บทนำ
“กูชอบเขาว่ะ ทำไงดีวะ”
“ทำใจ มึงกับเขามันคนละชั้นกัน เขาน่ะลูกหมอ ส่วนมึงอ่ะ ลูกหมา”
ใครๆ ก็เตือนผมอย่างนั้น แต่ผมก็ไม่คิดจะยอมแพ้
“พี่ศิลาครับ”
“อะไรของมึง”
โอ้โหว เพียงแค่เขาขานรับ ผมก็มองเห็นอนาคตความรักของเราสดใสขึ้นมาทันใด
“พี่มีแฟนรึยังอ่ะ” ผมแสร้งถาม พี่ศิลามองผมด้วยหางตานิดๆ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นหน้าเขามาใกล้ อีกนิดเดียวปลายจมูกของเราก็จะชนกันอยู่แล้ว แต่เขาดันยกมือขึ้นมาตบหัวผมจนหน้าทิ่มเคาน์เตอร์บาร์เสียก่อน
“อย่า-ปีน-เกลียว”
เหมือนวันนี้จะยังไม่ใช่วันของผมสักเท่าไหร่อ่ะนะ แต่...ขอลองอีกที
“พี่ศิลาครับ”
“อะไร”
“เหล้ามันขม กินผมดีกว่านะ”
พี่ศิลามองค้อนใส่ มือขวายกแก้วเหล้าขึ้นมาวนราวกับกำลังรวบรวมสมาธิ
“กูโตแล้ว ไม่ชอบของจืด กูชอบของเผ็ด”
ชอบของเผ็ดเหรอ ได้สิ ผมเอาหัวเป็นประกันเลยว่าผมเผ็ดมากกก...
บท 1
69 Bar
“ไอ้โอบ เดี๋ยวเก็บตรงนั้นเสร็จแล้วมาช่วยกูจัดโต๊ะด้วยนะ” ไอ้อินเทลตะโกนขอความช่วยเหลือ ใบหน้าคมเข้มหล่อลากไส้ของมันวันนี้ดูเคร่งขรึมกว่าทุกวัน กรอบหน้าปรกด้วยเส้นผมสีดำที่ขลับชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อทั้งที่เครื่องปรับอากาศยังคงถูกเปิดเอาไว้แม้ว่าร้านจะปิดแล้วก็ตาม
เป็นปกติของสิ้นเดือนน่ะ อีกทั้งยังตรงกับคืนวันเสาร์ ผู้คนก็เลยหลั่งไหลกันมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เล่นเอาทั้งมันและผมรวมถึงคนอื่นๆ แทบหมดแรง
“ยังไม่เสร็จ”
“กูรู้ กูบอกว่าเสร็จแล้วให้มาช่วย นี่มึงฟังภาษาคนไม่ออกหรือกวนตีน”
“กวนตีน/เฮ่ย” ผมตอบอย่างตั้งใจจะกวนตีนไอ้อินเทลมันจริงๆ นั่นแหละ เพราะผมชอบเห็นมันหงุดหงิด แต่มันก็เหมือนจะรู้ทันเพราะผมยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ก็เหมือนจะเห็นรองเท้าผ้าใบสีขมุกขมัวของมัวลอยละลิ่วตรงมาทางผมทันที ทว่า...
“เมื่อไหร่พวกมึงสองคนจะเลิกกัดกันสักที” พี่จอมทัพที่เดินมาจากทางด้านหลังร้านปรามด้วยน้ำเสียงเอือมระอา เขาถอนหายใจเฮือกเบ้อเริ่มกองเอาไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์เพราะคงจะหมดแรงกับการต้อนรับแขกในวันนี้พอตัวอยู่เหมือนกัน ใบหน้าหล่อตี๋อินเตอร์ก้มลงต่ำ สายตาที่ลืมตาเหมือนไม่ได้ลืมเพ่งมองไปที่รองเท้าผ้าใบข้างนั้นของไอ้อินเทลก่อนจะ
ปั่ก!
กระทืบมันเอาไว้ใต้รองเท้าผ้าใบสีแดงแบรนด์ดัง รุ่นใหม่ล่าสุด
ใช่ครับ เมื่อครู่นี้ถ้าพี่จอมทัพเขาหลบไม่ทัน รองเท้าสกปรกๆ ข้างนั้นของไอ้อินเทลคงกระแทกหัวเขาไปเต็มๆ อย่างไม่ต้องมีญาณทิพย์ผมก็สัมผัสได้
“ขอโทษครับพี่ทัพ ผมไม่เห็นว่าพี่เดินมาพอดี” ไอ้อินเทลตาลีตาเหลือกวิ่งมาอ้อนวอนขอรองเท้าคืน มันยืนประสานมือไว้ตรงหน้าพี่เขา ทำหน้าตานอบน้อมอย่างรู้ชะตากรรม
“แปลว่ากูผิดที่เสือกเดินออกมางั้นสิ”
“โธ่พี่ ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย อีกอย่างพี่ก็รู้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะปาพี่แต่ตั้งใจจะปาไอ้สัสโอบต่างหาก”
“กูรู้แค่ว่ามันเกือบโดนหัวกู” พี่จอมทัพยังคงบอกเสียงเข้มอย่างไม่คิดจะยอมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ สีหน้าบึ้งตึงแต่ดูยังไงๆ ก็หาความน่ากลัวไม่ได้เลยสักนิด ผู้ชายอะไรทำหน้านิ่งได้เหมือนยิ้มอยู่ตลอดเวลา หน้าตาเขาโคตรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
“ขอโทษครับพี่ ต่อไปผมจะระวังแต่ตอนนี้พี่คืนรองเท้าให้ผมก่อนเถอะนะ ผมจะรีบไปกวาดพื้นต่อ”
“สองพัน”
“หา!” ไอ้อินเทลตกใจตาพอง ในขณะที่ผมเองถึงกับต้องรีบกลั้นหัวเราะ
“ค่าปรับรองเท้ามึง ถ้าอยากได้คืนก็จ่ายมา”
“โหพี่ ผมซื้อมาคู่หนึ่งไม่กี่ร้อย นี่พี่เรียกค่าไถ่ข้างหนึ่งสองพัน ผมไปซื้อใหม่ไม่ดีกว่ารึไง”
“แปลว่ามึงไม่เอา งั้นคืนนี้มึงก็เดินตีนเปล่ากับห้องไปก็แล้วกัน”
“ไม่เอาได้ไงล่ะพี่”
“สองพัน”
“ถ้าผมรวยเบอร์นั้นพี่คิดว่าผมจะมาดักดานเป็นพนักงานร้านพี่รึไง โอ๊ย! พี่ทัพ ผมล้อเล่น อ้ากกก”
ตุ้บ!
ตั้บ!
ตุ้บ!
ตั้บ!
เสียงโวยวายของไอ้อินเทลดังลั่นไปทั่วร้าน เพราะมันถูกพี่จอมทัพล็อกคอแล้วฟาดกบาลไม่ยั้งมือ เห็นหน้าพี่แกตี๋ๆ แบบนี้แต่เวลาเล่นกันทีไม่มีออมแรงนะครับ ผมบอกเลย
หลังจากถูกฟาดไม่ยั้งจนสาสมกับความปากดีของมัน พี่จอมทัพก็ก้มเก็บรองเท้าข้างนั้นของมันปาไปลงถังขยะอีกฟากของร้านอย่างแม่นยำ
อืม...ขนาดตาตี่ยังปาโคตรแม่นเลย ไม่เสียแรงที่พี่แกเคยคุยไว้เยอะว่าแกเป็นนักกีฬาของโรงเรียน ได้ยินทีแรกผมร้องได้คำเดียวว่าโอ้โห ถามว่าทึ่งในความสามารถของพี่เขาเหรอ เปล่าครับ ผมคิดว่าพี่เขาค่อนข้างย้อนวัยนานไปหน่อย โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วยังกล้าเอาเรื่องวัยประถมมาอวด เฮ้อ
“เชิญมึงเปลี่ยนที่ดักดานได้เลยไอ้อินเทล กูไล่มึงออก”
“ผมไม่ออก” ไอ้อินเทลหน้าด้านเถียง สาบานว่ามันเป็นลูกจ้าง ส่วนคนที่มันขึ้นเสียงใส่เขาไปเมื่อครู่น่ะเจ้าของร้านจริงๆ
“ต่อให้พี่จะหักเงินเดือนผมจนเหี้ยนผมก็ไม่ออก ถ้าผมออกแล้วผมจะเอาอะไรกิน ขอผมดักดานอยู่ที่นี่ต่อไปนะคร้าบบบ พรุ่งนี้จะรีบมาตอกบัตรแต่หัววันเลย ไม่ขาดไม่ลาไม่มาสายให้พี่ต้องหนักใจแน่นอนครับผม!” มันยังไม่หยุดกวนตีน มิหนำซ้ำยังแสร้งวันทยาหัตถ์ใส่พี่เขาอีก เสียงดังจนผมตกใจเกือบทำแก้วที่กำลังเช็ดหลุดมือ
“มึงนี่มันกวนตีนจริงๆ ไปๆ จะไปไหนก็ไสหัวไปได้แล้ว รีบๆ เก็บให้เสร็จๆ กูง่วง”
“พี่ทัพ ผมกลับแล้วนะครับ พรุ่งนี้เจอกันครับพี่” โปเต้ หนึ่งในพนักงานเสิร์ฟของร้านบอกลาพร้อมกับยกมือไหว้พี่จอมทัพ ทุกคนเขาแสดงความเคารพพี่จอมทัพกันหมดนั่นแหละ ยกเว้นไอ้อินเทลคนเดียวที่ชอบกวนตีนใส่พี่เขาเพราะสันดานมันเป็นแบบนั้นมาแต่ไหนแต่ไร
บทล่าสุด
#106 บทที่ 106 Epilogue [3]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#105 บทที่ 105 Epilogue [2]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#104 บทที่ 104 Epilogue [1]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#103 บทที่ 103 EP 14 เซฟโซน [9]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#102 บทที่ 102 EP 14 เซฟโซน [8]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#101 บทที่ 101 EP 14 เซฟโซน [7]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#100 บทที่ 100 EP 14 เซฟโซน [6]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#99 บทที่ 99 EP 14 เซฟโซน [5]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#98 บทที่ 98 EP 14 เซฟโซน [3]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#97 บทที่ 97 EP 14 เซฟโซน [2]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













