บทนำ
บท 1
#เพ้นท์ของพาย
INTRO
'พาย' เป็นอักษรกรีกความหมายเป็นค่าคงตัวทางคณิตศาสตร์
แต่สำหรับ 'พาย พนิธาน' คนนี้คือชนิดของขนมที่ไม่ว่าจะกินซ้ำอีกกี่ครั้งก็ไม่มีวันเบื่อ
:: PAAI TALK ::
“ครับ ได้ครับงั้นจองตั๋วเครื่องบินให้ผมเลยแล้วกัน ผมก็พร้อมที่จะรับงานแล้ว” กรอกเสียงลงไปตามสายหลังจากได้รับรู้ว่าตัวเองต้องเดินทางกลับจากฝรั่งเศสเพื่อไปสานต่อธุรกิจครอบครัวที่เปิดโชว์รูมรถหรูไว้หลายที่ทั่วโลก และที่ที่ผมต้องไปประจำเป็นประธานบริษัทคือแผ่นดินบ้านเกิดที่ผมจากมานานแสนนานตั้งแต่วัยเยาว์ ตอนนี้กับตอนนั้นจะแตกต่างกันมากแค่ไหนนะ
ผมชื่อ ‘พาย พนิธาน อัยยารัตน์’ อายุยี่สิบสองปีเรียนจบด้านบริหารธุรกิจ แน่นอนว่าอาจจะไม่ใช่คณะหรือสาขาที่ผมต้องการจะเข้า แต่ด้วยเพราะครอบครัวมีธุรกิจดังนั้นคณะนี้จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับคนที่จะกลายเป็นผู้บริหารในวันข้างหน้า ผมเรียนจบที่มหาลัยชื่อดังในฝรั่งเศส ได้เกียรตินิยมอันดับสองเพราะยังมีคนที่เก่งกว่าผมได้รับมันไป แต่ผมไม่คิดจะสนใจเลยสักนิด มันก็แค่เครื่องการันตีความสำเร็จในการเรียนมันก็เท่านั้น
“คุยกับใครคะ?” เมื่อวางสายจากผู้เป็นพ่อ ผมก็เอี้ยวตัวไปมองร่างหญิงสาวที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง ก่อนจะหยิบบุหรี่เข้าปากและจุดไฟสูบเอานิโคตินเข้าปอด
“พ่อน่ะ โทรมาให้กลับไปรับตำแหน่งประธานบริษัทโชว์รูมที่ไทย” ตอบออกไปพลางขยับตัวพิงหัวเตียง พร้อมกับหยิบรีโมทกดเลื่อนไปที่ช่องสารคดีสัตว์โลกซึ่งเป็นเสือดาวสองตัว ณ ตอนนี้กำลังเสพสมกันอยู่
“ถามจริง?” น้ำเสียงเล็กแหลมอุทานออกมาก่อนจะลุกขึ้นนั่งทั้งที่ตัวเองเปลือยเปล่า จนผมกลอกตาไปมองหน้าอกและเรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยแดงจากตัวเธอ
“อือ”
“แล้วเรื่องของเราล่ะคะ” เธอถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล “มิลานยังต้องเรียนต่อนะ มีงานแฟชั่นอีก”
ผมถอนหายใจออกมา ‘มิลาน’ สาวสวยนักเรียนนอก ครอบครัวประกอบธุรกิจอะไหล่รถทุกชนิด เธอเป็นว่าที่คู่หมั้นของผมที่ทางครอบครัวของเราสองคนได้จับจองให้ และเราสองคนก็มีสัมพันธ์กันก่อนโดยที่พ่อกับแม่ไม่รู้เรื่องนี้ เพราะอยู่ที่นี่อยากจะทำอะไรก็ได้ทำ จึงไม่เป็นปัญหาถ้าหากเราสองคนจะเสพสมกันเหมือนสัตว์ในช่องสารคดีตอนนี้
“เธอก็เรียนไปสิ งานมีก็ทำไป”
“คิดว่ามิลานอยากปล่อยพายไปเหรอ...” เธอทำหน้าบูดใส่ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังยางที่หัวเตียงเพื่อรัดผมสีแดงยาวของตัวเองให้เป็นมวยขึ้นไป “มิลานคงคิดถึงพาย”
ยกยิ้มมุมปากเมื่อมองร่างสวยขยับมานั่งคร่อมบนตักก่อนจะวาดมือไปตามแผงอก “คิดถึงฉัน หรือคิดถึงเซ็กส์กับฉันกันแน่หืม”
“ถ้ามิลานบอกทั้งสองอย่าง พายจะว่าหรือเปล่า?” ส่ายหน้าไปมาและโอบรัดเอวเธอให้ขยับเข้ามา พร้อมกับซุกใบหน้าลงกับหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โต
“ว่าทำไม ใครๆ ก็ติดใจพายชิ้นนี้”
“มิลานชอบกินขนม” เธอกดศีรษะผมให้จมลงไปยังก้อนเนื้อ “ขนมที่มีชื่อว่าพาย กินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อค่ะ”
เงยหน้าสบตากับเธอพลางโน้มขึ้นไปบดขยี้ริมฝีปากแดงอวบอิ่ม มิลานเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมมีเซ็กส์ด้วยไม่เคยเบื่อ แม้ว่าเราสองคนจะถูกจับให้เป็นคู่หมั้นกัน แต่ทว่าผมก็ยังคงกินไปเรื่อย ส่วนเธอไม่รู้เลยสักนิดแต่ก็ไม่คิดจะสนใจเท่าไหร่ ก็คิดไว้นะว่าผมคงไม่คิดจะมีใครหรือตกหลุมรักใคร สุดท้ายก็ต้องแต่งงานกับเธอในที่สุด
ผมไม่แคร์เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว... มีความสุขที่อยู่กับผมก็มีไป แต่ถ้าไม่ก็แค่จาก มันก็เท่านั้น
“หึ พูดดี” ยกยิ้มขึ้นก่อนจะตวัดร่างเธอให้นอนลงบนเตียง “อยากโดนอีกกี่รอบ?”
“ไม่รู้สิคะ ก่อนหน้านั้นพายจัดไปสาม” ชูนิ้วมือให้ผมและเลื่อนขึ้นมากอดลำคอ “แต่คราวนี้มิลานขอยันเช้าเลยได้ไหมคะ?”
ไม่รอให้คำตอบ แต่ผมก็จัดให้มิลานตามคำขอ เราสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่ผมเรียนอยู่ปีสี่จนตอนนี้เรียนจบแล้วก็เป็นเวลาหนึ่งปีที่ผมกับเธอเราสองคนมีเซ็กส์กัน ใช่ เพราะเราคือคู่หมั้นกันไงผมคิดแบบนั้น ถึงได้ไม่ต้องไปหาผู้หญิงที่ไหนมาเสพสม สำคัญคือมิลานก็ตอบสนองผมได้ดีไม่ต่างกัน ดังนั้นผมถึงได้บอกไงว่าถ้าถึงเวลาที่ผมกับเธอเราไปจนถึงจุดที่สุด ผมอาจจะตกลงแต่งงานกับเธอก็ได้
หลังจากจัดการเธอจนสลบไปตอนเช้ามืดผมก็จัดการตัวเองเรียบร้อยและมองเธอซึ่งนอนหลับใหลอยู่บนเตียงพลางเก็บของส่วนตัวทั้งหมดลงกระเป๋าเดินทางที่มีหลายใบ พ่อบอกว่าจะส่งคนมาดูแลผมในทุกเรื่องรู้สึกจะเป็นเลขาคนสนิทมือซ้ายที่ชื่อว่า ‘ธนิน’ เขาอายุห่างกว่าผมหลายปีรู้สึกจะอายุขึ้นเลขสามแล้วด้วย เคยเห็นผมตั้งแต่เด็กจนโต สนิทกันพอที่จะดูแลผมขณะเดินทางไปทำงานที่ไทยล่ะนะ
“อือ...” สายตาทอดมองไปยังร่างของมิลานที่ลุกขึ้นนั่ง ยกมือยีดวงตาตัวเองและโฟกัสมาที่ผม “อย่าบอกนะคะว่าจะไปวันนี้”
“ใช่” ตอบแบบขอไปที
“เร็วไปหรือเปล่าคะ มิลาน...”
“จัดให้เมื่อคืน ไม่สะใจหรือไง?” พูดแกมขำแต่มิลานก็ลุกขึ้นจากเตียงโดยเอาผ้าขนหนูพันรอบตัว และเดินมากอดผมจากด้านหลัง
“มิลานไม่อยากให้พายไป”
“อย่างี่เง่า ฉันไม่ชอบเธอรู้ดี” ผมไม่ชอบผู้หญิงที่จุกจิก แม้ว่ามันคือการอ้อนวอนหรือเว้าวอนให้ผมคิดว่ามันน่ารัก แต่สำหรับผมมันไม่ใช่ มันออกจะไร้สาระกับการกระทำแบบนี้
“โอเค” เธอยื่นใบหน้ามามองผม “มิลานไปส่งพายไม่ได้นะ มีงานต้องทำ”
“อือ ไว้จะติดต่อหา แต่ถ้าไม่แสดงว่าฉันไม่ว่าง” บอกปัดทันทีเพราะถ้าได้ทำงานผมคิดว่าตัวเองคงยุ่งมากแน่ๆ
“กลับไปที่บ้านเกิด คงจะได้เจอเพื่อนๆ เยอะนะคะ” มิลานถอยหลังไปหยิบชุดเดรสในตู้ของตัวเอง และเดินเข้าห้องน้ำไปซึ่งผมก็ตามไปหยิบของใช้ส่วนตัวกวาดลงกระเป๋าเป้
“มีไม่กี่คนหรอกที่ติดต่อหากันน่ะ”
“มิลานขอพูดอะไรหน่อย” ผมหันไปมองสบตากับเธอซึ่งกำลังยืนให้น้ำจากฝักบัวไหลรดรินร่างกายยั่วยวนตรงหน้า
“ว่ามาสิ”
“มิลานเป็นคู่หมั้นพาย” เธอแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเรา “พายคงไม่... มีใครหรือ fall in love ใครนะคะ”
ถอนหายใจออกมาและไม่คิดจะตอบคำถามที่มันไร้สาระ มิลานยืนเงียบไม่ต่างจากผมเช่นกันและพอผมสบตากับเธอจึงยักไหล่ไหวเพราะไม่มีคำตอบจะให้นอกจาก... “ห่างกันแบบนี้ จะได้รู้ไงว่าสุดท้ายเราสองคนเหมาะสมกันหรือเปล่า?”
“...”
“แค่ว่าที่คู่หมั้น ยังไม่ได้รักกันจริงๆ สักหน่อย ฉันพูดถูกไหม” มิลานนิ่งเงียบไปทันทีเมื่อเรื่องจริงออกมาจากริมฝีปากของผมเอง
“ทุกวันนี้เราต้องการกันและกันเพราะเซ็กส์ ใช่ไหมมิลาน” เดินตรงไปใกล้ก่อนจะกดริมฝีปากลงบนริมฝีปากเธอ “นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่าสุดท้ายเราสองคนต้องการเซ็กส์หรือความรัก หลังจากนั้นค่อยมาว่ากันอีกที”
“พายไม่ได้รักมิลานเลยเหรอ?” ขณะกำลังจะเดินออกจากห้องน้ำก็ต้องชะงักกับคำถามของเธอ รอยยิ้มผุดขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อได้ฟังคำถามที่มันตลกซะไม่มี หึ
“รักเหรอ... ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยรู้จัก”
“พาย”
“แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?” ถามกลับและก็ได้ความเงียบเข้ามาแทน “ไม่ใช่ไหม ฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ เราต้องการอะไรมิลาน เธอกับฉันเรารู้ดี”
แม้จะดูเหมือนว่าผมใจร้าย แต่ผมแค่พูดไปตามความรู้สึกและมันคือความจริงที่ผมพูดไปแบบนั้น ผมไม่คิดจะรักษาน้ำใจใคร และไม่คิดว่าควรจะต้องรู้สึกผิดแม้ว่าเธอจะเป็นว่าที่คู่หมั้น แต่เราสองคนไม่ได้ชอบพอหรือรักกันเลยสักนิด ที่เป็นอย่างทุกวันนี้มันก็แค่เซ็กส์ที่เราต่างต้องการซึ่งกันและกัน ผมถึงได้บอกไงว่าเวลานี้คือเครื่องพิสูจน์ผมน่ะไม่คิดจะมีใครอยู่แล้ว แต่กับมิลาน ผู้หญิงคลั่งเซ็กส์อย่างหล่อนสุดท้ายเธอจะเหมาะสมกับผมหรือเปล่า ในฐานะทางสังคม หน้าตาเธอมีพร้อมที่เหลือก็คือเราสองคนเท่านั้นจะสามารถฝ่าฝันมันไปได้ไหม? นี่แหละคือเครื่องตอกย้ำความสัมพันธ์ในอนาคต
ณ สนามบิน
“ร้อนชะมัด” เมื่อสองเท้าแตะลงบนแผ่นดินบ้านเกิด อาการหงุดหงิดก็เทเข้ามาในทันทีผมถอดเสื้อโค้ดสีดำออกส่งให้ธนินเลขาส่วนตัวของพ่อที่รับหน้าที่ดูแลผมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
“ผมบอกคุณพายแล้วว่าเมืองไทยตอนนี้เข้าสู่ฤดูร้อนครับ?”
“โอเค ผมผิดครับ” หันไปมองใบหน้าหล่อเหลาซึ่งเป็นไปตามอายุที่มากขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้ธนินดูแก่ลงแม้แต่นิด “ว่าแต่หน้าเต่งตึงขึ้น ไปฉีดโบฯ มาเหรอครับ?”
“แหมคุณพาย ทักผมแบบนี้ผมควรตอบยังไงดีครับเนี่ย”
“ตอบความจริงไง” ธนินเดินนำผมไปยังรถหรูสีดำซึ่งเป็นรถของบริษัท การมาของผมทำให้ทุกคนที่บริษัทรับรู้และผมก็ต้องเข้าที่ประชุมในอีกสองวันเพื่อรับตำแหน่งที่พ่อเลื่อนให้ สำคัญคือผมต้องพิสูจน์ตัวเองในระยะสามเดือนว่าสามารถเป็นผู้บริหารได้หรือไม่? ถ้าได้ผมก็จะผ่านโปรการเป็นประธานบริษัทหลังจากนี้ก็จะสบายหน่อย ช่วงนี้คงหนักแน่นอนว่ามันการท้าทายไปอีกแบบนะ
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ไม่คิดจะฉีดหรือทำศัลฯ”
“ก็แค่นี้” ยักไหล่ขณะขึ้นมานั่งบนรถและพับแขนเสื้อเชิ้ตสีดำจนถึงข้อศอก ปลดกระดุมเสื้อออกไปสามเม็ดเพราะร้อนจนแทบจะละลายอยู่แล้ว ฝรั่งเศสหนาวจนมือสั่นมาถึงเมืองไทยร้อนจนหูดับตับไหม้เลย ให้ตายเหอะ!
“ต้องเดินทางไปหาคุณหญิงเดือนก่อนนะครับ” ธนินหันมามองผมที่กำลังใช้สายตาสาดส่องมองไปทั่วเมืองที่รถเคลื่อนขับผ่าน
“ครับ แล้วที่พักผมล่ะครับ” ถามกลับไปด้วยความไม่รู้ เพราะตอนนี้ผมเหมือนหนูหลงกรุงมากทั้งที่ที่นี่คือแผ่นดินบ้านเกิดของผม แต่ผมกลับไม่รู้เลยว่าควรไปที่ไหนหรือทำอะไรก่อนดี? เหมือนเด็กเลยแหะ
“คุณท่านบอกว่าพอคุณหญิงเดือนรู้ว่าคุณพายจะมาทำงานที่นี่ก็รีบให้ไปหาเลยครับ ในส่วนของที่พักคุณท่านให้ผมจัดการซื้อบ้านหลังหนึ่งไว้ครับ”
“บ้าน? ถามจริง... พ่อคิดว่าผมจะพาผู้หญิงมาอยู่ด้วยเป็นสิบหรือไง” ถามออกไปด้วยความหงุดหงิด ทำไมจะต้องซื้อบ้านด้วยแค่คอนโดผมก็อยู่ได้แล้วหรือเปล่า
“ไม่หรอกครับ คุณท่านคงอยากให้คุณพายสะดวกมากกว่ามั้งครับ”
“ยังไง ผมไม่เข้าใจ” ถอนหายใจออกมาอย่างไม่พอใจสักเท่าไหร่
“เป็นบ้านก็จริงครับ แต่เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวที่รอบบ้านมีพื้นที่กว้างขวางมาก คุณพายน่าจะชอบครับไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คุณพายคิดแน่นอน” ธนินส่งยิ้มให้กับผมก่อนจะก้มหน้าลงมองแท็บในมือรู้สึกจะเป็นการดูเส้นทางเพื่อเรียนรู้แน่นอน เพราะธนินต้องเรียนรู้และบอกผมอีกที เพราะผมคงไม่พึ่งพาให้คนขับรถพาไปไหนมาไหนแน่ ผมชอบที่จะขับรถเองมากกว่า
“ขอให้จริงอย่างที่พูดเถอะครับ กลัวว่าถ้าแม่รู้จะไม่ได้แค่บ้านหลังเดี่ยวอย่างที่ธนินพูดน่ะสิ” หมอนั่นหัวเราะออกมาส่วนผมก็เอาแต่มองข้างทางเพื่อซึมซับสิ่งรอบข้าง นานแค่ไหนนะที่ไม่ได้เห็นบ้านของตัวเอง
รถเลี้ยวเข้ามาในบ้านหลังหนึ่งที่ผมคุ้นตาดีตั้งแต่ยังเด็ก ทุกคนในบ้านหลังนี้รักผมมากโดยเฉพาะป้าเดือนพี่สาวของพ่อที่ท่านไม่มีลูก มีสามีก็เสียชีวิตลงไปจึงอยู่คนเดียวกับบรรดาคนรับใช้และคนดูแล ออกงานสังคมบ้างเพราะป้าเดือนเป็นมนุษย์เครื่งเพชร ชอบสะสมเก็บไว้จนล้นบ้าน
“พาย! พายหลานป้า” เสียงดังทรงพลังเรียกชื่อผม พร้อมกับร่างสวยระหงที่ถึงแม้จะอยู่ในวัยเลขห้าแล้วแต่ป้าเดือนก็ยังคงสวยอยู่เพราะ... ฉีดโบฯ มาเยอะ หน้าตึงแบบนั้นไม่ต้องถาม ไม่ต้องบอกผมก็รู้
“สวัสดีครับป้าเดือน” อ้าแขนกอดรัดป้าเดือนที่ดีใจจนเผลอน้ำตาคลอออกมา “อะไรกันครับ ร้องไห้เลยเหรอ?”
“ป้าคิดถึงหลานชายของป้า ดูสิ โตเป็นหนุ่มแล้วยายนวล”
“ค่ะคุณท่าน คุณพายโตเป็นหนุ่มหล่อมากเลยค่ะ”
“ขอบคุณครับยายนวล” ยายนวลคือคนเก่าคนแก่ของบ้านหลังนี้ ท่านเองก็เคยเลี้ยงดูผมตอนที่เกิดจนโตและผมก็ต้องย้ายไปอยู่กับพ่อแม่ที่ฝรั่งเศสจึงห่างหายกันมานานแสนนานเลย “สบายดีนะครับ”
“จ้ะ มาๆ นั่งก่อนนะ” ป้าเดือนดึงผมให้นั่งลงบนโซฟา ก่อนที่ยายนวลจะเดินเข้าครัวเพื่อเอาน้ำมาเสิร์ฟให้กับผม “บ้านที่พ่อเขาซื้อให้ ป้าไปดูความเรียบร้อยมาแล้วนะ พายอยู่ได้แน่นอน”
“ครับ หวังว่าคงจะไม่ใหญ่เวอร์นะครับ ไม่ค่อยจะไว้ใจพ่อกับแม่สักเท่าไหร่”
“ไม่ต้องห่วง ป้าจัดการให้ตามที่หลานต้องการเลยจ้ะ” ผมพยักหน้ารับก่อนจะมองยายนวลที่เดินออกมาพร้อมกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อายุน่าจะประมาณ 15-16 ปีได้ เด็กคนนี้หน้าตาจิ้มลิ้ม ขาวผิวสวย ร่างบอบบางคลานเข่าเอาน้ำมาวางให้ผมก่อนจะถอยหลังออกไปยืนเคียงข้างยายนวลที่สะกิดเธอให้ยกมือไหว้ผม
“เด็กที่ไหนครับเนี่ย? รับคนมาใหม่เหรอ”
“เฮ้อ ยายนวลน่ะไปรับมา เห็นว่าถูกพ่อกับแม่ทิ้งไว้ที่บ้านนอก ยายนวลแกสงสารเพราะหลานแกรับเลี้ยงไม่ไหวก็เลยมาขอให้ป้ารับมาเป็นคนใช้ที่บ้านน่ะ” ดูเหมือนป้าเดือนจะไม่ค่อยชอบเด็กคนนี้สักเท่าไหร่ คงจะเกรงใจยายนวลด้วยส่วนหนึ่ง
“ยังเด็กอยู่เลยนะครับ ได้เรียนหรือเปล่า?”
“โหย ให้เรียนจบแค่ม.6 ก็พอ จะส่งเสียงทำไม ลูกหลานก็ไม่ใช่! เปลืองเงิน” เด็กคนนั้นก้มหน้างุดจนยายนวลฉีกยิ้มให้กับผม เพราะคงจะเห็นว่าเอาแต่มองเธออยู่แบบนั้น เสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูซีดไปหมดแถมยังขาดด้วย โตแล้วควรได้สวมใส่เสื้อผ้าดีๆ หรือเปล่านะ
“ยัยหนูเรียนเก่งค่ะคุณพาย” ยายนวลพูดขึ้นและแตะมือเด็กคนนั้นให้เงยหน้ามองผม “สอบได้เกรดดีมาตลอด เป็นเด็กกิจกรรมด้วย”
“เหรอครับ ถ้างั้นป้าเดือนน่าจะส่งเสียเด็กคนนี้นะครับ เพราะการเรียนสำคัญ...”
“ไม่เอาหรอกหลาน!” ป้าเดือนรีบตัดคำพูดผมทันที “เปลืองเงินเปลืองทอง สุดท้ายเรียนจบมันก็ต้องมารับใช้ป้าอยู่ดี ส่งเสียให้เรียนกลัวจะใจแตกเหมือนกับแม่มันน่ะสิ”
ผมถอนหายใจมองป้าเดือนที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบใจเด็กคนนี้สักเท่าไหร่ แต่ไหนแต่ไรป้าเดือนแกก็ไม่สนใจเด็กอยู่แล้ว นอกซะจากคนที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ผมผละสายตาจากป้าเดือนและมองเด็กคนนั้นที่จับจ้องผมอยู่เช่นกัน
“ชื่ออะไร?” ถามออกไป เธอก็เอาแต่เงียบและไม่ยอมตอบ
“เป็นใบ้หรือไง! หลานชายฉันถามก็ตอบไปสิ” ป้าเดือนตะคอกใส่เด็กคนนั้นจนเธอกุมมือตัวเองบีบเข้าหากันแน่น
“พะ เพ้นท์ค่ะ”
“ชื่อ ‘เพ้นท์’ เหรอ... ชื่อน่ารักดี” พูดออกไปด้วยความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เธอสบตากับผมและก้มหน้าลงต่ำอีกครั้ง ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจอะไรนอกจากเรื่องของตัวเอง “ผมต้องไปอยู่บ้านหลังใหม่ แต่ที่เป็นปัญหาคือใครจะมาดูแลบ้านนี่สิครับ”
“จริงด้วย ป้าลืมเรื่องนี้ไปเลย” ป้าเดือนแตะแขนผมพลางเอามือทาบอก
“ธนินอยู่คอนโดเพราะอยากให้ผมเป็นส่วนตัว อีกอย่างผมทำงานบ้านไม่ได้ด้วย ป้าเดือนพอจะแนะนำแม่บ้านให้ผมได้ไหมครับ?”
“ไอ้ได้น่ะมันได้หลาน แต่สมัยนี้มิจฉาชีพมันเยอะ ป้าไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ถ้าไม่ใช่คนกันเองไปดูแลหลาน”
“โธ่ ไม่เป็นไรครับ แค่คนดูแลบ้าน ดูแลผมเรื่องอาหารการกิน... คงไม่โชคร้ายเจอมิจฉาชีพมั้งครับ” ป้าเดือนดูเหมือนจะคิดหนักแต่สำหรับผมแค่คนมาเป็นแม่บ้านแบบไปกลับก็ได้นี่นาไม่เห็นต้องคิดมาก ก็เพราะว่าเป็นป้าไงท่านรักผม ห่วงผมมากจึงได้เห็นแม้แต่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้มันสำคัญ
“เอางี้ งั้นให้นังเพ้นท์ไปอยู่กับพายแล้วกัน” ผมขมวดคิ้วทันที มองร่างเล็กตรงหน้าที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “คนอื่นในบ้านป้าก็มีแต่อายุเยอะๆ กันหมดแล้ว นังเพ้นท์ยังเด็ก ช่วยทำงานบ้านที่บ้านหลานได้แน่”
“จะดีเหรอครับ เพ้นท์เป็นคนของป้าเดือนนะ”
“ใช่ คนของป้าเพราะงั้นป้าจะให้มันไปอยู่กับหลานมันก็ต้องไป เข้าใจไหมนังเพ้นท์” ป้าเดือนลุกขึ้นไปหยุดตรงหน้าร่างเล็กที่ไม่แม้แต่จะตอบโต้หรือขัดค้านเลยสักนิด “ไปอยู่ดูแลหลานชายฉันให้ดี ถ้าวันไหนพายไล่แกกลับมา ฉันจะถือว่าแกไม่ทำตามคำสั่งฉัน!”
ผมมองป้าเดือนที่เอานิ้วจิ้มไปที่ศีรษะของเพ้นท์ก่อนจะไล่ให้ไปเก็บของเพื่อจะได้ไปอยู่กับผมที่บ้าน “จะดีเหรอครับป้าเดือน ไหนเพ้นท์จะต้องเรียนอีก”
“ช่างมันสิ! ไปอยู่กับพายก็ดี ป้าจะได้เลิกส่งมันเรียน” ป้าเดือนโบกมือแบบขอไปทีราวกับต้องการให้เพ้นท์ไปให้พ้นๆ “มีที่ซุกหัวนอน มีกินมีเงินให้ใช้นิดหน่อยๆ ก็พอแล้ว ยังจะให้ส่งมันเรียนอีก ค่าเทอมก็แพงเพราะเรียนเอกชน เหอะ”
ผมได้แต่นิ่งเฉยกับสิ่งที่ป้าเดือนเล่ามา ก่อนจะขอตัวไปพักผ่อนเพราะเดินทางมายาวนานเกิดอาการเพลียขึ้นมาเสียดื้อๆ ขณะที่กำลังรอเพ้นท์ ยายนวลก็เดินมาหาพร้อมกับจับมือผมไปกุมไว้ “มีอะไรเหรอครับยาย?”
“ยายขอให้คุณพายเอ็นดูยัยหนูหน่อยนะคะ” เลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยิ้มส่งให้ยายนวล ท่านคงจะรักเพ้นท์มากสินะ “ยัยหนูเรียนเก่งค่ะ เป็นเด็กดี ขยันขันแข็ง กตัญญูไม่ทำให้คุณพายต้องลำบากใจแน่ค่ะ”
“ครับผมเข้าใจ”
“สงสารยัยหนูเถอะค่ะ คุณท่านก็เอาแต่ด่าทอประจำ ยายสงสารยัยหนู” ผมไม่พูดอะไร แต่พยักหน้าเป็นการตอบรับ “ฝากคุณพายด้วยนะคะ ถือว่ายายขอนะคะ อย่าให้ยัยหนูกลับมาที่นี่อีกนะคะ”
รับรู้ถึงแววตาอ้อนวอนที่สื่ออกมาได้ชัดเจนมาก ผมไม่คิดจะพูดอะไร ไม่ตกปากรับคำแต่กลับบีบมือยายนวลไว้แน่นให้ท่านสบายใจ “ไม่ต้องห่วงนะครับ”
พอผมพูดเท่านี้ยายนวลก็ดูโล่งใจอย่างที่สุด ผมมองร่างเล็กบอบบางที่เดินหิ้วกระเป๋าถือกับเป้สะพายหลังมาหยุดที่รถของผมก่อนจะหันไปกอดยายนวล “ไปอยู่กับคุณพาย ดูแลคุณเขาให้ดีนะยัยหนู”
“ค่ะยาย” เธอดูเศร้าใจมากแต่ก็เข้มแข็งอย่างที่ยายนวลพูดไว้ “เพ้นท์คงคิดถึงยาย”
ผมมองเธอที่ยังคงกอดยายนวลอยู่ก่อนจะหันไปยกมือไหว้ป้าเดือนที่มองเธออย่างย้ำเตือน “เลิกร่ำลากันสักที หลานฉันต้องพักผ่อน นังเพ้นท์ดูแลหลานฉันให้ดีๆ ล่ะ ถ้าวันไหนพายไล่แกออกมาเพราะทำตัวแย่ๆ ละก็... แกเจอดีแน่!”
“เอาล่ะครับ ผมขอตัวก่อนแล้วกัน แล้วจะมาเยี่ยมนะครับแต่ช่วงนี้คงไม่ได้แน่เพราะต้องเรียนรู้งาน”
“จ๊ะ พักผ่อนนะหลาน”
ป้าเดือนกอดลาผมอีกครั้ง ก่อนที่รถจะแล่นออกไปพร้อมกับร่างเล็กนั่งอยู่ด้านหน้าโดยธนินนั่งอยู่งเคียงข้างผม เมื่อมาถึงบ้านที่ธนินจัดสรรดูแลผมถึงกับยิ้มออกมา บ้านหลังเล็กสีขาวดูน่ารักกะทัดรัด พื้นที่รอบบ้านก็มีต้นไม้หนึ่งต้นใหญ่และรอบๆ ก็มีสวนดอกไม้สวยงามประดับ มีโต๊ะหินอ่อนตั้งอยู่และบริเวณลานจอดรถ
“เป็นไงครับคุณพาย อึ้งไปเลยสิ” หันไปมองธนินก่อนจะตบบ่าร่างสูงที่เดินนำผมเข้าไปในบ้าน “ห้องนอนของคุณพายอยู่ประตูนี้ครับ อีกห้องที่ติดกันของน้องเพ้นท์”
ผมหันไปมองร่างเล็กที่พยักหน้ารับเมื่อธนินชี้นิ้วไปยังข้างห้องผม มีครัว โซนห้องรับแขกและโต๊ะทำงานอยู่ตรงริมกระจก ซึ่งไม่เล็กเกินไปไม่ใหญ่เกินไปด้วยอย่างที่ธนินบอก ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาก่อนจะมองธนินที่ยิ้มให้อยู่
“ธนินกลับไปพักเถอะครับ ผมเองก็เพลียมากแล้วตอนนี้” บิดคอตัวเองไปมา เกิดจากนั่งเครื่องบินนานหลายชั่วโมงแน่
“รับทราบครับ งั้นผมขอตัวนะครับอีกสองวันจะมารับเข้าบริษัทครับ” ธนินโค้งศีรษะให้ผมก่อนจะเดินออกจากบ้านไป จนตอนนี้เหลือเพียงผมและเพ้นท์ซึ่งร่างเล็กนั่งพับเพียบอยู่บนพื้นห้องและมองไปรอบๆ
“ฉันชื่อพาย” แนะนำตัวอย่างเป็นทางการเรียกสายตากลมโตให้หันมาจับจ้องผมอีกครั้ง
“ค่ะ เพ้นท์ค่ะ”
“ยายนวลบอกว่าเธอเรียนเก่ง แต่ป้าเดือนไม่ยอมส่งเธอเรียนและไม่ส่งให้เธอเรียนต่อมหาลัยด้วย” เธอไม่ปริปากพูดอะไรออกมาเลยสักนิด ผมคิดว่าเธอเองก็ไม่ได้อยากพูดเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เหมือนที่ยายนวลบอกเธอเจียมตัวอยู่เสมอ
“เพ้นท์ไม่เป็นไรค่ะ ได้อยู่กับคุณท่านได้รับใช้ก็เป็นพระคุณมากๆ แล้วค่ะ” จับจ้องเธอพลางครุ่นคิดเรื่องที่ยายนวลขอร้องไว้ กุมมือเข้าหากันว่านอกจากเด็กคนนี้จะมาดูแลผมและบ้านหลังนี้ตามคำสั่งของป้าเดือนแล้ว ผมยังสามารถช่วยอะไรเธอได้อีก ผมอาจจะไม่ใช่คนดีในสายตาใครหรือทำอะไรไปมักจะไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่สำหรับเรื่องนี้... ผมว่าผมคิดดีแล้วนะ
“เธอมาอยู่กับฉันก็ช่วยดูแลเรื่องบ้านและก็อาหารการกินฉัน หรือทำทุกอย่างเลย?”
“คุณท่านสั่งมาว่าให้ดูแลคุณพายให้ดีที่สุดค่ะ ไม่ว่าคุณพายอยากให้เพ้นท์ทำอะไร เพ้นท์ทำให้คุณพายได้หมดค่ะ”
“นั่นแหละ ตามที่ฉันว่าเลยเธอทำได้ใช่ไหม แบบพวกอาหารเพราะว่าฉันกินไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน” ยักไหล่ไหวเอาจริงผมไม่ใช่พวกกินอะไรยาก แต่แค่บางทีผมแพ้อาหารบางอย่างและบางทีก็ลืมว่าตัวเองแพ้อะไร ไม่ชอบอะไร จึงได้หยิบกระเป๋าเป้มาค้นหาสมุดเล็กๆ ที่ผมจดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวไว้ส่งให้เธอ “นี่เป็นรายละเอียดอาหารที่ฉันไม่ชอบ แพ้อะไรพวกนี้ ฉันไม่ค่อยจำบางทีก็ลืมด้วย”
เพ้นท์รับสมุดไว้กับมือตัวเอง “เพ้นท์จะทำให้ดีที่สุดให้คุณพายพึงพอใจค่ะ”
“อืม”
รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นก่อนจะก้มหน้าลงอ่านรายละเอียดในมืออย่างตั้งใจ เห็นอะไรบางอย่างจากตัวของเธอโดยที่ไม่ต้องแสดงออกมาให้ผมได้เห็น คำพูดของยายนวลก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวสมองของผมแบบนั้นจนยกมือลูบใบหน้าของตัวเองสองสามครั้ง
“ฉัน... จะอุปการะเลี้ยงดูเธอเอง”
“คะ?” เพ้นท์เงยหน้าจากสมุด พลางขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของผม
“ตามนั้น ฉันจะส่งเสียเธอให้เรียนจนจบมัธยมปลายและมหาลัย”
“คะ คุณพาย...” ใบหน้าสวยถึงกับซีดไปในทันทีกับคำพูดของผม ก่อนที่ริมฝีปากชมพูจะคลี่ยิ้มออกมานิดหน่อยดวงตากลมโตก็คลอไปด้วยน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลรินอาบแก้ม “ฮึก ขอบคุณค่ะ”
เธอขยับมากราบแทบเท้า แต่ผมก็ทำได้เพียงเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเธอที่เงยหน้ามาสบตากับผม “เพ้นท์สัญญาค่ะว่าจะดูแลคุณพายเป็นอย่างดี จะไม่ทำให้คุณพายต้องลำบากใจ เพ้นท์สัญญาค่ะ”
ผมไม่คิดเลยว่าการที่ผมใจอ่อนรับเลี้ยงดูเธอ ให้เธอเป็นเด็กในอุปการะ... จะทำให้ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใคร มันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาทีละนิด ใช่ มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นกับพายคนนี้
:: PAAI TALK END ::
บทล่าสุด
#34 บทที่ 34 #เพ้นท์ของพาย :: CHAPTER 33 [100%] THE END
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#33 บทที่ 33 #เพ้นท์ของพาย :: CHAPTER 32 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#32 บทที่ 32 #เพ้นท์ของพาย :: CHAPTER 31 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#31 บทที่ 31 #เพ้นท์ของพาย :: CHAPTER 30 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#30 บทที่ 30 #เพ้นท์ของพาย :: CHAPTER 29 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#29 บทที่ 29 #เพ้นท์ของพาย :: CHAPTER 28 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#28 บทที่ 28 #เพ้นท์ของพาย :: CHAPTER 27 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#27 บทที่ 27 #เพ้นท์ของพาย :: CHAPTER 26 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#26 บทที่ 26 #เพ้นท์ของพาย :: CHAPTER 25 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#25 บทที่ 25 #เพ้นท์ของพาย :: CHAPTER 24 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
รักไม่หลอก
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""













