บทนำ
สาว 1 ขาวสะพรั่งดั่งไข่ปอก อาบน้ำนม หมวย สวยเซ็กซ์ ช่างยั่ว ด้วยกิริยาแช่มช้อย เจ้าของนามโม่ลี่ (แม่ดอกมะลิ)
สาว 2 เร่าร้อน แหม่มจ๋า หัวทอง สรีระเด่นชัด กล้าได้ กล้าเสีย จัดจ้าน นามพอลลีน
สาว 3 กะโปโลเปี่ยมสุขสนุกสนาน สาวใช้คนใหม่ แปลงโฉมจนขี้ริ้ว ตื่นกลัวขึ้นมาเป็นต้องที่หลบภัย นางสาวแสนรัก หรือ สร้อย มาในนามสาวใช้
บท 1
มณีหมั้นรัก
หนังสือที่เธออ่านคือสะพานพาเขาและเธอข้ามกาลเวลามาพบกันในทุกค่ำคืน เพื่อรักกันเพียงแค่อยู่ในความฝัน
คุณพระพิมาน กับ แม่ไรไร
นิยายที่ถือในมือเป็นนิยายย้อนสมัย เมื่อเรไรหยิบขึ้นมาอ่านทีไร เป็นต้องหลงใหลพาจิตใจเข้าไปในบทประพันธ์ทุกคราไป เธออ่านมาสามวันแล้ว พอล้มหัวลงนอนก็ฝันแปลกๆ ฝันถึงดวงหน้าหล่อเหลาคมคร้ามของคุณพระพิมานในเรื่องซึ่งเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมสัน ผิวสองสี คือประมุขแห่ง ‘เรือนนพรัตน์’ อันมีบริวารมากมาย
เรไรจัดอยู่ในจำพวกนักอ่านหนังสือช้าเพราะค่อยๆ ด่ำดื่มไปกับรสชาติตัวอักษรและบทประพันธ์ บางทีบทที่อ่านผ่านไปแล้วต้องย้อนกลับมาอ่านซ้ำ รู้สึกติดใจในสำนวนการเรียงร้อยของนักเขียน ‘พู่กันทอง’ เธอกับครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่เรือนเก่าแก่หลังนี้เพราะได้รับมรดกจากคุณตาทวด ในพินัยกรรมระบุไว้ห้ามขายทอดตลาด ทั้งที่ดินและตัวเรือน รวมไปถึงเครื่องเรือนทรัพย์สินที่อยู่ในเรือนทุกชิ้น
มีเพียงเธอ พ่อ แม่ เท่านั้นที่ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ พี่ชายทั้งสองออกเหย้าออกเรือน มีครอบครัว มีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว จึงแค่มาเยี่ยมเป็นครั้งคราวเท่านั้น เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มที่ได้ใช้ชีวิต อยู่ในเรือนเก่าสีขาวกึ่งตึกกึ่งไม้ริมคลองผดุงกรุงเกษมแห่งนี้
บางครั้งหลังเลิกงาน เธอมักไปนั่งทอดอาลัยชมธรรมชาติอยู่ศาลาริมน้ำอันเก่าแก่ซึ่งมาพร้อมกับตัวเรือน บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย ได้กลิ่นดอกไม้โบราณ เช่นดอกรสสุคนธ์ ดอกปีบสีนวลลออ ถึงแม้สายน้ำจะต่างไปจากเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมาแล้ว หากแต่ยังพอนึกถึงความหลังได้บ้าง
คืนนี้หลังจากรับประทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงขอตัวพ่อกับแม่ พวกท่านกำลังนั่งชมรายการโทรทัศน์อยู่ เพื่อขึ้นมาดื่มด่ำกับบทประพันธุ์ ‘เรือนนพรัตน์’ ของนักเขียนนาม ‘พู่กันทอง’ ต่อจากเมื่อคืน
อ่านไปได้แค่หนึ่งบทสิบสี่หน้าเท่านั้น ปากก็อ้า...หาวหวอดๆ คราวนี้ถึงกับอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะง่วงเต็มที พรุ่งนี้ยังต้องรีบออกไปผจญรถติดไปทำงานอีก
คราวนี้เรไรจึงค่อยๆ เลื่อนตัวลงนอน แล้วซุกในผ้าห่มอุ่น เข้าสู่นินทราจึงดำดิ่งสู่ห้วงการหลับลึก ในยามค่ำคืนอันเงียบสงบ ทว่าในกลางดึกนั้น...
“แม่เรไร ได้ยินเสียงฉันหรือไม่” เสียงทุ้มแผ่วเบาดังแว่วๆ คล้ายจะอยู่ปลายเตียง ทว่าห่างไกลเหลือเกินในความรู้สึกคนฟัง ผ้าห่มหญิงสาวค่อยๆ ขยับราวกับมีการเคลื่อนไหว แต่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวของเจ้าตัวที่กำลังหลับลึกอยู่ หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวของคนอื่น ที่กำลังจะมุดเข้าผ้าห่มเริ่มจากปลายเท้า
“อืม...อย่าสิ คนกำลังหลับ อย่ากวน ไม่เอาอย่ากวน” คนหลับส่งเสียงคล้ายละเมอออกมา ทั้งที่ไม่ได้ลืมตาหรือลุกขึ้นมาดูสิ่งที่กำลังก่อกวนเธอในยามหลับคืออะไร หญิงสาวไม่สนใจต้องการหลับต่อ
ปลายนิ้วผู้บุกรุกในยามวิกาล ค่อยๆ ไต่ขึ้นไปตามเนื้อเนียนตรงเรียวขา ขยับขึ้นอย่างพลิ้วไหว คนบุกรุกยิ้มสุขุมในความมืดภายในห้องที่เขามาเยือน แม้สถานที่จะแปลกอยู่ซักหน่อย ทว่า...เสียงใสๆ หวานๆ ร้องเรียกหาเขาทุกคืน ดังนั้นเจ้าของร่างสูงใหญ่บึกบึนในชุดเสื้อคอกลมสีขาวผ่าหน้าติดกระดุมห้าเม็ด กับกางเกงแพรเนื้อเบาจำต้องมาตามเสียงเรียกร้องที่ดังแว่วทุกค่ำคืน
“หลับลึกจริงนะแม่คุณ ข้าจะทำอย่างไรกับเจ้าดีนะแม่เนื้อหอม” เสียงทุ้มยังก้องอยู่ในหู เจ้าสองเสียงยื่นมือไปทุ้มลูบไล้เบาๆ ปลายเท้าขยับขึ้นไปตามเรียวขาเหยียดยาวในผ้าห่ม เจ้าของเสียงดึงผ้าห่มคลุมกายหญิงสาวทิ้งไป
“อย่าสิ เอาผ้าฉันคืนมา” เรไรยังคงเพ้อ มือบางควานหาผ้าห่มที่หลุดจากกายไป อากาศเย็นจากลมพัดแผ่วพลิ้วมาทางหน้าต่าง ทำให้คนหลับขนลุก จนต้องควานหาผ้าที่โดนฉก คนหนาวยกมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเอง ค่อยๆ ลืมตาขึ้นเพื่อจะดึงผ้าห่มคลุมร่างตามเดิม
ทว่า...สายตาที่มองหาผ้าห่มกลับเห็นเงาดำทะมึนตระหง่านอยู่ปลายเตียง เรไรคิดว่าตัวเองตาฝาด หรือฝันไป จึงรีบเปิดตา เอื้อมมือเปิดไฟหัวเตียงเพื่อให้ความสว่าง
“หึ...อะไร ผีหรือคน !!!” ไฟสว่างวาบ ภาพที่คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งเร้นลับ กลับยังอยู่ซ้ำยังเป็นผู้ชาย รูปร่างหนา คิดว่าคงสูงใหญ่ ที่สำคัญไปกว่านั้น ผู้ชายที่เธอเห็นช่างหล่อเหลา รูปหน้าเคล้าโครงคมสัน
“คุณ...ปะ...เป็นใคร” ร่างบอบบางในชุดนอนเสื้อแขนสั้นกางเกงขาสั้น ถดหนีร่างสูงใหญ่ทะมึนไปติดหัวเตียง ดวงตาเบิกโต ตกอกตกใจกับภาพที่เห็น สงสัยอยู่สองอย่าง ผี...ไม่งั้นก็...คน
“เจ้าเรียกข้ามา แต่กลับหลับสนิท แบบนี้จะเรียกข้ามาเพื่อสิ่งใดเล่า” ผู้มาเยือนกล่าว พร้อมเปล่งประกายแววตาจ้องมองสาวน้อยที่หนีเขาไปจนมุมตรงหัวเตียง
“ฉันนี่นะเรียกคุณมา” ทำไมภาษาสำเนียงเขาคล้ายกับหนังสือที่เธออ่านก่อนนอนทุกคืนกันนะ คราวนี้เรไรเพ่งพิศดวงหน้าชายตรงปลายเตียง พร้อมทั้งสังเกตเครื่องแต่งกายบนตัวเขา ไม่ใช่คนในยุคของเธอเป็นแน่ กางเกงแพรลายยกดอกสีทอง กับเสื้อคอกลมสีขาวแขนสั้นติดกระดุมหน้า ราวกับพวกท่านเจ้าคุณ หรือคุณพระในละครพีเรียด เพราะถ้าเป็นคนแก่ พ่อเธอก็ไม่ได้สวมเสื้อผ้าแบบนี้ ท่านสวมชุดนอนปกติแบบปัจจุบัน
“เจ้าเรียกข้ามาสิ ไม่อย่างนั้นข้าจะมาหาเจ้าได้เยี่ยงไร” เขาตอบพร้อมกับยิ้มบางๆ แต่กลับดึงดูดความสนใจจากเรไรได้เป็นอย่างมาก เธอกำลังสนใจในตัวเขา โจร หรือว่าพวกนักย่องเบา หรือว่าผู้ร้ายข่มขืนแล้วฆ่า แต่สีหน้าท่าทีของเขาไม่ได้บ่งบอกเป็นคนประเภทนั้น น้ำเสียงนุ่มฟังแล้วเคลิบเคลิ้มสบายใจ
“เจ้าคิดถึงข้าจึงได้เรียกข้ามาใช่หรือไม่”
“ฉันนี่นะคิดถึงคุณ แล้วยังเรียกคุณมาอีก” คนทวนคำตื่นตระหนก ว่าแต่เธอเคยเรียกเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ถ้าคิดถึงคุณพระพิมานในนิยายตอบได้เต็มปาก...ว่าใช่ ทั้งคิดถึงอยากพบ อยากเห็น อยากสัมผัสตัวเป็นๆ จะหล่อเร้าอย่างในบทบรรยายหรือเปล่า
“เช่นนั้นสิ เจ้าหน้าตาน่าชัง จิ้มลิ้มพริ้มเพรา แตกต่างไปจากผู้หญิงที่ข้าเห็นทั้งหมด ผิวขาวกว่า งามกว่า และยังแต่งกายประหลาดๆ แต่ดูเหมาะสมกับรูปร่างเย้ายวนของเจ้านัก”
“ฉันนี่นะแต่งตัวประหลาด เป็นคุณมากกว่าที่แต่งตัวอะไรนี่ สมัยนี้เขาไม่ใส่แบบนี้กันแล้ว ว่าแต่คุณเป็นใครชื่ออะไร เข้ามาในห้องของฉันได้ยังไง”
“เจ้าถามข้าซะยาวยืด ข้าชื่อพระยาพิมาน บ่าวไพร่ต่างเรียกข้าว่า คุณพระ หรือคุณพระพิมาน เข้ามาในหอนอนเจ้าได้เช่นไรงั้นรึ ก็เพราะเจ้าเรียกข้ามาอย่างไรเล่า” เขาบอกนามของตนเอง พร้อมกับยืนยันการมาของตัวเองเช่นเดิม สตรีผู้นี้ได้เรียกเขามาพบจริงแท้แน่นอน
“ว่ายังไงนะพระยาพิมานอย่างหรือ” นี่มันชื่อพระเอกในนิยายเรือนนพรัตน์นี่นา ใคร...ใครกันแน่ ที่มาล้อเล่นกับเธอแบบนี้ พี่ชายของเธอหรือว่าใครกันแน่ รู้ว่าเธอชอบนิยายเรื่องนี้เป็นชีวิตจิตใจก็เอามาล้อเล่น นี่ไปจ้างใครมากันแน่ เอ...แต่พี่ชายเธอไม่รู้นี่ว่าเธออ่านนิยายเรื่องนี้อยู่...แล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะที่นี้
“สงสัยกระไรนักหนาแม่สาวน้อย”
เขายิ้มพร้อมคลานเข้าใกล้หญิงสาวที่ถดกายหนีไปจนมุมอยู่หัวเตียง ยื่นมือไปเชยคางมนตรึงใบหน้างดงาม ที่มีแต่คำถามไม่สิ้นสุดเอาไว้ ฝ่ายเรไรสะบัดหนีมือที่ยื่นมา ทว่า...กลับแพ้ดวงตาคมกริบทรงพลังที่จ้องมองเธอไม่วางตา
“ข้าเองก็คิดถึงเจ้า มาหาเจ้าได้ไม่ใช่เพราะเจ้าเรียกข้าเท่านั้น แต่ถ้าเราไม่มีความรู้สึกคำนึงถึงกัน ข้าคงมาหาเจ้าไม่ได้” ชายร่างหนาสูงใหญ่ ใบหน้าคมคร้าม หล่อเหลาแบบบุรุษโบราณ ขยับเข้าใกล้หญิงสาว เรไรลืมการต่อต้าน รู้สึกถูกดึงให้หลงใหลในรูปโฉมความสง่างามผู้บุกรุก
บทล่าสุด
#85 บทที่ 85 ตอนที่ 85
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#84 บทที่ 84 ตอนที่ 84
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#83 บทที่ 83 ตอนที่ 83
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#82 บทที่ 82 ตอนที่ 82
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#81 บทที่ 81 ตอนที่ 81
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#80 บทที่ 80 ตอนที่ 80
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#79 บทที่ 79 ตอนที่ 79
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#78 บทที่ 78 ตอนที่ 78
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#77 บทที่ 77 ตอนที่ 77
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#76 บทที่ 76 ตอนที่ 76
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025
คุณอาจชอบ 😍
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













