บทนำ
บท 1
โครม! พลั่ก!
เสียงเนื้อกระทบเข้ากับของแข็งเรียกความสนใจให้ผมที่ยืนคาบบุหรี่อยู่ในปาก กำลังยัดถุงขยะใบใหญ่ไปในถังสีเขียวข้างสถานบันเทิงที่ผมทำงานพิเศษอยู่ สายตาเหลือบไปมองกลุ่มชายฉกรรจ์ราว ๆ ห้าถึงหกคนที่กำลังรัวเท้าปล่อยหมัดไม่ยั้งกับไอ้งั่งที่ไหนสักคนที่นอนจมกองตีนอยู่เบื้องล่าง ผมกระชับกระเป๋าเป้อีกครั้งก่อนจะละความสนใจไปคีบบุหรี่ในปากปล่อยควันออกมาอย่างสบายใจ เรื่องที่เห็นจนชินตา... ซอยข้างบาร์นี้ค่อนข้างมืดมีเพียงพนักงานร้านที่เดินเข้าเดินออกมาทิ้งขยะและรับส่งของเท่านั้น
“เชี่ย!!! ฤทธิ์เยอะนักนะมึง” เสียงแว่ว ๆ ยังดังทะลุฝ่าความมืด ผมไม่ได้สนใจอะไร ตั้งหน้าตั้งตาล็อกประตูหลังร้าน ตอนนี้มันเลิกงานพอดีน่ะครับ ผมเป็นพนักงานเสิร์ฟรับจ๊อบพิเศษหลังเลิกเรียน เวลาแบบนี้ผู้คนเริ่มบางตา บางคนรอเรียกแท็กซี่ บางคนกำลังดีลสาวเพื่อหาคู่นอน และบางคนกำลังมีเรื่องกัน อย่างไอ้ข้างหลังผมนี่...ก็ ไม่ใช่ว่าใจดำอะไรนะครับ แต่ก็ไม่อยากเอาตัวเข้าไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน ไอ้นั่นมันคงเผลอไปด่าพ่อใครสักคนในนั้นเข้าเลยโดนรุมกระทืบซะน่วมขนาดนั้น...ครับ! จะด่าผมว่าไร้จิตใต้สำนึกก็ได้ เพราะเห็นคนรุมโดนกระทืบขนาดนั้นยังทำเป็นมองชมนกชมไม้ไปเรื่อย แต่ใครจะไปรู้ ไอ้นั่นอาจจะผิดจริงเลยมีคนมารุมกระทืบปางตาย แล้วคงไม่ใช่ข้อหาง่อย ๆ อย่างเช่นขโมยลูกอมตามร้านสะดวกซื้อหรอกมั้ง...
“ปล่อยกู!!!” อึดดีนี่หว่า...ผมหันไปมองเล็กน้อย เห็นไอ้คนที่เมื่อกี้เพิ่งทรุดลงไปกับพื้นลุกขึ้นมาเป็นฝ่ายซัดหน้าพวกกลุ่มนักเลงบ้าง ผมเหยียบบุหรี่ลงพื้น บิดขี้เกียจสองสามที ตั้งใจจะเดินไปยังลานจอดรถใกล้ ๆ เตรียมตัวกลับบ้านไปพักผ่อน ... และขาผมคงก้าวไปถึงที่หมายแบบที่ตั้งใจ ถ้าไม่มีไอ้เวรตัวไหนสักตัวถลามาเกาะเสื้อผมไว้
“ช่วยด้วย...” เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาแผ่วเบา พร้อมมือที่รั้งเสื้อคลุมมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทางด้านหลัง ผมหันไปมองตามแรงดึงก็เห็นใบหน้าที่เลือดออกทั้งปากและจมูก ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่ใบหน้าถึงจะดูยับเยินแค่ไหนแต่ก็ฉายแววความดูดีจนเผลอคิดในใจว่าหน้าตาดูคุณชายขนาดนี้มึงไปทำอิท่าไหนให้โดนรุมกระทืบวะ
“มึงมานี่เลย!” ไอ้เหี้ยมคนหนึ่งเดินมากระชากคอเสื้อ ผมมองไอ้คนที่ขอความช่วยเหลือก็นึกเอะใจอะไรขึ้นมาเลยรีบรั้งแขนของมันไว้ก่อนตัวมันจะถลาไปตามแรงดึง
“ค่อย ๆ คุยดิพี่” ผมเอ่ยเสียงเรียบ มองหน้าไอ้หนวดที่หน้าตาแก่จนแทบไม่สามารถเรียกพี่ได้ นี่พวกมึงรังแกเด็กอยู่ป่ะ ก็ไอ้คนที่ผมจับแขนมันอยู่ดูก็รู้ว่ารุ่นราวคราวเดียวกับผม จากการแต่งตัว และแบรนด์เสื้อผ้า นี่มันลูกคนรวยชัด ๆ พวกมึงรูดทรัพย์มันอยู่ปะเนี่ย ผมดึงแขนมันมาหลบทางด้านหลัง มองกลุ่มพี่เหี้ยมอย่างพิจารณา ว่าจะไม่ยุ่งแล้วเชียว...
“ถ้ามึงไม่อยากโดนลูกหลง อย่าเสือก!” ผมลังเลคิดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
“มันทำอะไรให้พี่ล่ะ” ถ้ามันผิดจริงก็ปล่อยไปตามเวรตามกรรม แต่ถ้าไม่... จะขอเป็นคนดีสักครั้งละกัน
“กูบอกแล้วไงว่าอย่าเสือก!” มันตะคอกเสียงดังก่อนจะพยายามตะครุบไอ้หน้าใสด้านหลังผม ผมนิ่งไปสักแป๊บก่อนจะคิดว่าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของกูเลยสักนิด แถมกูมีน้องชายรออยู่ที่บ้านถ้ากูเป็นอะไรไปจนทำงานไม่ได้มันจะเอาตังที่ไหนแดกข้าวละวะ จิตใต้สำนึกที่เริ่มก่อขึ้น พังทลายอีกครั้งเมื่อหน้าของภาระแวบเข้ามาในหัว และคงจะจริงว่าผมนี่เห็นแก่ตัวมากกว่าจะไปเสือกเรื่องชาวบ้านให้เจ็บตัวเล่น ๆ แถมไม่ได้อะไรเลย คิดได้ดังนั้นก็ตั้งใจเบี่ยงตัวตั้งท่าจะหลบให้กลุ่มนักเลงได้ตัวไอ้หล่อนี่ไป แต่มันดันรั้งแขนผมไว้ก่อน
“ถ้ามึงช่วยกู...กูจ่ายเต็มที่” เสียงกระซิบดังข้างหูผม มึงคิดว่าคนอย่างกูเงินซื้อได้เหรอวะ!! หน็อย! บังอาจมากเอาเงินมาล่อกูเนี่ย
“เท่าไหร่วะ...” มึงคิดถูกแล้ว เออ!!! เงินซื้อกูได้กูบอกเลย! แบบนี้ค่อยน่าช่วยหน่อย!
“ห้าหมื่น พอไหม?” ผมใช้มือข้างเดียวปัดป่ายไอ้พวกหมาหมู่ที่กำลังจะถึงตัวไอ้หล่อนี่ ผมยกยิ้มอย่างพอใจเพราะนั่นพอกับค่าเทอมของไอ้เช่น้องชายผมพอดี
“อื้ม ถ้าเบี้ยวกูเอามึงตายแน่” ผมว่าก่อนจะเห็นมือไวไวของกลุ่มนักเลงไปหยิบไม้ตั้งใจจะฟาดหัว ผมเลยจัดการเหวี่ยงไอ้หล่อให้พ้นทางแล้วกระโดดถีบมือที่ง้างเตรียมฟาดเต็มที่ จนมันกระเด็นล้มไปกับพื้น ผมไม่ยอมให้ใครได้ถึงตัวไอ้หล่อนั่น งัดเอาศิลปะการต่อสู้ที่ร่ำเรียนมาเรียกได้ว่าเคยเป็นแชมป์ระดับประเทศสมัยเรียนมัธยม ก็ออกลูกหมัด ลูกเตะจนล้มพับไปหลายคน พวกมันเปลี่ยนเป้าหมายตรงเข้ามาหาผม ทุกครั้งที่หมัดนั่นกำลังตรงมายังใบหน้าผมก็สกัดไว้ได้ทุกครั้งก่อนจะจิกหัวมันฟาดไปกับผนังกำแพง จนกลิ่นคาวคลุ้งของเลือดตลบอบอวลไปหมด ผมกระตุกยิ้มน้อย ๆ ที่ไม่สามารถให้ใครเข้าถึงตัวผมได้เลยสักคน ผมรัวหมัดอีกสองสามทีใส่ไอ้คนที่ยังไม่ยอมละความพยายามก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าเป้ตัวเองที่หล่นไปกับพื้นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้พร้อมด้วยร่างที่ทรุดจับท้องตัวเองข้างถังขยะมาหามไว้ กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่รถของตัวเอง เพราะดูทรงแล้วไอ้นักเลงพวกนั้นไม่เลิกตามง่าย ๆ พอมันล้มลงไปก็ตั้งท่าลุกขึ้นมาใหม่ได้ทุกครั้งถึงแม้จะทุลักทุเลก็ตาม...
“ไปไหน” มันถามผมพร้อมกับใบหน้าเหยเก มือเอาแต่กุมที่หน้าท้อง
“ไม่รู้ ขึ้นมาก่อน” ผมสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งของตัวเอง รั้งข้อมือมันที่มองด้วยสายตาลังเลให้ซ้อนขึ้นด้านหลัง กูไม่ปล่อยมึงไปไหนง่าย ๆ หรอกนะ เพราะมึงยังไม่ได้จ่ายเงินกู ... ผมรีบจัดท่าทางถอยตัวรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งแล้วขับออกมาอย่างรวดเร็ว เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งตามมาสองสามคนแต่ก็ช้าไป เมื่อผมเลี้ยวออกมาที่ถนนใหญ่ ผมยังคงเร่งความเร็วโดยไม่ชะล่าใจอะไรทั้งนั้น ป่านนี้พวกมันคงรีบวิ่งไปที่รถเพื่อมาจัดการพวกผมแน่ ๆ
“ขอบคุณ” เสียงแหบพร่าเอ่ยแผ่วเบาก่อนผมจะรับรู้ถึงน้ำหนักที่กดลงมาที่ไหล่ เป็นหัวทุย ๆ ของมันที่ก้มลงมาพาดกับบ่าข้างหนึ่งอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“ไม่ต้องขอบคุณ...” ผมเอ่ยเสียงเรียบ มองไปที่กระจกข้าง ๆ เห็นว่าทิ้งช่วงห่างมาไกลจากซอยนั้นพอสมควร ด้วยที่เป็นรถมอเตอร์ไซค์ความเร็วและความแรงก็มากกว่า ผมนึกโล่งใจจนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“มันคงไม่ตามมาแล้วแหละ” ร่างสูงที่เบาะหลังถอนหายใจออกมาเช่นกัน
“ขอบคุณอีกครั้ง” มันว่าเสียงเหนื่อยอ่อน หัวที่วางพาดกับบ่าผมอย่างคนทรงตัวไม่ได้ทำท่าจะร่วงแหล่ไม่ร่วงแหล่จนผมต้องคว้ามือที่วางบนหน้าขามันข้างหนึ่งมาโอบเอวผมไว้ กลัวมันจะตกรถตายก่อนจะได้จ่ายเงินผม
“จับไว้สิวะ เดี๋ยวก็ตายห่าหรอก” เสียงเรียบเอ่ยออกไปปะทะกับแรงลมที่สวนเข้าหน้า ถึงแม้จะดูฟังไม่รู้เรื่องแต่ร่างของคนด้านหลังก็ทำตามโดยว่าง่าย มือหนาขยุ้มชายเสื้อคลุมผมเอาไว้แน่น
“ขอบคุณ” มันพูดเป็นคำเดียวหรือไงวะ ผมไม่ได้ติดใจอะไร พยายามขับตามทางมาเรื่อย ๆ ถึงแม้จะลดความเร็วจากตอนแรกแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รถที่กำลังเคลื่อนตัวดูช้าลงเลย
“ห้าหมื่น...” ผมพูดออกมาเสียงแข็ง เหลือบสายตาไปมองกระจกข้างที่เห็นหัวคนด้านหลังพาดอยู่ มันพยักหน้ารับก่อนจะขยับปรับท่านั่งตัวเองด้วยความเจ็บปวด
“ไปบ้านกูแล้วกัน เดี๋ยวเอาเงินให้” ผมชั่งใจกับคำพูดของมันเล็กน้อย ไม่รู้ว่านั่นเชื่อได้แค่ไหน เพราะถ้าไอ้นี่มันเป็นพ่อค้ายาหรือมาเฟียอะไรขึ้นมา การที่ผมจะปล่อยมันให้ตายคาตรอกหรือบีบบังคับเอาเงินมันแล้วแบบนี้จะลวงกูไปฆ่าเปล่าวะ... เพราะคำว่าเอาเงินให้ดูไม่น่าเชื่อถือยังไงไม่รู้
“ไม่ต้องมองแบบนั้น กูไม่ลวงมึงไปฆ่าหรอก” เหมือนผมจะคิดดังไปหน่อย ไอ้คนข้าง ๆ หรี่ตามามองผมผ่านกระจกเล็กน้อยพร้อมส่งยิ้มบาง ๆ ให้
“ใครจะไปรู้” ผมตอบตามความจริง
“สภาพอย่างกูเหมือนมิจฉาชีพหรือไง” มันว่าออกมาอีกถึงแม้เสียงจะขาด ๆ หาย ๆ จากบาดแผลที่ปากของมัน
“เออ…ไม่งั้นมึงจะไปมีเรื่องกับพวกนั้นเหรอวะ”
“หึหึ...” มันกลั้วหัวเราะเล็กน้อย และผมก็คิดดีแล้วว่ายังไงก็จะไม่ไปที่บ้านมันเด็ดขาด ขืนมันเอาพวกมารุมกระทืบผมทำไง ผมเลยคุยกับมันว่าจะจอดที่ปั๊มด้านหน้าแล้วให้มันขึ้นแท็กซี่กลับไปเอง แต่ไม่ลืมจะแวะเซเว่นที่มีเอทีเอ็มให้มันได้กดเงินมาให้ผมด้วย
“โทรศัพท์กูหาย กระเป๋าตังก็ไม่มี” มันว่างั้นหลังจากที่ผมพยักพเยิดหน้าไปที่ตู้เอทีเอ็มหน้าเซเว่น
“นี่มึงหลอกให้กูช่วยมึงใช่ไหม ได้!! งั้นกูจะกระทืบมึงให้ตายตรงนี้แหละ” ผมหันหน้าไปปะทะกับมันที่ยังคงนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ตั้งท่าจะลงจากรถแล้วจับมันมายำตีนซะ โทษฐานหลอกลวงกู
“เฮ้อ...อ่ะ มึงเอานี่ไป ถือซะว่าชีวิตกูมีค่ากว่าห้าหมื่นแล้วกัน” มันปลดนาฬิกาข้อมือยี่ห้อที่แพงแสนแพงยื่นมาให้ผม ซึ่งผมก็รับไว้พลางหรี่ตามองมันอย่างจับผิด
“กูจะรู้ได้ไงว่ามันไม่ใช่ของปลอม...”
“งั้นเอาคืนมา” มันทำท่าจะกระชากนาฬิกากลับผมเลยเบี่ยงหลบ และคิดว่าสารรูปดูดีขนาดนี้คงไม่ใส่ของปลอมหรอกมั้ง กูรับไว้ก็ได้ ถึงแม้หน้าปัดมันจะเปื้อนเขรอะแต่ถ้าของแท้นี่กูได้หลายแสนเลยนะ
“เออ ๆ ลงไปได้ละ แต่ถ้ามันปลอมเมื่อไหร่กูจะตามล่าตัวมึงมากระทืบให้จมเลย” ผมชี้หน้าคาดโทษมันไว้
“เดี๋ยวดิ ยืมโทรศัพท์หน่อย” มันแบมือมาด้านหน้า
“ขอโทรหาพ่อหน่อย” เมื่อมันเห็นผมนิ่งคิดไป มันเลยพูดบอกออกมา เออ! ตอนนี้กูก็ระแวงไปหมดนั่นแหละ ขืนมึงเอาโทรศัพท์กูไปแล้ววิ่งหนีกูไม่แย่เหรอ แต่ดูจากสภาพมันเอาเป็นว่าหายใจให้สะดวกก่อนแล้วกัน
“เยอะนะมึง” ผมพูดก่อนจะส่งโทรศัพท์ให้มัน เดี๋ยวกูก็เก็บตังเพิ่มซะหรอก มันกดเบอร์พร้อมกรอกเสียงลงปลายสาย มันโทรหาพ่อมันจริง ๆ ครับ เห็นมันคุยสองสามประโยคว่าให้ส่งคนมารับพร้อมบอกสถานที่ ผมเหลือบสายตามองมันอย่างพิจารณาก็นึกอยากจะพาไปส่งโรงพยาบาลมากกว่าถีบหัวมันส่งลงกลางทางแบบนี้ ดูมันหายใจลำบาก แล้วเลือดที่หัวก็ไม่มีท่าทีจะหยุด แต่...ถ้าบอกมันว่ากูพาไปส่งโรงพยาบาลแต่ขอเพิ่มสักสามหมื่นมันจะให้ไหมวะ...
“ขอบคุณอีกครั้ง ถึงแม้ว่ามึงจะหน้าเงินก็ตาม” มันพูดก่อนจะตั้งท่าเอาเท้าเหยียบลงพื้นก้าวลงจากรถ ผมทำท่าไม่แคร์กับถ้อยคำที่มันเพิ่งพูดออกมาคนเราก็ต้องทำอะไรหวังผลปะวะ
“เอ้อ กูชื่อคินน์ อยู่มอเดียวกับมึงนั่นแหละ” มันเบี่ยงหน้ามองมาที่ผม
“มึงรู้ได้ไง...” ผมถามเสียงเรียบ จะถามว่ารู้ได้ไงที่อยู่มอเดียวกันอะ
“เสื้อคลุมมึง” มันว่ากลับ ผมก็เลยนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้สวมเสื้อคลุมมหาวิทยาลัยทับอยู่แถมมันมีรอยเลอะเลือดเต็มไปหมดด้วย
“เออ”
“มึงชื่ออะไร...” มันก็ยังคงไม่ก้าวลงจากรถผมสักที จนผมเริ่มขมวดคิ้วแสดงอาการไม่พอใจ แต่ละคำที่พูดออกมาดูเจ็บปวดจนอยากบอกมันว่าเก็บแรงไว้หายใจเถอะอย่างเพิ่งคุยกับกูเลย
“ทำไม จะพาพวกมารุมกระทืบกู?” ผมเลิกคิ้วสงสัย เอ่ยเสียงเรียบนิ่งออกไป
“เปล่า มึงช่วยกูไว้...สรุปชื่ออะไร” มันยังคงถามย้ำ
“ทำไม มึงจะเอาชื่อกูไปแปะฝาผนังบ้านแล้วเชิดชูกูหรือไง” ผมพูดออกไปตามที่คิด แล้วก็ให้แล้วกันไปสิวะ จะอยากมารู้จักกูทำไม
“งั้นกูไม่ลงจากรถนะ” มันเอาหัวพิงมาที่ไหล่ผมจนต้องเบี่ยงตัวหลบแทบไม่ทัน
“ถ้ามึงไม่ลงกูจะกระทืบมึง” ผมพูดเสียงเข้ม สีหน้ายังคงเรียบเฉยตามแบบฉบับของผม
“ถ้างั้นกูจะเอานาฬิกาคืน...มึงรอที่บ้านกูมารับแล้วเอาเงินสดไปละกัน” ผมมองนาฬิกาที่อยู่ในมือลูบผิวสัมผัสและน้ำหนักที่คาดว่ายังไงก็ของแท้แน่นอนก็ต้องถอนหายใจเอ่ยออกไปเสียงนิ่ง
“จอม...กูชื่อจอม” มันเหยียดยิ้มมองผมอีกเล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถมอเตอร์ไซค์ไปอย่างง่ายดาย ผมมองตามหลังที่เดินไม่ค่อยจะตรงก็นึกสงสัยว่าคนอย่างมันไปมีเรื่องอะไรกับนักเลงพวกนั้นวะ แต่ก็ไม่ใช่ธุระอะไรของผมนี่ ผมเลยขยับรถและสวมหมวกกันน็อกที่ตอนแรกหนีตายจนลืมมันไปเลย จัดการเรียบร้อยก็ขับรถกลับมายังบ้านตัวเอง...
บทล่าสุด
#324 บทที่ 324 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (6)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#323 บทที่ 323 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (5)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#322 บทที่ 322 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (4)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#321 บทที่ 321 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (3)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#320 บทที่ 320 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (2)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#319 บทที่ 319 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (1)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#318 บทที่ 318 [VIP] SPECIAL VEGAS X PETE 5 (6)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#317 บทที่ 317 [VIP] SPECIAL VEGAS X PETE 5 (5)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#316 บทที่ 316 [VIP] SPECIAL VEGAS X PETE 5 (4)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#315 บทที่ 315 [VIP] SPECIAL VEGAS X PETE 5 (3)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026
คุณอาจชอบ 😍
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
![[YAOI] KinnPorsche Story : รักโคตรร้าย สุดท้ายโคตรรัก](https://oss.novelago.app/prod/img/cover/d203649b3011488882f34e0985b164d3.jpg?x-oss-process=image/format,webp/resize,m_fill,w_240,h_320)












