป็นเรื่องของทางนั้น อย่าให้เขามาสร้างปัญหาให้ฉันก็พอ"
ผู้กำกับกุลเสียงเครียด "เธอเป็นถึงระดับประเทศ..."
ภูมิได้ยินคนเรียกพอดี เลยเหลือบตาขึ้น บอกผู้กำกับกุลว่า "ผู้กำกับครับ มีเบาะแสใหม่แล้ว เดี๋ยวผมไปดูก่อนนะ"
เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและฝ่ายเทคนิคสองคนเดินเข้ามา
ธนพลหน้าตาเคร่งเครียด เขาหน้าเด็กจนดูไม่เหมือนตำรวจ
เขาบอกว่า "พี่ภูมิ เมื่อคืนฝนตก รอยเท้าเละเทะไปหมด จะแยกแยะรอยเท้าคนร้ายกับผู้ตายคงต้องใช้เวลาหน่อยครับ"
ชาคริตที่เป็นสายเทคนิคดูทื่อๆ หน่อย ตัดผมทรงสกินเฮด ในอ้อมแขนกอดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไว้ พูดตะกุกตะกักว่า "ในป่าของสวนสาธารณะนี้ไม่มีกล้องวงจรปิดครับ ช่วงนี้คนเข้าออกเยอะมาก จะตรวจสอบคงต้องใช้เวลาเหมือนกัน"
ธนพลถอนหายใจ "นี่ศพที่สี่แล้วนะพี่ ถ้าข่าวกระจายออกไป คนคงแตกตื่นกันทั้งประเทศ ฆาตกรมันโรคจิตหรือเปล่าเนี่ย?"
ภูมิดุนกระพุ้งแก้มด้วยปลายลิ้น หันไปมองผู้ตาย นิติเวชยังไม่มา พวกเขาเลยไม่กล้าเอาร่างลงมาสุ่มสี่สุ่มห้า กลัวจะทำลายหลักฐาน
แววตาของเขาฉายแววอำมหิตวูบหนึ่ง "ต่อให้ฆาตกรจะเป็นผีร้าย ฉันก็จะลากคอมันขึ้นมาจากขุมนรกขุมที่สิบแปดให้ได้!"
สวนสาธารณะรมณีย์เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ตอนนี้ด้านนอกแถบกั้นเขตมีไทยมุงยืนดูอยู่เพียบ คนแจ้งความคือพนักงานกวาดถนนวัยชรา ซึ่งตอนนี้กำลังให้ปากคำกับตำรวจอยู่
ภูมิกวาดตามองสภาพแวดล้อม นอกจากในป่าเล็กๆ นี้ที่ไม่มีกล้อง ส่วนอื่นของสวนสาธารณะรมณีย์แทบจะมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ทุกจุด
ผู้ตายสามรายแรกถูกฆ่าในที่ลับตาคน แต่ครั้งนี้กลับเลือกสถานที่ที่ค่อนข้างเปิดเผย
นี่เป็นการท้าทายตำรวจหรือเปล่า?
ตอนนั้นเอง วิชัยก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "พี่ภูมิ นิติเวช... หมอนิติเวชมาแล้วครับ แต่ว่า..."
ยังไม่ทันที่วิชัยจะพูดคำว่า 'แต่' จบ ชมพู่ก็ปรากฏตัวขึ้นในสายตาของทุกคน
ส่วนสูงร้อยหกสิบ ผมสั้นประบ่า ใบหน้ายังมีแก้มยุ้ยแบบเด็กๆ ดูอายุน้อยมาก แต่รูปร่างกลับซ่อนรูปอย่างน่าประหลาด แฝงไว้ด้วยความความเป็นผู้ใหญ่ที่ดูขัดแย้ง ดวงตากลมโตดำขลับคู่นั้นฉายแววคุณหนูผู้แสนจะบอบบางและเอาแต่ใจ
ภูมิขมวดคิ้ว สั่งทันที "ไล่เธอกลับไป เรียกนิติเวชมืออาชีพมา"
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 รูเข็ม
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#79 บทที่ 79 การปะทะ
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#78 บทที่ 78 เผชิญหน้า
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#77 บทที่ 77 การปลอมตัว
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#76 บทที่ 76 ความดีและความชั่ว
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#75 บทที่ 75 แหล่งไฟ
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#74 บทที่ 74 การสอบสวน
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#73 บทที่ 73 เซอร์ไพรส์
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#72 บทที่ 72 เหลวไหล
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#71 บทที่ 71 กอบกู้
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026
คุณอาจชอบ 😍
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!













