บทนำ
บท 1
ก๊อก ๆ ๆ
ก๊อก ๆ ๆ
ใคร?
ใครมาเคาะห้อง?
แล้วมาเคาะทำไมในเมื่อฉันมาเที่ยวกับเพื่อนสองคนไม่ได้มีคนรู้จักที่ไหนนี่ หรือจะเป็นแม่บ้าน แต่ปกติเขาไม่โทรเข้ามาในห้องเพื่อติดต่อลูกค้าเหรอ?
แล้วปกติคนที่เขาสงสัยอะไรที่อยู่แค่ตรงหน้ามันจำเป็นต้องเอาแต่นั่งคิดนั่งสันนิษฐานแบบนี้ให้เสียเวลาด้วยเหรอพริกหวาน?
สงสัยก็แค่เดินไปที่ประตูแล้วส่องตาแมวดูสิวะ!
ฉันบอกตัวเองเสร็จก็เดินไปที่ประตู เดินไปประตูเพื่อส่องดูตาแมว พอส่องแล้วน้องพริกก็ตาตำปากเหมือนจะร้องโอ้โหขึ้นมาทันที
โอ้โห~ สปอนเซอร์ของทริปนี้มา มาแบบไม่ได้บอกกล่าวด้วยสงสัยจะมาเซอร์ไพรส์แฟนแน่นอน แต่แป้งหอมเพื่อนฉันอยู่ในห้องน้ำนี่นา ฉันควรเดินไปเรียกเพื่อนแล้วปล่อยให้พี่คูเปอร์ยืนรอหรือว่าเปิดเลยดี
ก๊อก ๆ ๆ
ระหว่างที่กำลังคิดฉันก็สะดุ้งเพราะเสียงเคาะประตูที่เกิดจากคนข้างนอก คงต้องเปิดแล้วล่ะค่ะ มาเซอร์ไพรส์แน่นอนเพราะไม่บอกให้เพื่อนฉันรู้ก่อนถ้างั้นก็เปิดประตูให้เฮียแกไปเซอร์ไพรส์เมียในห้องน้ำไปเลยจ้า~
แอด~
“เอ่อ สวัสดีค่ะพี่คูเปอร์ มาได้ยังไงคะ” ฉันเปิดประตูออกไปก็ทักทายพี่คูเปอร์แบบเกร็ง ๆ แฟนเพื่อนนี่คะไม่ใช่แฟนเราจะให้ทักทายเซย์ไฮลั้นลาก็ไม่ใช่เรื่องนี่เนอะ
“พี่ส่งข้อความหาพริกหวานประมาณร้อยข้อความได้” พี่เขายิ้มให้ตอนที่ฉันยกมือไหว้ก่อนจะเอ่ยคำทักทายที่ไม่เหมือนทักทายสักนิดเดียวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ส่งข้อความหาพริก? อ๋อโทรศัพท์พริกแบตหมดเลยชาร์ตแบตเอาไว้น่ะค่ะ ไม่ได้เปิดเสียงด้วย ขอโทษด้วยนะคะพี่เปอร์ พี่เปอร์จะเข้ามาก่อนไหมคะแป้งหอมอยู่ในห้องน้ำน่ะค่ะเดี๋ยวพริกไปตามให้” ฉันรู้สึกว่าเสียมารยาทที่ให้พี่เขาที่เป็นคนจ่ายค่าห้องพักยืนอยู่ข้างนอกก็เลยเอ่ยปากชวน มันก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรเพราะเพื่อนฉันก็อยู่ด้วย ถึงตอนนี้จะงง ๆ ว่าพี่คูเปอร์เขามาได้ยังไงแต่เอาไว้เดี๋ยวค่อยถามอีกทีก็แล้วกันค่ะ
“อ้อ ดีเลยครับ ถ้างั้นพริกหวานช่วยพี่หน่อยพี่มีเรื่องจะขอร้อง” พี่เขาตอบตกลงพร้อมกับบอกฉันด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
“คะ?”
“คือว่าพี่มาเซอร์ไพรส์แป้งหอม ก็เลยอยากขอให้เราช่วยพี่ด้วยการไปพักอีกห้องได้ไหมครับ”พี่คูเปอร์พูดออกมาด้วยท่าทางที่เกรงใจมาก แต่ฉันนี่ถึงกับยิ้มกว้างทันทีที่ได้ฟังเลยค่ะ ได้สิทำไมจะไม่ได้ล่ะเรื่องแค่นี้สบายมาก~
“ได้สิคะ ว่าแต่จะให้พริกไปตอนนี้เลยไหมคะ ห้องไหนคะพี่เปอร์” ฉันตอบบตกลงทันที ไปตอนนี้เลยก็ดีนะคะยัยแป้งหอมออกมาจากห้องน้ำแล้วเจอผู้ชายนั่งอยู่ในห้องคงดีใจน่าดู อิอิ
แล้วก็ไม่อยากจะคิดเลยค่ะว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น โอ้ย~ พริกหวานฟิน >///<
“เราโอเคใช่ไหมพี่เกรงใจนะ” พี่เขามีสีหน้ากังวลออกมาเห็นได้ชัดเลยค่ะ คงกลัวฉันไม่พอใจที่มึงก็ให้ฉันย้ายห้องปุบปับ แต่ฉันไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันยินดีซะอีกเพราะพี่เขาลงทุนตามมาหาเพื่อนรักฉันถึงที่นี่ ฉันต้องเปิดทางให้ดื่มด่ำน้ำผึ้งพระจันทร์สิ >///<
“โอเคมากค่ะพี่เปอร์ ไม่ต้องเกรงใจเลยค่ะพริกสิคะที่ต้องขอบคุณพี่เปอร์มาก ๆ สำหรับที่พัก แต่เดี๋ยวค่อยคุยกันนะคะพริกไปรวบสมบัติแป๊บเดียวค่ะ ถ้ายัยหอมออกมาตอนนี้เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์ อิอิ” ฉันรีบบอกพี่คูเปอร์ด้วยการร่ายคำพูดรัวเร็ว จากนั้นก็เดินกึ่งวิ่งเข้าไปหยิบสมบัติทุกชิ้นของตัวเองในห้องด้วยความเร็ว เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าชนิดที่มันสุมไม่เป็นระเบียบออกแนวเละไปเลยค่ะ
“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่เปอร์ ถ้างั้นเดี๋ยวพริกไปเลยดีกว่า ตามสบายนะคะ ไม่ต้องห่วงไม่ต้องเกรงใจพริก อิอิ” ฉันบอกพร้อมยิ้มกว้างและคิดว่าพี่คูเปอร์ต้องรู้ทันความคิดของฉันแน่นอนไม่งั้นไม่ยิ้มมาเลสนัยกลับมาหรอก
“ครับผม อ้อ เพื่อนพี่มาด้วยพี่ฝากให้มันดูแลเราแล้วนะ คีย์การ์ดห้องเราอยู่ที่มัน แล้วก็พวกมันยังไม่ได้กินข้าวกันเลยเราก็คงยังเหือกันใช่ไหม พี่ฝากพาพวกมันไปกินข้าวเลยนะครับ ฝากดูแลน้องด้วยนะเว้ย”
“คะ?” ฉันไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่เพราะในหัวกำลังนึกเรื่องฟิน ๆ แล้วเขินแทนเพื่อน พอพี่คูเปอร์หันไปบอกเพื่อนของพี่เขาที่ฉันยังไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครอีกนอู่ตรงนั้นก็เลยงง ๆ ตามไม่ทันนิดหน่อย
“จะไปได้รึยัง” ฉันหันกลับไปหาพี่คูเปอร์เพื่อจะถามว่าเขาพูดว่าอะไร พอจะจับใจความได้ค่ะแต่กลัวฟังไม่ละเอียดเลยอยากถามใหม่ แต่พอหันกลับไปข้างหลังฉันก็มีเสียงทุ้มแต่โคตรเย็นชาเอ่ยขึ้น
“...พี่ฟาโรห์ สวัสดีค่ะ” ฉันหันกลับไปตามต้นเสียงแล้วก็เห็นผู้ชายคนหนึ่ง หน้าหล่อแต่เย็นชา เย็นชาชนิดที่ว่าไร้อารมณ์ให้จินตนาการว่ากำลังคิดอะไรอยู่ มองดูปราดเดียวก็รู้สึกว่าคนแบบนี้ต้องเลี่ยงออกไป น่ากลัวค่ะดูอึมครึมแบบครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดเวลายังไงก็ไม่รู้
“ครับ คีย์การ์ดห้องน้องอยู่กับพี่ จะไปรึยัง?” เขาพยักหน้ารับและก็ยังดีที่เขามีคงมีครับตามมารยาท ฉันนึกว่าจะเย็นชาจนแค่มองฉันด้วยหางตาซะอีก แต่น้ำเสียงเย็นชาชะมัด
“อ่อค่ะ ถ้างั้นพริกขอคีย์การ์ดเลยได้ไหมคะ เดี๋ยวจะไปห้องเลย” ฉันพูดไปก็เกร็งไปนะคะ ก็พอจะรู้จักพี่เขาบ้างแต่ไม่เคยคุยกัน แถมตอนนี้พี่คูเปอร์ก็ปิดประตูไปเรียบร้อยแล้ว
“...เดี๋ยวไปส่ง” พี่เขามองหน้าฉันนิดหน่อยก่อนจะพูดออกมาสั้น ๆ แต่แค่แป๊บเดียวก็ทำฉันเกร็งแล้วค่ะ สายตาที่มองมาคาดเดาอะไรไม่ได้เลยก็เลยไม่รู้ว่าเขาเป็นมิตรหรือไม่เป็นกันแน่
“ขอบคุณค่ะ” บอกจะไปส่งก็ตามนั้นล่ะค่ะ ไม่สนิทกันก็เลยไม่อยากพูดอะไรให้มากความ
พี่ฟาโรห์พูดจบก็เดินนำหน้าฉันไป ฉันก็เลยลากกระเป๋าเดินตาม นอกจากเย็นชาแล้วยังไม่สนใจเลยว่าผู้หญิงสวย ๆ ตัวเล็ก ๆ อย่างฉันจะต้องเหนื่อยแค่ไหนกับการลากกระเป๋าเนี่ย นี่ไม่ได้สำออยนะคะถือเองลากเองได้ให้แบกก็น่าจะไหว แต่เขาเป็นผู้ชายนะไม่คิดจะมีน้ำใจหน่อยเหรอ
เหอะ! รู้สึกไม่ถูกชะตาค่ะบอกตามตรง
“ถึงแล้ว” เขาเดินนำหน้าไปไม่กี่ก้าวก็หยุดอยู่ที่ประตูห้องข้างห้องเดิมที่ฉันเพิ่งขนของออกมา ยังนินทาในใจได้นิดเดียวเอง ไม่น่าล่ะใกล้แค่นี้นี่เองถึงยอมเดินมาส่ง ถ้าไกลกว่านี้คงไม่เนไปส่งหรอกท่าทางไม่น่าจะใช่คนดีมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่แล้วนี่เนอะ
“ขอบคุณค่ะ” ฉันขอบคุณเขาพร้อมกับยื่นมือไปรับคีย์การ์ดที่เขายื่นมาให้ด้วยความเร็ว บอกตามตรงค่ะว่าฉันไม่ถูกชะตากับพี่เขามาก ๆ เมื่อก่อนก็เฉย ๆ เพราะไม่ได้รู้จักมักจี่เป็นการส่วนตัว รู้จักเขาเพราะเขาเป็นคนดังในมหาลัยฯ หลัง ๆ มาก็รู้จักในฐานะเพื่อนของแฟนเพื่อน แต่ก็เท่านั้นแหละไม่ได้รู้จักกัเป็นการส่วนตัวอยู่ดีเลยแค่เฉย ๆ พอได้มาพูดคุยแค่ไม่กี่ประโยคนี่อยากเลิกรู้จักเลยค่ะ ไม่ถูกชะตา!
“เดี๋ยวไอ้วายุขึ้นมา มันพักอยู่ห้องนั้น มีอะไรอยากออกไปไหนก็ชวนมันได้เพราะวันนี้เพื่อนฉันกับเพื่อนเธอคงไม่ออกมาจากห้องง่าย ๆ” เขาบอกพร้อมกับชี้กลับไปทางฝั่งที่ฉันกับเขาเพิ่งเดินมา ชี้ไปที่ห้องฝั่งตรงข้ามกับห้องเก่า พูดยาว ๆ ก็เป็นด้วย แต่ไม่พูดคงดีกว่าเพราะโทนเสียงของเขามันโมโนโทนมาก~
เรียบ~เรียบมาก~ พูดเหมือนคนที่เกิดมาแล้วเทวดาลืมใส่ตัวโน๊ตลงไปในหลอดเสียง
แต่พี่วายุก็มาใช่ไหม ดีเลยค่ะ กับพี่วายุก็ไม่รู้จักกันหรอกเคยเห็นแค่ผิวเผินเหมือนเขาคนนี้นี่แหละ แต่ดูท่าทางจะอัธยาศัยดีมีมนุษย์สัมพันธ์มากกว่าคนตรงหน้าแน่นอน
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันพยักหน้ารับนิดหน่อยพร้อมขอบคุณ แต่จะขอบคุณมากกว่านี้ถ้าเขาหลบทางให้ฉันเดินไปเปิดประตูเข้าห้องได้สักที
“อืม” เขาพยักหน้ารับแล้วก็มองหน้าฉันต่อ มีปัญหาอะไรกับหน้าฉันกันนะ มองอยู่นั่น จะไม่ว่าเลยค่ะถ้ามองด้วยสายตาพิศวาสสักนิด ไม่ใช่สายตาไร้อารมณ์เหมือนหุ่นยนต์ผิวนิ่มแบบนี้
“ถ้างั้นพริกขอเข้าห้องก่อนนะคะ” ฉันไม่อยากอยู่ตรงนี้นาน ๆ ก็เลยตัดสินใจพูดออกไป
“โอเค” เขาตอบตกลงสั้น ๆ แล้วก็ผละออกจากประตูให้ฉัน เอ่อ...อย่าเรียกว่าผละเพื่อหลีกทางเลยค่ะ เขาผละออกแล้วหมุนตัวหันหลังให้แล้วขยับไปเปิดประตูห้องฝั่งตรงข้ามฉันแล้วก็เข้าไปในห้องนั้นพร้อมกับปิดประตูห้องทันทีโดนที่ไม่สนใจฉันที่ยังยืนอยู่ตรงนี้เลยสักนิด
เหอะ! คนรามีสิทธิ์จะเป็นคนเย็นชาได้นะคะแต่เรื่องมารยาทอย่างน้อยก็ควรมีเพราะมันสำคัญต่อการเข้าสังคม
เอาตรง ๆ นะคะ ผู้ชายคนนี้หล่อมาก หน้าหล่อหุ่นเพอร์เฟค ดีหมดยกเว้นไอ้ท่าทางเย็นชาจนดูไร้มารยาทของเขา
...เห็นอาการไม่น่าคบหาของเขาแล้วต้องบอกว่าไม่เหมาะกับการเกิดมาเป็นคนเลยสักนิด เหมาะเป็นตุ๊กตายางมากกว่า!
บทล่าสุด
#60 บทที่ 60 EPISODE : 60
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#59 บทที่ 59 EPISODE : 59
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#58 บทที่ 58 EPISODE : 58
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#57 บทที่ 57 EPISODE : 57
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#56 บทที่ 56 EPISODE : 56
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#55 บทที่ 55 EPISODE : 55
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#54 บทที่ 54 EPISODE : 54
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#53 บทที่ 53 EPISODE : 53
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#52 บทที่ 52 EPISODE : 52
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#51 บทที่ 51 EPISODE : 51
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026
คุณอาจชอบ 😍
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รักไม่หลอก
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!













