บทนำ
จบลงด้วยความเจ็บปวดและคำลวง
เหลือไว้เพียงชีวิตภินท์พังกับหัวใจดวงน้อยในครรภ์
"คุณยังรักทับทิมอยู่หรือเปล่า"
เสียงหวานสั่นระริกแต่คงน้อยกว่า ก้อนเนื้อในอกซ้าย แม้จะรู้ว่าคำตอบเป็นเช่นไรแต่ก็ยังเชื่อว่าที่เขาพูดแบบนั้นก็เพราะยังโกรธเธออยู่ แล้วสินธุ์ก็ไม่ได้ตอบคำถาม เขาพยายามสะบัดเธอให้หลุด
"คุณไม่รักทับทิมแล้วจริงๆ หรือคะ" ทิพย์ทิวาดื้อรั้นไม่ยอมปล่อย
"หยุด!" สินธุ์กดเสียงต่ำน่ากลัว คว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างหนึ่งของเธอแล้วบีบแรงราวปรารถนาให้กระดูกน้อยแตกละเอียด ทิพย์ทิวาเจ็บจนน้ำตาไหลแต่ก็ต้องฝืนเก็บเสียงร้องเอาไว้เพราะรู้ว่าจะทำให้เขารำคาญ
"อย่าพูดคำว่ารักให้ผมได้ยินอีกเป็นอันขาด คุณรู้ไว้ด้วยว่าทุกวันนี้ผมขยะแขยงคุณจะแย่อยู่แล้ว"
หญิงสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ค้นหาความจริงที่อยู่ในหัวใจเขา...ท้ายสุดแล้วเธอก็เห็นแค่เพียงความว่างเปล่าที่ทำให้หัวใจแตกสลาย
นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อของเรื่อง 'บ่วงมัจจุราช' (หมอพริม & พ่อเลี้ยงปราณ)
เพิ่มตอนพิเศษท้ายเล่ม
บท 1
เสียงไก่ขันบอกเวลาเช้ามืดทำให้ทิพย์ทิวาตื่นตามปกติ ลืมตาขึ้นช้าๆ พร้อมกับรับรู้ถึงอาการเจ็บปวดทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายกำยำที่เธอโอบกอดมาตลอดทั้งคืนทำให้ไม่อยากจะฝืนลุกจากเตียง...
ใบหน้าขาวแนบกับไหล่ขวา เอื้อมมือข้างหนึ่งลูบไล้อกซ้ายอันอุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี รอยสักแบบ Tahitian ที่กินพื้นที่แผงอกข้างนั้นไปจนถึงกลางแขนข้างเดียวกันช่วยเสริมความดุดันและน่าเกรงขาม มันเป็นหนึ่งในหลายๆ สิ่งที่ทำให้เธอรักในตัวเขา
แล้วเขาเล่า...เขารักอะไรในตัวเธอบ้างหรือเปล่า?
เพียงแค่ย้อนถามตัวเองในใจ กระบอกตาสวยก็ร้อนผ่าว เธอจึงได้หลับตาลงแล้วปล่อยให้น้ำใสๆ ไหลเลอะต้นแขนใหญ่ ภายใต้ฝ่ามือเล็กข้างนั้น ทิพย์ทิวายังคงรับรู้ถึงแรงกระตุกอันเป็นจังหวะของสิ่งที่เรียกว่า ‘หัวใจ’
ผู้ชายคนนี้ยังมีชีวิตและมีหัวใจอยู่จริงๆ หรือ?
แล้วทำไมตลอดสามปีที่ผ่านมาเขาทั้งใจร้ายและเย็นชากับเธอเหลือเกิน จนเธอเผลอคิดไปว่าเขาเป็นคนไร้หัวใจ แต่เธออาจหลงลืมไปว่าหัวใจของเขาไม่ได้มีไว้เพื่อเธอ เธอควรจำเอาไว้ทิพย์ทิวา อย่าลืมเชียวว่าเขาไม่ได้รักเธออีกต่อไปแล้ว
เธอปรารถนาเพียงที่จะหยุดเวลาไว้เท่านี้ ให้ได้เฝ้ามองเขาหลับใหล ให้รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายคนเดิมที่เคยรักเธอหมดหัวใจก่อนที่เรื่องบ้าๆ จะเข้ามาทำลายความรักที่เคยมีให้กันจนเหลือแต่เพียงรอยสิเน่หากลางหัวใจที่ทำให้เธอเจ็บปวดทุกครั้งยามนึกถึงคืนวันอันแสนปราโมทย์ที่ผ่านมา
“ผู้หญิงที่รู้อยู่เต็มอกว่าผู้ชายไม่ชอบน้ำตา แต่ก็ยังจะร้องไห้อย่างน่ารำคาญ คุณว่าพวกเธอคิดอะไรอยู่”
จู่ๆ คำถามอย่างคนไม่สบอารมณ์ก็ดังขึ้น เธอรีบผละออกจากไหล่แข็งแรง สองมือปาดน้ำตาให้แห้งสนิท คำพูดของเขาสื่อความหมายชัดเจนแล้ว
“ทับทิมไม่ได้ตั้งใจ” ทิพย์ทิวาบอกเสียงอ่อนขณะที่ร่างใหญ่เปลือยเปล่าลุกขึ้นนั่ง แล้วหันกลับมามองเธอด้วยแววตาว่างเปล่าไม่ต่างจากทุกครั้งที่มองมา
“ผมว่าพวกเธอกำลังเรียกร้องคะแนนความสงสาร ทั้งที่รู้ว่ามันน่าสมเพช” ชายหนุ่มตอบคำถามของตัวเอง สายตาถูกดึงดูดให้จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเจ้าหล่อนอย่างห้ามไม่อยู่
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะคุณสินธุ์” ร่างเล็กลุกขึ้นพร้อมกุมผ้าห่มปิดทรวงอก สายตายังคงจ้องเขาอยู่ “ทับทิมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย” แม้น้ำเสียงไม่ได้สั่นแต่แววตากลับไม่มีประกายเลยแม้แต่น้อย
ส่วนเล็กๆ ในจิตใจที่สินธุ์ไม่อาจบังคับได้มันอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อปลอบโยนคนตรงหน้า แต่ผู้หญิงคนนี้เธอเคยก่อเรื่องที่เขาไม่อาจให้อภัย แค่เธอยังเสนอหน้าอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหนก็เป็นอันตรายต่อครอบครัวเขามากแล้ว ฉะนั้นเขาต้องปฏิบัติต่อเธอเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ แม้มันจะขัดกับความรู้สึกที่ลึกที่สุดในหัวใจเขาก็ตาม
ความเงียบทำให้หัวใจดวงน้อยปวดแปลบ ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้ายอมรับความจริง สินธุ์ตัดสายตาจากดวงตาคู่สวยแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ผ้าขนหนูขาวสะอาดถูกหยิบออกมาพันรอบกาย เดินไปนั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้ปลายเตียง
ทิพย์ทิวาคว้าชุดนอนที่ถูกถอดพาดโคมไฟไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นมาสวมแล้วพาร่างกายบอบช้ำตรงเข้าไปในห้องน้ำอย่างรู้หน้าที่ เตรียมน้ำอุ่นให้เขาชำระล้างร่างกายก่อนที่เขาจะไปรับประทานอาหารเช้าที่บ้านหลังใหญ่
บ้านหลังนั้นซึ่งมีคนที่เขาต้องการ...ไม่ใช่ที่ที่มีแต่ผู้หญิงอ่อนแอ เจ้าน้ำตาและน่ารำคาญที่เขาไม่เคยสนใจไยดี
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
หญิงสาวเดินออกมาบอกกับเขาเบาๆ หลังตระเตรียมทุกอย่างในห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อสินธุ์พยักหน้าเธอจึงไปนั่งรอที่เตียงด้วยความสงบ
หน้าที่เธอยังไม่หมด วันนี้สินธุ์จะต้องเดินทางไปประชุมที่กรุงเทพ เมื่อคืนเขาเปรยว่าทานมื้อเช้าเสร็จแล้วจะออกเดินทางเลย ฉะนั้นเธอต้องอยู่รอแต่งตัวให้เขาก่อนถึงจะออกไปทำกับข้าวอย่างง่ายๆ กินเพียงลำพัง
“ครั้งนี้จะไปนานกี่วันหรือคะ”
“...” สินธุ์เงียบอยู่แบบเดิม เหมือนไม่สนใจคำถามของเธอ ทิพย์ทิวา กลืนน้ำลายลงคอเฝื่อนๆ เม้มปากสนิท จัดการผูกไทให้เขาต่อไปโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ ในเมื่อไม่อยากตอบเธอก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้เขาเสียอารมณ์
“คุณถามทำไม” จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา ก้มมองคนที่กำลังติดกระดุมสูทให้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง อยากรู้ว่าคำถามของเธอมีอะไรแอบแฝงมากกว่าแค่อยากรู้ธรรมดา
“ฉันแค่อยากรู้เท่านั้นค่ะ” เธอรู้ว่าสินธุ์ต้องการหาเรื่อง แต่มันผิดนักหรือที่ภรรยาอยากจะรู้ความเป็นไปของสามีอย่างเขา
สินธุ์เป็นคนเงียบขรึม สุภาพกับคนอื่นเสมอซึ่งหนึ่งในนั้นไม่รวมเธอ ทั้งยังเก็บอารมณ์ได้เก่ง จนคิดว่าเวลาสามปีที่อยู่ด้วยกันมามันไม่เพียงพอที่จะให้เธอได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย
“ผมจะปล่อยให้นางปีศาจมันเฝ้ามองครอบครัวผมนานๆ ได้ยังไง”
คำพูดเชือดเฉือนหัวใจหลุดออกมา มือบางชะงักค้าง ช้อนสายตามอง คนตรงหน้าอย่างตัดพ้อ
‘นางปีศาจ’ ที่เขาหมายถึงคือตัวเธอ
แต่เพราะไม่อยากเสียเวลาไปกับการทะเลาะกันจึงเลือกที่จะเงียบ ทว่าน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วนั้นกลับคลอหน่วยตาอีกครั้ง ยิ่งได้เห็นใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของผู้ชายที่ตัวเองรักเธอก็ยิ่งเจ็บ
สินธุ์ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ปัดมือเธอออกเหมือนรำคาญเหลือทน ก่อนจะก้าวเข้าหากระจกบานใหญ่เพื่อจัดเสื้อผ้าด้วยตัวเอง ไม่สนใจว่าใครจะเป็นยังไงเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องทนเห็นน้ำตาของเธอ พอเรียบร้อยแล้วก็ทำท่าว่าจะเดินจากไป
“คุณสินธุ์คะ” เสียงหวานเรียกชื่อเขา สินธุ์หันกลับมาจ้องเธอ แววตา เต็มไปด้วยคำถาม ทิพย์ทิวาสูดหายใจรวบรวมความกล้า ก่อนนี้เธอมีเรื่องอยากจะถามเขามากมาย แต่พอเอาเข้าจริงกลับรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ
“ถ้าไม่สำคัญไว้ค่อยคุยตอนผมกลับ” เขาถอนหายใจ คิดจะเดินต่อ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนตัวบางโผเข้ามารั้งแขนไว้ จำเป็นจะต้องหันไปหาเธออีกครั้ง ถ้าครั้งนี้ยังไม่พูดอะไรอีกเขาจะไม่ใจดีกับเธออีกแล้ว
“คุณยังรักทับทิมอยู่หรือเปล่า” เสียงหวานสั่นระริกแต่คงน้อยกว่า ก้อนเนื้อในอกซ้าย แม้จะรู้ว่าคำตอบเป็นเช่นไรแต่ก็ยังเชื่อว่าที่เขาพูดแบบนั้นก็เพราะยังโกรธเธออยู่ แล้วสินธุ์ก็ไม่ได้ตอบคำถาม เขาพยายามสะบัดเธอให้หลุด
“คุณไม่รักทับทิมแล้วจริงๆ หรือคะ” ทิพย์ทิวาดื้อรั้นไม่ยอมปล่อย
“หยุด!”
สินธุ์กดเสียงต่ำน่ากลัว คว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างหนึ่งของเธอแล้วบีบแรงราวปรารถนาให้กระดูกน้อยแตกละเอียด ทิพย์ทิวาเจ็บจนน้ำตาไหลแต่ก็ต้องฝืนเก็บเสียงร้องเอาไว้เพราะรู้ว่าจะทำให้เขารำคาญ
“อย่าพูดคำว่ารักให้ผมได้ยินอีกเป็นอันขาด คุณรู้ไว้ด้วยว่าทุกวันนี้ผมขยะแขยงคุณจะแย่อยู่แล้ว”
หญิงสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ค้นหาความจริงที่อยู่ในหัวใจเขา...ท้ายสุดแล้วเธอก็เห็นแค่เพียงความว่างเปล่าที่ทำให้หัวใจแตกสลาย
หากสายตาอ้อนวอนของเธอกลับทำให้สินธุ์ชะงักนิ่ง แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น เขาข่มใจตัวเองเอาไว้แล้วสะบัดมือออกจากแขนเรียว แรงอันมหาศาลทำให้หญิงสาวเซถลาจนแทบล้ม...แต่ก็ยัง
“คุณจะใช้โอกาสนี้เก็บข้าวของออกจากบ้านผมไปก็ได้นะ” สินธุ์เลือดเย็น
เหลือเกินที่แนะนำเธอแบบนี้ หรือเพราะรู้ว่าต่อให้ไล่อย่างไรผู้หญิงคนนี้ก็จะไม่มีวันไปไหน
“ทับทิมไม่ไปหรอกค่ะ” เธอก้มหน้าตอบทั้งน้ำตา
“ตามใจ! ตอนนี้คุณจะอยู่หรือไปมันก็ไม่สำคัญ” เขาเหนื่อยที่จะต้องถามเหตุผลจากเธอเสียแล้ว
“คุณจะให้ทับทิมไปได้ยังไง ในเมื่อหัวใจของทับทิมยังอยู่ตรงนี้” ทิพย์ทิวาเสียงสั่น น้ำตาไหลพราก รู้ว่าต่อให้อ้อนวอนเขามากเท่าไหร่ สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความเย็นชา และแม้จะรู้ว่าเขาไม่มีทางหันมาสนใจ แต่ก็จะทนต่อไปจนกว่าจะหมดความอดทน เธอยังหวังว่าสักวันจะได้สินธุ์คนเดิมที่รักเธอสุดหัวใจกลับคืนมา แต่เธออาจลืมไปว่าความรักสำหรับผู้ชายมันเริ่มจากร้อยและลดน้อยลงไปจนถึงศูนย์
“ผมไม่สน” คนเย็นชาบอกชัดถ้อยชัดคำและเพราะไม่อาจทนเห็นน้ำตาของเธอได้ เลยรีบหันหลังให้ก่อนจะพูดสั่ง “ระหว่างที่ผมไม่อยู่ อย่าก่อเรื่องให้ลูกกับเมียผมเดือดร้อน ไม่งั้นคุณจะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้อีก”
“แล้วทับทิมล่ะคะ” หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านขณะเอ่ยถาม ลึกลงไปในความรู้สึก เธอปรารถนาที่จะได้ยินเขาพูดในสิ่งที่เธออยากจะฟัง
“ตอบมาได้ไหมว่าคุณเห็นทับทิมเป็นอะไร”
“...” สินธุ์ก็ยังคงเป็นสินธุ์อยู่วันยังค่ำ เพราะนอกจากจะไม่ตอบคำถามเขาก็เลือกที่จะเดินจากไปโดยไม่ไยดีความรู้สึกของคนข้างหลัง
ไม่มีคำใดสามารถหลุดออกมาจากปากของเธอได้อีกนอกเสียจากเสียงสะอื้นอย่างคนหัวใจสลาย น้ำตาอุ่นจัดไหลนองแก้มขาว ร่างกายที่เหมือนสิ้นเรี่ยวแรงจึงนั่งแปะลงกับพื้น ไม่ใช่ว่าเธอไม่เจ็บที่ถูกผู้ชายที่ตัวเองรักไล่เหมือนไม่ใช่คน ใช่ว่าเธอไม่มีที่ไปหรือว่าจนตรอก...แต่ที่ทนอยู่ก็เพราะ ‘รัก’ เพราะความหวังที่ว่าสักวันจะได้คนรักกลับคืนมา และเพื่อบางสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่า ‘หัวใจ’
แต่ยิ่งนานเธอก็ยิ่งไม่แน่ใจ...หัวใจเขาอาจเปลี่ยนไปเป็นของคนที่เขา ยกย่องออกหน้าออกตาว่าเป็นเมียเขาแล้วก็ได้
ร่างบางหยุดที่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอนกว้าง ดวงตาหม่นเศร้าไล่
มองรอยช้ำตามต้นแขนและเนินอก ทุกครั้งที่สินธุ์มาที่บ้านนี้พร้อมกับแรงปรารถนา สิ่งที่เหลือไว้คือความเศร้าที่ซึมลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ เธอรู้สึกถึงความเดียวดายปวดร้าวอย่างที่ไม่คิดว่าผู้หญิงคนไหนจะเข้าใจ น้ำตาอุ่นจัดไหลเป็นทาง ร่องรอยแห่งความร้าวรานนี้เหมือนเป็นเชื้อเพลิงที่กระตุ้นให้หัวใจดวงน้อยโหยหาคืนวันเก่าๆ มากขึ้นทุกขณะ...เธออยากได้สัมผัสอ่อนโยนอย่างคนรักกัน อยากได้สินธุ์คนเดิมเมื่อสามปีที่แล้วกลับคืนมา เนิ่นนานทีเดียวกว่าจะพาตัวเองไปนั่งบนเตียงแล้วเปิดลิ้นชักหยิบสมุดเล่มเล็กที่เป็นเหมือนเพื่อนแท้ยามเหงาขึ้นมา เธอเปิดหน้าหนึ่งที่เขียนค้างไว้เพื่อบันทึกต่อจากหน้าสุดท้ายที่เขียนไปวันก่อน
‘คุณสินธุ์ขา... ถึงแม้เรื่องราวระหว่างเราจะเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก แต่ตอนนี้ทับทิมพูดได้เต็มปากว่าทับทิมรักคุณสินธุ์หมดทั้งหัวใจ รักจากที่ไม่เคยคิดจะรัก รักทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณสินธุ์เปลี่ยนไปแล้ว แต่ทับทิมก็ไม่ยอมสิ้นหวังและยังจะขอรักคุณต่อไปนะคะ...หากความรักที่นำไปสู่น้ำตาคือหายนะ ความรักที่ทับทิมมีต่อคุณสินธุ์ก็คงเป็นหายนะที่งดงามที่สุด’
ในคืนหนึ่งทิพย์ทิวามีโอกาสได้เจอสินธุ์เป็นครั้งแรกที่บ้านของเขา ทำให้ชายหนุ่มมองเธอในแง่ลบ เพราะคงไม่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนกล้าไปหาผู้ชายแปลกหน้าถึงบ้านในเวลานั้น ส่วนเธอก็ไม่ได้คิดกับเขาดีไปกว่ากันนัก เนื่องจากเขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปแทรกความรักคนอื่น เกือบทำให้เด็กตาดำๆ ที่กำลังจะเกิดมาต้องกำพร้าพ่อ เลยกลายเป็นว่าเธอเกลียดขี้หน้าเขาทั้งที่เจอกันแค่ครั้งเดียว
...แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ชีวิตเธอมาถึงจุดพลิกผัน
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 The end รอยสิเน่หากลางใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#32 บทที่ 32 หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#31 บทที่ 31 คนไม่ถูกเลือก
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#30 บทที่ 30 ว่ากันเรื่องเมีย (น้อย)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#29 บทที่ 29 ฮีโรตายตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#28 บทที่ 28 ถูกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#27 บทที่ 27 เลือกเองเจ็บเอง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#26 บทที่ 26 When I was your man
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#25 บทที่ 25 ไม่อาจรั้ง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#24 บทที่ 24 ผู้ชนะที่แท้จริง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!













