บทนำ
จบลงด้วยความเจ็บปวดและคำลวง
เหลือไว้เพียงชีวิตภินท์พังกับหัวใจดวงน้อยในครรภ์
"คุณยังรักทับทิมอยู่หรือเปล่า"
เสียงหวานสั่นระริกแต่คงน้อยกว่า ก้อนเนื้อในอกซ้าย แม้จะรู้ว่าคำตอบเป็นเช่นไรแต่ก็ยังเชื่อว่าที่เขาพูดแบบนั้นก็เพราะยังโกรธเธออยู่ แล้วสินธุ์ก็ไม่ได้ตอบคำถาม เขาพยายามสะบัดเธอให้หลุด
"คุณไม่รักทับทิมแล้วจริงๆ หรือคะ" ทิพย์ทิวาดื้อรั้นไม่ยอมปล่อย
"หยุด!" สินธุ์กดเสียงต่ำน่ากลัว คว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างหนึ่งของเธอแล้วบีบแรงราวปรารถนาให้กระดูกน้อยแตกละเอียด ทิพย์ทิวาเจ็บจนน้ำตาไหลแต่ก็ต้องฝืนเก็บเสียงร้องเอาไว้เพราะรู้ว่าจะทำให้เขารำคาญ
"อย่าพูดคำว่ารักให้ผมได้ยินอีกเป็นอันขาด คุณรู้ไว้ด้วยว่าทุกวันนี้ผมขยะแขยงคุณจะแย่อยู่แล้ว"
หญิงสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ค้นหาความจริงที่อยู่ในหัวใจเขา...ท้ายสุดแล้วเธอก็เห็นแค่เพียงความว่างเปล่าที่ทำให้หัวใจแตกสลาย
นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อของเรื่อง 'บ่วงมัจจุราช' (หมอพริม & พ่อเลี้ยงปราณ)
เพิ่มตอนพิเศษท้ายเล่ม
บท 1
เสียงไก่ขันบอกเวลาเช้ามืดทำให้ทิพย์ทิวาตื่นตามปกติ ลืมตาขึ้นช้าๆ พร้อมกับรับรู้ถึงอาการเจ็บปวดทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายกำยำที่เธอโอบกอดมาตลอดทั้งคืนทำให้ไม่อยากจะฝืนลุกจากเตียง...
ใบหน้าขาวแนบกับไหล่ขวา เอื้อมมือข้างหนึ่งลูบไล้อกซ้ายอันอุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี รอยสักแบบ Tahitian ที่กินพื้นที่แผงอกข้างนั้นไปจนถึงกลางแขนข้างเดียวกันช่วยเสริมความดุดันและน่าเกรงขาม มันเป็นหนึ่งในหลายๆ สิ่งที่ทำให้เธอรักในตัวเขา
แล้วเขาเล่า...เขารักอะไรในตัวเธอบ้างหรือเปล่า?
เพียงแค่ย้อนถามตัวเองในใจ กระบอกตาสวยก็ร้อนผ่าว เธอจึงได้หลับตาลงแล้วปล่อยให้น้ำใสๆ ไหลเลอะต้นแขนใหญ่ ภายใต้ฝ่ามือเล็กข้างนั้น ทิพย์ทิวายังคงรับรู้ถึงแรงกระตุกอันเป็นจังหวะของสิ่งที่เรียกว่า ‘หัวใจ’
ผู้ชายคนนี้ยังมีชีวิตและมีหัวใจอยู่จริงๆ หรือ?
แล้วทำไมตลอดสามปีที่ผ่านมาเขาทั้งใจร้ายและเย็นชากับเธอเหลือเกิน จนเธอเผลอคิดไปว่าเขาเป็นคนไร้หัวใจ แต่เธออาจหลงลืมไปว่าหัวใจของเขาไม่ได้มีไว้เพื่อเธอ เธอควรจำเอาไว้ทิพย์ทิวา อย่าลืมเชียวว่าเขาไม่ได้รักเธออีกต่อไปแล้ว
เธอปรารถนาเพียงที่จะหยุดเวลาไว้เท่านี้ ให้ได้เฝ้ามองเขาหลับใหล ให้รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายคนเดิมที่เคยรักเธอหมดหัวใจก่อนที่เรื่องบ้าๆ จะเข้ามาทำลายความรักที่เคยมีให้กันจนเหลือแต่เพียงรอยสิเน่หากลางหัวใจที่ทำให้เธอเจ็บปวดทุกครั้งยามนึกถึงคืนวันอันแสนปราโมทย์ที่ผ่านมา
“ผู้หญิงที่รู้อยู่เต็มอกว่าผู้ชายไม่ชอบน้ำตา แต่ก็ยังจะร้องไห้อย่างน่ารำคาญ คุณว่าพวกเธอคิดอะไรอยู่”
จู่ๆ คำถามอย่างคนไม่สบอารมณ์ก็ดังขึ้น เธอรีบผละออกจากไหล่แข็งแรง สองมือปาดน้ำตาให้แห้งสนิท คำพูดของเขาสื่อความหมายชัดเจนแล้ว
“ทับทิมไม่ได้ตั้งใจ” ทิพย์ทิวาบอกเสียงอ่อนขณะที่ร่างใหญ่เปลือยเปล่าลุกขึ้นนั่ง แล้วหันกลับมามองเธอด้วยแววตาว่างเปล่าไม่ต่างจากทุกครั้งที่มองมา
“ผมว่าพวกเธอกำลังเรียกร้องคะแนนความสงสาร ทั้งที่รู้ว่ามันน่าสมเพช” ชายหนุ่มตอบคำถามของตัวเอง สายตาถูกดึงดูดให้จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเจ้าหล่อนอย่างห้ามไม่อยู่
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะคุณสินธุ์” ร่างเล็กลุกขึ้นพร้อมกุมผ้าห่มปิดทรวงอก สายตายังคงจ้องเขาอยู่ “ทับทิมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย” แม้น้ำเสียงไม่ได้สั่นแต่แววตากลับไม่มีประกายเลยแม้แต่น้อย
ส่วนเล็กๆ ในจิตใจที่สินธุ์ไม่อาจบังคับได้มันอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อปลอบโยนคนตรงหน้า แต่ผู้หญิงคนนี้เธอเคยก่อเรื่องที่เขาไม่อาจให้อภัย แค่เธอยังเสนอหน้าอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหนก็เป็นอันตรายต่อครอบครัวเขามากแล้ว ฉะนั้นเขาต้องปฏิบัติต่อเธอเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ แม้มันจะขัดกับความรู้สึกที่ลึกที่สุดในหัวใจเขาก็ตาม
ความเงียบทำให้หัวใจดวงน้อยปวดแปลบ ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้ายอมรับความจริง สินธุ์ตัดสายตาจากดวงตาคู่สวยแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ผ้าขนหนูขาวสะอาดถูกหยิบออกมาพันรอบกาย เดินไปนั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้ปลายเตียง
ทิพย์ทิวาคว้าชุดนอนที่ถูกถอดพาดโคมไฟไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นมาสวมแล้วพาร่างกายบอบช้ำตรงเข้าไปในห้องน้ำอย่างรู้หน้าที่ เตรียมน้ำอุ่นให้เขาชำระล้างร่างกายก่อนที่เขาจะไปรับประทานอาหารเช้าที่บ้านหลังใหญ่
บ้านหลังนั้นซึ่งมีคนที่เขาต้องการ...ไม่ใช่ที่ที่มีแต่ผู้หญิงอ่อนแอ เจ้าน้ำตาและน่ารำคาญที่เขาไม่เคยสนใจไยดี
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
หญิงสาวเดินออกมาบอกกับเขาเบาๆ หลังตระเตรียมทุกอย่างในห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อสินธุ์พยักหน้าเธอจึงไปนั่งรอที่เตียงด้วยความสงบ
หน้าที่เธอยังไม่หมด วันนี้สินธุ์จะต้องเดินทางไปประชุมที่กรุงเทพ เมื่อคืนเขาเปรยว่าทานมื้อเช้าเสร็จแล้วจะออกเดินทางเลย ฉะนั้นเธอต้องอยู่รอแต่งตัวให้เขาก่อนถึงจะออกไปทำกับข้าวอย่างง่ายๆ กินเพียงลำพัง
“ครั้งนี้จะไปนานกี่วันหรือคะ”
“...” สินธุ์เงียบอยู่แบบเดิม เหมือนไม่สนใจคำถามของเธอ ทิพย์ทิวา กลืนน้ำลายลงคอเฝื่อนๆ เม้มปากสนิท จัดการผูกไทให้เขาต่อไปโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ ในเมื่อไม่อยากตอบเธอก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้เขาเสียอารมณ์
“คุณถามทำไม” จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา ก้มมองคนที่กำลังติดกระดุมสูทให้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง อยากรู้ว่าคำถามของเธอมีอะไรแอบแฝงมากกว่าแค่อยากรู้ธรรมดา
“ฉันแค่อยากรู้เท่านั้นค่ะ” เธอรู้ว่าสินธุ์ต้องการหาเรื่อง แต่มันผิดนักหรือที่ภรรยาอยากจะรู้ความเป็นไปของสามีอย่างเขา
สินธุ์เป็นคนเงียบขรึม สุภาพกับคนอื่นเสมอซึ่งหนึ่งในนั้นไม่รวมเธอ ทั้งยังเก็บอารมณ์ได้เก่ง จนคิดว่าเวลาสามปีที่อยู่ด้วยกันมามันไม่เพียงพอที่จะให้เธอได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย
“ผมจะปล่อยให้นางปีศาจมันเฝ้ามองครอบครัวผมนานๆ ได้ยังไง”
คำพูดเชือดเฉือนหัวใจหลุดออกมา มือบางชะงักค้าง ช้อนสายตามอง คนตรงหน้าอย่างตัดพ้อ
‘นางปีศาจ’ ที่เขาหมายถึงคือตัวเธอ
แต่เพราะไม่อยากเสียเวลาไปกับการทะเลาะกันจึงเลือกที่จะเงียบ ทว่าน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วนั้นกลับคลอหน่วยตาอีกครั้ง ยิ่งได้เห็นใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของผู้ชายที่ตัวเองรักเธอก็ยิ่งเจ็บ
สินธุ์ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ปัดมือเธอออกเหมือนรำคาญเหลือทน ก่อนจะก้าวเข้าหากระจกบานใหญ่เพื่อจัดเสื้อผ้าด้วยตัวเอง ไม่สนใจว่าใครจะเป็นยังไงเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องทนเห็นน้ำตาของเธอ พอเรียบร้อยแล้วก็ทำท่าว่าจะเดินจากไป
“คุณสินธุ์คะ” เสียงหวานเรียกชื่อเขา สินธุ์หันกลับมาจ้องเธอ แววตา เต็มไปด้วยคำถาม ทิพย์ทิวาสูดหายใจรวบรวมความกล้า ก่อนนี้เธอมีเรื่องอยากจะถามเขามากมาย แต่พอเอาเข้าจริงกลับรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ
“ถ้าไม่สำคัญไว้ค่อยคุยตอนผมกลับ” เขาถอนหายใจ คิดจะเดินต่อ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนตัวบางโผเข้ามารั้งแขนไว้ จำเป็นจะต้องหันไปหาเธออีกครั้ง ถ้าครั้งนี้ยังไม่พูดอะไรอีกเขาจะไม่ใจดีกับเธออีกแล้ว
“คุณยังรักทับทิมอยู่หรือเปล่า” เสียงหวานสั่นระริกแต่คงน้อยกว่า ก้อนเนื้อในอกซ้าย แม้จะรู้ว่าคำตอบเป็นเช่นไรแต่ก็ยังเชื่อว่าที่เขาพูดแบบนั้นก็เพราะยังโกรธเธออยู่ แล้วสินธุ์ก็ไม่ได้ตอบคำถาม เขาพยายามสะบัดเธอให้หลุด
“คุณไม่รักทับทิมแล้วจริงๆ หรือคะ” ทิพย์ทิวาดื้อรั้นไม่ยอมปล่อย
“หยุด!”
สินธุ์กดเสียงต่ำน่ากลัว คว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างหนึ่งของเธอแล้วบีบแรงราวปรารถนาให้กระดูกน้อยแตกละเอียด ทิพย์ทิวาเจ็บจนน้ำตาไหลแต่ก็ต้องฝืนเก็บเสียงร้องเอาไว้เพราะรู้ว่าจะทำให้เขารำคาญ
“อย่าพูดคำว่ารักให้ผมได้ยินอีกเป็นอันขาด คุณรู้ไว้ด้วยว่าทุกวันนี้ผมขยะแขยงคุณจะแย่อยู่แล้ว”
หญิงสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ค้นหาความจริงที่อยู่ในหัวใจเขา...ท้ายสุดแล้วเธอก็เห็นแค่เพียงความว่างเปล่าที่ทำให้หัวใจแตกสลาย
หากสายตาอ้อนวอนของเธอกลับทำให้สินธุ์ชะงักนิ่ง แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น เขาข่มใจตัวเองเอาไว้แล้วสะบัดมือออกจากแขนเรียว แรงอันมหาศาลทำให้หญิงสาวเซถลาจนแทบล้ม...แต่ก็ยัง
“คุณจะใช้โอกาสนี้เก็บข้าวของออกจากบ้านผมไปก็ได้นะ” สินธุ์เลือดเย็น
เหลือเกินที่แนะนำเธอแบบนี้ หรือเพราะรู้ว่าต่อให้ไล่อย่างไรผู้หญิงคนนี้ก็จะไม่มีวันไปไหน
“ทับทิมไม่ไปหรอกค่ะ” เธอก้มหน้าตอบทั้งน้ำตา
“ตามใจ! ตอนนี้คุณจะอยู่หรือไปมันก็ไม่สำคัญ” เขาเหนื่อยที่จะต้องถามเหตุผลจากเธอเสียแล้ว
“คุณจะให้ทับทิมไปได้ยังไง ในเมื่อหัวใจของทับทิมยังอยู่ตรงนี้” ทิพย์ทิวาเสียงสั่น น้ำตาไหลพราก รู้ว่าต่อให้อ้อนวอนเขามากเท่าไหร่ สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความเย็นชา และแม้จะรู้ว่าเขาไม่มีทางหันมาสนใจ แต่ก็จะทนต่อไปจนกว่าจะหมดความอดทน เธอยังหวังว่าสักวันจะได้สินธุ์คนเดิมที่รักเธอสุดหัวใจกลับคืนมา แต่เธออาจลืมไปว่าความรักสำหรับผู้ชายมันเริ่มจากร้อยและลดน้อยลงไปจนถึงศูนย์
“ผมไม่สน” คนเย็นชาบอกชัดถ้อยชัดคำและเพราะไม่อาจทนเห็นน้ำตาของเธอได้ เลยรีบหันหลังให้ก่อนจะพูดสั่ง “ระหว่างที่ผมไม่อยู่ อย่าก่อเรื่องให้ลูกกับเมียผมเดือดร้อน ไม่งั้นคุณจะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้อีก”
“แล้วทับทิมล่ะคะ” หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านขณะเอ่ยถาม ลึกลงไปในความรู้สึก เธอปรารถนาที่จะได้ยินเขาพูดในสิ่งที่เธออยากจะฟัง
“ตอบมาได้ไหมว่าคุณเห็นทับทิมเป็นอะไร”
“...” สินธุ์ก็ยังคงเป็นสินธุ์อยู่วันยังค่ำ เพราะนอกจากจะไม่ตอบคำถามเขาก็เลือกที่จะเดินจากไปโดยไม่ไยดีความรู้สึกของคนข้างหลัง
ไม่มีคำใดสามารถหลุดออกมาจากปากของเธอได้อีกนอกเสียจากเสียงสะอื้นอย่างคนหัวใจสลาย น้ำตาอุ่นจัดไหลนองแก้มขาว ร่างกายที่เหมือนสิ้นเรี่ยวแรงจึงนั่งแปะลงกับพื้น ไม่ใช่ว่าเธอไม่เจ็บที่ถูกผู้ชายที่ตัวเองรักไล่เหมือนไม่ใช่คน ใช่ว่าเธอไม่มีที่ไปหรือว่าจนตรอก...แต่ที่ทนอยู่ก็เพราะ ‘รัก’ เพราะความหวังที่ว่าสักวันจะได้คนรักกลับคืนมา และเพื่อบางสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่า ‘หัวใจ’
แต่ยิ่งนานเธอก็ยิ่งไม่แน่ใจ...หัวใจเขาอาจเปลี่ยนไปเป็นของคนที่เขา ยกย่องออกหน้าออกตาว่าเป็นเมียเขาแล้วก็ได้
ร่างบางหยุดที่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอนกว้าง ดวงตาหม่นเศร้าไล่
มองรอยช้ำตามต้นแขนและเนินอก ทุกครั้งที่สินธุ์มาที่บ้านนี้พร้อมกับแรงปรารถนา สิ่งที่เหลือไว้คือความเศร้าที่ซึมลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ เธอรู้สึกถึงความเดียวดายปวดร้าวอย่างที่ไม่คิดว่าผู้หญิงคนไหนจะเข้าใจ น้ำตาอุ่นจัดไหลเป็นทาง ร่องรอยแห่งความร้าวรานนี้เหมือนเป็นเชื้อเพลิงที่กระตุ้นให้หัวใจดวงน้อยโหยหาคืนวันเก่าๆ มากขึ้นทุกขณะ...เธออยากได้สัมผัสอ่อนโยนอย่างคนรักกัน อยากได้สินธุ์คนเดิมเมื่อสามปีที่แล้วกลับคืนมา เนิ่นนานทีเดียวกว่าจะพาตัวเองไปนั่งบนเตียงแล้วเปิดลิ้นชักหยิบสมุดเล่มเล็กที่เป็นเหมือนเพื่อนแท้ยามเหงาขึ้นมา เธอเปิดหน้าหนึ่งที่เขียนค้างไว้เพื่อบันทึกต่อจากหน้าสุดท้ายที่เขียนไปวันก่อน
‘คุณสินธุ์ขา... ถึงแม้เรื่องราวระหว่างเราจะเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก แต่ตอนนี้ทับทิมพูดได้เต็มปากว่าทับทิมรักคุณสินธุ์หมดทั้งหัวใจ รักจากที่ไม่เคยคิดจะรัก รักทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณสินธุ์เปลี่ยนไปแล้ว แต่ทับทิมก็ไม่ยอมสิ้นหวังและยังจะขอรักคุณต่อไปนะคะ...หากความรักที่นำไปสู่น้ำตาคือหายนะ ความรักที่ทับทิมมีต่อคุณสินธุ์ก็คงเป็นหายนะที่งดงามที่สุด’
ในคืนหนึ่งทิพย์ทิวามีโอกาสได้เจอสินธุ์เป็นครั้งแรกที่บ้านของเขา ทำให้ชายหนุ่มมองเธอในแง่ลบ เพราะคงไม่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนกล้าไปหาผู้ชายแปลกหน้าถึงบ้านในเวลานั้น ส่วนเธอก็ไม่ได้คิดกับเขาดีไปกว่ากันนัก เนื่องจากเขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปแทรกความรักคนอื่น เกือบทำให้เด็กตาดำๆ ที่กำลังจะเกิดมาต้องกำพร้าพ่อ เลยกลายเป็นว่าเธอเกลียดขี้หน้าเขาทั้งที่เจอกันแค่ครั้งเดียว
...แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ชีวิตเธอมาถึงจุดพลิกผัน
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 The end รอยสิเน่หากลางใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#32 บทที่ 32 หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#31 บทที่ 31 คนไม่ถูกเลือก
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#30 บทที่ 30 ว่ากันเรื่องเมีย (น้อย)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#29 บทที่ 29 ฮีโรตายตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#28 บทที่ 28 ถูกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#27 บทที่ 27 เลือกเองเจ็บเอง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#26 บทที่ 26 When I was your man
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#25 บทที่ 25 ไม่อาจรั้ง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#24 บทที่ 24 ผู้ชนะที่แท้จริง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
สัญญารักประธานร้าย
รักระรินใจ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













