บทนำ
“โอ๊ยย! ยัยบ้าเอ๊ยอีกข้างยังไม่หายเลยนะโว้ย! “ทินกรตะโกนลั่นสุดเสียงด้วยอาการเจ็บหน่วงกะทันหัน และ รู้สึกโมโหในเวลาเดียวกัน เมื่อถูกหมัดเล็กของหญิงสาวกระแทกเข้ามาตรงเบ้าตาข้างขวาพอดิบพอดีเป็นครั้งที่สองแต่คนละข้าง ต่างกันตรงวันเวลาโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว
บท 1
บริษัท M.D กรุป
เอี๊ยดดดด!!!
รถสปอร์ตสุดหรูสีดำรุ่นบูกัตติลา วัวตูร์ นัวร์ ขับเข้ามาจอดบริเวณหน้า บริษัทส่งออกและนำเข้าสินค้าที่ใหญ่สุดของประเทศไทยอย่างกะทันหัน จนเสียงล้อเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่น บ่งบอกว่าคนขับจงใจเหยียบเบรกทันทีเมื่อถึงจุดหมาย ทำให้ผู้คนละแวกนั้นต่างพากันหันมามองด้วยความสนใจและแปลกใจในเวลาเดียวกัน
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของสาว ๆ แถวนั้นมากที่สุด คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายหนุ่มที่พึ่งก้าวขาลงจากรถสปอร์ตสุดหรูอย่างมาดแมน รูปร่างสูงโปร่งสวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำทับนอกเสื้อยืดสีขาว ไปจนถึงท่อนล่างที่สวมใส่กางเกงยีนราคาแพง ผมเผ้าถูกเซตขึ้นเป็นอย่างดี โครงหน้าอันหล่อเหลามีแว่นดำหรูปกปิดดวงตาคมกริบ ช่างดูดีราวกับเทพบุรุษหลุดออกมาจากโลกนวนิยาย
สาว ๆ บริเวณนั้นต่างพากันกรี๊ดกร๊าดซุบซิบกันสนุกปากด้วยความตกตะลึงกับความหล่อสมาร์ท สายตาคู่สวยหลายคู่จ้องมองชายหนุ่มหวานเยิ้มราวกับตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝันดีอย่างไงอย่างงั้น “ผู้ชายคนนั้นหล่อมากอะแก “
“ใช่โคตรหล่อ โคตรเท่เลยล่ะ นี่ขนาดยกหมัดกำลังจะต่อยยามนะ ยังหล่อดูดีไม่มีที่ติ เพอร์เฟคสุด ๆ “
“นั่นสิแก แบบนี้แหละแบดบอยสุด ๆ กรี๊ดดดปลื้มมม “
“…”
……
“กูมีสิทธิ์จะจอดตรงไหนก็ได้ มึงไม่ต้องมาสั่งกู! “มาเฟียหนุ่มตวาดเสียงแข็งกร้าว เลือดในกายพลุ่งพล่านเต็มไปด้วยไฟโทสะ มือหนากระชากคอเสื้อยาม ส่วนมืออีกข้างกำหมัดง้างขึ้นเตรียมพร้อมต่อย เนื่องจากถูกยามเข้ามาสั่งและขัดขวางไม่ให้เข้าไปในบริษัท หากไม่ย้ายรถออกตรงที่ห้ามจอด
“แต่คุณจะจอดตรงนี้ไม่ได้นะครับ มันไม่ใช่ที่จอด “ยามพยายามพูดจาดีด้วยท่าทางที่หวั่นเกรง ไม่ก้าวร้าวเหมือนชายหนุ่มตรงหน้า
“แต่กูจะจอดตรงนี้! “ทินกรกัดฟันแน่นเค้นเสียงพูดจนเห็นเป็นสันกรามเด่นชัด พร้อมกับออกแรงง้างหมัดไปด้านหลังหวังตะบันหน้าไอ้ยามเรื่องมาก ทว่าในวินาทีที่หมัดแกร่งกำลังจะถึงใบหน้าของชายวัยรุ่นตรงหน้าเป็นต้องหยุดชะงัก…
“อย่าครับคุณทินกรยามคนนี้พึ่งเข้ามาใหม่ ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใครหรอกครับ “เสียงทุ้มของเลขาผู้เป็นพ่อดังขึ้นห้ามปราบเสียก่อน ชายอายุห้าสิบต้น ๆ รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาลูกประธานบริษัท
“..” ทินกรขบกรามดังกรอด ๆ พลางเหลือบมองเลขาผู้เป็นพ่อแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาจ้องยามตรงหน้าที่ยกมือไหว้ขอความกรุณาด้วยสีหน้าหวาดกลัว มือหนาจึงปล่อยออกจากคอเสื้อ และ เดินท่าทางขึงขังเข้าบริษัททันที โดยไม่สนใจสายตาของใครหลายคู่ที่มองมา
“นั่นคุณทินกรลูกเจ้าของบริษัทจำไว้ให้ดีล่ะ กลับไปทำงานได้แล้ว “สมหมายถอนหายใจออกมาอย่าง โล่งอก แล้วจึงเอ่ยปากบอกยามคนใหม่ หากตนไม่ลงมาสั่งงานคงเข้ามาห้ามลูกชายประธานไว้ไม่ทัน
“ครับ ๆ “ยามคนใหม่พยักหน้ารับอย่างตื่นตระหนกตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปทำงานด้วยสีหน้าหวั่นวิตก
“…”
แกร๊ก ~
“จะเข้ามาทำไมแกไม่เคาะประตูก่อน “ชายสูงวัยเอ่ยขึ้น เมื่อลูกชายพรวดพราดเข้ามาอย่างไร้มารยาท
“พ่อเรียกผมมามีอะไร? “ทินกรย้อนถามโดยไม่สนใจคำตำหนิของผู้เป็นพ่อ พลางดันลิ้นเข้าหากระพุ้งแก้มอย่างไม่สบอารมณ์ ปกติเขาไม่ได้ใจร้อน หรือ ขี้โมโหสักเท่าไหร่ แต่ทว่าวันนี้กลับรู้สึกหงุดหงิดที่พ่อเรียกตัวเข้าพบด่วน
“ในนี้ไม่มีแดดไม่ต้องใส่แว่นดำ ถอดออกซะ “วิวัฒออกคำสั่งแทนคำตอบ ทำเอาทินกรถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเบื่อหน่าย แต่ก็ยอมถอดแว่นดำราคาแพงออกมาคล้องไว้ตรงคอเสื้อยืด
“พ่อมีธุระอะไรก็รีบพูดมา ผมมีงานค้างที่ต้องทำ”
“นั่งก่อนสิ”
ทินกรกลอกตาไปมาพร้อมกับพ่นลมหายใจหนัก ๆ ด้วยความรำคาญ ก่อนจะเดินเข้าไปลากเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของผู้เป็นพ่อออกเล็กน้อย แล้วทรุดตัวนั่งพิงหลังกับผนังเก้าอี้ มือหนาสองข้างประสานกันเกยไว้หน้าขาแกร่งอย่างไม่ใส่ใจนัก
“อีกสามเดือนแกต้องเข้ามาทำงานที่บริษัทตามข้อตกลงของฉัน”
“ผมยังไม่พร้อม งานที่สนามแข่งยังมีล้นมือ “เจ้าของใบหน้าหล่อปฏิเสธเสียงทุ้มเข้ม แววตาสีดำยังเปล่งกายดุดันอย่างเปิดเผย
“อายุจะขึ้นเลขสี่แล้ว แกยังบอกไม่พร้อมอีกเหรอ อายุเท่าแกน่ะ..สมควรมีเมียมีลูกเป็นตัวเป็นตนเหมือนพวกเพื่อนของแกได้แล้ว แต่นี่อะไรฉันยังเห็นแกมั่วกับผู้หญิงไปวัน ๆ ไม่จริงจังกับใครสักที”
“แค่นี้ใช่ไหมที่พ่อจะพูดกับผม ผมจะได้กลับ “ทินกรถามผู้เป็นพ่อทันทีที่จบประโยคน่ารำคาญ ใบหน้าคมคายเรียบเฉยยากจะคาดเดา
“ยังไงแกก็ต้องเข้ามาเรียนรู้งานที่บริษัท เตรียมตัวรับตำแหน่งประธานต่อจากฉัน ในเมื่อฉันยอมให้แกทำในสิ่งที่แกอยากทำแล้ว ถึงเวลาที่แกจะต้องยอมทำตามข้อตกลงของฉันที่แกรับปากไว้ “วิวัฒเอ่ยทวงสัญญาจากลูกชายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แต่ประโยคที่กล่าวมาเอ็นเอียงไปทางบังคับเสียมากกว่า
ทินกรดันตัวลุกขึ้นเต็มความสูงโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาหลังจบประโยคของวิวัฒ ก่อนจะหมุนตัวหันหลัง แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเสียงทุ้มอ่อนจากคนเป็นพ่อดังขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งโทนเสียงต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง “อีกสองวันแม่แกจะกลับมาจากเชียงใหม่ ช่วยกลับบ้านไปหาแม่แกด้วยแล้วกัน ฉันขี้เกียจฟังเมียฉันบ่นคิดถึงแก”
“..” มาเฟียหนุ่มชำเลืยงหางตามองผู้เป็นพ่อเท่านั้น ก่อนจะก้าวเดินฉับ ๆ ไปข้างหน้า มือหนาเปิดประตูออกไปทันที โดยมีสายตาของวิวัฒมองตามหลังไปจนลับตา พร้อมกับส่ายหน้าไปมาเหนื่อยใจกับลูกชายหัวดื้อเพียงคนเดียว
“..”
…..
มหาวิทยาลัยฮอลแลนด์
“วันนี้มาถึงก่อนพวกกูสองคนเลยนะอียิ้ม “บาสตี้ชายไม่แท้เอ่ยทักเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงประชดแกมหยอกล้อ ขณะเดินเข้ามาหย่อนตัวนั่งบนโต๊ะหินอ่อน ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าตึกบริหารพร้อมกับสาวิกา ซึ่งพิรดานั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่ก่อนนานหลายนาที
พิรดาปั้นหน้าบึ้งตึงเหลือบตามองบนอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะใส่อารมณ์เบื่อหน่ายในน้ำเสียง “แน่นอนยะ!...แต่เมื่อไหร่แกจะเรียกฉันว่าสมายด์แทนยิ้มสักที มันดูเชยมาก ชื่อฉันออกจะทันสมัย”
“ฉันว่าแกควรจะชินได้แล้วนะสมายด์ ที่อีบาสตี้มันเรียกว่ายิ้มน่ะ “สาวิกาเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยใจ เพราะเธอเองก็ชินไปแล้วกับสรรพนามที่เพื่อนเก้งเรียกเพื่อนสาว แต่พิรดานี่สิไม่ชินสักทีเจอกันทีไรเป็นต้องถกเถียงกันเรื่องชื่อกันตลอดตั้งแต่ปี 1
“ถูกอีแพท “บาสตี้ตอบอย่างเห็นด้วย พลางเลิกหน้าอารมณ์ดีขึ้นให้สมายด์ที่นั่งฝั่งตรงข้าม พิรดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับจิ๊ปากใส่เพื่อนเก้งอย่างไม่สบอารมณ์
“เอ่อ..สมายด์เย็นนี้ไปดูแข่งรถด้วยกันนะ “สาวิกาเอ่ยชวนด้วยสีหน้าที่ตั้งใจ จ้องมองใบหน้าเพื่อนสาวเชิงขอร้อง
“คงไปด้วยไม่ได้อ่ะแก พรุ่งนี้ฉันต้องเข้าไปส่งเอกสารรายงานตัวที่บริษัท M.D น่ะสิ กลัวว่าจะตื่นสาย”
“ไม่ต้องกลัวเรื่องตื่นสายหรอกสมายด์ ไปแค่แป๊บเดียวเอง ฉันอยากไปจริง ๆ นะ พี่โรมไม่ให้ฉันไปด้วยถ้าไม่มีเพื่อนไป “สาวิกาทำหน้าเศร้าหมอง พร้อมกับกะพริบตาปริบ ๆ ขอความเห็นใจจากเพื่อนสาว
“แกก็ให้อีบาสไปด้วยสิ”
“โนค่ะ กูมีนัดผู้ “บาสตี้ยกนิ้วชี้ขึ้นมาส่ายไปมาปฏิเสธอย่างมีจริตจะกร้าน
“นะ ๆ สมายด์ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยไม่เกิน 3 ทุ่มกลับแน่นอน ฉันสัญญา “สาวิกาเร้า ๆ ให้เพื่อนสาวยอมใจอ่อน พลางยกนิ้วก้อยชูขึ้นทำสัญญาลักษณ์ พร้อมกับแสดงสีหน้าออดอ้อนสุดฤทธิ์ ทำเอาเพื่อนสาวอย่าง พิรดาถึงกับหนักใจ
“มึงก็ยอมไปกับมันเถอะอียิ้ม เห็นหน้ามันตอนนี้กูอยากจะถีบหน้ามันซะจริง ๆ รำคาญลูกตา! “บาสตี้ช่วยพูดอีกแรงด้วยความรำคาญกับท่าทางเว้าวอนน่าหมั่นไส้ของสาวิกา พร้อมกับยกเท้าขึ้นมาประกอบอย่างเอาจริงเอาจัง
“อีเก้งป่าเถื่อน! “สาวิกาหันไปแหวใส่บาสตี้ แต่เพื่อนเก้งของเธอกับไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ สาวิกาเลยแยกเขี้ยวใส่ด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะหันกลับมาพูดวิงวอนขอร้องกับพิรดาอีกครั้ง “นะ..แกไปกับฉันหน่อยนะ..นะ”
“…โอเค..โอเคไปด้วยก็ได้ แต่ว่าไม่เกิน 3 ทุ่มจริง ๆ นะ เพราะถ้าเกิน แล้วพรุ่งนี้ฉันตื่นสายไปส่งเอกสารรายงานตัวไม่ทันโดนพ่อด่ายับแน่ “พิรดาทำสีหน้าจริงจังในคำพูดของตัวเอง
“แน่ใจค่ะ ไม่เกินแน่นอน “สาวิกายืนยันเสียงหนักแน่นพลางยกกำปั้นย้ำ ๆ ทำท่าประกอบเพื่อเพิ่มความชัดเจน
“อือ..โอเค”
“ขอบคุณจ้ะเพื่อนรัก “สาวิกายื่นมือไปบีบแก้มป่องราวกับลูกซาลาเปาของเพื่อนสาวอย่างรู้สึกมันเขี้ยว
“พอแล้วยัยแพท “พิรดาดึงมือเพื่อนสาวออกพร้อมกับย่นหน้าอย่างน่ารักน่าเอ็นดู
“ก็แก้มแกน่าหยิกอ่ะ”
“ว่าแต่ทำไมพ่อมึงถึงบังคับให้มึงไปฝึกงานที่บริษัท M.D ล่ะ ทั้งที่พ่อมึงก็มีบริษัทนิ “บาสตี้ถามพลางหยิบขนมในซองที่ถือเข้าปาก
“ไม่รู้เหมือนกัน พ่อบอกแค่ว่าไปรายงานตัวเมื่อไหร่ก็จะรู้เอง อีกอย่างฉันก็กลัวถูกยืดรถกับคอนโดเลยยอมตกลง”
“ง่ายจริงนะมึง”
พิรดาเพียงแค่ไหวไหล่เมินเฉยต่อคำพูดประชดประชันของเพื่อนเก้ง มือเรียวเล็กพลางเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์เล่นไปเรื่อยเปื่อย ระหว่างรอเวลาเข้าปฐมนิเทศเพื่อเตรียมพร้อมออกฝึกงาน
บทล่าสุด
#84 บทที่ 84 THE END
อัปเดตล่าสุด: 1/15/2026#83 บทที่ 83 ขวัญเอ๊ยขวัญมา
อัปเดตล่าสุด: 1/15/2026#82 บทที่ 82 รักนะคะ
อัปเดตล่าสุด: 1/15/2026#81 บทที่ 81 You are my everything
อัปเดตล่าสุด: 1/15/2026#80 บทที่ 80 ขี้ฟ้อง
อัปเดตล่าสุด: 1/15/2026#79 บทที่ 79 ขอเวลาหน่อย
อัปเดตล่าสุด: 1/15/2026#78 บทที่ 78 ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก
อัปเดตล่าสุด: 1/15/2026#77 บทที่ 77 ให้พี่ไปส่งนะ
อัปเดตล่าสุด: 1/15/2026#76 บทที่ 76 ไม่อยากกลับไปเจ็บ
อัปเดตล่าสุด: 1/15/2026#75 บทที่ 75 ไอ้หมาหงอย
อัปเดตล่าสุด: 1/15/2026
คุณอาจชอบ 😍
ม่านหมอก
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
รักไม่หลอก
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป













