บทนำ
ตอนนี้นางเป็นหมากของบิดาและฮ่องเต้ ถูกยัดใส่เกี้ยวแต่งงานส่งไปที่จวนอ๋องของเจียงอู๋วั่ง ซึ่งเป็นอ๋องพิการ ให้เป็นเครื่องมือสร้างความอับอายให้กับเจียงอู๋วั่ง
โชคดีที่แหวนอวกาศของนางก็ทะลุมิติมาที่นี่ด้วย! ในแหวนมียาสมุนไพร อาวุธ กระสุนและสิ่งจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ไม่น้อย
นางมีทุกอย่าง! เฮ้ ด้วยของวิเศษเช่นนี้ นางจะกลัวอะไรอีก จ้านอ๋องผู้พิการนั่น ไหนเล่ากันว่าไม่ชอบผู้หญิงใกล้ตัว ทำไมมายุ่งกับนางทุกวันเลย
บท 1
"คุณหนู คุณหนูท่านช่างตายได้น่าเวทนาเหลือเกิน!"
"เจ้าบอกว่าตายก็ตายแล้วรึ แล้วจะให้เราอธิบายกับท่านโหวและท่านอ๋องจ้านอย่างไรเล่า! วันมหามงคลเช่นนี้ ไฉนถึงโชคร้ายนัก!"
เสียงร้องไห้โหยหวนทำให้หัวสมองของซ่งหวานหว่านแทบระเบิด เธอเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมาด้วยความยากลำบาก สิ่งที่เข้าสู่ครรลองสายตาคือใบหน้าขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งที่แต่งหน้าเสียจนหนาเตอะ
แย่แล้ว ตกใจแทบตายแน่ะ!
เธอยกมือขึ้นแล้วพูดว่า "เลิกโวยวายได้แล้ว ออกไปห่างๆ หน่อย!"
เมื่อประโยคนี้หลุดออกมา เสียงร้องไห้ภายในห้องก็หยุดชะงักลงทันควัน บรรดาสาวใช้และบ่าวหญิงอาวุโสที่กำลังจับเธอเขย่าไปมากลุ่มนั้น พากันถอยห่างออกมาในชั่วพริบตา ราวกับว่าพวกเขากำลังหนีตายจากโรคระบาดก็มิปาน
ซ่งหวานหว่านถูกพวกนางโยนทิ้งจนก้นระบมไปหมด
เธอเจ็บจนต้องกัดฟันสูดปาก เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ ก็มีเครื่องงุนงงใหญ่เลย
นี่ นี่ นี่ นี่เธออยู่ที่ไหนกัน
ห้องที่มีกลิ่นอายโบราณแบบนี้ เธอหลุดมาอยู่ที่ไหนกัน แล้วคนพวกนี้ที่อยู่ตรงหน้านี้อีก ทำไมพวกเขาถึงใส่ชุดโบราณกันหมด กำลังถ่ายทำละครกันอยู่เหรอ
ขณะที่เธอกำลังตกใจอยู่นั้น จู่ๆ สมองพลันรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา และความทรงจำแปลกๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเธอ
เธอซ่งหวานหว่าน ได้ทะลุมิติเข้ามาอย่างเป็นทางการ!
เนื่องจากถูกฟ้าผ่าขณะข้ามถนนในวันที่ฝนตก เธอซึ่งเป็นหมอเทวดามือฉมังสืบเชื้อสายมาจากครอบครัวตระกูลขุนนางฝ่ายบู๊อันยิ่งใหญ่ในสมัยโบราณ ถึงกับทะลุมิติมายังราชวงศ์เป่ยหมิงอ๋องบ้าบออะไรนี่ ทั้งยังกลายเป็นสาวอัปลักษณ์ที่ทำให้ผู้คนรังเกียจจนอยากจะอาเจียน!
เจ้าของร่างเดิมถึงขนาดมีชื่อแซ่เดียวกันกับเธอ หรือที่เรียกกันว่าซ่งหวานหว่าน และนางยังเป็นบุตรสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกของเยียนซานโหวนามว่าซ่งเว่ยหลิงผู้สง่างามอีกด้วย ถึงนางจะมีสถานะสูงศักดิ์ แต่กลับมีรอยด่างสีดำขนาดใหญ่อยู่บนใบหน้าตั้งแต่วัยเยาว์ ช่างดูอัปลักษณ์หาใดเปรียบ น่าเกลียดน่ากลัวอย่างยิ่ง
ด้วยเหตุนี้นางจึงตกเป็นที่ขบขันจากทุกคนในราชวงศ์เป่ยหมิงอ๋อง เพื่อทำให้จ้านอ๋องที่มีนามว่าเจียงอู๋วั่งอับอาย ฮ่องเต้จึงพระราชทานสมรสให้นางแต่งงานกับเขา
ทว่าคนที่เจ้าของร่างเดิมหลงรักคือองค์รัชทายาทเจียงอวี้หนิง ดังนั้นในวันแต่งงาน นางจึงแขวนคอตายในห้องหอ
นับตั้งแต่นั้นซ่งหวานหว่านผู้โชคร้าย จึงต้องอาศัยร่างของนางกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง
"ผี...ผีหลอก?"
"กรี๊ดดดดด ผีหลอก!" เหล่าสาวใช้และหมัวมัวเห็นนางก็พากันกรีดร้องเสียงดังไม่หยุด
ทว่าสาวใช้รุ่นเล็กในชุดเรียบง่ายที่อยู่ด้านข้าง กลับเดินเข้ามาหาพร้อมกับดวงตาแดงก่ำ "คุณหนู? ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ ท่านทำให้เสี่ยวชิงตกใจแทบตายแล้ว! ฮือฮือฮือ!"
ซ่งหวานหว่านจำได้ว่านี่คือเสี่ยวชิงสาวใช้ส่วนตัวของเจ้าของร่างเดิม ครั้นเห็นนางร้องไห้อย่างน่าสังเวช ซ่งหวานหว่านก็โบกมือแล้วกล่าวว่า "นี่ อย่าร้องไห้ อย่าร้องไห้ ข้าไม่เป็นไรแล้ว!"
เจ้าของร่างเดิมคงไม่กลับมาแน่นอนแล้ว นางต้องอาศัยฐานะของเจ้าของร่างเดิมมีชีวิตอยู่ต่อไป และจะปฏิบัติต่อคนข้างกายของเจ้าของร่างเดิมด้วยความกรุณา
"คุณหนู? ท่านไม่เป็นไรแล้วจริงๆ หรือ"
หมัวมัวที่อยู่ด้านข้างจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็ตาสว่างวาบ "เร็วเข้า ทุกคน รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณหนู! ใกล้ถึงฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาวแล้ว หากทำให้การณ์ใหญ่ล่าช้า ระวังจะแบกรับไม่ไหว!"
ครั้นทุกคนได้ยินเช่นนี้ ต่างก็มีสีหน้าตื่นตระหนก พากันเดินขึ้นหน้ากดซ่งหวานหว่านเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดแต่งงาน
"เอ๋? พวกเจ้า...พวกเจ้าอย่าแตะต้องข้านะ!"
"คุณหนูใหญ่ ในเมื่อท่านยังไม่ตาย ก็ควรแต่งไปที่จวนจ้านอ๋องเสียแต่โดยดีเถิด! นี่คือพระราชโองการของฝ่าบาทเชียวนะ!"
"แม้ท่านอ๋องจ้านจะไม่ทรงเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท ทั้งยังพิการ แต่เขาก็ยังเป็นถึงพระอนุชาของฝ่าบาท! ท่านได้แต่งงานกับเขา ถือเป็นความโชคดีใหญ่หลวงแล้วเจ้าค่ะ!"
"ต่อไปเมื่อท่านได้เป็นพระชายาจ้านอ๋องแล้ว ท่านต้องจดจำฐานะของตัวเองให้ดี อย่าได้ไปรบกวนองค์รัชทายาทอีก!"
...
ซ่งหวานหว่านจึงถูกบังคับให้เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วถูกยัดเข้าไปในเกี้ยวเจ้าสาวด้วยประการฉะนี้ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังจวนจ้านอ๋อง
"บ้าเอ๊ย..." นางเอนตัวพิงเกี้ยวด้วยความมึนงง รู้สึกหน้ามืดขึ้นมาครามครัน
นี่มันเรือล่มในน้ำโคลนชัดๆ คนเหล่านี้อาศัยว่านางเพิ่งข้ามมิติมาร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดี ถึงขั้นบังคับให้นางแต่งงาน! แถมพวกเขายังรู้สึกว่านางได้กำไรอย่างมากจากการได้แต่งงานกับท่านอ๋องจ้านอีกด้วย
นางน่าเกลียดขนาดนั้นเลยหรือ
ครั้นสัมผัสไปที่รอยด่างดำบนใบหน้า ในใจของซ่งหวานหว่านก็ด่าไปทั่ว
นางยกมือขึ้นเพื่อแตะชีพจรของตัวเอง ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า "โรคตุ่มน้ำพอง? ลำบากหน่อย"
ในขณะที่กำลังคิดว่าจะรักษาอย่างไรดีนั้น เกี้ยวเจ้าสาวก็มาถึงด้านนอกจวนขององค์ชายหกจ้านอ๋องแล้ว
ทั้งๆ ที่เป็นวันมหามงคลแท้ๆ แต่ที่นี่กลับดูเงียบเหงาวังเวง ไม่มีบรรยากาศของการแต่งงานโดยสิ้นเชิง
องครักษ์ของจวนจ้านอ๋องยืนหลังเหยียดตรงอยู่หน้าประตูจวน แผ่กลิ่นอายฆ่าฟันออกมาอย่างรุนแรง
เมื่อพวกเขาเห็นเกี้ยวก็มิได้ทักทายปราศรัย กล่าวเพียงว่า "ท่านอ๋องมีสั่งไว้ไม่ให้เกี้ยวเข้าทางประตูหลัก แต่ให้เข้าทางประตูหลังแทน"
ในฐานะสาวใช้ติดตามเจ้าสาว เสี่ยวชิงกำลังคิดจะแสดงความไม่พอใจของตนออกมา แต่แม่สื่อกลับนำทุกคนไปยังประตูหลังแต่โดยดี
ล้อเล่นหรือไร นี่คือจวนจ้านอ๋องเชียวนะ! ใครกล้าอวดดีที่นี่กัน
เกี้ยวเจ้าสาวถูกหามผ่านประตูหลังแคบๆ เข้าสู่สวนด้านหลังของจวนอ๋อง ทันทีที่แม่สื่อและคนหามเกี้ยววางเกี้ยวลง พวกเขาก็วิ่งราวกับกำลังหนีตายอย่างไรอย่างนั้น เหลือเพียงเสี่ยวชิงและเกี้ยวเจ้าสาวที่ยังหยุดอยู่ตรงที่เดิมอย่างโดดเดี่ยว
เสี่ยวชิงจวนจะถูกความโกรธทำให้ร้องไห้อยู่รอมร่อ พวกเขาทำกับคุณหนูแบบนี้ได้อย่างไรกัน
ซ่งหวานหว่านกลับไม่ได้รู้สึกอะไร เพียงเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวด้วยตัวเอง แล้วก้าวออกมาจากเกี้ยว
"คุณหนู ท่านลงมาเองไม่ได้นะเจ้าคะ ต้องรอให้ท่านอ๋องจ้านมาเตะเกี้ยวถึงจะลงมาได้…."
"รอไปทำไม พวกเราเข้ามาทางประตูหลัง เจ้ายังจะคาดหวังให้เขามาเตะเกี้ยวอีกหรือ" ซ่งหวานหว่านปัดๆ มืออย่างไม่สนใจ ก่อนจะมองสำรวจสวนด้านหลังของจวนอ๋องแห่งนี้
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าจวนจ้านอ๋องแห่งนี้มีสง่าราศีเพียงใด ควรใช้คำสองคำว่า ’หรูหรา’ มาอธิบายถึงจะถูก
"ตายแล้ว นี่ใช่พี่สาวหวางเฟยที่เพิ่งแต่งเข้ามาหรือไม่ พี่สาว เหตุใดท่านจึงเข้ามาทางประตูหลังเล่า แล้วไม่รอท่านอ๋องมาเตะเกี้ยวก็ลงจากเกี้ยวแล้วหรือ นี่มันไร้กฎเกณฑ์เกินไปหน่อยหรือไม่ ช่างไร้การอบรมสั่งสอนเสียจริง!"
น้ำเสียงแหลมเสียดหูดังขึ้น พร้อมกับหญิงสาวอ่อนเยาว์ในอาภรณ์หรูหราสูงศักดิ์เดินนำอนุภรรยากลุ่มใหญ่เข้ามาโขยงหนึ่ง หลังจากคำนวณดูคร่าวๆ เกรงว่าจะมีถึงยี่สิบกว่าคนเห็นจะได้
นี่เป็นการมาแสดงอำนาจกับนางสินะ!
โชคดีที่เจ้าของร่างเดิมมีใบหน้านี้อยู่ในความทรงจำ นางคือบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของซ่างซูแห่งกรมพิธีการนามว่าซูมู่เสวี่ย ถูกฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้กับจ้านอ๋องเจียงอู๋วั่งในฐานะเช่อเฟย
"ที่แท้ก็เป็นซูเช่อ~~เฟยนี่เอง"
ซ่งหวานหว่านจงใจลากเสียงให้ยาวขึ้น โดยเน้นคำว่า ’เช่อ’ เป็นหลัก เมื่อเห็นสีหน้าของซูมู่เสวี่ยเปลี่ยนไปทันควัน นางก็ยิ้มตาหยีกล่าวว่า "นี่ซูเช่อเฟยต้องการจะสอนกฎเกณฑ์ให้กับหวางเฟยอย่างข้าแล้วหรือ ซูเช่อเฟยช่างรู้กฎเกณฑ์ดีจริงๆ"
ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมา ใบหน้าซูมู่เสวี่ยพลันชาดิก
เช่อเฟยสอนกฎเกณฑ์หวางเฟย? นี่มัน ’รู้กฎเกณฑ์’ ตรงไหนกัน นี่เท่ากับเป็นการต่อต้านสวรรค์ชัดๆ
ซ่งหวานหว่านไปเรียนคำพูดคำจาแปลกประหลาดมาจากที่ใดกัน
"เสี่ยวชิง ไหนเจ้าลองบอกมาซิ หวางเฟยอย่างข้าควรเรียนรู้กฎเกณฑ์จากซูเช่อเฟยอย่างไร" ซ่งหวานหว่านยิ้มตาหยีกล่าว
เสี่ยวชิงเก่งเรื่องนี้เป็นพิเศษ ส่ายใบหน้าเล็กแล้วกล่าวว่า "ทูลหวางเฟย แต่ไรมามีเพียงหวางเฟยที่สอนกฎเกณฑ์เช่อเฟยเพคะ ยังไม่เคยมีหลักการใดที่ให้เช่อเฟยสอนกฎเกณฑ์หวางเฟยมาก่อน นั่นเท่ากับเป็นการกระด้างกระเดื่องไม่เชื่อฟัง ไร้สัมมาคารวะเป็นอย่างยิ่งเพคะ"
"อย่างนั้นหรือ"
ซ่งหวานหว่านพูดจบ ใบหน้าก็ขรึมลงทันที "แสดงว่าบุตรสาวที่ใต้เท้าซูผู้เป็นถึงซ่างซูแห่งกรมพิธีการคลอดออกมา ที่แท้ก็เป็นพวกการกระด้างกระเดื่องไม่เชื่อฟัง ไร้สัมมาคารวะหรือนี่?!"
ซูมู่เสวี่ยสีหน้าพลันแดงก่ำ "เจ้า... เจ้ากล้าด่าข้าเชียวหรือ!"
"ข้าพูดผิดงั้นหรือ" ซ่งหวานหว่านเชิดคางขึ้นมองนาง "หวางเฟยอย่างข้าเพิ่งเข้าจวน เจ้าไม่เคารพข้าเต็มพิธีการ กลับพ่นวาจาหยาบคายออกมาแทน นี่ไม่เท่ากับเป็นการกระด้างกระเดื่องไม่เชื่อฟัง ไร้สัมมาคารวะหรอกหรือ"
"เจ้า...!" ซูมู่เสวี่ยร้อนใจ ครั้นเห็นว่าเจียงอู๋วั่งที่นั่งรถเข็นอยู่ไม่ไกลกำลังถูกองครักษ์เข็นเข้ามา ก็เปลี่ยนสีหน้าทันทีก่อนจะทำท่าทางอ่อนแอน่าสงสารออกมา
"ท่านอ๋อง ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่อยากอยู่แล้วเพคะ พี่สาวหวางเฟยทรงทำเกินไป พอเข้ามาจวนอ๋องก็สร้างความอับอายให้หม่อมฉันเสียแล้ว ฮือฮือ..."
ซ่งหวานหว่านหันไปมอง พริบตาที่เห็นเจียงอู๋วั่งก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
สวรรค์ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีบุรุษที่หล่อเหลาขนาดนี้ ยังหล่อกว่าดาราไอดอลยุคหลังที่ใช้หน้าตาหากินเป็นพันเท่าด้วยซ้ำ!
ใบหน้าหล่อเหลา เงาร่างทะมัดทะแมง องคาพยพทั้งห้าสมบูรณ์แบบราวกับพระเจ้าตั้งใจแกะสลักออกมาอย่างวิจิตรบรรจง ภายใต้คิ้วรูปดาบ ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นคล้ายกับจะซ่อนความบ้าระห่ำอันลึกสุดหยั่งเอาไว้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ใครที่ได้เห็นเกิดความหวาดกลัว
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกลิ่นอายของเขา แม้ว่าเขาจะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่ยังคงมีกลิ่นอายสูงศักดิ์และเย่อหยิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดแผ่ออกมา เพียงมองแวบเดียวก็ทำให้คนหายใจไม่ออกได้
อุ๊ย นี่คือสามีฟรีของนางงั้นหรือ
ขณะที่ซ่งหวานหว่านกำลังจ้องมองเจียงอู๋วั่งอย่างกับหญิงบ้าผู้ชายอยู่นั้น ดวงตาเย็นชาคู่นั้นของเจียงอู๋วั่งก็มาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของนางเช่นกัน
ริมฝีปากบางแย้มออกเล็กน้อย เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า "มากเกินไปจริงๆ สมควรถูกลงโทษ!"
บทล่าสุด
#528 บทที่ 528
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#527 บทที่ 527
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#526 บทที่ 526
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#525 บทที่ 525
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#524 บทที่ 524
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#523 บทที่ 523
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#522 บทที่ 522
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#521 บทที่ 521
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#520 บทที่ 520
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#519 บทที่ 519
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
3P อาหมวยโดนอาเฮียใหญ่ทั้งสองจับทำเมีย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













