บทนำ
บท 1
พะพาย ธัญญารัตน์ คือชื่อฉันเอง ลูกสาวอดีตผู้บริหารนักธุรกิจอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่ตอนนี้วางมือให้ลูกชายคนโตบริหารต่อ และรอให้ฉันเข้ารับตำแหน่งรองประธานบริษัทหลังจากที่ฉันเรียนจบ และใช่…ตอนนี้ฉันเรียนจบแล้ว จบมาได้เกือบครึ่งปีแล้วด้วย
"เฮีย…" ฉันลากเสียงหวานเรียกเฮียพร้อมหรือพี่ชายของฉันเองที่อายุห่างกันเกือบห้าปี ในขณะที่มือบางถอดแว่นตากันแดดออกแล้วรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาพี่ชาย
"หมวย กลับมาไม่บอกเฮียเลย" ฉันพุ่งเข้าไปกอดเฮียที่ไม่ได้เจอกันนานมากตั้งแต่วันที่ฉันไปเรียน ก็ไม่ได้เจอกันเลย มีแค่คุยผ่านโทรศัพท์เท่านั้น
"หมวยกลับมากับป๊าหม่าม้า" วันนี้เป็นวันแรกของการกลับประเทศตัวเอง และเหตุผลที่ฉันต้องกลับก็เพราะป๊ากับหม่าม้าฉันน่ะบินไปตามฉันถึงที่ ถึงถิ่นจนฉันหนีไม่ได้ เพราะฉันใช้เวลาเที่ยวเตร็ดเตร่ต่างประเทศไม่ยอมกลับ อยู่นานไปหน่อย ก็เลยต้องถูกบินตามกลับบ้านตามระเบียบ
"หื้ม…ไม่เห็นป๊ากับหม่าม้าบอกเฮียเลย" เฮียพร้อมเลิกคิ้วหันไปหาหม่าม้าที่พึ่งเดินเข้ามายังตัวบ้าน
"แกกลับมาให้ฉันเห็นหน้าด้วยหรือไง" หม่าม้าตอบกลับเฮีย จนเจ้าตัวยิ้มแห้งๆ ออกมา ท่าทียอมรับแบบนี้แสดงว่าหม่าม้าพูดจริงสินะ
"เฮียไม่คิดถึงหมวยเลยหรือไง ไม่เคยมาหาหมวยสักครั้งเลย" ฉันกอดอกแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนหน้านี้เห็นห่วงฉันนักห่วงฉันหนา แต่ไม่เคยไปหาฉันเลยสักครั้งเดียว
"คิดถึงสิ แต่เฮียงานยุ่งมากเลย หมวยก็เห็น หม่าม้าเลยต้องไปตามหมวยมาช่วยเฮียไง"
"แล้วงานสำคัญกว่าหมวยหรือไง" ฉันไม่ยอมหรอก เห็นงานสำคัญกว่าฉันได้ยังไงกัน แบบนี้ต้องงอนนานๆ
"เอ้…งั้นคนงอนแถวนี้คงไม่อยากได้รถที่เฮียซื้อให้แล้วสิ" เฮียพร้อมพูดพร้อมกับควงกุญแจรถยนต์เล่น ทำเอาฉันรีบหันขวับกลับมา
แล้ว…
พรึ่บ…รีบคว้ากุญแจที่เฮียควงไว้ทันที
"หายงอนแล้วค่า" ฉันพูดพร้อมกับยิ้มหวานให้เฮีย โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ ค่อยงอนทีหลังก็ได้ คนอย่างพะพายเงินซื้อไม่ได้
ถ้าไม่มากพอ…
"ทีแบบนี้ล่ะเร็วขึ้นมาเชียวนะครับ" เฮียพร้อมพูดแล้วขยี้หัวฉัน
"เฮีย…หัวยุ่งหมดแล้ว" มือบางรีบปัดออก จัดผมให้เข้าที่แล้วทำหน้ายู่ใส่พี่ชาย
"เฮียไปซื้อมาตอนไหนอะ" ฉันเอ่ยถาม เมื่อกี้ยังบอกเลยว่าไม่รู้ว่าฉันจะกลับ
"หม่าม้าบอกเฮียก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงเอง เฮียเลยรีบซื้อเพราะรู้ว่ามีคนจะงอน" ช่างรู้ใจฉันจริงๆ เลย
"แล้วรถอยู่ไหนอะ" ฉันหันไปถามเฮีย ตื่นเต้นสุดๆ จะได้นั่งรถคันใหม่คันแรกในการกลับไทยของฉันแล้ว
"อยู่หน้าบ้านคันสีขาวอะ" ไม่รอช้าที่เรียวขาจะรีบวิ่งออกไปหน้าบ้านทันทีที่เฮียพูดจบ เมื่อกี้ฉันไม่เห็นได้ยังไงนะ สงสัยรีบเดินเข้ามาหน่อยเลยไม่ทันสังเกตว่ามีรถหรูสีขาวคันใหม่เอี่ยมถูกผูกโบว์สีแดงรอเจ้าของอยู่แล้ว
"ว้าว…เฟอร์รารี่รุ่นใหม่ล่าสุด" สายตาฉันเป็นประกายจดจ้องรถที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะรีบเข้าไปเชยชมใกล้ๆ ลูบไปมาด้วยความเห่อของใหม่จนพอใจ
"ไงเรา ยิ้มหน้าบานมาเชียว" ไม่วายที่ทันทีที่เข้ามาในบ้านก็ถูกผู้เป็นบิดาพูดแซว ตวัดสายตาออกจากหนังสือพิมพ์มามองฉันยิ้มๆ
"แน่อยู่แล้วป๊า รถใหม่ถูกใจพายสุดๆ ขอบคุณนะคะเฮียพร้อม" ฉันยักคิ้วกวนใส่ป๊า แล้วเดินไปนั่งใกล้เฮียพร้อม พร้อมกับหอมแก้มสำหรับของขวัญหนึ่งที ถูกใจพะพายสุดๆ เลย
ฉันจะแทนตัวเองว่าหมวยแค่กับเฮีย เพราะเฮียเป็นคนเดียวที่เรียกฉันว่าหมวย ส่วนกับป๊าหม่าม้าก็พายบ้างหนูบ้างแล้วแต่โอกาส
"โห่ ถ้ารู้ว่าซื้อแล้วโดนหอมแก้มแบบนั้นนะ ป๊าซื้อให้ดีกว่า" พ่อเอ่ย
"ป๊า…อย่าอิจฉาดิ" เฮียพร้อมบอกป๊าพร้อมกับยิ้มอย่างผู้ชนะ
"ไม่ซื้อก็หอมแก้มให้ค่า" ฉันพูดพร้อมกับเดินไปหอมแก้มป๊าทั้งสองข้าง
"ให้สองข้างไปเลย แต่ขอเป็นคอนโดหนึ่งห้องนะคะ" ก่อนที่จะพูดต่อจนป๊าหันมามองหน้าฉัน
แน่นนอนว่าคนอย่างพะพายทำอะไรหวังผลอยู่แล้ว การหอมแก้มแลกกับที่พักฟรีรถฟรี ถือว่าคุ้ม
"ทำดีหวังผลเหรอ?"
"ไม่คิดจะอยู่ติดบ้านทั้งลูกชายแล้วก็ลูกสาวเลยหรือไง" แต่ไม่ทันจะตอบเสียงหวานของผู้หญิงอีกคนในบ้านก็พูดแทรก จะเป็นใครไม่ได้นอกจากพระมารดาที่หน้าหงิกหน้างอไม่ยอมให้ฉันหนีไปมีคอนโดอยู่แยก
"หม่าม้าขา…ยังไงหนูก็กลับบ้านบ่อยๆ อยู่แล้วค่า" ฉันรีบเดินไปอ้อนหญิงวัยกลางคน นาทีนี้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับหม่าม้าเท่านั้นแหละ ฉันจะออกหรือไม่ได้ออกไปอยู่นอกบ้าน คำอนุญาตต้องมาจากคนนี้เท่านั้น ป๊าใหญ่สู้หม่าม้าไม่ได้หรอก
"แล้วแต่หนูละกัน แต่ต้องกลับมาหาหม่าม้าบ่อยๆ นะ" เป็นไปตามคาด บ้านนี้อ้อนนิดหน่อยก็ยอมแล้ว
"รับทราบค่ะ"
"พร้อมจัดการให้ป๊าด้วย" ฉันยิ้มแฉ่งเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ
"ครับป๊า"
"พรุ่งนี้เฮียฝากคีย์การ์ดไว้กับหม่าม้าก็ได้ เดี๋ยวหมวยไปเอง" ฉันบอกเฮียพร้อม เพราะพรุ่งนี้เฮียน่าจะต้องไปทำงาน ส่วนฉันขอพักที่บ้านให้หายเจ็คแลคก่อนแล้วค่อยเริ่มทำงานเริ่มย้ายที่อยู่แล้วกัน
"ได้ครับ งั้นเฮียไปก่อนนะ ป๊าม้าสวัสดีครับ" ว่าจบร่างสูงก็เดินออกจากบ้าน ในขณะที่ฉันก็ขอตัวจากพ่อแม่ขึ้นไปพักชั้นบนบ้าง ที่เป็นห้องของตัวเอง
ยังเหมือนเดิมทุกอย่างเลย…ภายในห้องของฉันยังมีข้าวของของฉันตั้งไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนที่ สะอาดตลอดเพราะหม่าม้าคอยให้แม่บ้านดูแลอยู่ตลอดเวลา
สังเกตห้องของตัวเองเสร็จก็รีบล้มตัวนอนบนเตียงกว้าง ก่อนที่จะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือแล้วเปิดเข้าไปในแอปพลิเคชั่นสีเขียวเพื่อทักทายคนที่ฉันคิดถึงไม่ต่างกัน
LINE สี่สาวสุดสวย(4)
ฉัน : ฮายค่าเพื่อนๆ พะพายกลับบ้านแล้วน่า
น้ำฟ้า : จริงเหรอพาย จะกลับไม่บอกกันเลย
ฉัน : หม่าม้าบินไปตามพายถึงนู้นเลย พายเลยต้องกลับ
เกรซ : แหม่ ก็เล่นเที่ยวไม่กลับบ้านกลับช่องเลยยัยพาย
เพียงขวัญ : จริง ว่าแต่มีของฝากพวกกูปะ
ฉัน : เรียนจบก็ต้องลั้ลลาหน่อยสิคะ ของฝากอะมีอยู่แล้วค่าา
เพียงขวัญ : ดีมากค่าคุณเพื่อน พรุ่งนี้เจอกันหน่อยไหมล่าา คิดถึงมึงว่ะอีพาย
เกรซ : เห็นด้วยค่า
ฉัน : โอเคหลังพวกมึงเลิกงานนะ น้ำฟ้าว่างหรือเปล่า
น้ำฟ้า : ว่างๆ
ฉัน : โอเค งั้นเย็นๆ เจอกันที่ห้าง kk นะคะเพื่อนๆ
ฉันนัดแนะอะไรกับเพื่อนๆ เสร็จก็ไปอาบน้ำนอน ตอนนี้เริ่มรู้สึกปวดหัวแล้วน่าจะเกิดจากอาการเจ็ทแลค ฉันเลยตั้งใจจะรีบเข้านอน
แต่พยายามข่มตานอนมากแค่ไหนสุดท้ายดวงตากลมก็ไม่ยอมหลับให้ฉัน เพราะสมองมันคอยสั่งการให้ฉันคิดเรื่องบางอย่างอยู่ตลอดเวลา เหตุการณ์ที่แทรกเข้ามาในหัวเกี่ยวกับอดีตที่เจ็บปวดจนฉันไม่สามารถนอนหลับได้ลง
ถ้าเราเจอกันอีก ฉันจะทำยังไง?
คำถามวนๆ ซ้ำๆ ในหัวยิ่งทำให้ใจฉันเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง จนไม่นานความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางในวันนี้ก็ทำให้ฉันหลับลงได้ในที่สุด
ตอนเช้า
"ตื่นซะสายเลยนะพาย" เสียงหวานพูดขึ้นจนฉันก้มดูนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้อย่างเรียกว่าเช้าเลย เรียกว่าเที่ยงแล้วจะดีกว่า เพราะกว่าฉันจะตื่นได้ก็ปาไปสิบเอ็ดโมงเสียแล้ว
"เจ็ทแลคค่ะม้า นอนไม่ค่อยหลับ"
"แล้วเป็นยังไงบ้าง ยังปวดหัวหรือเปล่า"
"ไม่ปวดแล้วค่ะ"
"ป๊าม้า…หนูไปดูคอนโดนะคะ แล้วเลยไปเจอเพื่อนที่ห้างด้วยค่ะ"
"ให้ลุงร่วมไปส่งก่อนไหม เรายังไม่ชำนาญทางหนิ"
"ไม่เป็นไรค่ะ พายสำรองเวลาไว้แล้ว ขับรถเองจะได้ศึกษาเส้นทางด้วย พายไปนะคะ" ว่าจบฉันก็รีบเดินออกจากบ้าน เปิดประตูรถป้ายแดงเข้าไปนั่งพร้อมใช้งานวันแรกด้วยความตื่นเต้น แต่ที่ตื่นเต้นมากกว่าคือฉันจะได้เจอหน้าสี่สาวสุดสวยเพื่อนสมัยมัธยมแล้ว ไม่ได้เจอกันนานมากมีเรื่องร้อยแปดพันเก้าที่ต้องเมาท์แน่นอน
แต่ก่อนไปต้องไปตรวจเช็คคอนโดก่อน ฉันรีบเปิดเส้นทางไปคอนโดที่เฮียพร้อมส่ง เห็นว่าเป็นคอนโดของเพื่อนสนิทที่เคลมไว้ว่าหรูหราถูกใจฉันแน่นอน
ซึ่งฉันจะเชื่อก็ต่อเมื่อได้เห็นกับตาเท่านั้นแหละ รีบมุ่งตรงขับรถตามเส้นทางที่สุดแสนจะงุนงง ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมงทั้งที่ในแอปบอกแค่สามสิบนาที
หลงไปตามระเบียบ
ความหัวเสียทำให้ฉันรีบกดลิฟต์ขึ้นไปด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ถ้ารู้ว่ารถจะติดและขับยากขนาดนี้ฉันให้คนขับรถมาด้วยดีกว่า หงุดหงิดชะมัดเลย…
ไม่นานลิฟต์หรูก็พาฉันมาถึงชั้นสูงสุดของคอนโด ความหงุดหงิดใจของฉันหายไปทันทีที่เห็นห้องของฉันสวยมากๆ ฉันรีบเปิดม่านเชยชมวิวทิวทัศน์ที่เห็นทั่วกรุงเทพ เฟอร์นิเจอร์ในห้องครบคัน ตกแต่งหรูหราพร้อมอยู่ชอบใจฉันมาก
แถมชั้นนี้ยังมีแค่ห้องเพียงสองห้องเท่านั้น และดูเหมือนว่าห้องข้างๆ ฉันจะใหญ่กว่าเพราะระเบียงที่ติดกันกว้างกว่าห้องฉันอีก แถมยังมีต้นไม้ตกแต่งสวยงามจนฉันอยากอยู่ห้องนั้นแทน
ฉันชะโงกพยายามมองเข้าไปอีกห้องเผื่อจะเห็นเจ้าของเพื่อทำความรู้จักสร้างมิตรภาพ ฉันมั่นใจว่ามีคนอยู่เพราะต้นไม้ดูได้รับการดูแลมาอย่างดี
จนฉันพยายามมองก็เหมือนว่าตอนนี้เจ้าของห้องจะไม่อยู่ ฉันเลยเลิกพยายามแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องตัวเอง ค่อยทักทายเอาวันหลัง…
บทล่าสุด
#73 บทที่ 73 บังคับรับ(รัก)บอส ตอนพิเศษ 3 หวงรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/22/2026#72 บทที่ 72 บังคับรับ(รัก)บอส ตอนพิเศษ 2 เจ้าเล่ห์ NC++
อัปเดตล่าสุด: 7/22/2026#71 บทที่ 71 บังคับรับ(รัก)บอส ตอนพิเศษ 1 เด็กแสบ
อัปเดตล่าสุด: 7/22/2026#70 บทที่ 70 บังคับรับ(รัก)บอส บทที่ 37 ครอบครัว
อัปเดตล่าสุด: 7/22/2026#69 บทที่ 69 บังคับรับ(รัก)บอส บทที่ 36 ตกหลุมพราง
อัปเดตล่าสุด: 7/22/2026#68 บทที่ 68 บังคับรับ(รัก)บอส บทที่ 35 โกรธ
อัปเดตล่าสุด: 7/22/2026#67 บทที่ 67 บังคับรับ(รัก)บอส บทที่ 34 หึงเมีย
อัปเดตล่าสุด: 7/22/2026#66 บทที่ 66 บังคับรับ(รัก)บอส บทที่ 33 หมาแถวนี้
อัปเดตล่าสุด: 7/22/2026#65 บทที่ 65 บังคับรับ(รัก)บอส บทที่ 32 เลิกยุ่ง
อัปเดตล่าสุด: 7/22/2026#64 บทที่ 64 บังคับรับ(รัก)บอส บทที่ 31 เปลี่ยนบรรยากาศ NC++
อัปเดตล่าสุด: 7/22/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













