บทนำ
บท 1
ภัทรญาเหลือบมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งก้มดูเอกสารอย่างพินิจพิจารณาอยู่ตรงข้ามเธอ ตรงกลางคือโต๊ะทำงานภายในห้องโอ่อ่าใหญ่โตเต็มไปด้วยของตกแต่งราคาแพงลิ่ว ที่รู้ว่ารายรอบตัวเธอเต็มไปด้วยของราคาแพงเพราะที่นี่คือห้องชุดแต่บรรยากาศเลิศหรูราวอยู่ในคฤหาสน์ส่วนตัวของ ครินต์ คาร์ลินเบิร์ก มหาเศรษฐีหนุ่มวัยสามสิบห้าปี ลูกครึ่งไทย เยอรมัน เจ้าของกิจการโรงแรมหรูที่มีหลายสาขากระจายอยู่ทั่วโลกทั้งยังมีคาสิโนยักษ์ใหญ่ทั้งในเอเชียและยุโรป เขาอยู่เมืองไทยและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างคนไทยคนหนึ่ง เพียงแต่ไม่เคยเปิดเผยตัวเองต่อหน้าสื่อ ที่สำคัญเขาเคยเป็นคนสำคัญของเธอ
สำคัญยังไงน่ะเหรอ เขาเคยเป็นแฟนกับเธอแต่มีเหตุให้เลิกร้างกันไปประมาณปีครึ่งเห็นจะได้ และที่เธอมาหาเขาวันนี้ก็เพราะมีเรื่องสำคัญที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากเขา เพราะไม่เห็นว่าใครจะสามารถช่วยเธอได้ นอกจากมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อลากไส้ เคยเป็นคนรู้ใจ แต่เธอเองที่ทำทุกอย่างพัง ไม่ใช่ว่าเธอนอกใจเขา
แต่มีเหตุผลสำคัญมากกว่านั้น มันเกิดจากความยุ่งเหยิงและสับสนในชีวิตของเธอเอง ครอบครัวกิจการล้มละลาย เธอต้องดูแลแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า และพ่อของเธอหลังธุรกิจทรุดทำให้สุขภาพทรุดตามไปด้วย เป็นโรคเครียดและทำให้เป็นโรคหัวใจตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้เธอเหมือนเจอทางตัน ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ก็เหลือเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เธออยากร้องขอความเห็นใจ นั่นคือ ครินต์ คาร์ลินเบิร์ก บุรุษที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ชายในชีวิตของเธอ ผู้ชายที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเขาได้ลง แถมมีแต่อยากวิ่งเข้าหา เพราะโปรไฟล์ของเขาไม่ธรรมดา
เขาไม่ใช่แค่คนมีเงิน แต่การศึกษาระดับปริญญาเอกด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา การศึกษาดีไม่พอ หน้าตายังหล่อเหลาบาดจิต เมื่อก่อนภัทรญาไม่เคยตื่นเต้นเวลาเห็นผู้ชายที่เป็นลูกครึ่ง แต่ครินต์แตกต่างออกไป เขาไม่ใช่ผู้ชายหน้าตาสะอาดสะอ้านอย่างคนรวย หน้าตาคมเข้มเครียดขรึมออกจะดุดัน แต่ให้ตายเถอะ! เขาช่างมีเสน่ห์โดยเฉพาะนัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายเหมือนเพชร และเธอเองเป็นฝ่ายทิ้งเขาก่อน ทำให้เขาช้ำใจ ถึงวันนี้ไม่รู้ว่าเขาจะยังโกรธเธออีกหรือไม่ ขณะภัทรญากำลังเหลือบแลเขาหลลายต่อหลายครั้งก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อครินต์วางเอกสารลงบนโต๊ะ เขาจ้องมองเธอนิ่ง
“มาหาผมมีธุระอะไรอย่างนั้นเหรอ เบล” เขาถาม และยังคงเรียกชื่อของเธออย่างที่เขาเคยเรียกเมื่อตอนเป็นแฟนกัน ภัทรญายิ่งประหม่าที่เขายังจดจำเรื่องบางเรื่องได้ น้ำเสียงฟังราบเรียบแต่หน้าตาของเขานี่สิที่ยังเคร่งขรึม
“เอ้อ...ฉันแค่จะมา...ขอร้องให้คุณช่วยน่ะค่ะ”
เขาเลิกคิ้ว “ขอให้ผมช่วยเหรอ...นึกยังไงถึงได้นึกถึงผม คิดว่าคุณลืมผมไปแล้วซะอีก”
“ฉันไม่เคยลืมคุณหรอกค่ะ”
“อ้อ...เหรอ...ไม่เคยลืม นี่แสดงว่าคุณก็ยังคิดถึงผมตลอด โดยเฉพาะเวลาที่คุณอยากได้รับความช่วยเหลือ อย่างนั้นใช่ไหม”
“ฉันขอพูดตรง ๆ นะคะ คือว่า...ตอนนี้กิจการที่บ้านของฉันมีปัญหา เราถูกฟ้องล้มละลาย แล้ว...พ่อเครียดจัดจนไม่สบายและก็ต้องเข้ารับหารผ่าตัดหัวใจอย่างเร่งด่วน ฉันยังจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้”
“ปัญหาของคุณคือเงินอย่างนั้นสินะ”
“พูดตรง ๆ ก็ได้ค่ะว่าใช่ ฉันตั้งใจมาขอยืมเงินจากคุณ”
“อยากได้เท่าไหร่?” เขาถาม ทำให้ภัทรญาอึ้งไปแต่ก็เพียงชั่วลมหายใจก่อนตอบ
“สิบล้านค่ะ”
“ผมให้คุณห้าสิบล้าน”
“ฉันไม่ได้ต้องการเงินมากขนาดนั้นนะคะ ที่ต้องการก็แค่ใช้เป็นค่ารักษา ค่าผ่าตัดหัวใจของพ่อ และอีกส่วนหนึ่งก็เพื่อช่วยพยุงกิจการของท่าน เพราะถ้ากิจการยังคงอยู่ได้ท่านก็จะได้ไม่ป่วยหนัก”
“ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่ก็ตาม ผมอยากให้คุณ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
“อะไรเหรอคะ?” เธอถามอย่างกระตือรือร้น ครินต์หยัดยิ้ม เขาจ้องหน้าสวยหวานของผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยทุ่มใจให้ แต่จู่ ๆ เธอก็ปฏิเสธและบอกเขาว่าไม่อยากคบใคร อยากอยู่คนเดียว เขาจดจำทุกคำที่เธอเคยบอกตอนเลิกกันได้ดีจนถึงทุกวันนี้
“มันค่อนข้างเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนสักนิด แต่คิดว่าคุณคงเข้าใจ...รู้ไหมว่าตอนที่เราเลิกกันผมไม่มีความสุขเลยสักวัน คุณทำให้ผมคิดถึงครอบครัว...ที่ไม่มีความสมบูรณ์”
“ฉันขอโทษค่ะครินต์ ถึงอธิบายตอนนี้คุณก็คงไม่เข้าใจและยังโกรธอยู่ดี”
“ไม่...ผมไม่โกรธ ไม่โทษคุณด้วย ก็คนมันไม่มีใจจะให้ทำยังไงมันก็ฝืนกันไม่ได้ เพียงแต่ว่าถ้าผมยื่นข้อเสนอไปแล้วคุณจะต้องรับมันไว้เพราะผมคิดว่านอกจากนี้คงไม่มีใครช่วยคุณได้แล้วล่ะ”
“อะไรล่ะคะ บอกมาสิคะ”
“ผมก็ยังยืนยันคำเดิม ว่าตอนเลิกกันคุณทำให้ผมคิดถึงครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ผมหมกมุ่นอยู่กับมัน ความคิดที่ว่าผมอบากมีครอบครัว แต่พอได้พบคุณอีกครั้งผมก็คิดอะไรได้เยอะเลยทีเดียว ผมคิดได้ว่าไม่มีหรอกครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ฉะนั้นผมก็เลยคิดว่าครอบครัวไม่จำเป็นต้องมีสามคน พ่อ แม่ ลูกก็ได้”
“คุณหมายความว่ายังไงคะครินต์”
“ถ้าคุณจะรับข้อเสนอของผม เป็นแม่อุ้มบุญ อุ้มท้องลูกของผม ถ้าคุณตอบตกลงผมจะจ่ายให้คุณไปเลยงวดแรก ยี่สิบห้าล้าน” คำพูดนั้นทำให้ภัทรญาหน้าตื่น เธองงเหมือนไก่ตาแตก
“เอ้อ...ฉันว่าคุณคงพูดอะไรผิดไป หรือไม่ที่พูดนี่เพราะยังโกรธฉันอยู่ใช่ไหมคะ”
เขาไหวไหล่ “ผมไม่ได้พูดผิด ไม่ได้โกรธ แค่รู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่ผมรอคอยมานาน”
“ที่จะได้เอาคืนอย่างนั้นสินะคะ”
บทล่าสุด
#83 บทที่ 83 บ่วงสวาทเมียนอกสมรส บทที่ 21
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#82 บทที่ 82 บ่วงสวาทเมียนอกสมรส บทที่ 20
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#81 บทที่ 81 บ่วงสวาทเมียนอกสมรส บทที่ 19
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#80 บทที่ 80 บ่วงสวาทเมียนอกสมรส บทที่ 18
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#79 บทที่ 79 บ่วงสวาทเมียนอกสมรส บทที่ 17
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#78 บทที่ 78 บ่วงสวาทเมียนอกสมรส บทที่ 16
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#77 บทที่ 77 บ่วงสวาทเมียนอกสมรส บทที่ 15
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#76 บทที่ 76 บ่วงสวาทเมียนอกสมรส บทที่ 14
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#75 บทที่ 75 บ่วงสวาทเมียนอกสมรส บทที่ 13
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026#74 บทที่ 74 บ่วงสวาทเมียนอกสมรส บทที่ 12
อัปเดตล่าสุด: 1/14/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













