บทนำ
บท 1
ตอนที่ 1 คุณอาอูมามิ
ณ โรงพยาบาลเอกชน
ร่างเด็กน้อยวัยสิบขวบ โยกโยนเนื่องจากการร้องไห้ มือเล็กเกาะขอบเตียงผู้ป่วย การสูญเสีย การพลัดพรากไม่ว่าใครก็ใครย่อมไม่ต้องการพบเจอ หากว่าเมื่อเราอยู่บนโลกมนุษย์ ย่อมหนีไม่พ้นเกิด แก่ เจ็บ และตาย
เด็กหญิงวัยสิบขวบ ได้รับข่าวร้ายที่สุดในชีวิต เมื่อเลิกเรียนกลับมาที่บ้าน ภายในบ้านเงียบงัน ไม่กี่นาทีโทรศัพท์จากผู้ชายเสียงทุ้ม ฟังจากน้ำเสียงนั้นค่อนข้างใจดี หากกลับเอ่ยประโยคที่ทำให้เด็กหญิง ต้องหลั่งน้ำตาออกมา
ไม่กี่นาทีหน้าบ้านจึงมีรถยนต์แล่นมาจอดหน้าบ้าน พร้อมกับรับเธอไปยังโรงพยาบาล ที่เสียงในโทรศัพท์แจ้ง “พ่อขา แม่ขา อย่าจากน้องอั้มไปนะคะ น้องอั้มจะเป็นเด็กดี น้องอั้มรักพ่ออาร์ต กับแม่เกษค่ะ” เด็กหญิงปล่อยให้น้ำตาร่วงริน เมื่อเห็นร่างบุพการีนอนนิ่งอยู่บนเตียง ตรงแขนมีสายน้ำเกลือ กับสายให้เลือด ส่วนตรงปากก็มีเครื่องช่วยหายใจครอบเอาไว้
เด็กน้อยร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ คนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เป็นชายแท้ๆ ตัวโตมาดแมน เกือบจะกักน้ำตาไว้ไม่ไหวกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่เด็กน้อย ลูบเบาๆ เพื่อให้หนูน้อยคลายความโศกเศร้า แม้ว่าตัวเขาก็เศร้าไม่น้อย ใครจะอยากเจอพ่อกับแม่หายใจรวยรินอยู่บนเตียงพร้อมกันทั้งสองคน จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ สิบล้อเมายาบ้าปาดหน้า พุ่งตกเหวทั้งที่ไปงานบวช ซึ่งเป็นงานมงคลแท้ๆ
ชายหนุ่มดึงร่างเล็กเข้ามาโอบกอด ปลอบประโลม
“อย่าร้องเลยนะน้องอั้ม” เขาย่อเข่ายกมือจับหัวใจเด็กน้อยผู้น่าสงสาร เห็นหน้าเธอแล้วเขาแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาไม่ต่างกัน แต่เขาจะทำเช่นนั้นไม่ได้ ด้วยต้องเป็นที่พึ่งให้กับเด็กน้อย ตามคำสั่งเสียของเพื่อนต่างวัย
“คุณอาเดียวขา น้องอั้มไม่มีพ่อแม่แล้ว” เด็กหญิงโผเข้ากอดชายหนุ่ม ด้วยหัวใจร้าวราน ที่พึ่งทั้งกายและใจกำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เธอยังเด็กไม่รู้เหตุการณ์ข้างหน้า พ่อกับแม่จะหายหรือไม่ หรือต้องจากเธอไปโดยไม่มีวันกลับ หากลมหายใจของเธอ สามารถต่อชีวิตให้ท่านทั้งสองได้ เธอจะรีบทำทันที
“ท่านทั้งสองต้องหาย เชื่อคุณอานะคะ” นั่นเป็นแค่คำปลอบโยน เขาเองไม่รู้อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่รู้อาการคุณพี่ทั้งสองสาหัสเอาการ ความเป็นความตายคาบเกี่ยวกันแค่เส้นด้ายเท่านั้น
“จริงๆ นะคะอาเดียว” เด็กน้อยเอ่ยถามผู้ใหญ่ด้วยคราบน้ำตา ปนเสียงสะอื้น
“จริงสิอาให้สัญญา จะให้คุณหมอรักษาพ่อกับแม่ของน้องอั้มให้หายวันนี้ล่ะ” ปกติดรัณก็ไม่ค่อยพูดจาหว่านล้อมเด็กตัวเท่านี้ นอกจากสาวๆ แต่เมื่อเข้าตาจนด้วยความสงสารเด็กน้อย เขาควรงัดวิชาเจรจาออกมาใช้ เพื่อให้เด็กน้อยสบายใจ แล้วยังแอบภาวนาให้พี่ทั้งสองหายวันหายคืน แม้ความหวังเลือนรางดั่งสายลมยามอากาศอบอ้าวก็ตาม
“แล้วถ้า...”
“ทำใจให้สบายนะคะ ไม่มีอะไรคุณพ่อคุณแม่อยู่กับคุณหมอแล้ว”
“น้องอั้มจะเชื่ออาเดียวค่ะ”
“ดีมากมาเร็วมากับอา อาจะพาไปกินไอติม” นี่คงเป็นสิ่งหลอกล่อเด็กได้ดีอีกสิ่งหนึ่ง เขาเองตอนเป็นเด็กถ้าเวลาร้องไห้งอแง แม่บอกว่าจะให้ไปกินไอศกรีม เขาก็หยุดร้องไห้ทันที แล้ววิ่งตามแม่ไปอย่างเริงร่า ราวกับไม่มีสิ่งใดทำให้เสียใจเลยก่อนหน้านั้น
“น้องอั้มไม่หิว น้องอั้มจะเฝ้าพ่อกับแม่” ทว่าอัมพิกากลับไม่เหมือนเด็กชายดรัณเมื่อตอนเด็ก เด็กน้อยดื้อดึงไม่อยากไปกับคุณอาหนุ่ม
“ให้คุณหมอได้รักษาท่านทั้งสองนะคะ เชื่อคุณอานะ ถ้าน้องอั้มอยู่แบบนี้คุณหมอจะรักษาพ่อกับแม่ไม่ได้นะ” ชายหนุ่มหลอกล่อ เขารู้ดีว่าอาการบุคคลทั้งสองตอนนี้เป็นอย่างไร ที่หมอโทรตามเขาให้ตามทายาทอาทิตย์และเกสรมาเพราะต้องการให้ดูใจกันในวินาทีสุดท้าย เผื่อบางทีมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นบ้าง แต่นั่นกลับเป็นเพียงความหวังริบหรี่เท่านั้น
“หมอขอคุยกับคุณสักนิดนะครับคุณดรัณ” นายแพทย์วายุก้าวเข้ามายืนตรงหน้าเขา แสดงสีหน้านิ่งในแบบหมอที่ต้องรักษาคนไข้มานับร้อยนับพันคนด้วยอาการกระอักกระอ่วนเกี่ยวกับความเป็นความตาย เพราะอยู่แบบนี้มาทั้งชีวิตแล้ว
“ครับคุณหมอ” เขาตอบรับกับหมอวายุ
“น้องอั้มคะคุณอาขอคุยกับคุณหมอสักนิดนะคะ รอคุณอาอยู่ตรงนี้นะ” เขาย่อลงไปนั่งคุยกับเด็กหญิงที่ดวงหน้ายังไม่เหือดแห้งจากคราบน้ำตาแห่งความสะเทือนใจ เขาใช้นิ้วโป้งเช็ดให้อย่างลวกๆ แล้วเดินตามคุณหมอไปในห้องที่มีสองสามีภรรยา นอนหายในระรินอยู่ในนั้น เขาควรจะเข้มแข็งเป็นเสาหลักให้กับคนเจ็บทั้งสอง ด้วยคุณอาทิตย์เป็นเพื่อนรุ่นพี่สนิทกัน คบหากันมานาน ดังนั้นเมื่อมองไม่เห็นใคร อาทิตย์ซึ่งมีอายุห่างกับเขาสิบเอ็ดปี จึงไหว้วานให้ตนช่วยดูแลทายาทเพียงคนเดียว ซึ่งหากสิ้นบุพการีทั้งสองอัมพิกาย่อมไม่มีใครให้พึ่งพา เขาฟังเรื่องนี้จนน้ำตาร่วงมารอบหนึ่งแล้ว การก้าวเข้าไปในห้องผู้ป่วยโคม่าแบบนี้ก็อยากได้ฟังข่าวดีบ้าง
“ว่าไงครับคุณหมอ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง เอ่ยถามคุณหมอด้วยน้ำเสียงนุ่ม บ่งบอกความเป็นผู้ใหญ่ใจดี เขาแสดงสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อเห็นหน้าคุณหมอตรงหน้า แม้รู้อยู่แล้วว่าหน้าตาหมอส่วนใหญ่มักเป็นแบบนี้ นิ่ง ขรึม และเป็นปริศนาทุกอย่าง กดดันญาติคนป่วยอย่างถึงที่สุด
“เวลาของคุณอาทิตย์ และคุณเกสร เหลืออีกไม่มาก ชีพจรเต้นช้า หัวใจเต้นเบามาก ตอนนี้ทั้งสองอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ ถ้าเมื่อไหร่ที่ญาติทำใจได้แล้ว บอกหมอนะครับ”
“หมายความว่าโอกาสรอดไม่มีเลยหรือหมอ”
“อวัยวะทุกส่วนล้มเหลวหมดแล้วครับ”
“พระเจ้า!!!” ดรัณ ก้องกิดากร อุทานออกมาอย่างหมดแรง เขาไม่เคยรู้สึกแย่ขนาดนี้มาก่อน นาทีแรกที่เขาได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล แจ้งเหตุการณ์เกิดอุบัติเหตุ เขาก็ไม่คิดว่าทั้งพี่อาทิตย์ และพี่เกสร จะอาการหนักขนาดนี้ หากแต่เมื่อดูสภาพจริงๆ ทั้งสองแทบไม่เหลือเค้าเดิม เลือดอาบร่างแดงฉานไปทั่ว ตอนที่เขาตามมาโรงพยาบาล
เขาได้รับการสั่งเสียจากอาทิตย์ ก่อนที่ร่างอันชุ่มด้วยเลือดจะถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน “ฝากลูกสาวผมด้วย เธอไม่มีใคร ได้โปรดดูแลลูกผมด้วย” จากนั้นร่างของอาทิตย์จึงถูกพาหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินร่วมหนึ่งวัน กระทั่งเย็นอีกวัน เขาตั้งใจไม่แจ้งข่าวต่ออัมพิกา เพราะเกรงเด็กจะไม่มีสมาธิในการเรียน จึงแวะไปดูและพาไปส่งโรงเรียน กระทั่งต้องค่อยๆ บอกเด็กว่าพ่อกับแม่ของเด็กน้อยป่วย แล้วจึงพามาเยี่ยมที่โรงพยาบาล
ขนาดนั้นอัมพิกา ก็ร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ เขาเป็นผู้ชายที่ไม่เคยมีน้องสาว ไม่เคยเลี้ยงน้องผู้หญิง ไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับสถานการณ์ดราม่าแบบนี้
“ผม...ผมไม่รู้จะทำยังไง” ร่างสูงใหญ่ที่เคยแข็งแรง เซไปด้านหลังเล็กน้อยขนาดเขาต้องจับปลายเตียงคนเจ็บเอาไว้ เพื่อพยุงกายไม่ให้ทรุดทั้งยืน นี่ขนาดเขาเป็นแค่เพื่อนคนเจ็บ ไม่ใช่ทายาท ไม่ใช่ญาติโดยตรง เขายังสติแตกขนาดนี้ แล้วเด็กคนหนึ่งซึ่งต้องสูญเสียพ่อแม่ ไปในเวลาเดียวกันจะรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น เหมือนโลกจะแตกหรือเปล่า
“ตอนนี้มีคุณคนเดียวที่จะตัดสินใจได้ เพราะคุณคือญาติเพียงคนเดียว ลูกสาวคุณอาทิตย์เด็กเกินไป ในการตัดสินใจเรื่องนี้ ตัดสินใจนะครับ หมอขอตัวก่อน” ว่าแล้วหมอวายุก้าวจากไป ทิ้งการตัดสินใจอันยิ่งใหญ่ไว้กับเขา หากเขายังยื้อจะใช้เครื่องช่วยหายใจ พี่อาทิตย์กับพี่เกสรจะอยู่ได้อีกกี่ชั่วโมง ชายหนุ่มยืนมองทั้งสองจนแทบจะหยัดยืนไม่อยู่
12 ปีล่วงมาแล้วสินะที่ความรู้สึกทรมานนั้นได้ผ่านไป ดรัณยืนรออัมพิกาอยู่เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับหญิงสาว ที่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ แล้ว ๑๒ ปีอีกนั่นแหละที่เขาได้ทำหน้าที่ผู้ปกครองให้กับอัมพิกา กระทั่งศึกษาจบระดับมหาวิทยาลัย
หญิงสาวน่าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ถอดพิมพ์ความน่ารัก ความสวย มาจากเกสร ในชุดครุยรับปริญญาจากมหาวิทยาลัยของรัฐ วิ่งตรงมาหาผู้ปกครอง ผู้ใหญ่ใจดีของเธอ ด้วยอาการเบิกบาน เพราะเป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิต
บทล่าสุด
#76 บทที่ 76 ตอนที่ 76
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#75 บทที่ 75 ตอนที่ 75
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#74 บทที่ 74 ตอนที่ 74
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#73 บทที่ 73 ตอนที่ 73
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#72 บทที่ 72 ตอนที่ 72
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#71 บทที่ 71 ตอนที่ 71
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#70 บทที่ 70 ตอนที่ 70
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#69 บทที่ 69 ตอนที่ 69
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#68 บทที่ 68 ตอนที่ 68
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#67 บทที่ 67 ตอนที่ 67
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
3P อาหมวยโดนอาเฮียใหญ่ทั้งสองจับทำเมีย
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
BAD FIANCE พันธะรักคู่หมั้นใจร้าย
โหด (ร้าย) รัก
"ถ้าแค้นนัก! ก็ฆ่าฉันเสียเถอะ!"
บูรณิมาตะโกนใส่หน้าอย่างเหลืออด
"ถ้าเธอตาย เรื่องนี้ก็หมดสนุกน่ะซี้"
"คนถ่อย!"
"ชมกันบ่อยขนาดนี้ คงได้สลบคาเตียง"
คนหัวใจทมิฬแสยะยิ้มร้าย
"สารเลว!"
"แล้วชอบไหมจ๊ะ ที่มีผัวสารเลวแบบนี้"
"ไปลงนรกซะ!"
"เอากับเธออยู่ขนาดนี้ ไม่ลงนรกหรอกเบบี๋ มีแต่จะขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด" เขาว่าพลางเคลื่อนเข้าหา
"ถะ...ถ้าคุณไม่หยุด ฉันจะกลั้นใจตาย"
"ห้ามคิดแม้แต่จะทำร้ายตัวเอง ชีวิตเธอเป็นของฉัน จะเป็นหรือตายฉันเท่านั้นที่เป็นคนกำหนด ฉะนั้นตราบใดที่ฉันยังใช้งานร่างกายเธอไม่สาสม อย่าได้คิดทำให้ของของฉันมีตำหนิ"
คนโอหังออกคำสั่งอย่างเผด็จการ
"ชีวิตฉันเป็นของฉัน ไม่ใช่ของคุณ"
"ทำไมจะไม่ใช่ คนไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน ไม่มีบ้าน และไม่มีที่ไปอย่างเธอ ต้องมีนายและเจ้าชีวิต และฉันจะเป็นนายและเจ้าชีวิตให้เธอเอง"
ดิบ เถื่อน รัก
เมื่อตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนกับ ‘อดีตเพื่อนรัก’ ที่กลายเป็นเพื่อนชัง เพื่อนที่เธอแอบรักเขาเพียงแค่ข้างเดียว เพื่อนที่ตราหน้าว่าเธอคือคนที่ทำให้ผู้หญิงที่เขารักจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
“ตั้งแต่วันนี้เราขาดกัน! มึงไม่ใช่เพื่อนกูอีกต่อไป อ้อ…แล้วก็จำเอาไว้ด้วยล่ะ ว่าแม้แต่แอบรักกูมึงก็ไม่มีสิทธิ์” เขาประกาศตัดความสัมพันธ์อย่างสิ้นเยื่อขาดใย วาจาทำร้ายหัวใจอย่างแสนสาหัสทำให้เธอน้ำตารื้น
“จอมมึงฟังกูก่อนได้ไหม”
เสียงสั่นเครือพยายามเอ่ยวิงวอน จากนั้นเธอก็วิ่งตามร่างใหญ่ไป แล้วยื้อแขนกำยำเอาไว้สุดแรง ก่อนจะถูกผลักลงไปกองกับผืนทรายร้อนๆ อย่างไร้ปรานี ครั้นจะตามไปยื้ออีกหนก็ต้องผงะ หลับตาปี๋ กลั้นหายใจตัวแข็งทื่อ เมื่อจอมโหดควักปืนออกมายิงเฉียดใบหูไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ปัง!
“ออกไปจากชีวิตกูซะ! แล้วก็อย่ากลับมาให้กูเห็นหน้าอีก!”
เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะทอดสายตาชิงชังมาให้ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง ทิ้งให้คนถูกเขาผลักไสออกไปจากชีวิตร้องไห้ปานปิ่มจะขาดใจ
ฤทธิ์รักแม่ม่าย
เขาหนุ่มโสดหล่อและรวยมากมีสาวๆรุมล้อมอยากเป็นเจ้าของหัวใจ แต่เขากลับหลงเสน่ห์ผู้หญิงที่เขามีวันไนท์สแตนด้วยและไม่รู้เป็นใครแต่พอเจอเลขาของพี่สาวก็ปักใจว่าเธอคือนนั้น แล้วจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่
พิษรักคุณหมอ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเอง
สปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"













