บทนำ
บท 1
ณ ศาลาสวดอภิธรรมที่วัดกลางเมืองหลวง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของเครือญาติ ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างกะทันหันด้วยวัยเพียงยี่สิบสองปีเท่านั้น
ไม่มีแล้วซึ่งรอยยิ้มที่สดใส...ไม่มีแล้วคำพูดคำจาหวานๆ ไพเราะน่าฟัง
ตลอดเวลาต่อหน้าแขกเหรื่อ ภีมต้องพยายามแค่ไหนที่จะไม่อ่อนแอ เขาต้องเข้มแข็งเพื่อให้คนเป็นย่าได้มีเสาหลัก การตายของน้องสาว...พิมพกานต์นั้น แม้ผู้คนทั่วไปจะคิดว่ามันคืออุบัติเหตุ
แต่สำหรับภีม เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่!
“คุณภีมครับ ผมได้ข้อมูลมานิดหน่อย”
เสียงนักสืบรับจ้างที่ป้องปากกระซิบกระซาบปลุกชายหนุ่มให้หลุดจากภวังค์ เบาะแสนิดหน่อยที่ได้รับรู้ทำเอาคนเป็นพี่ร้อนเป็นไฟ สันกรามแข็งแกร่งขบกรอดจนน่ากลัว ยามเขาทอดสายตามองภาพถ่ายหน้าโลงของน้องสาวราวคนหัวใจสลาย
“ใครมันทำน้องพี่ พี่จะจัดการมันให้เจ็บถึงใจ!”
ใบหน้าคมคร้ามถูกซ้อนทับด้วยแว่นกันแดดราคาแพง ปกปิดนัยน์ตาอันบวมช้ำ เขาเป็นผู้ชาย...แม้ไม่อาจร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคุณย่าหรือน้านิด แต่เขาก็เสียใจไม่แพ้ใคร
ต่อให้กฎหมายเอาผิดคนชั่วไม่ได้ แต่เขานี่แหละ...จะลงทัณฑ์ผู้หญิงชั่วช้าคนนั้น ให้สมกับที่เขาต้องสูญเสียดวงใจไปตลอดกาล
ผู้คนเริ่มทยอยกลับหลังจากงานสวดอภิธรรมคืนสุดท้ายเสร็จสิ้นลง ภีมยังคงยืนนิ่งเบื้องหน้าโลงแก้ว ที่บรรจุร่างไร้วิญญาณของน้องสาวเพียงคนเดียว มือหนาเลื่อนลูบไล้ดวงหน้าสวยที่แลดูเย็นชืดไร้ชีวิตผ่านบานกระจกใส เขาบอกลาเธอ ก่อนที่พรุ่งนี้ยอดดวงใจของเขาจะเหลือเพียงเถ้าธุลี
“หลับให้สบายนะพิมพ์ ใครที่มันทำกับพิมพ์ไว้ มันต้องได้รับบทลงโทษอย่างสาสม พี่สัญญา!” เขาจะไม่มีวันลืมคำมั่นสัญญาอันแสนเจ็บปวด ใครเล่าจะรู้ว่าวันนี้เขาเสียใจเพียงใด
ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งสัปเหร่อหยุดยืนรอปิดประตูศาลา เขาได้แต่ถอนใจ ก่อนจะทอดสายตามองภาพถ่ายของพิมพกานต์เป็นครั้งสุดท้าย
“กลับกันเถอะครับพี่ภีม”
ก้องภพ... ลูกชายคนเดียวของน้าสาว กระซิบบอกเขาเบาๆ แล้วพยักเพยิดไปทางญาติผู้ใหญ่ที่ยืนรออยู่ ภีมพยักหน้าเพียงนิด ก่อนจะตัดใจเดินจากมา
ทุกคนในครอบครัวยังคงเศร้าโศก บรรยากาศช่างชวนหดหู่ด้วยหยาดน้ำตาและเสียงสะอื้น โดยเฉพาะคุณย่าที่เลี้ยงพิมพกานต์มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
“อย่าเสียใจไปเลยนะครับคุณย่า ป่านนี้ยายพิมพ์คงไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่แล้ว”
“ยายพิมพ์ใจร้าย ยายพิมพ์ไม่คิดถึงย่าเลยหรือ ทำไมไมมารับย่าไปอยู่ด้วยกันเสียเลยเล่า”
คนสูงวัยต่อว่าต่อขานพลางสะอื้นไห้ ก้องภพรู้สึกราวถ้อยประโยคเหล่านั้นมันเสียดความรู้สึกเขาจนเจ็บแปลบ คุณหญิงพิมพ์ศรีเป็นลมนับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่สูญเสียพิมพกานต์ ภีมต้องรบกวนให้น้านิดช่วยดูแลท่านอีกแรง เพราะเกรงว่าจะล้มป่วยไปเสียก่อน
ตั้งแต่ที่บิดาและมารดาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุพร้อมกัน ภีมก็กลายเป็นหัวหน้าครอบครัว ดูแลกิจการทั้งโรงแรมและไร่สวน จนแทบจะไม่มีเวลาให้คนเป็นย่า ก็มีแต่พิมพกานต์ที่อายุห่างกับเขาถึงสิบเอ็ดปีเต็มเป็นเพื่อนแก้เหงา ทำให้ย่าหลานตัวติดกันเสียยิ่งกว่าอะไร ชีวิตของหญิงชราวัยเจ็ดสิบปีต้องเจ็บช้ำเพียงใดที่ต้องสูญเสียคนรักคนแล้วคนเล่า ภีมเดินมาโอบกอดคุณย่าของเขาไว้
“คุณย่ายังมีผมนะครับ”
คำปลอบใจของเขา แม้จะไม่ได้ทำให้คนสูงวัยคลายเศร้าได้ในปัจจุบันทันด่วน แต่อย่างน้อยท่านก็ยังอบอุ่นใจมากขึ้น มือเหี่ยวย่นเอื้อมขึ้นลูบหน้าคมคร้ามเบาๆ
“ภีมต้องอยู่กับย่านะลูก ภีมไม่ทิ้งให้ย่าอยู่คนเดียวนะ” เขาพยักหน้ารับ กอดท่านไว้แน่น มันช่างเป็นภาพอันน่าหดหู่ยามใครบางคนมองมาเห็น
มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตา ภาพตรงหน้าของเธอแม้จะไกลออกไป แต่เธอก็รับรู้ได้ว่าครอบครัวของคนตายเสียใจมากเพียงไร ชลธิดาต้องซ่อนตัวในมุมมืด ด้วยไม่รู้จะบอกกับญาติผู้เสียชีวิตว่าเธอเป็นใคร เธอกลืนน้ำลายอย่างหวาดกลัวทุกครั้ง ที่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าคมคร้ามของผู้ชายคนนั้น คนที่ยืนอยู่บนศาลาเป็นคนสุดท้ายก่อนประตูจะปิดลง
เมื่อผู้คนทยอยออกไปจนหมดศาลา หญิงสาวค่อยๆ เดินออกมาจากซอกหลืบ ทอดสายตามองเข้าไปด้านใน ผ่านซี่ประตูเหล็กม้วน ดวงตาสวยเปียกเปื้อนด้วยธารน้ำตาที่รินลงอาบแก้ม เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า ปรายตามองภาพถ่ายล้อมกรอบด้วยดอกไม้สดสีขาว ก่อนที่เสียงฝีเท้าของใครบางคน จะมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังโดยที่เธอไม่ทันได้รู้ตัว
“เป็นเพื่อนคนตายเหรอหนู”
“...” หญิงสาวได้แต่สะอื้นไห้ ก่อนจะเม้มปากสนิท ด้วยไม่รู้จะตอบคำถามนั้นอย่างไรดี
“จะเข้าไปไหว้คนตายใกล้ๆ ไหมล่ะ เดี๋ยวลุงเปิดประตูให้”
“ขอบคุณค่ะลุง” ชลธิดาพนมมือไหว้เขาอย่างซาบซึ้งใจ
เมื่อประตูเปิดออก ร่างบางเดินเข้าไปในศาลาราวคนละเมอ หญิงสาวนั่งลงตรงหน้าที่เก็บร่างที่ไร้วิญญาณ พนมมือขึ้นไหว้ด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“ลูกน้ำขอโทษ ลูกน้ำไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจให้คุณต้องตาย ลูกน้ำไม่ได้ต้องการแบบนี้...ยกโทษให้ลูกน้ำนะคะ”
ถ้อยประโยคขออโหสิกรรมขาดห้วงตามแรงสะอื้น เธอร้องไห้จนตัวโยน ใครจะเชื่อบ้างว่าเธอไม่ได้ตั้งใจให้ทุกอย่างลงเอยแบบนี้ ถึงแม้ข่าวทุกช่องจะบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่เธอก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าเพราะอะไร รถของพิมพกานต์ถึงได้ฝ่าไฟแดงออกไปเช่นนั้น
บทล่าสุด
#111 บทที่ 111 EP. 111
อัปเดตล่าสุด: 12/19/2025#110 บทที่ 110 EP. 110
อัปเดตล่าสุด: 12/19/2025#109 บทที่ 109 EP. 109
อัปเดตล่าสุด: 12/19/2025#108 บทที่ 108 EP. 108
อัปเดตล่าสุด: 12/19/2025#107 บทที่ 107 EP. 107
อัปเดตล่าสุด: 12/19/2025#106 บทที่ 106 EP. 106
อัปเดตล่าสุด: 12/19/2025#105 บทที่ 105 EP. 105
อัปเดตล่าสุด: 12/19/2025#104 บทที่ 104 EP. 104
อัปเดตล่าสุด: 12/19/2025#103 บทที่ 103 EP. 103
อัปเดตล่าสุด: 12/19/2025#102 บทที่ 102 EP. 102
อัปเดตล่าสุด: 12/19/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













