บทนำ
หมอนวดสาวยังคงอ้อนวอนไม่หยุด มีหรือที่รัฐภูมิจะใจอ่อน เมตตาสาวตรงหน้าง่ายๆ เขาปล่อยเธอแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้และเวลานี้ สิบแปดมงกุฎอย่างจันยาวีร์ต้องเจอคนอย่างเขา ร้ายมาร้ายกลับและเพิ่มความร้ายมากเป็นร้อยเท่า เท้าเล็กพยายามถีบ กระแทกไปที่ร่างหนาดูเหมือนว่าจะถีบลมมากกว่า มันไม่ช่วยอะไรเลยจริงๆ เพราะตอนนี้เขาขึ้นมานั่งคร่อมร่างเธออีกครั้งหนึ่งแล้ว
บท 1
“แกจะกลัวอะไรนักหนานังแป้ง แค่เข้าไปในห้อง เอายาที่อยู่ในซองนี้เทใส่ลงไปในน้ำ พอเหยื่อหลับแกก็ฉกพระเครื่องมา แค่นี้เองง่ายจะตายไป” เสียงไม่พอใจของประภาพรรณนักต้มตุ๋นมากฝีมือตวาดใส่หน้านักต้มตุ๋นรุ่นน้อง
“ก็พี่มิวบอกแป้งว่า ให้แป้งมาดูพระเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ให้ลงมือเองซะหน่อย แป้งก็เลยกลัว แป้งไม่เคยทำอย่างนี้นี่คะ ทุกทีก็แค่เอาพระเก๊ไปขาย”
จันยาวีร์หรือแป้ง สตรีวัยยี่สิบห้าปีนักต้มตุ๋นรวมสังกัดเดียวกับประภาพรรณโต้กลับเสียงเบา เธอได้รับโทรศัพท์จากเสริมบุญพี่ชายของมารดาผู้มีพระคุณอีกคนหนึ่งของเธอว่า ให้มาช่วยดูพระเครื่องที่คอนโดแห่งนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าให้มาทำงานเป็นนกต่อ เธอจึงอิดออดที่จะทำงานนี้
“ถ้าฉันดูพระเครื่องเป็นเหมือนแกและนวดเป็นเหมือนแกกับนิด ฉันคงไม่ให้พ่อโทรไปหาแกหรอกนังแป้ง พอดีนิดมันมาไม่ได้ มันปวดท้องเมนส์ฉันก็เลยต้องให้พ่อโทรไปบอกแก ให้แกมาที่นี่ยังไงล่ะ อย่าเรื่องมากนะน่ารำคาญ ทำตามที่ฉันบอกก็พอ เอ้า...ยา”
ผู้พูดยัดซองยาขนาดเล็กใส่มือของจันยาวีร์ที่ยืนหน้าซีดหน้าเซียวไม่อยากทำงานนี้ เดิมที่แผนของประภาพรรณก็คือ ส่งให้นิดหรือนิโรบลหนึ่งในนักต้มตุ๋นในแก๊งเข้าไปหาเหยื่อที่มีพระเครื่องตามใบสั่งในฐานะหมอนวด จากนั้นก็วางยาตามแผนแล้วฉกพระเครื่องตามที่ต้องการแค่นี้งานก็เรียบร้อย ทว่าแผนของเธอเปลี่ยนไปหมดเนื่องจาก นิโรบลปวดท้องประจำเดือนไม่สามารถมาทำงานนี้ได้ เธอจึงให้บิดาโทรศัพท์ไปหาจันยาวีร์มาทำหน้าที่แทนนิโรบล
“แป้งไม่ทำไม่ได้เหรอพี่มิว?” เธอยังหวังลึกๆ ว่าประภาพรรณคงจะรำคาญแล้วยกเลิกแผนการทั้งหมด
“ไม่ทำไม่ได้ แกอย่าลืมสิว่าเราต้องส่งของเสี่ยหาญวันมะรืนนี้แล้ว ถ้าไม่ได้ตามออเดอร์มีหวังถูกด่าเปิง เสียลูกค้าหมด อีกอย่างพ่อฉันรับเงินมัดจำไว้มาแล้วห้าแสน แล้วเงินนั่นก็หมดไปครึ่งหนึ่งเพราะเอาไปให้พ่อแกน่ะ เพราะฉะนั้นแกต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ถ้าฉันทำเองได้ ฉันคงไม่ง้อไม่ให้แกทำหรอกนังแป้ง อย่าเรื่องมากช่วยกันทำมาหากินหน่อย จำใส่หัวเอาไว้ด้วยว่า แกกับพ่อแม่พี่น้องของแกต้องพึ่งพ่อของฉัน ถ้าพ่อฉันไม่มีงานไม่มีเงิน แกกับครอบครัวแกจะอยู่ยังไง”
คำพูดของประภาพรรณทำให้จันยาวีร์ไม่อาจคัดค้านอะไรได้ เสริมบุญยึดอาชีพนี้มานานยี่สิบปี เดิมทีเป็นแค่ลูกจ้างต่อมาเมื่อมีฝีมือและเริ่มหาลูกค้าเองได้ เขาจึงแยกตัวออกมารับงานเอง มีลูกค้ากระเป๋าหนักหลายรายมาขอให้เขาช่วยหาพระเครื่องตามใบสั่ง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เสริมบุญจะรับงาน เขาเลือกรับงานเฉพาะที่ได้เงินค่าจ้างเยอะและคุมทุน หากได้ค่าจ้างไม่ถึงหนึ่งแสนก็จะไม่ทำ งานนี้ได้ยินมาว่าได้ค่าจ้างเป็นล้าน เนื่องจากใบสั่งงานนี้คือพระเครื่องเบญจภาคี หายากและราคาแพงมากด้วย
เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เสริมบุญหามาได้ บางส่วนก็เจียดมาให้ครอบครัวของเธอ เป็นเพราะเกริงบิดาของเธอไม่ทำงานเป็นหลักแหล่ง ทำงานไม่ทน ปิยะผู้เป็นพี่ชายก็มีนิสัยเหมือนบิดาไม่มีผิด พึ่งพาอาศัยไม่ได้ซ้ำร้ายยังหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ตลอดเวลา ทัดชัยน้องชายเพียงคนเดียวของเธอก็ยังเด็กเกินไปที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว มาลีมารดาที่เคารพรักก็ยึดอาชีพหมอนวดมีรายได้ไม่แน่นอน แล้วแต่ว่าจะมีลูกค้ามากน้อยแค่ไหนต่อวัน รายได้หลักจึงตกอยู่กับเธอที่ต้องดูแลทั้งเรื่องกินอยู่ และหนี้สินที่ไม่ได้ก่อ ดีที่ว่ายังมีเสริมบุญผู้เป็นลุงคอยช่วยเหลืออยู่เนืองๆ
เสริมบุญไม่ได้ช่วยเหลือเรื่องความเป็นอยู่เท่านั้น ยังยื่นมือเข้าช่วยเหลือเรื่องหนี้สิน เงินค่ามัดจำครึ่งหนึ่งที่เสริมบุญรับมาก็นำไปจ่ายหนี้สินที่เกริงผู้เป็นบิดาติดหนี้โต๊ะบอล และที่สนามม้ารวมๆ แล้วก็ร่วมสองแสนกว่าบาท ที่ชำระหนี้ให้เพราะเสริมบุญเห็นแก่มาลีน้องสาวและเธอ ไม่อย่างนั้นเสริมบุญไม่มีทางช่วยเกริงเด็ดขาด ข้อนี้เองที่ทำให้จันยาวีร์ไม่มีทางปฏิเสธงานนี้ได้
“พี่มิวแน่ใจนะคะว่าเหยื่อรายนี้มีพระเครื่องเบญจภาคีจริงๆ?”
จันยาวีร์ถามย้ำ คนที่พระเครื่องเบญจภาคีไว้ในครอบครอง มักจะไม่ประกาศให้ใครรู้ เนื่องจากพระเครื่องชุดนี้มีราคาสูงมาก เป็นที่ปรารถนาของนักเลงพระทุกคน ใครมีไว้ในครอบครองต้องเก็บไว้เป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกขโมยหรือว่าปล้นได้
“ก็จริงน่ะสิ คุณรัฐภูมิมีพระเครื่องเบญจภาคีจริง ฉันสืบมาแล้ว แกอย่าถามมากถามมายได้มั้ย อย่าลืมดูให้ละเอียดล่ะว่าใช่ของแท้หรือเปล่า แล้วนี่เอากล้องส่องพระมาหรือเปล่า?” ประภาพรรณตอบพร้อมกับถามในประโยคสุดท้าย
“เอามาค่ะ อยู่ในตะกร้า พี่มิวแล้วถ้าคุณคนนั้นเค้าไม่ยอมดื่มน้ำล่ะ แป้งจะทำยังไง?"
“แกนี่เรื่องมากจริงๆ ถามโน่นถามนี่ตลอดเลย สมองน่ะมีมั้ย?” ผู้พูดนำนิ้วชี้มาจิ้มที่ขมับของคู่สนทนา ออกแรงดันจนศีรษะของจันยาวีร์เอนตามแรงดัน
“ถ้าโง่มากจนหาทางออกไม่ได้แกก็นอนกับมันไปเลยก็แล้วกันง่ายดี เอายาที่ฉันให้แกทาที่หัวนมของแก เพราะมันไม่มีกลิ่นไม่มีรสเหยื่อมันไม่รู้หรอกว่าแกวางยามัน พอมันดูดนมแกไม่ถึงหนึ่งนาทีรับรองหลับกลางอากาศ นิดมันทำบ่อยวิธีนี้น่ะ”
วิธีที่ประภาพรรณแนะนำมาเรียกความตกใจให้กับจันยาวีร์อย่างมากมาย สีหน้าของเธอเริ่มซีด นึกหวาดหวั่นและกลัวการที่จะขึ้นไปทำงานตามที่ญาติสาวสั่ง
บทล่าสุด
#92 บทที่ 92 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#91 บทที่ 91 Chapter91
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#90 บทที่ 90 Chapter90
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#89 บทที่ 89 Chapter89
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#88 บทที่ 88 Chapter88
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#87 บทที่ 87 Chapter87
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#86 บทที่ 86 Chapter86
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#85 บทที่ 85 Chapter85
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#84 บทที่ 84 Chapter84
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#83 บทที่ 83 Chapter83
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













