บทนำ
สำหรับไคเซอร์ เวลาที่เขาเริ่มสนใจใครมันก็มักจบลงด้วยข้อเสนอ เป็นข้อตกลงที่ต่างฝ่ายต่างยินยอม ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ ดีกว่าความสัมพันธ์ที่ผูกมัดด้วยความรู้สึกและคำสัญญาที่เขาไม่เคยเชื่อว่ามีอยู่จริง
เขาไม่เคยคิดถึงวันหนึ่ง ไม่เคยคิดถึงปลายทาง ไม่เคยคิดว่าความสัมพันธ์จะต้องเป็นอะไรมากไปกว่านี้
แต่ลูกพีชไม่เหมือนเขา
เธอยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก กระพริบตาปริบ ๆ เหมือนสมองกำลังพยายามประมวลผลคำพูดของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำพูดที่ค่อย ๆ แกะศักดิ์ศรีของเธอออกทีละชั้น จนแทบไม่เหลืออะไรให้ยึดเกาะ
"ฉัน…ต้องทำอะไรบ้างคะ" คำถามหลุดออกมาทั้งที่หัวใจยังต่อต้าน
เพราะท้ายที่สุดศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้มันไม่สามารถช่วยเธอจ่ายค่าผ่าตัดให้แม่ จ่ายค่าเทอมให้น้อง หรือแม้แต่ซื้อข้าวแกงหนึ่งจานในวันพรุ่งนี้
มีแค่เงิน มีแต่อำนาจ พวกนี้ต่างหากที่จะพาเธอออกจากวงจรอุบาทว์นี้ได้
บท 1
"ดราม่าไม่จบ! นางเอกตกอับเคยถูกไล่ออกจากต้นสังกัด ถูกแฉควงไฮโซ 'ม.' ทั้งที่ฝ่ายชายมีแฟนอยู่แล้ว" พาดหัวข่าวเดียวกันปรากฏขึ้นพร้อมกันแทบทุกเพจบันเทิงราวกับถูกนัดหมาย รายการข่าวหลายสำนักก็พร้อมใจกันหยิบเรื่องนี้มาเล่นซ้ำเพื่อโหมกระแส จนแฮชแท็ก #ดาราผลไม้ตกอับ ไต่ขึ้นเทรนด์ของแอปพลิเคชันชื่อดังภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
"นี่มันเงาของพีชชัด ๆ ทำแบบนี้ได้ยังไง" เสียงคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่าขึ้นด้วยความไม่พอใจ ขณะชะโงกหน้าเข้ามามองหน้าจอโทรศัพท์ของคนที่กำลังเลื่อนดูข่าวอย่างเหม่อลอย
ลูกพีชหรือพีชดาราสาวผู้ตกเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ กดปิดหน้าจอล็อกมันไว้ ก่อนจะหันมายิ้มให้น้องสาว เป็นรอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเศร้าที่ซ่อนยังไงก็ไม่มิด เธอพยายามทำเหมือนว่าเนื้อข่าวเหล่านั้นเป็นเพียงเสียงรบกวนผ่านหู ทั้งที่ทุกถ้อยคำกำลังกรีดลงบนศักดิ์ศรีและชีวิตของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ไม่เป็นไรโม" เธอพูดเบา ๆ
คนที่นั่งเคียงข้างและกุมมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อยคือแตงโม น้องสาวเพียงคนเดียวที่อายุน้อยกว่าเธอถึงหกปี
แตงโมมองเห็นความเจ็บปวดของพี่สาวได้ชัดเจน แต่กลับทำอะไรไม่ได้นอกจากบีบมือแน่นขึ้น เป็นกำลังใจเพียงอย่างเดียวที่เธอให้ได้ในตอนนี้
"มันไม่ใช่ความผิดพีชเลยสักนิด ไอ้ไฮโซนั่นต่างหากที่หลอกพีช" น้องสาวพูดเสียงสั่น ความจริงที่มีเพียงพวกเธอเท่านั้นที่รู้ดี
"ช่างมันเถอะ เดี๋ยวมันก็คงผ่านไป" ลูกพีชยิ้มขึ้นอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มแบบเดิมที่พยายามจะเข้มแข็ง ทั้งที่ข้างในกำลังพังลงทีละน้อย การตกเป็นขี้ปากสังคมไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเธอ คนที่อยู่ในที่สว่างเกินไปก็หลีกเลี่ยงเงาของการถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ว่าเรื่องนั้นจะจริงหรือไม่ก็ตาม
"พีชอย่าเครียดเลยนะ ทั้งเรื่องข่าว เรื่องแม่ ทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้น" น้องสาวพูดปลอบทั้งที่น้ำเสียงของตัวเองก็สั่นไม่แพ้กัน
เพราะสิ่งที่หนักกว่าข่าวฉาวในตอนนี้ คือการที่แม่ของพวกเธอถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยอาการวูบหมดสติ และตอนนี้พี่น้องทั้งสองก็กำลังนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน รอให้ประตูบานนั้นเปิดออก พร้อมคำตอบที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย
"ญาติคุณทิวารินทร์ครับ" เสียงเรียกจากบุคลากรทางการแพทย์ทำให้แตงโมกับลูกพีชดีดตัวลุกขึ้นแทบพร้อมกัน รีบเดินเข้าไปหาชายหนุ่มในชุดกราวน์ที่เพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้องฉุกเฉิน
"ดิฉันค่ะ" ลูกพีชเป็นฝ่ายตอบทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงตัวเอง ยืนฟังคำตอบนั้นด้วยลมหายใจที่ยังไม่เป็นจังหวะหลังจากรอมานานนับชั่วโมง
"เบื้องต้นผู้ป่วยมีอาการหอบ หายใจไม่อิ่ม และระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ แต่ตอนนี้ทางเราให้การช่วยหายใจแล้ว สัญญาณชีพเริ่มกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติครับ" คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวทั้งสองเผลอถอนหายใจออกมาพร้อมกัน รอยยิ้มโล่งอกปรากฏขึ้นราวกับได้กลับมาหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง
"แล้วแม่ฉันเป็นอะไรคะ ก่อนหน้านี้ท่านแข็งแรงมาก ไม่ค่อยป่วย พักผ่อนก็พอ ทำไมถึงหมดสติไปได้ล่ะคะ" ลูกพีชถามต่อทันที เสียงยังคงสั่นอยู่เล็กน้อย
ทิวารินทร์หรือทับทิมในวัยห้าสิบปี แม้จะเคยทำงานหนักแต่พักหลังก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายมาตลอด หลังจากส่งลูกสาวคนโตจนเรียนจบก็แทบไม่มีเรื่องให้ต้องกังวล นอกจากงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ดูแลลูกสองคน ทำอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่มีอะไรบ่งบอกล่วงหน้าว่าร่างกายจะทรุดลงอย่างกะทันหันแบบนี้
"ตอนนี้เรายังบอกสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ครับ สิ่งที่พบคือปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ชั่วคราว ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนและเกิดอาการหมดสติ เราต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อดูว่ามีสาเหตุอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ก้อนในปอด หรือภาวะแทรกซ้อนบางอย่าง"
"กะ ก้อนในปอดเหรอคะ" คำคำนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางอกลูกพีช เสียงในหัวเธออื้ออึงไปหมด เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองได้ยินมันชัดแค่ไหน หรือกำลังตีความมันเกินจริงไปเอง
"ตอนนี้ยังเป็นแค่ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นนะครับ ยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ต้องรอผลเอกซเรย์ ซีทีสแกน และอาจต้องเจาะชิ้นเนื้อก่อนถึงจะสรุปได้ชัดเจน" สิ้นคำอธิบาย หมอหนุ่มก็จะเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเดิม
สองพี่น้องยืนมองหน้าน้ำตาคลอเต็มขอบตาโดยไม่รู้ตัว เหมือนความโชคร้ายกำลังเล่นตลกกับชีวิต พามันตกลงไปในจุดที่ต่ำที่สุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่เคยให้โอกาสได้ตั้งหลักเลยสักครั้ง
"พีชแม่จะเป็นอะไรไหม ฮึก" แตงโมถามเสียงสั่น น้ำตาไหลไม่หยุดกับข่าวร้ายที่ยังไม่มีคำยืนยันใด ๆ
"ไม่เป็นไร แม่ต้องไม่เป็นอะไร พีชจะไม่ยอมให้แม่เป็นอะไรเด็ดขาด" ลูกพีชพูดทั้งที่หัวใจตัวเองกำลังสั่นไหวไม่ต่างกัน เธอดึงน้องเข้ามากอดแน่น ทำหน้าที่เป็นที่พึ่งพิงให้แตงโม ทั้งที่ข้างในตัวเองไม่ได้แข็งแรงอย่างที่พยายามแสดงออกมาเลยสักนิด
มันไม่ง่ายเลย…กับการต้องยืนอยู่ในจุดของคนที่ห้ามล้ม ห้ามร้องไห้ และห้ามอ่อนแอ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังต้องยืนให้ได้ ต้องเป็นเสาหลักที่มั่นคงให้ครอบครัวพึ่งพา แม้จะต้องฝืนยิ้มทั้งที่หัวใจแตกสลายก็ตาม
เธอเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจลึก ๆ พยายามกลืนความหวั่นไหวทั้งหมดลงไปในอก เหตุการณ์มันคงไม่เลวร้ายไปกว่านี้แล้วใช่ไหม
หรือชีวิตของคนคนหนึ่ง จะสามารถตกต่ำลงได้ทุกด้านพร้อมกันจริง ๆ
"แม่...แม่เป็นยังไงบ้าง" ทับทิมที่เพิ่งถูกย้ายเข้าห้องพักฟื้นค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของลูกสาวทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างเตียงคนละฝั่ง รอยยิ้มโล่งใจปรากฏบนใบหน้าของพวกเธอทันที และคนเป็นแม่เองก็ฝืนยิ้มตอบกลับมา แม้สีหน้าจะยังซีดเซียวอยู่ก็ตาม
"ไม่เป็นไรแล้ว สงสัยช่วงนี้คงจะนอนน้อยไปหน่อย ขอโทษนะโมพีช" น้ำเสียงอ่อนแรงเอ่ยออกมาอย่างคนที่ยังไม่รู้เลยว่าร่างกายตัวเองกำลังเผชิญอะไร
"ขอโทษทำไม แม่ไม่ได้ผิดอะไรเลย" ลูกพีชส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยเส้นผมของคนบนเตียงอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าแรงเพียงนิดเดียวจะทำให้แม่เจ็บ
"แล้วร้องไห้ทำไมยัยโม แม่แค่เป็นลม ยังไม่ตายสักหน่อย" ทับทิมพยายามพูดติดตลกทั้งที่ลมหายใจยังไม่สม่ำเสมอ
"กลับบ้านกันเถอะลูก ไปคุยกับหมอแล้วพาแม่กลับนะ อยู่โรงพยาบาลเอกชนแบบนี้เปลืองเงินเปล่า ๆ ไปโรงพยาบาลรัฐก็พอแล้ว"
"..." สองพี่น้องสบตากันโดยไม่พูดอะไรสักคำ ผลตรวจเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนยังดังก้องอยู่ในหัวของลูกพีช ก้อนเนื้อในปอดคำที่เธอยังไม่กล้าแม้แต่จะพูดออกไป
"ไปสิพีช เอ้า...เด็กคนนี้ร้องไห้อีกคนแล้ว" ทับทิมขมวดคิ้วเล็กน้อย มองแตงโมที่น้ำตาไหลไม่หยุด แล้วก็ชะงักไป เมื่อหันมาเห็นว่าคนที่พยายามเข้มแข็งที่สุดอย่างลูกพีชกลับกำลังน้ำตาคลอไม่ต่างกัน
"ฮึก...ตอนนี้แม่ยังต้องนอนโรงพยาบาลก่อน แม่ยังไม่หายดี" ลูกพีชอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มช้า พยายามให้มันฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งที่ข้างในใจเจ็บแปลบเหมือนมีใครค่อย ๆ บีบมันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
"หมายความว่ายังไงพีช แม่แค่นอนน้อยไม่ใช่เหรอ?" น้ำเสียงของทับทิมสั่นเล็กน้อย ดวงตาไล่มองลูกสาวเหมือนกำลังพยายามหาคำตอบที่ตัวเองอยากเชื่อ
ลูกพีชเม้มริมฝีปากแน่น สูดลมหายใจลึกก่อนจะยอมพูดออกมาในที่สุด
"ผลตรวจออกมาว่าแม่...แม่เป็นมะเร็งปอด" สุดท้ายเธอก็จำเป็นต้องบอกความจริง
"..." คำสั้น ๆ เพียงประโยคเดียวกลับทำให้ทั้งห้องเงียบงัน ราวกับอากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่น้ำตาจะค่อย ๆ ไหลออกมาจากดวงตาของคนเป็นแม่โดยไม่มีเสียงสะอื้น
ความเจ็บปวดไม่ได้อยู่แค่ในโรคที่เพิ่งรู้ตัวว่าเป็น แต่อยู่ในความรู้สึกผิดที่ต้องทำให้ลูกต้องมารับภาระเพราะความป่วยของตน
"แต่แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ" ลูกพีชรีบพูดต่อทันที ราวกับกลัวว่าความเงียบจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปกว่านี้
"คุณหมอบอกว่าเรายังโชคดี เจอในระยะที่ยังรักษาได้ ก้อนยังอยู่แค่ในปอด ยังไม่กระจายไปที่อื่น การผ่าตัดสามารถเอาออกได้หมด รวมถึงเนื้อเยื่อเสี่ยงด้วย แล้วแม่ก็แข็งแรง โอกาสฟื้นตัวสูงมาก หลังพักฟื้นกับทำกายภาพ แม่จะกลับมาใช้ชีวิตได้เกือบเหมือนเดิม หายใจได้ดี ทำอะไรได้ตามปกติค่ะ" เธอพูดทุกอย่างออกมาเหมือนกำลังยึดมันเป็นเชือกเส้นสุดท้ายที่พยุงใจตัวเองเอาไว้
แต่คนเป็นแม่กลับร้องไห้หนักกว่าเดิม
ไม่ใช่เพราะกลัวตาย หากแต่เพราะกลัวเป็นภาระที่กำลังจะตกลงบนบ่าของลูก ความทรงจำเรื่องแม่ของตัวเองที่จากไปด้วยโรคเดียวกันเพราะไม่มีเงินรักษาผุดขึ้นมาอย่างโหดร้ายเกินจะเมินเฉย
"แม่ไม่ต้องกังวลนะ" ลูกพีชขยับเข้าไปใกล้ บีบแขนคนเป็นแม่แน่นเหมือนยืนยันให้รู้ว่าเธออยู่ตรงนี้
"พีชหาได้ ลูกแม่เป็นถึงดารานะ รับงานไม่กี่เรื่องก็จ่ายค่าผ่าตัดได้แล้ว พีชไม่ให้มันซ้ำรอยเดิมแน่นอน" ลูกพีชบีบมือคนเป็นแม่เอาไว้แน่น ครั้งนี้จะเป็นตายร้ายดีเธอก็จะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ครอบครัวกลับมาซ้ำรอยเดิม
"ขอโทษนะพีช" เสียงคนเป็นแม่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
"ไม่ต้องคิดอะไรแล้วค่ะ" ลูกพีชส่ายหน้า ยิ้มทั้งที่น้ำตาคลอ
"แค่นอนพัก รักษาตัวให้หาย แล้วกลับมาอยู่กับพีชกับโมก็พอ แม่ต้องอยู่กับพวกเราไปอีกนานนะคะ"
บทล่าสุด
#54 บทที่ 54 แมวสวาท (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#53 บทที่ 53 บูชาเมีย
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#52 บทที่ 52 ครอบครัว
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#51 บทที่ 51 โดนตก
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#50 บทที่ 50 พ่อเลี้ยงไคเซอร์
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#49 บทที่ 49 ใต้แสงดาว NC20++
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#48 บทที่ 48 ของเขา NC18++
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#47 บทที่ 47 ผ่อนคลาย
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#46 บทที่ 46 ใจไม่ดี
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#45 บทที่ 45 พญาราชสีห์ vs นางพญา
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รักไม่หลอก
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รักระรินใจ
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













