บทนำ
บท 1
เสียงฝีเท้าของหญิงสาวบางคนที่กำลังเร่งรีบเพื่อมุ่งหน้าไปยังปลายทางตามที่ตั้งใจ หลังจบคลาสเรียนสุดท้ายของวันก็รีบออกจากมหาวิทยาลัยตรงไปยังสวีทคาเฟ่ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานงานพาร์ทไทม์ของเธอ สายตาของหญิงสาวเหลือบมองดูเวลาที่ข้อมืออยู่เป็นพักๆ พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ชนเข้ากับชายหนุ่มบางคนที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่โดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวรีบเอ่ยขอโทษต่อบุคคลที่เธอได้เดินชนเมื่อสักครู่
“ไม่เป็นไรครับ คุณล่ะเป็นอะไรมั้ย” ชายหนุ่มที่ถูกชนยิ้มรับอย่างเป็นมิตร เขารู้ว่าหญิงสาวไม่ได้ตั้งใจ
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ” เอ่ยจบ หญิงสาวดังกล่าวก็รีบเดินออกจากชายหนุ่มไปในทันที ขืนอยู่นานกว่านี้คงได้เข้างานสายอย่างแน่นอน
“จะรีบไปไหนกัน!”
ชายหนุ่มที่ถูกชนพึมพำตามหลัง ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นกระเป๋าสตางค์สีเขียวใบเล็กตกอยู่ใกล้ๆ คงจะเป็นกระเป๋าสตางค์ของหญิงสาวเมื่อสักครู่ที่ทำตกไว้
“ไหนดูสิ เขมมิกา…เรียนที่เดียวกันกับเรานี่ น่ารักซะด้วยสิ” ชายหนุ่มยิ้มหวานเปิดกระเป๋าสตางค์ใบเล็กดู ก่อนจะจ้องไปที่บัตรนักศึกษาของหญิงสาวดังกล่าวที่ทำตกไว้ และละสายตานั้นออกเมื่อเพื่อนชายคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก
“ดูอะไรอยู่ธาร”
“ไม่มีอะไร พอดีมีคนทำกระเป๋าสตางค์ตกน่ะ ไว้ค่อยคืนละกัน เรียนที่เดียวกันคงหาตัวไม่ยากหรอก ไปเถอะเดี๋ยวพวกนั้นจะรอนาน” ชายหนุ่มยิ้มรับ ก่อนจะกอดคอเพื่อนชายเดินออกไปยังสถานที่ที่ได้นัดกลุ่มเพื่อนเอาไว้
ธาร หรือธารา หนุ่มนักศึกษาปี3 คณะนิเทศศาสตร์เอกโฆษณาของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ธาราเป็นหลานชายคนโตของครอบครัวธารารินทร์ ซึ่งมีธุรกิจเฟอร์นิเจอร์รวมถึงตกแต่งภายในหลายสาขาอยู่ทั่วประเทศ ถือว่าตระกูลธารารินทร์เป็นตระกูลที่มีฐานะร่ำรวยอยู่ในระดับหนึ่ง
ธาราเป็นชายหนุ่มที่รักความเรียบง่าย ใช้ชีวิตสมถะ ความฝันคืออยากเปิดบริษัทโฆษณาเป็นของตัวเองโดยไม่ได้สนใจที่จะรับช่วงต่อบริหารธุรกิจของครอบครัวแม้แต่น้อย ส่วนเรื่องสืบต่อธุรกิจนั้นจะเป็นน้องชายคนกลางที่จะรับช่วงต่อนี้แทน
สวีทคาเฟ่
“ขอโทษค่ะพี่นนที่เขมมาสาย พอดีวันนี้เขมต้องรีบปั่นงานส่งอาจารย์น่ะ” หญิงสาวที่พึ่งมาถึงคาเฟ่เอ่ยขอโทษต่อชายหนุ่มเจ้าของร้าน
“ไม่เป็นไรหรอก เธอจะมาสายเป็นชั่วโมงพี่ก็ไม่ว่าหรอก เพราะมีคนมาทำหน้าที่แทนเธอแล้ว”
“ใครคะ?”
“ฉันเอง!”
“ธี! เอาอีกแล้วนะ เขมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาช่วยเขม” หญิงสาวหน้างอเล็กน้อยใส่ชายหนุ่มที่พึ่งเดินออกมาจากหลังบาร์ ก่อนจะยื่นมือไปรับผ้ากันเปื้อนจากมือชายหนุ่มมาสวมใส่ไว้
“นิดๆ หน่อยๆ เอง พี่นนเองก็ดีใจจะตายที่เห็นธีทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง” ชายหนุ่มยิ้มกว้างตอบรับหญิงสาว ก่อนจะหันไปยักคิ้วแซวชายเจ้าของร้านที่ยืนยิ้มชอบใจอยู่
เขม หรือเขมมิกา นักศึกษาสาวปี1คณะนิเทศศาสตร์เอกโฆษณา หลังจากจบชั้นมัธยมปลายที่บ้านเกิดจังหวัดเชียงใหม่ก็เข้ามาศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพมหานคร โดยเธอเช่าห้องพักอยู่กับเพื่อนสนิทที่เดินทางมาจากบ้านเกิดด้วยกัน
ครอบครัวของเขมมิกาเปิดโฮมสเตย์เล็กๆ อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ฐานะทางบ้านไม่ได้ถือว่าร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ขัดสนอะไร หลังจากย้ายมาเรียนที่กรุงเทพหญิงสาวก็หางานพาร์ทไทม์ทำเพื่อแบ่งเบาภาระจากทางบ้าน และที่ได้มาทำงานที่สวีทคาเฟ่ก็เป็นการแนะนำจากชลธีเพื่อนชายร่วมมหาลัยของเธอ ทั้งสองสนิทสนมกันตั้งแต่กิจกรรมเข้ารับน้องด้วยกันครั้งแรก ด้วยความที่ชลธีเป็นหนุ่มอารมณ์ดีและจริงใจเลยทำให้เข้ากับคนได้ง่าย
ช่วงค่ำของวัน
“ธีกลับไปเถอะเดี๋ยวเขมอยู่ปิดร้านคนเดียวได้”
“เอาน่า ธีจะได้ไปส่งเขมด้วยไงกลับห้องคนเดียวมืดค่ำแบบนี้โดนฉุดขึ้นมาจะทำยังไง”
“ไม่เป็นไรหรอกวันนี้พี่นนให้ปิดร้านเร็วน่ะ อีกเดี๋ยวก็ปิดแล้ว”
“งั้นก็ดีสิ ปิดร้านแล้วจะได้ไปหาของอร่อยๆ กินกัน”
“ธีจะกินอะไรล่ะเดี๋ยวเขมทำให้ก็ได้”
“ไม่เอา ไม่อยากกินที่ร้านพี่นนน่ะเบื่อแล้ว ไว้ไปหาของอร่อยๆ ร้านอื่นกินกันดีกว่า”
“ก็ได้ๆ งั้นเขมขอโทรบอกอิงก่อนนะว่าจะกลับห้องช้าสักหน่อย”
หญิงสาวยิ้มรับก่อนจะเดินไปตรงกระเป๋าสะพายที่วางเอาไว้ เขมมิกาพึ่งสังเกตว่ากระเป๋าของเธอไม่ได้รูดซิปให้สนิท จึงรีบเปิดสำรวจของที่อยู่ในกระเป๋า เกือบทุกอย่างยังอยู่ครบขาดก็แค่กระเป๋าสตางค์ของเธอที่หายไป พอคิดดูอีกทีน่าจะเป็นช่วงเย็นที่เธอเดินชนกับธารา และอาจไม่ได้บังเอิญชนอย่างที่เธอเข้าใจ ชายดังกล่าวคงเห็นว่ากระเป๋าสะพายของเธอรูดซิปไม่สนิทเลยตั้งใจชนเพื่อจะล้วงทรัพย์เธอก็เป็นไปได้
“โธ่เว้ย!”
“มีอะไรหรือเปล่าเขม”
“กระเป๋าสตางค์เขมหายน่ะ ต้องเป็นคนเมื่อตอนเย็นแน่เลยที่เอาไป บัตรอะไรก็อยู่ในนั้นหมดเลย” หญิงสาวหน้ามุ่ย สีหน้าไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก
“งั้นไปแจ้งความไว้มั้ย”
“อย่าพึ่งดีกว่า เขมจำหน้าเขาได้เหมือนเคยเห็นที่มหาลัยอยู่ ไว้พรุ่งนี้ค่อยตามหาเขาดีกว่า”
“อืม เดี๋ยวธีช่วยหาเป็นเพื่อนนะ” ชายหนุ่มพยักหน้าร่วมด้วย
จากนั้นทั้งสองคนก็ช่วยกันปิดสวีทคาเฟ่ให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเดินออกไป เขมมิกายังคงขุ่นเคืองต่อชายหนุ่มที่เอากระเป๋าสตางค์ของเธอไป ถ้าเป็นการจงใจขโมยเธอจะไม่ยอมปล่อยไว้แน่
...................
“ฮัดเช้ย! ใครบ่นถึงเนี่ย” ธาราที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาอยู่ดีๆ ก็จามขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ชายหนุ่มดีดตัวนั่งที่โซฟาวางหนังสือที่อยู่ในมือลง ก่อนจะเลื่อนมือไปหยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีเขียวที่เก็บได้เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาเปิดขึ้นดูอีกครั้ง ชายหนุ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จ้องไปที่รูปที่ติดบัตรนักศึกษาด้วยความพอใจ
“เขมมิกา วรารักษ์ ชื่อก็เพราะ หน้าตาก็สวย เรียนนิเทศเหมือนกับเราด้วย อย่างนี้ต้องทำความรู้จักสักหน่อยแล้ว”
“ฉันเห็นนายจ้องบัตรนักศึกษานี้มาหลายรอบแล้ว ทำไม…อย่าบอกนะว่าสนใจน้องเขาน่ะ” เพื่อนชายที่พึ่งเดินออกจากห้องน้ำเอ่ยถามเพราะความอยากรู้ เมื่อเห็นธาราเอาแต่จ้องบัตรนักศึกษาดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง
“ไม่รู้สิ รู้สึกถูกชะตายังไงไม่รู้ อยากทำความรู้จักน้องเขาน่ะ นายไม่คิดว่ามันเป็นพรหมลิขิตหน่อยเหรอ ดูสิ…น้องเขาเรียนคณะเดียวกันกับฉันด้วย”
“คงจะพรหมลิขิตอย่างที่นายพูดแหละมั้ง ร้อยวันพันปีนายเคยสนใจสาวๆ ที่ไหน พอเจอน้องคนนี้ครั้งแรก นายก็เกิดอาการเคลิ้มซะขนาดนี้ แต่ระวังหน่อยนะ จะชอบใครก็ดูด้วยว่าน้องเขามีเจ้าของหรือยัง”
“ไม่มีหรอก”
“มั่นใจขนาดนั้นเชียว แล้ววันนี้นายจะนอนนี่หรือจะกลับบ้าน”
“นอนนี่ดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยกลับแล้วกัน” ชายหนุ่มยิ้มรับก่อนจะจ้องและยิ้มไปที่บัตรนักศึกษาที่ถืออยู่ในมืออีกครั้ง
วันต่อมา
เขมมิกายืนด้อมๆ มองๆ อยู่บริเวณทางเข้ามหาวิทยาลัยเผื่อได้เจอชายหนุ่มที่เธอเดินชนในช่วงเย็นของเมื่อวาน หญิงสาวมั่นใจว่าชายหนุ่มดังกล่าวเป็นคนเอากระเป๋าสตางค์ของเธอไปแน่นอน รออยู่ได้ไม่นานก็เห็นเป้าหมาย เขมมิกาไม่รีรอรีบวิ่งเข้าไปดักหน้าธาราไว้ทันที
“กระเป๋าสตางค์ฉันอยู่กับคุณใช่มั้ย” หญิงสาวถามออกไปตรงๆ แววตาจ้องไปที่ธาราด้วยความมั่นใจ
“เธอจำฉันได้ด้วยเหรอ แล้วรู้ได้ไงว่ากระเป๋าสตางค์เธออยู่ที่ฉันล่ะ” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่ม พอรู้ว่าหญิงสาวจำเขาได้ก็ดูจะพอใจเป็นอย่างมาก
“แปลว่ากระเป๋าฉันอยู่ที่คุณจริงๆ ด้วย คิดไว้แล้วเชียว เอาคืนมานะไม่งั้นฉันจะแจ้งความจับคุณ”
“เธอจะแจ้งความข้อหาอะไร เธอทำตกไว้เองแล้วฉันเก็บได้ แทนที่จะขอบคุณกันดีๆ กลับมากล่าวหากันซะงั้น”
“งั้น…ก็เอาคืนมาสิ ฉันไม่เอาเรื่องคุณก็ได้”
“ไม่ได้เอามา ลืมไว้ที่ห้องเพื่อน งั้นพรุ่งนี้เดี๋ยวเอามาให้แล้วกัน” ชายหนุ่มยิ้มรับก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป
“เอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” เขมมิการั้งแขนธาราไว้ ก่อนจะตะโกนเรียกชลธีให้มาช่วยเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังเดินมาทางเธอพอดี
“ธี คนนี้แหละที่เอากระเป๋าเขมไป”
“เอ้า..พี่ธาร นี่พี่ขโมยกระเป๋าเพื่อนผมเหรอ”
“ใช่ที่ไหน เพื่อนนายต่างหากที่ทำกระเป๋าตกเองแล้วมากล่าวหาฉัน ทีแรกว่าจะคืนให้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ไม่ค่อยอยากคืนแล้วสิ อยู่ๆ ก็มาบอกว่าฉันเป็นขโมย”
“นี่ สองคนรู้จักกันด้วยเหรอ” เขมมิกาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูท่าทีสนิทสนมของชายหนุ่มทั้งสองก็อดแปลกใจไปไม่ได้
“รู้จักสิ นี่พี่ธารพี่ชายธีเอง คนที่ธีเคยเล่าให้เขมฟังไงว่าเรียนเอกโฆษณาเหมือนกับเขม ธีรับประกันได้เลยว่าพี่ชายของธีไม่ใช่ขโมยแน่นอน คงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันน่ะ”
“ขอโทษค่ะ” เขมมิการีบคลายมือของจากแขนธารา หญิงสาวเอ่ยขอโทษต่อชายหนุ่มที่เธอกล่าวหาเมื่อสักครู่ เพราะถ้าเป็นพี่ชายของชลธีจริงยังไงก็คงไม่ใช่ขโมยอย่างที่เธอเข้าใจผิดแน่นอน
ธาราค่อยๆ เดินเข้าหาเขมมิกาให้มากขึ้น ชายหนุ่มก้มลงเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าหญิงสาวให้ชัดเจน ท่าทีเขินอายของเธอทำให้ธาราเอ็นดูมากนัก ชายหนุ่มมองและยิ้มให้หญิงสาวอย่างไม่ละสายตาจนชลธีผู้เป็นน้องชายต้องกระแอมออกมาเพื่อให้ผู้เป็นพี่ชายรู้ตัว
“เอ่อ..พี่ธาร กระเป๋าสตางค์เขมอยู่กับพี่ใช่มั้ย งั้นพี่ก็คืนเขมไปสิ”
“อยู่ที่ห้องเบียร์นะ เมื่อวานพี่นอนที่ห้องเบียร์ลืมเอามาด้วย งั้น..ไว้พรุ่งนี้พี่จะเอามาคืนให้เธอนะ” ชายหนุ่มตอบผู้เป็นน้องชายก่อนจะหันมาแจ้งต่อเขมมิกาที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขายังคงยิ้มและมองเธอด้วยท่าทีพอใจก่อนที่จะขอตัวออกไป
ชลธีมองผู้เป็นพี่ชายที่มีท่าทีพอใจเขมมิกาก็อดกังวลไม่ได้ สายตาที่ธารามองหญิงสาวนั้นดูพอใจเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นเช่นนั้นเท่ากับว่าผู้เป็นพี่ชายได้สนใจผู้หญิงคนเดียวกันกับเขาเสียแล้ว
วันต่อมา
เขมมิกานั่งอยู่ในชั้นเรียนรอผู้เป็นอาจารย์เข้ามาสอน ระหว่างนั้นธาราที่ตั้งใจมาหาหญิงสาวก็เดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ เธอ พร้อมกับยื่นกระเป๋าสตางค์ใบสีเขียวคืนให้กับเจ้าของ ชายหนุ่มยังคงรอยยิ้มสดใสเหมือนเช่นที่เจอหญิงสาวเมื่อครั้งก่อน
“ขอบคุณค่ะ”
“แค่นี้เองเหรอ พี่อุตส่าห์เก็บกระเป๋าเธอได้เลยนะ”
“แล้วฉันต้องทำยังไงล่ะคะ”
“เลี้ยงข้าวพี่สักมื้อสิ ข้าวโรงอาหารก็ได้”
“อ่อ ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวยิ้มรับ อย่างน้อยก็ถือเป็นน้ำใจตอบแทนที่ชายหนุ่มเก็บกระเป๋าสตางค์เธอได้ การเลี้ยงข้าวสักมื้อก็ถือว่าเหมาะสมอยู่
เขมมิกานั่งตัวเกร็งเพราะถูกธารานั่งจ้องมาที่เธอตลอด หญิงสาวเองก็ไม่รู้ชายหนุ่มจะนั่งจ้องเธออีกนานแค่ไหน กระเป๋าก็คืนให้แล้ว ข้าวก็รับปากจะเลี้ยงแล้ว แต่ทำไมชายหนุ่มถึงไม่ออกไปจากคลาสเรียนของเธอสักที
“รุ่นพี่ไม่ไปเรียนเหรอคะ"
“พี่มีเรียนช่วงบ่ายน่ะ ทำไม…พี่ทำให้เธออึดอัดเหรอ”
“ค่ะ รุ่นพี่เล่นจ้องฉันอยู่แบบนี้เป็นใครก็อึดอัดกันทั้งนั้น”
“พี่ไปก็ได้ งั้นขอเบอร์เธอหน่อยสิ ไว้นัดกินข้าวกันไง” ธารายื่นมือถือตัวเองเพื่อให้หญิงสาวกดเบอร์
เมื่อได้เบอร์มาเรียบร้อยก็รีบกดโทรเช็กในทันทีว่าใช่เบอร์ของหญิงสาวจริงๆ หรือไม่ เมื่อรู้ว่าเป็นเบอร์จริงก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ ก่อนจะเอ่ยลาหญิงสาวแล้วเดินออกจากคลาสเรียนไปในที่สุด
“นั่นมันพี่ธารไม่ใช่เหรอ เธอไปรู้จักพี่เขาได้ยังไงอ่ะเขม” อิงดาว เพื่อนสาวคนสนิทที่แอบดูทั้งคู่อยู่นาน เมื่อเห็นธาราเดินออกไปก็รีบเข้ามาถามเพื่อนสาวของเธอในทันที
“เขาเป็นพี่ชายของธีน่ะ”
“เหรอ เธอควรตีสนิทพี่เขาไว้นะ พี่ธารก็เรียนเอกเดียวกันกับเธอนี่ มีอะไรจะได้ปรึกษาพี่เขาได้ ชีวิตการเรียนในมหาลัยจะได้ง่ายขึ้นด้วย จะพูดไปสองพี่น้องนี้หน้าตาดีทั้งคู่เลยเนาะ…เธอว่ามั้ย”
“พูดมาก อาจารย์มาแล้ว”
เขมมิกาบ่ายเบี่ยงไม่อยากพูดเรื่องของธาราต่อ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นหญิงสาวก็อดนึกถึงใบหน้าที่ยิ้มแย้มของชายหนุ่มไม่ได้ ไหนจะแววตาที่มองมาที่เธออีก ถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองสักหน่อยก็คงคิดว่าชายหนุ่มคงสนใจในตัวเธออย่างแน่นอน
บทล่าสุด
#44 บทที่ 44 ตอนที่44 (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#43 บทที่ 43 ตอนที่43
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#42 บทที่ 42 ตอนที่42
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#41 บทที่ 41 ตอนที่41
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#40 บทที่ 40 ตอนที่40
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#39 บทที่ 39 ตอนที่39
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#38 บทที่ 38 ตอนที่38
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#37 บทที่ 37 ตอนที่37
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#36 บทที่ 36 ตอนที่36
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#35 บทที่ 35 ตอนที่35
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ขย้ำรักเลขา NC-20
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













