บทนำ
สำหรับเด็กสาววัยสิบสี่เธอเชื่อว่ารักนั้นมีอยู่จริง
แรกพบสบตาเมื่อย้ายมาอยู่ในเมืองใหญ่เช่นกรุงเทพ เธอได้พบกับเขา พี่คม หรือคมฉณัฐ ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาทอประกายสดใส วินาทีนั้นเด็กสาวอย่างมิลันดาจึงเรียนรู้คำว่า รักแรกพบ แต่ทว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างใจหวัง เมื่อเขามีคนรักอยู่แล้ว มิลันดารู้ดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์จึงเฝ้ามองเพียงห่างๆ และพยายามตัดใจ
เหตุการณ์ไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้น
คนรักของเขาไม่ได้เป็นอย่างที่ใครคิด ภาพตรงหน้ามิลันดาสะท้อนในดวงตา คนรักพี่คมกอดจูบกับชายแปลกหน้า เธอเจ็บแค้นแทน ความเดียงสาไม่อาจทำให้มิลันดาเก็บงำความลับที่ตนเห็นได้ เธอนำเรื่องนี้ไปบอกเขา ผลตอบแทนกลับเป็นความเจ็บปวด เด็กสาวมิอาจทานทนจึงสารภาพความรู้สึกที่มี คมฉณัฐกลับไม่เชื่อคำพูดเหล่านั้น เพราะมิลันดายังเด็กมาก ชายหนุ่มปฏิเสธทันที
ความเสียใจถาโถม
มิลันดาไม่อาจแบกหัวใจเจ็บช้ำ ยอมกล้ำกลืนฝืนความรู้สึก พูดคุยเป็นปกติกับพี่คมได้อีกต่อไป เธอตัดสินใจหอบหัวใจอันบอบช้ำไปเรียนต่อยังที่ห่างไกล คมฉณัฐจะทำเช่นไร เมื่อมิลันดากลับมา จากเด็กสาวกลายเป็นสาวสวยสะพรั่งดีกรีศัลยแพทย์เกียรตินิยม
บท 1
เด็กสาววัยสิบสี่กำลังยืนมองบ้านเรือนไทยที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่เด็ก แม้ไม่อยากจากที่นี่ไปแต่เพราะบิดาจำต้องย้ายไปทำงานที่กรุงเทพ ถึงรู้สึกผูกพันแต่ก็ไม่อาจแยกจากบิดามารดาได้
“แม่คะ เราต้องไปจากที่นี่จริงๆ เหรอคะ”เด็กสาวถามมารดาเสียงแผ่วเบา
“ต้องไปสิลูก พ่อต้องไปทำงานที่กรุงเทพถ้ามิไม่ไปมิจะอยู่กับใครล่ะลูก”
มิลันดาไม่อาจเถียงมารดาได้ เจ้าของร่างอวบจึงเดินตามมารดาและบิดาไปที่รถอย่างว่าง่าย เมื่อรถเคลื่อนออกไป ดวงตาเรียวมองตามบ้านเรือนไทยแสนรักน้ำตารื้น ก่อนยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ
รถแล่นมาร่วมหลายชั่วโมงก่อนจอดลงที่บ้านหลังหนึ่ง มิลันดาลงจากรถกวาดตามองรอบๆ บ้าน พลางเดินสำรวจ เด็กสาวยิ้มเล็กๆ ออกมาด้วยความพึงพอใจอย่างน้อยบ้านหลังนี้ก็ไม่แย่เท่าไหร่นักแม้ว่าจะไม่สวยเท่าบ้านเรือนไทยที่จากมาก็ตาม ไม่นานนักสัมภาระก็ถูกขนย้ายออกมาจากรถ ภายในบ้านมีคนใช้ที่บิดาจ้างมาคอยดูแลอยู่สองคน ต่างมาช่วยยกกระเป๋าอย่างขะมักเขม้น มิลันดาจึงเลี่ยงมาเดินเล่นรอบๆ บ้าน เสียงน้ำที่กำลังสาดกระเซ็นจากการรดต้นไม้ ทำให้เด็กสาวมองด้วยความสนใจ
มิลันดานิ่งงันเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่ง เด็กสาวพิศมองใบหน้าคมเข้ม คิ้วหนา ริมฝีปากหยักลึก จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้า องค์ประกอบทุกอย่างทำให้สายตาไม่อาจละจากใบหน้านั้นได้เลย
คมฉณัฐจ้องมองเด็กสาวที่ยืนมองเขาไม่วางตา รู้สึกแปลกใจ แต่เห็นบิดาเอ่ยปากว่าเป็นเพื่อนที่ย้ายมาจากต่างจังหวัด ท่าทางเด็กร่างอวบคนนี้คงเป็นบุตรสาวเพื่อนพ่อ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” ชายหนุ่มตะโกนถามข้ามรั้ว
มิลันดารีบย่อกายลงนั่งกับพื้น ใบหน้าใสไร้เครื่องสำอางร้อนผ่าว แล้วยิ่งร้อนไปทั่วร่างเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะห้าวๆ ของเขาดังออกมา
“กลัวพี่เหรอครับ พี่ไม่ทำอะไรหรอกไม่เห็นต้องกลัวเลย” คมฉณัฐบอก
เด็กสาวกัดฟันหลบความอายค่อยๆ ยืนขึ้น เห็นสายตาเขาจ้องมองอยู่ก่อนแล้วยิ่งทำให้แทบอย่างแทรกแผ่นดินหนี
“สวัสดีครับ พี่ชื่อคมฉณัฐเรียกว่าพี่คมเฉยๆ ก็ได้” ชายหนุ่มแนะนำตัวก่อนจะยิ้มพราย
มิลันดารู้สึกว่ามันเป็นรอยยิ้มที่สุดแสนจะมีเสน่ห์ เด็กสาวอึกๆ อักๆ ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“หนูชื่อ... มิลันดา... เรียกมิเฉยๆ ก็ได้ค่ะ” มิลันดาบอกเขาแล้วรีบชิ่งหนีออกมาด้วยความอายทันที
เด็กสาววิ่งเข้าไปในบ้าน จนดาวเรืองและชัยเดชตกใจกับท่าทีของบุตรสาว
“เป็นอะไรลูกวิ่งหนีอะไรมา!” ดาวเรืองถามบุตรสาวเสียงลั่น
“เปล่าค่ะ” มิลันดาตอบแก้เก้อ
“นี่คุณลุงพิภัทรนะลูก เพื่อนพ่อจ้ะ อยู่ข้างบ้านเรานี้เอง” ดาวเรืองแนะนำ
เด็กสาวไหว้พิภัทร แล้วรีบสาวเท้าเข้าห้องนอนของตนเองเพื่อจัดการกับข้าวของที่กองอยู่มากมายภายในห้อง
พิภัทรมองบุตรสาวเพื่อนด้วยความพอใจก่อนหันไปพูดคุยกับเพื่อนสนิทต่อ
“ลูกสาวนายโตเป็นสาวแล้วนะเดช” พิภัทรเอ่ยปาก
“โอ้ย! ยังหรอก ยังดื้อเป็นเด็กกะโปโลอยู่เลย” ชัยเดชตอบปนหัวเราะ
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงฉันก็ขอจองให้ลูกชายฉัน” พิภัทรหัวเราะร่าด้วยความถูกใจ
“จะจองได้ไงไอ้ภัทร ลูกชายนายอายุเท่าไหร่แล้วป่านนี้”
“ยี่สิบทำไมเหรอห่างกันแค่หกปีเองไม่เป็นไรหรอก”
“เอาไว้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่า” ชัยเดชตัดบท
มิลันดารีบจัดข้าวของในห้องจนเสร็จ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงพลางนึกถึงใบหน้าของพี่คมที่เธอเพิ่งได้เจอ ยิ่งนึกถึงใบหน้าของเขายิ่งรู้สึกเป็นสุขอย่างประหลาด
พิภัทรแวะหาชัยเดชแต่เช้า โดยนำบุตรชายมาแนะนำตัวให้รู้จัก คมฉณัฐไหว้ดาวเรืองและชัยเดชก่อนขอตัวออกไปเดินเล่นที่สวนด้านหลังบ้าน
“ลูกชายโตเป็นหนุ่ม แถมหล่อซะด้วยนะไอ้ภัทร!” ชัยเดชบอก
“ก็นั่นแหละ เพราะมันหล่อแบบนี้สาวถึงได้ตามเกาะแจเลย” พิภัทรแกล้งบ่น
“แล้วเรียนอยู่ปีไหนแล้วล่ะคะ?”
“เรียนมหาวิทยาลัย ปีสามแล้วละครับ”
“ใกล้จบแล้วละสิคะเนี่ย”
“ใช่ครับ”
“ยัยมิ ยังไม่รู้ว่าจะยังไงต่อดีอีกนานกว่าจะได้เข้ามหาลัย”
“แกหัวดีเรียนหนังสือเก่งไม่ใช่เหรอครับ เห็นเจ้าเดชบอกผม”
“อ๋อค่ะ ยัยมิเรียนเก่งอยู่เหมือนกันแต่ถ้ามาเรียนที่กรุงเทพฉันก็ไม่มั่นใจเหมือนกันล่ะค่ะ”
บทสนทนาของผู้ใหญ่สามคนยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาเดินลงบันได แขกผู้มาเยือนเหลือบมองแล้วยิ้มกว้าง เด็กสาวยกมือไหว้ทันที
“หิวข้าวหรือยังล่ะมิ” คนเป็นแม่ถามเมื่อบุตรสาวเดินมาใกล้
“ยังค่ะแม่”
“ไปเล่นกับพี่คมสิหนูมิ พี่เขาอยู่ที่สวน” พิภัทรบอกลูกเพื่อน เขาอยากให้สองคนรู้จักสนิทสนมกันไว้
เด็กสาวขมวดคิ้วเมื่อสะดุดกับชื่อของลูกเพื่อนพ่อ จำได้ว่าหนุ่มข้างบานก็ชื่อนี้เหมือนกัน รีบเดินเลี่ยงออกมาจนถึงสวนด้านหลังใจเต้นไม่เป็นส่ำภาวนาให้เป็นเขาคนนั้น มิลันดาหยุดเท้าเห็นชายรูปร่างสูงโปร่งยืนมองแมกไม้ หล่อนจำได้ดีว่าเขาคือใคร
“ใช่เขาจริงๆ ด้วย”เด็กสาวนึกในใจ
เปราะ!
เสียงกิ่งไม้หักทำให้เขาหันมามองตามเสียง ชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมาเมื่อพบว่าเป็นใครที่ยืนอยู่ตอนนี้ มิลันดาตกใจเด็กสาวพยายามจะวิ่งหนีเขาอีกครั้ง แต่คมฉณัฐกลับไวกว่ารีบคว้าท่อนแขนอวบไว้
“จะหนีพี่ไปไหนอีกแล้วน้องมิ มานั่งเล่นด้วยกันไหม?” คมฉณัฐฉุดแขนไว้เสียก่อน หล่อนเหลือบมองเขาแล้วเมินหนีเพราะอาย
“คือว่า...” เด็กสาวอึกอักไม่กล้าพูดอะไรออกไป
“เป็นอะไรหรือเปล่าน้องมิ พี่ทำให้อึดอัดอย่างนั้นหรือ?”
“เปล่าค่ะ พี่คมไมได้ทำให้มิอึดอัดนะคะ”เด็กสาวรีบตอบทันควันเพราะกลัวเขาเข้าใจผิด
“งั้นหรือ? พี่คิดว่าน้องมิอาจจะไม่ชอบพี่เพราะเวลาน้องมิเห็นหน้าพี่เอาแต่จะวิ่งหนีพี่อยู่เรื่อย”
มิลันดาไม่กล้าพูด ที่วิ่งหนีเขาเพราะอายที่จะอยู่ใกล้เขาต่างหาก
“มิไม่ได้ไม่ชอบพี่คมนะคะ มิแค่ไม่คุ้นกับคนแปลกหน้าเท่านั้นเองค่ะ” หล่อนแก้ตัว
สองคนพากันนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวในสวน เขาพูดคุยกับเด็กสาวพักใหญ่ จนเห็นบิดาออกมาตาม เขาบอกลาเด็กสาวแล้วยกมือไหว้เพื่อนบิดา มิลันดามองตามแผ่นหลังซึ่งลับหายออกจากบ้าน คืนนี้หล่อนต้องฝันดีแน่นอนเลยทีเดียว
บทล่าสุด
#107 บทที่ 107 รอยยิ้มของใครบางคน
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#106 บทที่ 106 รอยยิ้มของใครบางคน
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#105 บทที่ 105 รอยยิ้มของใครบางคน
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#104 บทที่ 104 รอยยิ้มของใครบางคน
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#103 บทที่ 103 รอยยิ้มของใครบางคน
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#102 บทที่ 102 รอยยิ้มของใครบางคน
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#101 บทที่ 101 รอยยิ้มของใครบางคน
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#100 บทที่ 100 รอยยิ้มของใครบางคน
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#99 บทที่ 99 รอยยิ้มของใครบางคน
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#98 บทที่ 98 บทเรียน
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย้ำรักเลขา NC-20
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
So bad พี่ชายข้างบ้าน
ปากก็บอกน้องสาว แต่การกระทำของเฮียทำให้ดาวคิดไปไกล
แต่แล้ววันหนึ่งความสัมพันธ์ของเราก็เปลี่ยนไป
“ไม่ใช่ว่าดาวแย่ แต่ดาวเป็นเหมือนน้องสาวเฮียนะ เฮียคิดกับดาวแค่น้องเท่านั้น เมื่อคืนเฮียเมาดาวก็เห็น ทำไมดาวยัง…”
“นี่เฮียกำลังโทษดาวงั้นเหรอ” เขากำลังบอกเพราะฉันเข้าไปเสือกใช่ไหม
“ก็ถ้าดาวไม่เข้ามายุ่ง ผู้หญิงที่เฮียนอนด้วยต้องไม่มีวันเป็นดาว”
“ใช่ ดาวผิดเองแหละ ถ้าดาวไม่เสือก ดาวก็คงไม่ต้องเจ็บแบบนี้ เฮีย…ดาวถามจริง ๆ นะ เฮียโง่หรือแกล้งโง่ถึงมองไม่ออกว่าดาวระ…”
“อย่าพูดมันออกมา เฮียไม่อยากฟัง เฮียเห็นดาวเป็นน้องมาตลอด เฮียไม่เคยคิดเกินเลยกับดาว”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"













