บทนำ
ความวายป่วงเริ่มขึ้นทันทีที่เด็กผู้ชายแต่งตัวเหมือนจะไปฮาโลวีนวิ่งหน้าตั้งเข้ามา ก่อนจะแย่งแมวส้มที่เขาหมายตาเอาไว้ ทางเดียวที่จะได้แมวมาครอบครอง คือต้องให้เบอร์หรือไอจีส่วนตัวไป คนปัญญาอ่อนที่ไหนจะทำกัน ไม่มีทางซะหรอก!!!
บท 1
“เมี้ยว เมี้ยว”
เสียงร้องดังออกมาจากปากเล็กของเจ้าก้อนกลม ๆ ตัวสีส้มที่ได้ชื่อว่าเป็นสีที่หลุดคิวซีมากที่สุดในบรรดาสัตว์สี่ขาอย่าง ‘แมว’ ไอ้เหมียวตัวอ้วนหน้าตามอมแมมมีรอยปานรูปหัวใจอยู่ข้างแก้ม ตอนนี้กำลังส่งเสียงร้องราวกับขอความช่วยเหลือจากมนุษย์ เนื่องจากขนาดของพุงที่เกินกว่าวัยกำลังติดอยู่ท่ามกลางซอกของต้นจามจุรีมาได้พักใหญ่
ร่างกายที่อวบระยะสุดท้ายพยายามใช้ทั้งขาหน้าและขาหลังตะกุยตะกายเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นไปจากซอกไม้ แต่ก็ไม่เป็นผลเสียที สุดท้าย สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดจึงทำได้เพียงเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจนดูน่าเวทนา
เสียงร้องที่ดังอย่างต่อเนื่อง ทำเอาชายหนุ่มในชุดลำลองสีดำที่กำลังหลับลึกอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ต้นจามจุรีค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาจากห้วงนิทรา ร่างสูงบิดเนื้อตัวไล่ความเมื่อยขบออกไปอยู่สักพัก ก่อนจะยกข้อมือข้างที่สวมนาฬิกาเรือนหรูขึ้นมาดูเวลา และเมื่อเห็นว่ามันยังไม่ถึงเวลาเข้าตึกเรียน แต่เขากลับถูกเสียงบางอย่างรบกวน อารมณ์ที่ควรจะสดชื่นในยามตื่น กลับถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดทันที
เพราะแม้แต่เพื่อนสนิทหรือคนใกล้ตัว ต่างก็รู้กันถ้วนหน้า ว่าห้ามรบกวนเขาในยามหลับ
“ใครเอาแมวมาปล่อยวะ กูจับต้มแดกเลยดีไหม”
น้ำเสียงเข้ม ๆ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าของร่างสูงกำลังอยู่ในโหมดอารมณ์ที่คนรอบข้างไม่ควรเข้ามาใกล้ เรียวแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยสักทั้งสองข้างถูกยันไปบนเก้าอี้เพื่อพยุงร่างกายให้ลุกขึ้นนั่ง
‘วาโย วงศ์วิริระ’ นักศึกษานิติศาสตร์ปีสี่ที่กำลังจะเรียนจบในเวลาอันใกล้ จึงทำให้ไม่ได้มีคาบเรียนหนักเหมือนเหล่ารุ่นน้อง แต่ด้วยความที่เช้านี้เขาต้องมารับเอกสารที่มหาวิทยาลัยแทนเพื่อน ๆ แถมยังมาถึงก่อนเวลานัดหมายเป็นชั่วโมง สิ่งที่ทำได้จึงเป็นการมานอนพักเอาแรง ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าซึน ๆ ภายใต้เรือนผมสีเทาขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าดูยุ่งเหยิง เมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตัว แต่ยังไม่เห็นตัวการที่ปลุกตนเองตื่นขึ้นมาเสียที
“เมี้ยว เมี้ยว”
“แล้วเมี้ยว ๆ อะไรนักหนาวะ ร้องอยู่ใต้ดินหรือยังไง”
เมื่อโน้มตัวลงไปมองใต้ม้าหินอ่อนก็แล้ว อีกทั้งยังกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณของต้นจามจุรีก็แล้ว แต่ยังไม่เห็นสิ่งมีชีวิตสี่ขาเลยสักตัว อารมณ์ที่ขุ่นมัวอยู่แล้วก็เริ่มทวีคูณขึ้น
“เดี๋ยววันนี้ไอ้ธีต์กับไอ้หมุดคงได้แดกแมวต้ม”
บ่นออกไปพร้อมกับตั้งปณิธานเอาไว้ในใจ ว่าหากเขาเจอตัวแมวเมื่อไหร่ จะไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบแมว แต่เขาไม่ชอบทุกอย่างที่ส่งเสียงดังน่ารำคาญ ยิ่งในตอนที่กำลังนอนหลับด้วยแล้ว ‘พ่อไม่จับต้มให้งูที่บ้านกินก็ดีแค่ไหนวะ’
…สัตว์เดียวที่ครองใจคนอย่างวาโยได้ เห็นจะมีแค่ ‘งู’
การันตีได้จากรอยสักรูปงูมากมายที่อยู่บนเนื้อตัว หรือแม้กระทั่งบนใบหน้าของชายหนุ่มได้เลย
“เมี้ยว”
คราวนี้เสียงที่ดังออกมาเหมือนอยู่เหนือศีรษะของตัวเอง วาโยเงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นจามจุรีด้วยความรวดเร็ว จนหวั่นว่าคอแกร่งจะเคล็ดเอาได้ สุดท้ายเขาก็หาต้นตอเจอ ‘ไอ้อ้วนก้อนสีส้ม ๆ หน้าตาไม่ได้ดูน่ารักเป็นพิเศษอะไร แต่ทำไมปานรูปหัวใจที่แก้มถึงคลับคล้ายคลับคลาเหมือนแมวของแม่ที่เคยเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่เขายังเด็ก ๆ ซึ่งปัจจุบันนี้มันได้กลับดาวแมวไปหลายปีแล้ว’
“ไหน ใครอ้วนจนขึ้นไปติดอยู่บนซอกต้นไม้กันนะ”
ร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงปรี่เข้าไปหาแมวส้มทันที จากที่เคยพูดเอาไว้ว่าเจอหน้าแล้วจะทำไม่ดีสารพัด ทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างรวดเร็ว ราวกับว่าน้ำเสียงเข้ม ๆ ก่อนหน้านี้ไม่เคยถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากหยัก เพราะตอนนี้นอกจากเสียงสองที่ถูกใช้เรียกขานกับเจ้าเหมียวแล้ว แววตาและสีหน้ายังเปลี่ยนไปอีกด้วย
“เมี้ยว เมี้ยว”
ราวกับฟังภาษาของมนุษย์ออก เจ้าแมวส่งเสียงร้องพร้อมมองกลับมายังวาโยด้วยแววตาที่ชายหนุ่มเห็นแล้วถึงกับใจอ่อนยวบ
“อยู่นิ่ง ๆ นะ เดี๋ยวจะพาลงมา”
เขาขยับร่างกายเข้าไปใกล้ลำต้นในบริเวณที่มีแมวติดอยู่ แต่ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าเจ้าเหมียวจะยิ่งส่งเสียงร้องครวญครางดังมากขึ้น
‘สงสัยเพราะเขาเลี้ยงงู มันคงได้กลิ่นสาบงูสินะ’
“ไม่ต้องกลัวนะ งูพี่โยน่ารักทุกตัว”
“เมี้ยว เมี้ยว”
ถึงอย่างนั้น เจ้าเหมียวตัวเดิมยังคงไม่หยุดร้อง คราวนี้มันเริ่มแหกปาก และดิ้นไปมาจนวาโยเองยังกลัวว่าไอ้ส้มมันจะตกลงมาตุยเสียก่อนที่เขาจะช่วยชีวิตได้สำเร็จ แม้ว่าระดับความสูงที่มันติดอยู่จะไม่มาก และอยู่ในจุดที่เขาสามารถเอื้อมมือขึ้นไปถึง แต่ยิ่งเขาเข้าใกล้จนเกือบจะแตะตัวมันได้อยู่แล้ว
‘ไอ้ส้มหลุดคิวซีก็เอาแต่ดิ้นหนี ส่ายหน้าเป็นพัลวัน’
“ฟ่อ ฟ่อ”
“ยังไง ขู่เป็นงูเลยนะมึง จะลงมาไหม แดกจนอ้วนแล้วสาระแนขึ้นไปจนพุงติดเอง ไม่เจียมสังขาร ลำบากกูต้องพาลงมาอีก คนจะช่วยยังมาขู่เป็นแมวเป้า ถ้าไม่ติดว่าหน้าเหมือนแมวแม่กู พ่อจับต้มลงหม้อแรงดันสูงแล้ว”
เมื่ออีกตัวเริ่มขู่ คนช่วยมีหรือจะยอม ฉายา ‘พูดน้อยต่อยหนัก’ ไม่เคยได้มาเพราะโชคช่วย จากที่เคยพูดเสียงสองมองด้วยแววตาเป็นมิตร ตอนนี้สรรพนามสุดไพเราะถูกแทนที่ด้วยคำทักทายแบบเพื่อนสนิทวงเขียวอย่างฉับไว
แต่ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะได้ช่วยไอ้ส้มหลุดคิวซีสมใจ เสียงใส ๆ ของใครบางคนก็ดังขัดจังหวะของเขาขึ้นมาเสียก่อน
“อ้ายย~ เจ้าโอ้นน ขึ้นไปทำอะไรอยู่บนนั้นกัน”
ร่างเล็กในชุดหลากสีสันจนชวนให้แสบตา อย่างกับว่าเจ้าตัวกำลังจะไปเทศกาลงานบุญอะไรสักอย่าง ใบหน้านวลที่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มเอาไว้ช่างดูน่ารักรับกับศีรษะทุยที่สวมหมวกลายการ์ตูนยิ่งนัก สองขาเรียวพาร่างเล็กวิ่งหน้าระรื่นเข้ามาหาแมวบนต้นไม้ โดยไม่ทันสังเกตว่าบริเวณนี้มีใครบางคนยืนอยู่ก่อนหน้าแล้ว
เพราะ ‘เจ้าขา’ ได้ชื่อว่าเป็นทาสแมวตัวยงยังไงกันล่ะ
ส่วนวาโยตอนนี้ทำเพียงหลุบสายตามองไปยังร่างเล็ก ๆ ของเด็กที่แต่งตัวเหมือนถาดสีใช้แล้วทิ้งด้วยความขนลุกขนพอง ความรู้สึกมันเหมือนตอนที่เขาถูกไอ้ธีต์บังคับให้ไปกินบุฟเฟ่ต์จนแทบอ้วกออกมา นี่ใครปล่อยคนบ้าออกมาเดินเตร็ดเตร่แบบนี้ เขาละไม่ชอบเลยไอ้สีจี๊ดจ๊าดชวนแสบตา แถมเสียงเด็กนี่ยังแหลมสูงน่ารำคาญหูชะมัด เรียวขาแกร่งก้าวถอยห่างด้วยความอัตโนมัติ ราวกับกลไกร่างกายเซตระบบเอาไว้
“เจ๊ทิครับ ช่วยเจ้าเอาแมวลงมาหน่อยได้ไหมครับ”
เจ้าของชื่อในชุดสุดสวยสไตล์ฝออเมริกันอย่างกับหลุดออกมาจากหน้าปกนิตยสารวัยรุ่นฝั่งเมกา เบ้ปากกลอกตามองบนทันทีที่ได้ยินเพื่อนรักเรียกขานชื่อของตนเช่นนั้น
“กะทิ ชั้นให้โอกาสพูดอีกที?”
“แฮ่ ๆ เจ้าลืมตัวไปอะเจ๊ เจ๊กะทิสุดสวยช่วยน้องด้วยครับ”
ท้ายประโยคเจ้าขาตวัดสายตาไปยังเจ้าเหมียวบนต้นไม้ เพราะความสูงของตนไม่เพียงพอที่จะยื่นมือไปรับน้องลงมาได้ ซึ่งจังหวะที่กวาดสายตากลับมายังเพื่อนสนิทนั้น เขาถึงสังเกตเห็นว่ามีใครบางคนยืนอยู่ไม่ห่าง
“โอ๊ะ หล่อจังเลยครับ”
วันนี้สงสัยสายตาคงฝ้าฟางเพราะเขาดันมองผ่านเทพบุตรตรงหน้าไปได้อย่างไรกัน คนอะไรใช้คำว่าหล่อได้สิ้นเปลืองมาก
“...” วาโยยืนนิ่งปิดปากเงียบตามสไตล์
“แมวพี่สุดหล่อเหรอครับ”
คำถามที่มาพร้อมกับเสียงหวานหยด บวกกับใบหน้าจิ้มลิ้มที่ฉีกยิ้มกว้างจนแทบถึงใบหูส่งมาให้ ยิ่งทำให้คนมองอย่างวาโยขนลุกอย่างกับเจอผีกลางวันแสก ๆ
เด็กตรงหน้าเขาเหมือนตัวละครเอกจากเรื่องอิทเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว
“...”
“อ่า หรือพี่สุดหล่อพูดไม่ได้เหรอครับ”
เมื่อเห็นว่าอีกคนเอาแต่เงียบ เจ้าขาเลยคิดไปเองว่าคนตรงหน้าอาจจะพิการทางหูก็ได้ ความสงสารก่อเกิดขึ้นทันที
และพอคิดเองเออเองว่าอีกคนไม่ใช่เจ้าของแมว สุดท้ายจึงหาทางออกให้กับแมวอ้วนแทน
“ถ้าพี่สุดหล่อไม่ใช่เจ้าของน้อง งั้นเจ้าเอาไปเลี้ยงนะครับ”
“จะดีเหรอเจ้า แมวที่บ้านเธอ เยอะจนจะเปิดฟาร์มได้แล้วนะ” เจ๊กะทิหันขวับมาถามอย่างไว
“ดีสิครับเจ๊ พี่เจ้าจันทร์กับเจ้าธารจะต้องชอบแน่ ๆ เจ๊ดูปานรูปหัวใจบนแก้มน้องสิครับ น่ารักขนาดนี้ เราจะปล่อยให้น้องไร้บ้านได้เหรอครับ”
“เออ ๆ ลำบากกะเทยแต่เช้าเลยนะ”
กะทิ หรืออีกชื่อตามบัตรประชาชนคือ ‘กรเดช’ ชายหนุ่มรูปร่างสูงกำยำราวกับนักมวยรุ่นเฮฟวีเวท เพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของเจ้าขาส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอาในนิสัยขี้สงสารของอีกฝ่าย
แต่ยังไม่ทันที่เจ๊กะทิจะได้เดินเข้าไปช่วยแมวส้มลงมาจากต้นไม้ ใครบางคนกลับเดินเข้ามาขวางทางเสียก่อน
“แมวกู อย่ามายุ่ง”
วาโยผลักอกชายชาตรีที่มีรูปร่างไม่ต่างจากเขา หรือหากมองผิวเผินแล้วดูตัวหนากว่าให้พ้นทาง เพราะจู่ ๆ ความคิดที่ว่าจะรับแมวตัวนี้มาเลี้ยงไว้เองก็ผุดเข้ามาในหัวอย่างกะทันหัน
‘แล้วไอ้เด็กหน้างิ้ว แต่งตัวเหมือนถาดสีใช้แล้วทิ้ง คนนี้เป็นใคร กล้าดียังไงจะมาเอาแมวเขาไปเลี้ยง’
“แต่เมื่อกี้เจ้าถามพี่สุดหล่อแล้วนี่ครับ พี่ไม่เห็นว่าอะไรเลย เจ้าก็นึกว่าพี่เป็นใบ้เสียอีก”
“.....”
“พี่ครับ เจ้าคุยกับพี่อยู่นะครับ”
“อืม”
ตอบรับเพียงเสียงอืมผ่านลำคอ ก่อนจะเดินกลับไปยังจุดที่แมวส้มติดอยู่ แต่ยิ่งร่างสูงเข้าไปใกล้มากแค่ไหน ปฏิกิริยาต่อต้านของไอ้ส้มหลุดคิวซีก็รุนแรงมากยิ่งขึ้น จนเจ้าขาที่มองพี่สุดหล่อและน้องแมวส้มนึกบางอย่างได้
“ให้น้องเลือกไหมครับ ว่าน้องอยากจะไปอยู่กับใคร”
“มันเลือกกู” เสียงเข้ม ๆ ตอบทันควัน แม้ว่าคำตอบกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้จะต่างกับลิบลับก็ตาม
“เอาอย่างนี้นะครับ เรามาลองยื่นมือออกไปพร้อมกัน ถ้าน้องยอมให้ใครจับ แสดงว่าน้องเลือกบ้านแล้ว”
“.....” ใบหน้าคมพยักลงโดยไม่มีทางเลือก
สุดท้ายคนทั้งคู่ต่างก็ยอมลดฐิติแล้วยื่นมือออกไปหาแมวส้ม ตอนนี้ใจของวาโยเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะเขาคาดหวังว่าจะได้เป็นเจ้าของแมวตัวนี้ เพราะหากแม่ได้เห็นท่านคงจะมีความสุข
แน่นอนว่าเจ้าขาก็ไม่ต่างกัน ร่างเล็ก ๆ รู้สึกหลงรักแมวอ้วนเสียเต็มประดา
ศึกชิงแมวจึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีเจ๊กะทิคอยดูลาดเลาอยู่ด้านหลัง
“เมี้ยว เมี้ยว”
และแล้วหวยก็ไปออกที่เจ้าขา เมื่อร่างแน่งน้อยลากเก้าอี้พลาสติกใกล้ ๆ มาเป็นตัวทุ่นแรงให้ตนเองยื่นมือออกไปหาเจ้าเหมียวได้ และด้วยความที่เจ้าขาไม่มีกลิ่นสาบของศัตรูตัวฉกาจของเจ้าอ้วนสีส้ม แมวอ้วนจึงพยายามตะกุยตัวมายังฝ่ามือเล็ก ๆ ทำเอาใบหน้านวลยกยิ้มด้วยความดีใจ ผิดกับอีกคนที่ตอนนี้มีสีหน้าบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด
“น้องเลือกเจ้าให้เป็นเจ้าของ พี่สุดหล่ออดนะครับ คิคิ”
เจ้าขาอุ้มเจ้าเหมียวลงมาได้สำเร็จ พลางยกมือลูบไปตามเนื้อตัวของมันด้วยความเอ็นดู แต่แววตายังคงจ้องมองไปยังคนตรงหน้าไม่วางตา แต่แทนที่คนแพ้จะกลับไปดูแลแผลตัวเอง อีกฝ่ายกลับยื่นมือมาเพื่อจะคว้าเอาแมวกลับไป
“ส่งแมวมา”
“ได้ยังไงครับ เราตกลงกันแล้วนะครับ”
“กูเห็นก่อน”
“แต่น้องเลือกเจ้านะครับ”
“มึงเป็นแมวหรือไง ถึงรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ ส่งมันมา”
ประโยคยาวเหยียดครั้งแรกดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือหนาทั้งสองข้างที่ยื่นออกไปตรงหน้าของเจ้าขา ทำเอาร่างเล็กส่ายหน้าสุดฤทธิ์ เมื่อพี่สุดหล่อนิสัยไม่ได้ดีเหมือนหน้าตากำลังขู่ตนเองอยู่
“ไม่ให้หรอก ถึงพี่จะหล่อตรงสเปคของเจ้า แต่น้องเป็นแมวเจ้าแล้วนะครับ”
“กูบอกให้ส่งมา”
เสียงเข้ม ๆ ดุดันขึ้นจนเจ๊กะทิที่ดูเชิงแล้ว คิดว่าในไม่ช้าคงได้มีเหตุวางมวยกันอย่างแน่นอน เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเข้าไปช่วยหาทางแก้ไขให้
“ว้าย สุดหล่อค่ะ เอาอย่างนี้ไหมคะ ไหน ๆ วันนี้น้องแมวก็เลือกเจ้าขาแล้ว ก็ให้น้องไปอยู่บ้านเจ้าขา แล้ววันไหนสุดหล่ออยากเล่นกับแมวค่อยไปบ้านน้อง หรือให้น้องหอบมาที่มหาวิทยาลัยด้วย แบบนี้ดีไหมคะ”
กะเทยทรงงานอย่างหนักตั้งแต่เช้า ส่งยิ้มหวานไปยังชายหนุ่มเพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่านี้ เพราะเจ้าขาเพื่อนตนนั้นก็ได้ชื่อว่า หัวรั้นและดื้อมาก ขืนให้แย่งแมวกัน วันนี้คงไม่ต้องไปทำอะไรต่อพอดี
“ใช่ ๆ เจ๊กะทิของเจ้าฉลาดมากครับ”
“ไร้สาระ ส่งแมวกูมา”
“ไม่ได้ครับ เจ้าเป็นเจ้าของแล้ว” เสียงใสสวนกลับโดยไม่กลัว “ใช่ไหมเจ้าเอย” ท้ายประโยคเจ้าขาหันไปพูดกับแมวในอ้อมกอด ทำเอาเจ๊กะทิอยากเดินเอาหัวไปโขกต้นจามจุรี
‘ตั้งชื่อให้เสร็จสรรพแบบนี้ ไม่รอดพ้นเงื้อมมือเจ้าขาแล้ว’
“ใครให้มึงตั้งชื่อแมวกูอย่างนั้น”
“ก็ผมชื่อเจ้าขา น้องเป็นแมวของเจ้า ก็ต้องชื่อขึ้นต้นด้วยเจ้าเหมือนกันสิครับ”
“เลิกพล่ามแล้วส่งแมวมา พูดกับมึงแล้วกูปวดหัว”
“ไม่ครับพี่สุดหล่อ”
“ทำยังไงถึงจะส่งแมวมาให้กู”
คราวนี้วาโยพูดเสียงอ่อนลง เห็นทีใช้ไม้แข็งกับเด็กนี่ไม่น่าจะรอด แต่คำตอบที่ได้กลับมา ทำให้เขาอยากกระชากหมวกประหลาด ๆ บนหัวทุยทิ้งเสียจริง
“ขอเบอร์หน่อยครับ มีไอจีหรือเปล่า เล่นไลน์ไหม หรือเฟซบุ๊กก็ได้ครับ”
“ที่พูดมามันเกี่ยวอะไรกับแมว”
“ถ้าพี่สุดหล่อจะเอาแมวไปเลี้ยง เจ้าก็ต้องมีส่วนเป็นเจ้าของแมวด้วยสิครับ ให้น้องชื่อเจ้าเอยนะครับ แล้วพี่สุดหล่อก็ต้องให้เจ้ามาเจอน้องด้วย ดังนั้น เราต้องแลกไอจีกับเบอร์กันแล้วแหละครับ เจ้าจะได้ตามตัวพี่สุดหล่อเจอยังไงล่ะครับ”
รอยยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันแทบครบทุกซี่ถูกส่งมายังวาโย ตอนนี้เจ้าขาตัดใจจากเจ้าเอยได้บ้างแล้ว เพราะดูท่าพี่สุดหล่อที่ยืนทำหน้าดุ ๆ จะเป็นคนรักแมวจริง และเขาก็ไม่อยากไปขัดขวางอะไร เพราะดูจากการแต่งตัวแล้ว น่าจะเป็นทาสแมวแบบเพอร์เฟค คงเลี้ยงเจ้าเอยให้สุขสบายได้
แต่ถึงอย่างไรก็ขอติดตามชีวิตเจ้าเอยหน่อยเถอะ ส่วนการได้ติดตามชีวิตพี่สุดหล่อนั้น ถือเป็นรางวัลพ่วงมาด้วยก็แล้วกัน
‘คนบ้าอะไร หล่อ เท่ถูกใจเจ้าขาคนนี้ที่สุด หน้าตาเหมือนว่าที่แฟนในอนาคตของเขาเลย ติดที่ว่าพูดน้อยจนดูเหมือนคนใบ้ แต่ไม่เป็นไร ของแบบนี้มันสอนกันได้ เพราะเขาพูดเก่งอยู่แล้ว’
เจ้าขาคิดไปพร้อม ๆ กับรอยยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงอนาคตว่าพี่สุดหล่อจะมาเป็นแฟนของตน แต่ฝันกลางวันของเขามีอันดับลง
“เป็นหมาหรือไง ถึงต้องมาตามติดกู”
“ไม่ได้เป็นหมานะครับ แต่เจ้าเป็นว่าที่แฟนพี่สุดหล่อต่างหากล่ะครับ”
บทล่าสุด
#37 บทที่ 37 ตอนพิเศษเฉพาะกิจ : ขึ้นดอยรับลมหนาวกับเจ้าขาและวาโย
อัปเดตล่าสุด: 1/6/2026#36 บทที่ 36 ตอนพิเศษ : เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์จ๋า เจ้าขามาแล้วจ้า
อัปเดตล่าสุด: 1/6/2026#35 บทที่ 35 บทที่ 34 : ขอบคุณที่เข้ามาเป็นสีสันในชีวิตพี่นะ (ตอบจบ)
อัปเดตล่าสุด: 1/6/2026#34 บทที่ 34 บทที่ 33 : เชียร์อัพแฟนฉบับคนซึน
อัปเดตล่าสุด: 1/6/2026#33 บทที่ 33 บทที่ 32 : เป็นแฟนกันไหมครับ?
อัปเดตล่าสุด: 1/6/2026#32 บทที่ 32 บทที่ 31 : ตกลงเราเป็นอะไรกัน
อัปเดตล่าสุด: 1/6/2026#31 บทที่ 31 บทที่ 30 : ภูกระดึงแสนตรึงใจ
อัปเดตล่าสุด: 1/6/2026#30 บทที่ 30 บทที่ 29 : เจ้าชอบพี่วาโย เป็นอย่างนั้นเสมอตั้งแต่วันแรกที่พบกัน
อัปเดตล่าสุด: 1/6/2026#29 บทที่ 29 บทที่ 28 : Truth or Dare
อัปเดตล่าสุด: 1/6/2026#28 บทที่ 28 บทที่ 27 : เกือบหลับ แต่กลับมาได้
อัปเดตล่าสุด: 1/6/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ขย้ำรักเลขา NC-20
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













