บทนำ
บท 1
โครม! พลั่ก!
เสียงเนื้อกระทบเข้ากับของแข็งเรียกความสนใจให้ผมที่ยืนคาบบุหรี่อยู่ในปาก กำลังยัดถุงขยะใบใหญ่ไปในถังสีเขียวข้างสถานบันเทิงที่ผมทำงานพิเศษอยู่ สายตาเหลือบไปมองกลุ่มชายฉกรรจ์ราว ๆ ห้าถึงหกคนที่กำลังรัวเท้าปล่อยหมัดไม่ยั้งกับไอ้งั่งที่ไหนสักคนที่นอนจมกองตีนอยู่เบื้องล่าง ผมกระชับกระเป๋าเป้อีกครั้งก่อนจะละความสนใจไปคีบบุหรี่ในปากปล่อยควันออกมาอย่างสบายใจ เรื่องที่เห็นจนชินตา... ซอยข้างบาร์นี้ค่อนข้างมืดมีเพียงพนักงานร้านที่เดินเข้าเดินออกมาทิ้งขยะและรับส่งของเท่านั้น
“เชี่ย!!! ฤทธิ์เยอะนักนะมึง” เสียงแว่ว ๆ ยังดังทะลุฝ่าความมืด ผมไม่ได้สนใจอะไร ตั้งหน้าตั้งตาล็อกประตูหลังร้าน ตอนนี้มันเลิกงานพอดีน่ะครับ ผมเป็นพนักงานเสิร์ฟรับจ๊อบพิเศษหลังเลิกเรียน เวลาแบบนี้ผู้คนเริ่มบางตา บางคนรอเรียกแท็กซี่ บางคนกำลังดีลสาวเพื่อหาคู่นอน และบางคนกำลังมีเรื่องกัน อย่างไอ้ข้างหลังผมนี่...ก็ ไม่ใช่ว่าใจดำอะไรนะครับ แต่ก็ไม่อยากเอาตัวเข้าไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน ไอ้นั่นมันคงเผลอไปด่าพ่อใครสักคนในนั้นเข้าเลยโดนรุมกระทืบซะน่วมขนาดนั้น...ครับ! จะด่าผมว่าไร้จิตใต้สำนึกก็ได้ เพราะเห็นคนรุมโดนกระทืบขนาดนั้นยังทำเป็นมองชมนกชมไม้ไปเรื่อย แต่ใครจะไปรู้ ไอ้นั่นอาจจะผิดจริงเลยมีคนมารุมกระทืบปางตาย แล้วคงไม่ใช่ข้อหาง่อย ๆ อย่างเช่นขโมยลูกอมตามร้านสะดวกซื้อหรอกมั้ง...
“ปล่อยกู!!!” อึดดีนี่หว่า...ผมหันไปมองเล็กน้อย เห็นไอ้คนที่เมื่อกี้เพิ่งทรุดลงไปกับพื้นลุกขึ้นมาเป็นฝ่ายซัดหน้าพวกกลุ่มนักเลงบ้าง ผมเหยียบบุหรี่ลงพื้น บิดขี้เกียจสองสามที ตั้งใจจะเดินไปยังลานจอดรถใกล้ ๆ เตรียมตัวกลับบ้านไปพักผ่อน ... และขาผมคงก้าวไปถึงที่หมายแบบที่ตั้งใจ ถ้าไม่มีไอ้เวรตัวไหนสักตัวถลามาเกาะเสื้อผมไว้
“ช่วยด้วย...” เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาแผ่วเบา พร้อมมือที่รั้งเสื้อคลุมมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทางด้านหลัง ผมหันไปมองตามแรงดึงก็เห็นใบหน้าที่เลือดออกทั้งปากและจมูก ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่ใบหน้าถึงจะดูยับเยินแค่ไหนแต่ก็ฉายแววความดูดีจนเผลอคิดในใจว่าหน้าตาดูคุณชายขนาดนี้มึงไปทำอิท่าไหนให้โดนรุมกระทืบวะ
“มึงมานี่เลย!” ไอ้เหี้ยมคนหนึ่งเดินมากระชากคอเสื้อ ผมมองไอ้คนที่ขอความช่วยเหลือก็นึกเอะใจอะไรขึ้นมาเลยรีบรั้งแขนของมันไว้ก่อนตัวมันจะถลาไปตามแรงดึง
“ค่อย ๆ คุยดิพี่” ผมเอ่ยเสียงเรียบ มองหน้าไอ้หนวดที่หน้าตาแก่จนแทบไม่สามารถเรียกพี่ได้ นี่พวกมึงรังแกเด็กอยู่ป่ะ ก็ไอ้คนที่ผมจับแขนมันอยู่ดูก็รู้ว่ารุ่นราวคราวเดียวกับผม จากการแต่งตัว และแบรนด์เสื้อผ้า นี่มันลูกคนรวยชัด ๆ พวกมึงรูดทรัพย์มันอยู่ปะเนี่ย ผมดึงแขนมันมาหลบทางด้านหลัง มองกลุ่มพี่เหี้ยมอย่างพิจารณา ว่าจะไม่ยุ่งแล้วเชียว...
“ถ้ามึงไม่อยากโดนลูกหลง อย่าเสือก!” ผมลังเลคิดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
“มันทำอะไรให้พี่ล่ะ” ถ้ามันผิดจริงก็ปล่อยไปตามเวรตามกรรม แต่ถ้าไม่... จะขอเป็นคนดีสักครั้งละกัน
“กูบอกแล้วไงว่าอย่าเสือก!” มันตะคอกเสียงดังก่อนจะพยายามตะครุบไอ้หน้าใสด้านหลังผม ผมนิ่งไปสักแป๊บก่อนจะคิดว่าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของกูเลยสักนิด แถมกูมีน้องชายรออยู่ที่บ้านถ้ากูเป็นอะไรไปจนทำงานไม่ได้มันจะเอาตังที่ไหนแดกข้าวละวะ จิตใต้สำนึกที่เริ่มก่อขึ้น พังทลายอีกครั้งเมื่อหน้าของภาระแวบเข้ามาในหัว และคงจะจริงว่าผมนี่เห็นแก่ตัวมากกว่าจะไปเสือกเรื่องชาวบ้านให้เจ็บตัวเล่น ๆ แถมไม่ได้อะไรเลย คิดได้ดังนั้นก็ตั้งใจเบี่ยงตัวตั้งท่าจะหลบให้กลุ่มนักเลงได้ตัวไอ้หล่อนี่ไป แต่มันดันรั้งแขนผมไว้ก่อน
“ถ้ามึงช่วยกู...กูจ่ายเต็มที่” เสียงกระซิบดังข้างหูผม มึงคิดว่าคนอย่างกูเงินซื้อได้เหรอวะ!! หน็อย! บังอาจมากเอาเงินมาล่อกูเนี่ย
“เท่าไหร่วะ...” มึงคิดถูกแล้ว เออ!!! เงินซื้อกูได้กูบอกเลย! แบบนี้ค่อยน่าช่วยหน่อย!
“ห้าหมื่น พอไหม?” ผมใช้มือข้างเดียวปัดป่ายไอ้พวกหมาหมู่ที่กำลังจะถึงตัวไอ้หล่อนี่ ผมยกยิ้มอย่างพอใจเพราะนั่นพอกับค่าเทอมของไอ้เช่น้องชายผมพอดี
“อื้ม ถ้าเบี้ยวกูเอามึงตายแน่” ผมว่าก่อนจะเห็นมือไวไวของกลุ่มนักเลงไปหยิบไม้ตั้งใจจะฟาดหัว ผมเลยจัดการเหวี่ยงไอ้หล่อให้พ้นทางแล้วกระโดดถีบมือที่ง้างเตรียมฟาดเต็มที่ จนมันกระเด็นล้มไปกับพื้น ผมไม่ยอมให้ใครได้ถึงตัวไอ้หล่อนั่น งัดเอาศิลปะการต่อสู้ที่ร่ำเรียนมาเรียกได้ว่าเคยเป็นแชมป์ระดับประเทศสมัยเรียนมัธยม ก็ออกลูกหมัด ลูกเตะจนล้มพับไปหลายคน พวกมันเปลี่ยนเป้าหมายตรงเข้ามาหาผม ทุกครั้งที่หมัดนั่นกำลังตรงมายังใบหน้าผมก็สกัดไว้ได้ทุกครั้งก่อนจะจิกหัวมันฟาดไปกับผนังกำแพง จนกลิ่นคาวคลุ้งของเลือดตลบอบอวลไปหมด ผมกระตุกยิ้มน้อย ๆ ที่ไม่สามารถให้ใครเข้าถึงตัวผมได้เลยสักคน ผมรัวหมัดอีกสองสามทีใส่ไอ้คนที่ยังไม่ยอมละความพยายามก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าเป้ตัวเองที่หล่นไปกับพื้นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้พร้อมด้วยร่างที่ทรุดจับท้องตัวเองข้างถังขยะมาหามไว้ กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่รถของตัวเอง เพราะดูทรงแล้วไอ้นักเลงพวกนั้นไม่เลิกตามง่าย ๆ พอมันล้มลงไปก็ตั้งท่าลุกขึ้นมาใหม่ได้ทุกครั้งถึงแม้จะทุลักทุเลก็ตาม...
“ไปไหน” มันถามผมพร้อมกับใบหน้าเหยเก มือเอาแต่กุมที่หน้าท้อง
“ไม่รู้ ขึ้นมาก่อน” ผมสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งของตัวเอง รั้งข้อมือมันที่มองด้วยสายตาลังเลให้ซ้อนขึ้นด้านหลัง กูไม่ปล่อยมึงไปไหนง่าย ๆ หรอกนะ เพราะมึงยังไม่ได้จ่ายเงินกู ... ผมรีบจัดท่าทางถอยตัวรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งแล้วขับออกมาอย่างรวดเร็ว เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งตามมาสองสามคนแต่ก็ช้าไป เมื่อผมเลี้ยวออกมาที่ถนนใหญ่ ผมยังคงเร่งความเร็วโดยไม่ชะล่าใจอะไรทั้งนั้น ป่านนี้พวกมันคงรีบวิ่งไปที่รถเพื่อมาจัดการพวกผมแน่ ๆ
“ขอบคุณ” เสียงแหบพร่าเอ่ยแผ่วเบาก่อนผมจะรับรู้ถึงน้ำหนักที่กดลงมาที่ไหล่ เป็นหัวทุย ๆ ของมันที่ก้มลงมาพาดกับบ่าข้างหนึ่งอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“ไม่ต้องขอบคุณ...” ผมเอ่ยเสียงเรียบ มองไปที่กระจกข้าง ๆ เห็นว่าทิ้งช่วงห่างมาไกลจากซอยนั้นพอสมควร ด้วยที่เป็นรถมอเตอร์ไซค์ความเร็วและความแรงก็มากกว่า ผมนึกโล่งใจจนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“มันคงไม่ตามมาแล้วแหละ” ร่างสูงที่เบาะหลังถอนหายใจออกมาเช่นกัน
“ขอบคุณอีกครั้ง” มันว่าเสียงเหนื่อยอ่อน หัวที่วางพาดกับบ่าผมอย่างคนทรงตัวไม่ได้ทำท่าจะร่วงแหล่ไม่ร่วงแหล่จนผมต้องคว้ามือที่วางบนหน้าขามันข้างหนึ่งมาโอบเอวผมไว้ กลัวมันจะตกรถตายก่อนจะได้จ่ายเงินผม
“จับไว้สิวะ เดี๋ยวก็ตายห่าหรอก” เสียงเรียบเอ่ยออกไปปะทะกับแรงลมที่สวนเข้าหน้า ถึงแม้จะดูฟังไม่รู้เรื่องแต่ร่างของคนด้านหลังก็ทำตามโดยว่าง่าย มือหนาขยุ้มชายเสื้อคลุมผมเอาไว้แน่น
“ขอบคุณ” มันพูดเป็นคำเดียวหรือไงวะ ผมไม่ได้ติดใจอะไร พยายามขับตามทางมาเรื่อย ๆ ถึงแม้จะลดความเร็วจากตอนแรกแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รถที่กำลังเคลื่อนตัวดูช้าลงเลย
“ห้าหมื่น...” ผมพูดออกมาเสียงแข็ง เหลือบสายตาไปมองกระจกข้างที่เห็นหัวคนด้านหลังพาดอยู่ มันพยักหน้ารับก่อนจะขยับปรับท่านั่งตัวเองด้วยความเจ็บปวด
“ไปบ้านกูแล้วกัน เดี๋ยวเอาเงินให้” ผมชั่งใจกับคำพูดของมันเล็กน้อย ไม่รู้ว่านั่นเชื่อได้แค่ไหน เพราะถ้าไอ้นี่มันเป็นพ่อค้ายาหรือมาเฟียอะไรขึ้นมา การที่ผมจะปล่อยมันให้ตายคาตรอกหรือบีบบังคับเอาเงินมันแล้วแบบนี้จะลวงกูไปฆ่าเปล่าวะ... เพราะคำว่าเอาเงินให้ดูไม่น่าเชื่อถือยังไงไม่รู้
“ไม่ต้องมองแบบนั้น กูไม่ลวงมึงไปฆ่าหรอก” เหมือนผมจะคิดดังไปหน่อย ไอ้คนข้าง ๆ หรี่ตามามองผมผ่านกระจกเล็กน้อยพร้อมส่งยิ้มบาง ๆ ให้
“ใครจะไปรู้” ผมตอบตามความจริง
“สภาพอย่างกูเหมือนมิจฉาชีพหรือไง” มันว่าออกมาอีกถึงแม้เสียงจะขาด ๆ หาย ๆ จากบาดแผลที่ปากของมัน
“เออ…ไม่งั้นมึงจะไปมีเรื่องกับพวกนั้นเหรอวะ”
“หึหึ...” มันกลั้วหัวเราะเล็กน้อย และผมก็คิดดีแล้วว่ายังไงก็จะไม่ไปที่บ้านมันเด็ดขาด ขืนมันเอาพวกมารุมกระทืบผมทำไง ผมเลยคุยกับมันว่าจะจอดที่ปั๊มด้านหน้าแล้วให้มันขึ้นแท็กซี่กลับไปเอง แต่ไม่ลืมจะแวะเซเว่นที่มีเอทีเอ็มให้มันได้กดเงินมาให้ผมด้วย
“โทรศัพท์กูหาย กระเป๋าตังก็ไม่มี” มันว่างั้นหลังจากที่ผมพยักพเยิดหน้าไปที่ตู้เอทีเอ็มหน้าเซเว่น
“นี่มึงหลอกให้กูช่วยมึงใช่ไหม ได้!! งั้นกูจะกระทืบมึงให้ตายตรงนี้แหละ” ผมหันหน้าไปปะทะกับมันที่ยังคงนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ตั้งท่าจะลงจากรถแล้วจับมันมายำตีนซะ โทษฐานหลอกลวงกู
“เฮ้อ...อ่ะ มึงเอานี่ไป ถือซะว่าชีวิตกูมีค่ากว่าห้าหมื่นแล้วกัน” มันปลดนาฬิกาข้อมือยี่ห้อที่แพงแสนแพงยื่นมาให้ผม ซึ่งผมก็รับไว้พลางหรี่ตามองมันอย่างจับผิด
“กูจะรู้ได้ไงว่ามันไม่ใช่ของปลอม...”
“งั้นเอาคืนมา” มันทำท่าจะกระชากนาฬิกากลับผมเลยเบี่ยงหลบ และคิดว่าสารรูปดูดีขนาดนี้คงไม่ใส่ของปลอมหรอกมั้ง กูรับไว้ก็ได้ ถึงแม้หน้าปัดมันจะเปื้อนเขรอะแต่ถ้าของแท้นี่กูได้หลายแสนเลยนะ
“เออ ๆ ลงไปได้ละ แต่ถ้ามันปลอมเมื่อไหร่กูจะตามล่าตัวมึงมากระทืบให้จมเลย” ผมชี้หน้าคาดโทษมันไว้
“เดี๋ยวดิ ยืมโทรศัพท์หน่อย” มันแบมือมาด้านหน้า
“ขอโทรหาพ่อหน่อย” เมื่อมันเห็นผมนิ่งคิดไป มันเลยพูดบอกออกมา เออ! ตอนนี้กูก็ระแวงไปหมดนั่นแหละ ขืนมึงเอาโทรศัพท์กูไปแล้ววิ่งหนีกูไม่แย่เหรอ แต่ดูจากสภาพมันเอาเป็นว่าหายใจให้สะดวกก่อนแล้วกัน
“เยอะนะมึง” ผมพูดก่อนจะส่งโทรศัพท์ให้มัน เดี๋ยวกูก็เก็บตังเพิ่มซะหรอก มันกดเบอร์พร้อมกรอกเสียงลงปลายสาย มันโทรหาพ่อมันจริง ๆ ครับ เห็นมันคุยสองสามประโยคว่าให้ส่งคนมารับพร้อมบอกสถานที่ ผมเหลือบสายตามองมันอย่างพิจารณาก็นึกอยากจะพาไปส่งโรงพยาบาลมากกว่าถีบหัวมันส่งลงกลางทางแบบนี้ ดูมันหายใจลำบาก แล้วเลือดที่หัวก็ไม่มีท่าทีจะหยุด แต่...ถ้าบอกมันว่ากูพาไปส่งโรงพยาบาลแต่ขอเพิ่มสักสามหมื่นมันจะให้ไหมวะ...
“ขอบคุณอีกครั้ง ถึงแม้ว่ามึงจะหน้าเงินก็ตาม” มันพูดก่อนจะตั้งท่าเอาเท้าเหยียบลงพื้นก้าวลงจากรถ ผมทำท่าไม่แคร์กับถ้อยคำที่มันเพิ่งพูดออกมาคนเราก็ต้องทำอะไรหวังผลปะวะ
“เอ้อ กูชื่อคินน์ อยู่มอเดียวกับมึงนั่นแหละ” มันเบี่ยงหน้ามองมาที่ผม
“มึงรู้ได้ไง...” ผมถามเสียงเรียบ จะถามว่ารู้ได้ไงที่อยู่มอเดียวกันอะ
“เสื้อคลุมมึง” มันว่ากลับ ผมก็เลยนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้สวมเสื้อคลุมมหาวิทยาลัยทับอยู่แถมมันมีรอยเลอะเลือดเต็มไปหมดด้วย
“เออ”
“มึงชื่ออะไร...” มันก็ยังคงไม่ก้าวลงจากรถผมสักที จนผมเริ่มขมวดคิ้วแสดงอาการไม่พอใจ แต่ละคำที่พูดออกมาดูเจ็บปวดจนอยากบอกมันว่าเก็บแรงไว้หายใจเถอะอย่างเพิ่งคุยกับกูเลย
“ทำไม จะพาพวกมารุมกระทืบกู?” ผมเลิกคิ้วสงสัย เอ่ยเสียงเรียบนิ่งออกไป
“เปล่า มึงช่วยกูไว้...สรุปชื่ออะไร” มันยังคงถามย้ำ
“ทำไม มึงจะเอาชื่อกูไปแปะฝาผนังบ้านแล้วเชิดชูกูหรือไง” ผมพูดออกไปตามที่คิด แล้วก็ให้แล้วกันไปสิวะ จะอยากมารู้จักกูทำไม
“งั้นกูไม่ลงจากรถนะ” มันเอาหัวพิงมาที่ไหล่ผมจนต้องเบี่ยงตัวหลบแทบไม่ทัน
“ถ้ามึงไม่ลงกูจะกระทืบมึง” ผมพูดเสียงเข้ม สีหน้ายังคงเรียบเฉยตามแบบฉบับของผม
“ถ้างั้นกูจะเอานาฬิกาคืน...มึงรอที่บ้านกูมารับแล้วเอาเงินสดไปละกัน” ผมมองนาฬิกาที่อยู่ในมือลูบผิวสัมผัสและน้ำหนักที่คาดว่ายังไงก็ของแท้แน่นอนก็ต้องถอนหายใจเอ่ยออกไปเสียงนิ่ง
“จอม...กูชื่อจอม” มันเหยียดยิ้มมองผมอีกเล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถมอเตอร์ไซค์ไปอย่างง่ายดาย ผมมองตามหลังที่เดินไม่ค่อยจะตรงก็นึกสงสัยว่าคนอย่างมันไปมีเรื่องอะไรกับนักเลงพวกนั้นวะ แต่ก็ไม่ใช่ธุระอะไรของผมนี่ ผมเลยขยับรถและสวมหมวกกันน็อกที่ตอนแรกหนีตายจนลืมมันไปเลย จัดการเรียบร้อยก็ขับรถกลับมายังบ้านตัวเอง...
บทล่าสุด
#324 บทที่ 324 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (6)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#323 บทที่ 323 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (5)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#322 บทที่ 322 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (4)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#321 บทที่ 321 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (3)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#320 บทที่ 320 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (2)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#319 บทที่ 319 SPECIAL [KINNPORSCHE 4] (1)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#318 บทที่ 318 [VIP] SPECIAL VEGAS X PETE 5 (6)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#317 บทที่ 317 [VIP] SPECIAL VEGAS X PETE 5 (5)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#316 บทที่ 316 [VIP] SPECIAL VEGAS X PETE 5 (4)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#315 บทที่ 315 [VIP] SPECIAL VEGAS X PETE 5 (3)
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
คุณฮั่ว โปรดรักฉัน
เจ้าสาวตัวแทนของมาเฟีย
เขามัดมือและขาของฉันแยกออกจากกัน ตรึงไว้กับมุมเตียงทั้งสี่ด้าน แล้วค่อยๆ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น
แส้ม้าของเขาลากผ่านร่องสวาทของฉัน
ฉันรู้สึกได้ว่าส่วนนั้นของฉันเริ่มเปียกแฉะ และมีน้ำหยดลงมาตามต้นขา
เขาใช้แส้เฆี่ยนฉันเบาๆ แล้วออกคำสั่ง “บอกมาสิ เธอต้องการอะไร”
ตอนที่ฉันมารู้ว่าผู้ชายที่ฉันมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนด้วย—ผู้ชายคนเดียวกับที่ไล่ฉันออกจากงาน—คือเดเมียน คาวาเลียรี บอสมาเฟียผู้น่าสะพรึงกลัว มันก็สายเกินไปแล้ว
ฉันตกงาน ถูกแฟนหักหลัง และสูญเสียเงินค่ารักษาน้องสาวไป
ในตอนที่ฉันไม่เหลือหนทางไป เดเมียนก็ยื่นข้อเสนอให้ฉัน นั่นคือการเป็นเจ้าสาวตัวแทนของเขา แล้วเขาจะชดใช้หนี้สินทั้งหมดให้
ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกฉัน แต่ฉันเข้าใจดีว่าตราบใดที่ฉันมอบทายาทให้เขาได้ ฉันก็จะช่วยชีวิตน้องสาวของฉันได้
ฉันตกลง
สัญญาเรียบง่าย—ไม่มีเซ็กส์ ไม่มีความรู้สึก เป็นเพียงธุรกิจเท่านั้น แต่เดเมียนกลับเป็นคนทำลายกฎของตัวเองด้วยมือของเขาเอง
หนุ่มคอลบอยมหาเศรษฐีกับฉัน
"หุบปาก" เขาพูดเสียงแหบพร่า จิ้กนิ้วลงบนสะโพกฉันแรงขึ้นอีก นำทางให้ฉันขยับบนตักเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้ส่วนเว้าแฉะเยิ้มของฉันเสียดสีกับส่วนแข็งขืนของเขา
"ฮ้า... ลูคัส..." ชื่อของเขาหลุดออกมาพร้อมเสียงครางดังลั่น เขาจับสะโพกฉันยกขึ้นอย่างง่ายดายแล้วกดลงมาอีกครั้งจนเกิดเสียงกลวงทึบที่ทำให้ฉันต้องกัดริมฝีปาก ฉันรู้สึกได้ว่าส่วนปลายของเขาจรดเข้ากับปากทางของฉันอย่างหมิ่นเหม่...
แก้มของอาเรียน่าแดงก่ำขณะจ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย ตระหนักได้ว่าเธอเผลอตัวเผลอใจไปแล้ว
"ได้เลย เอาไปให้หมด! ทั้งพ่อใจหิน แม่ที่เอาแต่ใจตัวเองและถูกตามใจจนเคยตัว แล้วก็ไอ้สารเลวอ่อนแอไร้ประโยชน์คนนี้!" อาเรียน่า ซัมเมอร์ ตัดสินใจปลดปล่อยตัวเองและทำทุกอย่างที่ใจต้องการ รวมถึงการมอบกายให้ใครสักคนหลังจากจับได้ว่าคู่หมั้นของเธอแอบไปนอนกับพี่สาวของเธอในอพาร์ตเมนต์ของเขา แต่จะมีใครเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่เด็กขายจากคลับไดนาสตี้ยอดนิยม?
เด็กขายคนนั้นทั้งมีเสน่ห์และแสนหวาน เธออดใจไม่ไหวที่จะตกหลุมรักเขายิ่งนานวันที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน
อาเรียน่าพาเขาไปที่งานหมั้นงานหนึ่ง และทุกคนก็ต้องอุทานออกมา "นายน้อยไฟร์สโตน ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่ได้ครับ/คะ"
ดวงตาของอาเรียน่าเบิกกว้างด้วยความตกใจ นายน้อยไฟร์สโตนเหรอ?! เขาคือเจ้าชายผู้โด่งดังแห่งวงสังคมเมืองหลวงไม่ใช่หรือไง?! แล้วตอนนี้เธอจะยังหนีจากใยรักที่เขากางดักไว้ได้อีกหรือ?
เรื่องรักฉบับร้อน (คุณใหญ่/คุณคิงส์/คุณยักษ์)
จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน
ทำให้ กัวจื่อหรานได้พบกับหลินอวี้เจิน
เขาต้องตามหาไข่มุกล้ำค่ากลับคืนสู่ตระกูล
ทว่าเขากลับพบว่าสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าคือนางที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
เจ้านายที่หลงใหล
อย่างไรก็ตามเธอไม่เคยคิดว่าเรื่องราวจะดราม่ามากเท่าวันรุ่งขึ้นเธอพบว่าประธานคนใหม่ของ บริษัท ของเธอเป็นคนที่เธอนอนหลับเมื่อคืนนี้! ยิ่งกว่านั้นเจ้านายใหม่คนนี้ดูใจแคบมากในขณะที่เขาขอให้แชนด์เลอร์มาที่สํานักงานของเขาในวันแรก
รักฉัน เกลียดฉัน
หนึ่งปีต่อมาเธอถูกขอหย่าและไม่เหลืออะไรเลย
เธอไม่ได้บ่นเกี่ยวกับมันเลย เธอรู้ว่าเป็นการแก้แค้นของเธอ สําหรับบาปใหญ่ที่พ่อของเธอได้กระทําต่อครอบครัวของเขา เธอต้องชดใช้... กับร่างกายของเธอ
เธอคิดว่าหลังจากการหย่าร้างเธอสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ ได้ แต่เธอคิดผิดโดยสิ้นเชิง!
โดยบังเอิญเธอกลายเป็นหุ้นส่วนงานของเขาและอยู่กับเขาทุกวัน
เธอคิดว่าเขายังคงเกลียดเธอ แต่เธอก็ค่อยๆตระหนักว่าเขาช่วยเธอในชีวิตและอาชีพและปกป้องเธอ
เขาบอกว่าเขาเกลียดความกล้าของเธอ แต่ทําไมเขาถึงให้ความอ่อนโยนของเธอ?
วันแล้ววันแล้วเธอตกหลุมรักเขา และเลิกวิ่งหนีเขา แต่... เขาจะรักเธอกลับมาไหม?
สามีรอบตัวของฉัน
แต่ค่าผ่าตัดสําหรับแม่สูงเกินไปและดาร์เรนไม่สามารถจ่ายได้เขาต้องขอเงินจากญาติและแม้แต่แฟนเก่า
อย่างไรก็ตามเขาไม่มีอะไรนอกจากความอัปยศอดสูและถูกทุบตีอย่างไร้ความปราณีขวาเมื่อเขามีเลือดออกและกําลังจะหมดสติบนพื้นแสงสีฟ้าที่ตกลงมาจากท้องฟ้าและดาร์เรนได้รับการเสนอข้อตกลงจากพระเจ้าว่าเขาสามารถมีทุกสิ่งที่เขาต้องการในชีวิตของเขารวมถึงชีวิตของแม่ความรักและเหนือสิ่งอื่นใด ศักดิ์ศรีของเขา ก็ต่อเมื่อ...
สามีของฉันอุ่นเตียง!
ในที่สาธารณะเขาเป็นตัวควบคุมเลือดเย็นและเด็ดขาดในหมู่อาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่
ในส่วนตัวเขาเป็นหมาป่าในผิวหนังของแกะเหมือนปิศาจตัวจริง เขาปล่อยเธอไปง่ายๆได้ยังไง?...
![[YAOI] KinnPorsche Story : รักโคตรร้าย สุดท้ายโคตรรัก](https://oss.novelago.app/prod/img/cover/d203649b3011488882f34e0985b164d3.jpg?x-oss-process=image/format,webp/resize,m_fill,w_240,h_320)












