บทนำ
"เด็กปีหนึ่งงั้นเหรอ? ไม่มีใครบอกเธอหรือไงว่าเป็นรุ่นน้องต้องรู้จักเคารพรุ่นพี่ อย่าปีนเกลียวให้มันมาก"
"หนูขอโทษค่ะ หนูก็แค่จะอธิบายให้พี่ฟัง ว่าพี่เองก็ผิดเหมือนกัน"
"ยังจะเถียงอีก!"
บท 1
บทนำ
“กรี๊ดดด!”
เอี๊ยดดด!!
“แม่ง! อยากตายหรือไงวะ” รถบิ๊กไบก์คันใหญ่สีดำที่ขับมาด้วยความเร็วสูงจำต้องเบรกกะทันหันจนล้อรถสะบัดเล็กน้อย เพราะมีคนกำลังจะวิ่งข้ามถนนโดยไม่ดูรถ ทั้งๆ ที่ตรงนี้มันไม่ใช่ทางม้าลายหรือจุดที่ควรวิ่งข้ามเลย
ซึ่งมันทำให้เจ้าของรถหัวเสียจนต้องสบถด่าด้วยความโมโหเพราะถ้าเมื่อสักครู่เขาเบรกไม่ทันก็คงจะชนคนตรงหน้าไปแล้ว และก็คงจะเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บกันทั้งคู่
ส่วนคนที่กำลังจะวิ่งข้ามถนนได้แต่ยกมือปิดหน้าและกรีดร้องด้วยความตกใจเพราะคิดว่าตัวเองต้องโดนชนแน่ๆ แต่สุดท้ายเจ้าของรถก็เบรกทัน ไม่งั้นเธอคงสิ้นชื่อตั้งแต่ยังไม่เริ่มเรียนที่นี่เลยด้วยซ้ำ นับว่าเธอยังมีบุญอยู่มาก แต่ก็เกือบไปแล้วจริงๆ
“ฉันถามว่าอยากตายหรือไง ทำไมมาวิ่งข้ามถนนตรงนี้” ร่างสูงลงจากรถบิ๊กไบก์ด้วยท่าทีขึงขังน่ากลัว ทำเอาคนตัวเล็กไม่กล้าตอบจนกระทั่งเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เธอถึงได้เริ่มมีสติและเงยหน้าขึ้นมองเขา ซึ่งสิ่งแรกที่เธอเห็นคือสัญลักษณ์รูปเกียร์บน เสื้อช็อปที่ปักอยู่ทางหน้าอกขวาของเขา
มันทำให้เธอรู้ได้ในทันทีว่าเขาเป็นรุ่นพี่เธอแน่ๆ เพราะเด็กปีหนึ่งยังไม่มีเสื้อช็อปใส่กันน่ะสิ!
ว่าแต่คนอะไรตัวสูงและหุ่นดีชะมัด ถึงกับต้องแหงนหน้ามองเลยทีเดียว มองยังไงก็ไม่น่าจะต่ำกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซน เธอว่าเธอเองก็ไม่ได้เตี้ยมากนะ สูงตั้งหนึ่งร้อยหกสิบเซนแน่ะ
แต่พอมายืนอยู่ตรงหน้าเขาคนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กตัวน้อยเอามากๆ เพราะเธอสูงเลยหน้าอกเขาขึ้นมานิดเดียวเท่านั้นเอง
“เป็นใบ้หรือไง ถามทำไมไม่ตอบหรือช็อกจนเสียสติไปแล้ว?”
เห็นเธอมองเหม่อและเงียบไม่ยอมตอบ เขาก็ยิ่งหงุดหงิด ตอนนี้เขาเปลี่ยนมากอดอกมองเธออย่างกดดันแทนโดยที่เขายังคงสวมใส่หมวกกันน็อกอยู่เหมือนเดิม แต่เสียงที่เปล่งออกมามันก็ไม่ได้เบาจนคนตรงหน้าไม่ได้ยิน
ซึ่งเขาคงไม่รู้เลยว่ายิ่งเขาไม่ยอมถอดหมวกกันน็อกออกแบบนี้ มันยิ่งทำให้คนที่ยืนมองอยู่รู้สึกกลัวเพราะเขาเหมือนพวกทวงหนี้อย่างไรอย่างนั้นเลย ก็หมวกกันน็อกเขาปิดทึบขนาดนี้ มองไม่เห็นใบหน้าด้วยซ้ำ
“คะ คือหนูขอโทษค่ะ หนูพึ่งมาเรียนที่นี่ก็เลยไม่รู้ว่าข้ามถนนตรงนี้ไม่ได้ แต่รุ่นพี่จะโทษหนูฝ่ายเดียวไม่ได้นะคะ เพราะรุ่นพี่เองก็ขับรถเร็วเกินไปเหมือนกัน นี่มันเขตมหา’ลัยนะคะ ควรขับช้ากว่านี้สิ ไม่งั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้”
เมื่อถูกถามด้วยความกดดันเธอจึงอ้อมแอ้มบอกเขาเสียงเบา ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและคณะที่ตัวเองเรียนเธอศึกษามาบ้างแล้ว อีกอย่างเมื่อสัปดาห์ก่อนเธอได้เข้าปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่แล้วด้วย ทำให้เธอรู้ว่าคนตรงหน้าเรียนคณะและสาขาอะไร
ใส่เสื้อช็อปที่มีสัญลักษณ์แบบนี้ยังไงก็เรียนวิศวะฯ แน่นอนและที่ทำเธอตกใจคือเขาเป็นรุ่นพี่คณะเดียวกับเธอแถมยังสาขาเดียวกันกับเธอด้วย แต่แค่ไม่รู้ว่าเขาอยู่ปีไหนเท่านั้นเอง
“เด็กปีหนึ่งงั้นเหรอ? ไม่มีใครบอกเธอหรือไงว่าเป็นรุ่นน้องต้องรู้จักเคารพรุ่นพี่ อย่าปีนเกลียวให้มันมาก” ได้ฟังสิ่งที่เธอพูดก็ยิ่งทำให้เขาโมโหและหงุดหงิดกว่าเดิมเพราะเหมือนว่าเธอจะไม่ยอมรับผิดอยู่ฝ่ายเดียว ยังไงก็จะให้เขาผิดด้วยให้ได้ เรียนที่นี่จนจะขึ้นปีสามพึ่งเคยเจอรุ่นน้องที่ปากเก่งขนาดนี้ แถมยังเป็นเด็กปีหนึ่งซะด้วย!
ที่เขารู้ว่าเธออยู่ปีหนึ่งเพราะเธอบอกเองว่าพึ่งมาเรียนที่นี่ อีกอย่างชุดนักศึกษาที่เธอใส่ก็ดูเรียบร้อยตามสไตล์เด็กใหม่ที่พึ่งเข้ามาเรียน ที่สำคัญหน้าเด็กแถมยังตัดผมสั้นประบ่าเหมือนเด็กมัธยมมากกว่าจะเป็นเด็กมหา’ลัย
นี่ถ้าเธอไม่บอกว่ามาเรียนที่นี่ เขาก็นึกว่าเธอใส่ชุดนักศึกษามาทำคอนเทนต์ลงโซเชียลซะอีก ก็เด็กทุกวันนี้ติดโซเชียลและติดทำคอนเทนต์แปลกๆ กันจะตายไป
“หนูขอโทษค่ะ หนูก็แค่จะอธิบายให้พี่ฟัง ว่าพี่เองก็ผิดเหมือนกัน”
“ยังจะเถียงอีก!” คราวนี้คนตัวเล็กยอมเงียบและก้มหน้าลงด้วยความกลัว ก็เขาดุขนาดนี้จะไม่ให้เธอกลัวได้ไง แม้ว่าปกติเธอจะไม่ค่อยกลัวอะไรก็ตาม แต่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ซ่าไม่ออกเหมือนกันแหละ
“ฉิบหายแล้ว ใกล้ถึงเวลาที่พี่ๆ นัดแล้วนี่” หลังจากก้มหน้าสำนึกผิดได้ไม่นาน เธอก็สบถออกมาอย่างลืมตัวเพราะนาฬิกาบนข้อมือบอกให้เธอรู้ว่าเธอกำลังจะสายตั้งแต่วันแรกของการรับน้อง คณะวิศวะฯ ยิ่งขึ้นชื่อเรื่องรับน้องโหดๆ อยู่
อันที่จริงวันนี้เธอไม่ได้มาเรียนแต่อย่างใดเพราะมหาวิทยาลัยยังไม่เปิดเทอมแต่เพราะวันนี้เป็นวันที่รุ่นพี่ปีสองนัดรุ่นน้องปีหนึ่งทุกคนมาทำกิจกรรมรับน้องวันแรก และเธอได้ยินว่าถ้าใครมาสายจะถูกทำโทษรวมถึงทำให้เพื่อนๆ ที่มาตรงเวลาถูกทำโทษไปด้วยซึ่งเธอไม่อยากมีปัญหาและไม่อยากเป็นตัวปัญหาตั้งแต่วันแรกหรอกนะ
“หายตกใจแล้วก็หลบ ฉันมีธุระต้องไปทำต่อ” เห็นเขาถอนหายใจเสียงดังเหมือนเหนื่อยจะพูดกับเธอก็ทำให้เธอยิ้มแห้ง แต่พอเห็นเขาตวัดขายาวๆ ขึ้นรถบิ๊กไบก์ไปเท่านั้นแหละ เธอก็สวมวิญญาณนักศึกษาสาวหน้ามึนทันที เมื่อกี้เธอขอโทษเขาไปแล้วเขาก็น่าจะใจเย็นลงจนยอมช่วยเหลือเธอบ้างแหละ ถึงยังไงเขาก็เป็นรุ่นพี่นี่นา
“เอ่อ เดี๋ยวก่อนค่ะ คือรุ่นพี่กำลังจะไปคณะวิศวะฯ ใช่มั้ยคะ?” เธอรีบเดินตามเขาไปและไปหยุดยืนอยู่ข้างๆ รถเขา ก็เธอกลัวเขาขับออกไปก่อนที่เธอจะพูดจบนี่นา ตอนนี้เขาคือความหวังเดียวที่สามารถช่วยให้เธอไปถึงคณะได้ทันเวลา ยังไงก็ต้องลองเสี่ยงขอความช่วยเหลือดู
“ฉันจะไปไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” คนตัวสูงสตาร์ตรถอย่างไม่สนใจแต่ก็ยังไม่ได้ขับออกไปเพราะเขาก็อยากจะรู้ว่าเธอมีปัญหาอะไรกับเขาอีก จากที่สำรวจดูเธอคร่าวๆ ก็เห็นว่าเธอยังปกติดี ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนสักหน่อย
“ก็ถ้าพี่จะไปคณะวิศวะฯ หนูจะรบกวนขอติดรถไปด้วยได้มั้ยคะ คือวันนี้หนูต้องเข้ากิจกรรมรับน้องวันแรกของคณะวิศวะฯ ถ้าหนูไปสายต้องถูกทำโทษแน่ๆ เลยค่ะและก็อาจจะทำเพื่อนๆ เดือดร้อนไปด้วย ยังไงพี่ก็เป็นรุ่นพี่ที่คณะ ช่วยหนูสักครั้งเถอะนะคะ ส่วนเรื่องที่หนูวิ่งตัดหน้ารถพี่หนูขอโทษจริงๆ คราวหลังจะไม่วิ่งข้ามถนนตรงนี้อีกแล้วค่ะ”
ครั้งนี้เธอยกมือไหว้ขอโทษเขาด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ เพราะพอมาคิดดูแล้วหากเธอไม่วิ่งข้ามถนนตรงนี้ก็คงไม่เสี่ยงถูกรถชนหรอก ไม่น่ามองตามคนที่วิ่งข้ามไปก่อนจนลืมมองว่าตรงนี้มันไม่มีทางม้าลายให้ข้ามเลย
เห็นมั้ยว่าซวยตั้งแต่วันแรกของการรับน้องเลยเนี่ยและนี่ก็ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องซวยอะไรตามมาอีกหรือเปล่าด้วย!
“แล้วทำไมฉันต้องช่วยเธอด้วย สนิทกันเหรอ?” เขามองไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องให้เธอติดรถไปด้วยเลยสักนิด เป็นรุ่นพี่ไม่ใช่พ่อพระที่จะได้ใจดีมีเมตตาขนาดนั้น ต่อให้เป็นรุ่นน้องที่คณะแต่ถ้าไม่สนิทเขาก็ไม่จำเป็นต้องแคร์
“ถึงจะไม่สนิทกันแต่ในเมื่อคุยกันแล้วก็ถือว่าเรารู้จักกันแล้วไงคะ อีกอย่างพี่ก็เป็นรุ่นพี่จะไม่ช่วยรุ่นน้องตาดำๆ แบบหนูจริงๆ เหรอ วันแรกของการรับน้องหนูก็เกือบถูกรถชนและถ้าหนูไปสายอีกก็คงจะถูกลงโทษอีกแน่ๆ สงสารหนูเถอะนะคะ”
เธอได้ยินมาว่าผู้ชายยังไงก็ต้องใจอ่อนกับน้ำตาของผู้หญิง เขาเป็นถึงรุ่นพี่คณะของเธอยังไงก็ต้องยอมใจอ่อนช่วยเธอบ้างแหละ ต่อให้เขาจะดูดิบเถื่อนและปากหมาไปบ้างแต่เธอคิดว่าน้ำตาจากการแสดงละครของเธอต้องได้ผลบ้างสิ
“วุ่นวาย จะไปก็รีบขึ้นมา ถ้าช้าฉันไม่รอ” สุดท้ายเขาก็ยอมช่วยเธอจริงๆ คนตัวเล็กยิ้มแป้นทันทีพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณเขา ส่วนคนที่มองใบหน้าเรียวเล็กผ่านกระจกหมวกกันน็อกได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
เมื่อสักครู่น้ำตาเธอยังคลออยู่เลย ตอนนี้กลับยิ้มแป้นจนปากจะฉีกถึงหูอยู่แล้ว นี่มันเด็กแสบชัดๆ
“ขอบคุณนะคะ หนูจะไม่ลืมบุญคุณพี่ในครั้งนี้เลย” เธอรวบกระโปรงพลีตตัวเองอย่างคล่องแคล่วแต่ก็ต้องมาทุลักทุเลตอนตวัดขาขึ้นไปนั่งบนรถอยู่ดีเพราะเธอไม่เคยนั่งรถบิ๊กไบก์มาก่อน แถมเธอยังขาสั้นกว่าเขามาก แต่สุดท้ายก็ขึ้นนั่งได้สำเร็จ
บรึ้นนน!!
“กรี๊ด” แต่ยังไม่ทันหาที่จับให้มั่นคนตัวสูงก็ขับรถออกไปด้วยความรวดเร็วจนเธอเผลอกรี๊ดออกมาอีกครั้งเพราะความตกใจ ฝ่ามือเล็กรีบกำเสื้อเขาเอาไว้อย่างลืมตัวพร้อมกับใจที่สั่นระรัวเพราะความหวาดกลัว
นี่เธอคิดถูกหรือคิดผิดที่ขอติดรถเขามาด้วย บางทียอมถูกรุ่นพี่ที่รับน้องทำโทษน่าจะไม่เสี่ยงตายเท่ากับนั่งรถมากับรุ่นพี่คนนี้ก็เป็นได้
และก่อนวิญญาณของเธอจะได้หลุดออกจากร่าง รถบิ๊กไบก์ของเขาก็มาจอดตรงหน้าตึกคณะซะก่อน เธอรีบลงจากรถด้วยขาอันสั่นเทาแต่ก็ยังมีสติพอที่จะขอบคุณเขาอีกครั้งเพราะเขาพาเธอมาถึงคณะได้ทันเวลาแถมยังเผื่อเวลาให้เธอได้วิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ อีกด้วย
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ถ้าไม่ได้พี่ หนูมาไม่ทันแน่ๆ เอาไว้ถ้าหนูเจอพี่อีกหนูจะเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนนะคะ” เธอส่งยิ้มให้เขาด้วยความสดใสจนคนที่มองอยู่ชะงักไปเล็กน้อย
“หึ! ถ้าเจอกันอีกคิดว่าจะจำฉันได้เหรอ เห็นหน้าฉันแล้วหรือไง?” เขาแสยะยิ้มมุมปากเพราะเขาไม่เชื่อว่าเธอจะจำเขาได้
“งั้นพี่ก็ถอดหมวกกันน็อกออกสิคะ หรือไม่ก็บอกชื่อหนูก็ได้ ส่วนหนูชื่อเม็ดทราย ยินดีที่ได้รู้จักรุ่นพี่ค่ะ แต่ถ้าพี่ไม่อยากถอดหมวกก็ไม่เป็นไร หนูคิดว่าหนูจำพี่ได้” เธอเก็บข้อมูลเขามาหมดแล้ว เขาตัวสูงหุ่นดีเหมือนนายแบบ ผิวขาวและมีรอยสักตรงแขนขวา คิดว่าถ้าเจอกันอีกเธอน่าจะจำเขาได้
“ฉันไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวกับเธอ แต่ถ้าเธออยากเลี้ยงข้าวจริงๆ ฉันจะรอ หวังว่าเจอกันครั้งหน้าเธอจะจำฉันได้เหมือนที่ปากพูด”
“จำได้แน่นอนค่ะ อย่างน้อยหนูก็จำได้ว่าพี่มีรอยสักตรงแขนขวา และพี่ก็ตัวหอมมากๆ ด้วย ส่วนตอนนี้หนูต้องไปก่อนนะคะ ขอบคุณที่มาส่งค่ะ”
เธอพูดอย่างรัวเร็วก่อนจะยิ้มให้เขาจนตาหยีจากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในคณะก่อนที่จะไม่ทันเวลา วันนี้รุ่นพี่นัดเช็กชื่อและทำกิจกรรมที่คณะก่อน เพราะวันแรกคงอยากให้รุ่นน้องทุกคนมาทำความรู้จักกันรวมถึงได้มารู้จักรุ่นพี่ในคณะด้วย ซึ่งรุ่นพี่เหล่านี้จะเป็นพี่เลี้ยงดูแลพวกเธอตั้งแต่การรับน้องไปจนถึงการซ้อมเชียร์เลย
ซึ่งกิจกรรมรับน้องจะทำกิจกรรมกันแค่สองสัปดาห์ก่อนที่จะเปิดเทอมและหลังจากเปิดเทอมจะเป็นการซ้อมเชียร์ต่อ เธอได้ยินมาว่าซ้อมกันประมาณสี่เดือนเลย แค่คิดก็เหนื่อยรอแล้วอะ
แต่ถ้าคิดในทางที่ดีมันก็เป็นประโยชน์สำหรับเธอแหละเพราะนอกจากจะได้เพื่อนใหม่แล้ว ก็ได้ฝึกความอดทนและความมีระเบียบวินัยซึ่งมันอาจจะส่งผลถึงการทำงานในอนาคตเธอด้วยถ้าเรามีความอดทนอยู่ที่ไหนก็ไม่ลำบากหรอก
แต่สุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอดีด้วย โชคดีที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการรับน้องแบบสร้างสรรค์ ถึงรุ่นพี่จะมีดุบ้างแต่ก็ไม่ได้เกินขอบเขตจนน้องๆ อึดอัดและไม่มีความสุข ถ้าเป็นอย่างที่เธอได้ข้อมูลมาทุกอย่างก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
เม็ดทรายยิ้มกับตัวเองแต่ก่อนที่เธอจะเข้าไปในตึกคณะ เธอได้หันกลับไปมองคนใจดีที่มาส่งเธออีกครั้ง ซึ่งเห็นแค่แผ่นหลังเขาเท่านั้นเพราะเขาขับรถออกไปพอดีแต่ยังโชคดีที่เธอมองป้ายทะเบียนรถเขาทันและตอนนี้เธอก็จดจำมันได้ขึ้นใจแล้วด้วย ยังไงซะถ้าเจอกันอีกเธอต้องจำเขาได้แน่!
“เด็กโง่ เธอคิดว่าในมหา’ลัยนี้มีแค่ฉันหรือไงที่สักตรงแขน และเมื่อกี้เธอว่าไงนะ ตัวฉันหอมมากๆ งั้นเหรอ เด็กหื่นเอ๊ย!”
คนตัวสูงบ่นพึมพำก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง เขาเสยผมลวกๆ เมื่อถอดหมวกกันน็อกออก ตอนนี้เขาขับรถมาจอดที่ตึกกลางของมหาวิทยาลัย เนื่องจากวันนี้เขาถูกอาจารย์ที่ควบคุมดูแลกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเรียกเข้ามาคุยและกำชับถึงแนวทางการรับน้องว่าต้องมีความสร้างสรรค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย
ซึ่งไม่ใช่แค่เขาที่ถูกเรียกมาคุยแต่ยังมีเพื่อนๆ ปีสามคณะอื่นด้วย แม้จะยังไม่เปิดเทอมแต่เพราะสอบเสร็จและเกรดออกกันหมดแล้วจึงถือว่าเป็นพี่ปีสามกันอย่างเต็มตัว เมื่ออาจารย์เอ่ยปากขอความร่วมมือยังไงพวกเขาก็ต้องมา
ซึ่งหน้าที่หลักๆ ของพวกเขาก็คือคอยกำกับดูแลการรับน้องให้อยู่ในความเหมาะสม ห้ามรับน้องเกินขอบเขตจนทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายเด็ดขาด
ถึงแม้ทุกคณะจะมีรุ่นพี่ปีสองคอยเป็นพี่เลี้ยงและจัดกิจกรรมรับน้องอยู่แล้วแต่รุ่นพี่ปีสามก็ยังต้องคอยสอดส่องดูแลอีกทีหรือบางครั้งก็ต้องเข้าไปช่วยรับน้องเองด้วย ซึ่งถ้าพวกเขาได้เข้าไปช่วยเมื่อไหร่บรรยากาศการรับน้องและซ้อมเชียร์มันจะเปลี่ยนไปทันที
ส่วนวันนี้เขามีแค่หน้าที่ไปแอบดูกิจกรรมรับน้องของทางคณะว่าเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดหรือเปล่าเพราะหากไม่ใช่จะได้เรียกมาคุยก่อนจะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาและอาจจะทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียงได้…
บทล่าสุด
#43 บทที่ 43 ตอนพิเศษ [2] -จบตอนพิเศษ-
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#42 บทที่ 42 ตอนพิเศษ [1]
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#41 บทที่ 41 ความสุขของกันและกัน (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#40 บทที่ 40 คลั่งรักแฟนหนักมาก NC+
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#39 บทที่ 39 ครอบครัวเดียวกัน
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#38 บทที่ 38 เธอคือคนที่ผมรัก
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#37 บทที่ 37 ฝากตัวเป็นหลานเขย
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#36 บทที่ 36 ดีไปหมดทุกอย่าง NC++
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#35 บทที่ 35 ทำมากกว่าจูบได้ไหม? NC+
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#34 บทที่ 34 ของขวัญวันเกิด
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026
คุณอาจชอบ 😍
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซต..วิศวะ)
*** เมื่อเพื่อนสนิทชายหญิงมาอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน มันจะมีคนหนึ่งที่คิดไม่ซื่อ จ้องจะงาบเพื่อนอยู่ตลอด มาลุ้นกันว่าฝ่ายไหนจะเปิดก่อน แล้วคนเปิดก่อนจะได้เปรียบจริงหรือเปล่า? ***
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ













