บทนำ
เธอสามารถมัดใจเขาอยู่หมัดจนไม่อาจมองใครอื่นได้อีกต่อไป
...
เขาคือผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่วันๆ เอาแต่ทำงานไม่สนใจจะรักใคร
เธอคือเด็กสาวที่ถูกจ้างมาดูแล
แล้วความสดใสร่าเริงของเธอก็ถูกใจนายจ้างที่อายุห่างกันถึง 14 ปี
เธอทำให้เขาทั้งรักทั้งหลง
นายจ้างกลายเป็นโคแก่ที่หลงใหลไปกับหญ้าอ่อนที่รสชาติแสนหวาน
บท 1
สายคู่สวยมองประกาศรับสมัครงานที่เพื่อนส่งต่อมาในกลุ่มไลน์ คิ้วเรียงตัวเป็นระเบียบขมวดเข้าหากันจนชิด ริมฝีปากบางเม้มอย่างใช้ความคิด คุณสมบัติของผู้สมัครนั้นก็ไม่ต่างจากงานทั่วไปนัก แต่มีสองข้อที่ทำให้คนกำลังต้องการใช้เงิน หยุดอ่านด้วยความสนใจ
ห้ามพกโทรศัพท์และห้ามติดต่อกับคนภายนอก ยกเว้นเป็นคำสั่งของนายจ้างหรือได้รับอนุญาตจากนายจ้างก่อนแล้วเท่านั้น ข้อนี้เธอคิดว่าคงไม่มีปัญหา เพราะถ้าจำเป็นที่จะต้องติดต่อกับคนอื่นเธอก็แค่ขออนุญาตคงไม่ยากเท่าไหร่ เงินเดือนจ่ายล่วงหน้า 50 % ข้อนี้น่าสนใจที่สุด นาทีนี้อะไรก็ตามที่ทำแล้วได้เงินหญิงสาวก็ยินดีจะทำ
“สนใจเหรอขิง”เสียงของเพื่อนทำให้ขิงหรือธันยมัยรีบกดออกจากแอปพลิเคชันไลน์ทันที หญิงสาวไม่อยากให้ใครรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังต้องการใช้เงินอย่างด่วนที่สุด ถ้าเธอไม่มีเงินมาจ่ายทางมหาวิทยาลัยจะไม่ให้เข้าสอบปลายภาคที่กำลังจะมีในอีก 2 วันข้างหน้า
“เปล่าหรอกแพร ก็แค่เห็นว่าเงื่อนไขมันแปลกๆ”
“ก็จริงนะขิง แพรก็เห็นในกลุ่ม ไม่น่าไว้ใจเลย ไม่ให้เราพกโทรศัพท์ถ้าเกิดพาเราไปขายล่ะ บรึ๋ย..ไม่อยากจะคิด”แพรพลอยส่ายหัว
“นั้นสิ ขิงก็ว่าอย่างนั้นแหละ” เธอเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อน แต่พอรูมเมทเดินออกจากห้องไปหญิงสาวก็กลับมาอ่านประกาศนั้นอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจโทรศัพท์ไปตามเบอร์ที่ผู้ว่าจ้างลงไว้ในข้อความประกาศ
ร้านกาแฟเล็กๆ ห่างจากมหาวิทยาลัยถึง 20 กิโลเมตรคือสถานที่นัดหมายธันยมัยมาถึงก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง เธอมีอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะกลัวว่าจะถูกนายจ้างปฏิเสธกับข้อเรียกร้องของเธอ
ผู้ชายชาวต่างชาติคนหนึ่งความสูงไม่น่าจะต่ำกว่า 185 ซม. เขากำลังเดินเข้ามาในร้านซึ่งตอนนี้มีเพียงเธอเป็นลูกค้าเพียงคนเดียว หญิงสาวเงยหน้ามองแล้วก็ส่งยิ้ม เขาคงเป็นคนที่ลงประกาศรับสมัครงาน
“สวัสดีค่ะ” ธันยมัยกล่าวทักทายพร้อมยกมือไหว้ เพราะดูแล้วคงจะอายุมากกว่าเธออยู่หลายปี
“สวัสดีครับ” หนุ่มใหญ่ยกมือรับไหว้ก่อนเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ “คุณธันยมัยใช่ไหมครับ”
“ค่ะ คุณคงเป็นคุณเซบาสเตียน” เธอได้คุยกับเขาทางโทรศัพท์มาแล้วครั้งหนึ่ง แม้จะเป็นชาวต่างชาติแต่เขาก็ใช้ภาษาไทยได้ดีเลยทีเดียว แต่ถ้าจะสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษหญิงสาวก็ไม่ขัดข้องเพราะเธอนั้นใช้ภาษาอังกฤษได้ดีพอกับภาษาไทยที่ใช้เป็นประจำ
“ครับ ผมเข้าเรื่องเลยนะครับ”
“ค่ะ”
เซบาสเตียนเริ่มสอบถามอีกฝ่ายถึงแรงจูงใจในการสมัครงานครั้งนี้ อันที่จริงจะเรียกว่าสอบสวนก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะเขาถามทุกอย่างเกี่ยวกับเธอจนแทบจะรู้ไส้รู้พุง และด้วยความที่กลัวตัวเองจะไม่ได้งานธันยมัยก็บอกเขาไปทุกอย่างแม้กระทั่งสาเหตุที่ตัวเองต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน
“คุณคิดไว้หรือยังว่าจะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่”
“คะ?” ใบหน้างามไม่เข้าใจกับคำถาม
“ผมให้คุณเรียกมาเลยว่าอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ ผมจะจ่ายได้เท่าที่จ่ายไหวนะครับ” เขาหัวเราะในลำคอ แม้ว่าจะกำหนดค่าจ้างมาแล้วแต่ก็อยากฟังอีกฝ่ายเสนอมาก่อน
“ฉันไม่รู้ว่าจะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ เพราะลักษณะงานมันจะว่าเป็นเลขาฯ ก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นคนดูแลผู้ป่วยก็ไม่แน่ใจเพราะฉันยังไม่เจอคนที่จะต้องไปทำงานด้วย เอาเป็นว่าฉันขอเงินล่วงหน้าคุณ 4 หมื่นก่อนได้ไหม ส่วนเงินที่เหลือก็แล้วแต่คุณจะให้”
เงินจำนวนนี้เธอจะนำไปเป็นค่าเทอมและค่าหอพักที่แชร์กันกับเพื่อน แม้ช่วง 2 เดือนนี้เธอจะไม่อยู่แต่ก็ยังคงต้องจ่ายค่าเช่า
“คุณไม่กลัวว่าถ้าครบกำหนด 2 เดือนแล้วผมจะไม่จ่ายที่เหลือเหรอครับ”
“ก็ฉันไม่มีทางเลือก ถ้าถึงตอนนั้นคุณจะโกงก็ค่อยว่ากันอีกที แต่ตอนนี้ฉันต้องการเงินมาจ่ายค่าเทอมก่อน”
“แล้วคุณจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่”
“คุณจะจ้างฉันใช่ไหม” เสียงนั้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด
“ก็ตามนั้น ผมเป็นคนชอบคนที่พูดตรงๆ”
“ฉันก็เหมือนกัน ฉันพร้อมไปทำงานทันทีที่ออกจากห้องสอบวิชาสุดท้าย ถ้าคุณกลัวฉันจะหนีคุณไปรอที่หน้าห้องสอบได้เลย” แล้วเธอก็ส่งตารางสอบให้กับเขาทางไลน์
เซบาสเตียนยิ้มอย่างพอใจ ผู้หญิงคนนี้รูปร่างหน้าตาก็จัดว่าสวยกว่าที่คิดไว้ แถมยังฉลาดและมีไหวพริบ รู้จักต่อรอง ถ้าได้ไปทำงานกับเจ้านายเขาคงช่วยทางนั้นได้มาก อีกทั้งเธอยังใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี เห็นอย่างนี้ชายหนุ่มก็เบาใจ
ธันยมัยอ่านสัญญาจ้างงานอย่างละเอียดก่อนจะเซ็นชื่อลงไป ยื่นให้เขาหนึ่งฉบับและเก็บไว้กับตัวเองอีกหนึ่งฉบับ หลังจากนั้นชายตรงหน้าก็โอนเงินให้ตามเลขบัญชีที่แจ้ง
เธอมองตัวเลขในบัญชีสลับกับมองหน้าเซบาสเตียนอย่างสงสัยเพราะตัวเลขที่ต้องการกับจำนวนเงินเขาโอนเข้ามานั้นไม่ตรงกัน
“ทำไมเยอะจังคะ”
“4 หมื่นสำหรับค่าจ้างล่วงหน้าตามที่คุณขอ ส่วนอีก 4 หมื่นเอาไว้ให้คุณซื้อของใช้ที่จำเป็นของผู้หญิง สำหรับการเดินทางไปทำงานอยู่ที่เกาะ 2 เดือน”
“อยู่เกาะ?” ใบหน้าเต็มไปด้วยคำถาม
“ใช่ ครับ”
“ฉันต้องไปทำงานที่เกาะเหรอคะ ในสัญญาไม่เห็นมีเลย”
“ตายจริงผมคงลืมเขียนลงไป” เขายิ้มเจ้าเล่ห์
“คุณวางแผนมาแล้วใช่ไหม ถึงว่าล่ะทำไมยอมจ่ายเงินง่าย ฉันจะโอนเงินคืนคุณทั้งหมด” เธอประกาศกร้าว
“คุณลืมไปหรือเปล่าว่าสัญญาที่คุณพึ่งเซ็นไประบุไว้ว่าถ้าทำผิดสัญญาคุณต้องชดใช้เป็น 10 เท่าของจำนวนเงินที่รับไป คนฉลาดอย่างคุณคงคิดออกว่ามันเป็นเงินเท่าไหร่”
ธันยมัยหน้าซีดไม่คิดว่าตัวเองจะพลาดท่าให้กับเขา เพราะเอาแต่คิดจะหาเงินค่าเทอมจนลืมถามว่าต้องไปทำงานที่ไหน
“ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้”
“ผมไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดเลย คุณใจร้อนไม่ถามให้ดีก่อน เอาเป็นว่าถึงวันออกเดินทางผมจะให้คนรับนะครับ”
“คุณทำให้ฉันไม่มีทางเลือก” เธอตัดพ้อ
“แต่คุณเลือกเองนะครับ ผมไม่ได้บังคับคุณเลยสักนิด”
“คุณคงไม่คิดพาฉันไปขายใช่ไหม ฉันชักไม่ไว้ใจคุณแล้ว ก่อนไปฉันคงต้องไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนว่าถ้าฉันหายไปเกินเวลาที่กำหนดให้ตำรวจออกตามหา”
“เชิญคุณทำตามที่ต้องการเลย ผมหวังว่าตำรวจคงจะเชื่อหรอกนะ เพราะเท่าที่รู้เหตุยังเกิดแจ้งความไปเท่านั้น”
เซบาสเตียนเดินออกไปแล้วแต่ธันยมัยยังนั่งอยู่ที่เดิม เพราะเธอไม่มีทางเลือกจึงต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกวางไว้ข้างเตียง มุมในสุดของห้องนอน ห้องนี้เธอกับแพรพลอยช่วยกันจ่ายค่าเช่าคนละครึ่ง แม้ห้องจะไม่ใหญ่มากแต่มันก็เหมาะสมกับราคาที่จ่ายไป ในห้องไม่มีเครื่องใช้อะไรมากนัก มีเพียงเตียงนอน ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะหนังสือทุกอย่างมีจำนวนสองชุดตามจำนวนคนเช่า เว้นแต่ห้องน้ำที่ต้องใช้ร่วมกัน แม้จะคับแคบแต่ข้อดีของมันคืออยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยมาก ใช้เวลาเดินเพียง 10 นาทีก็ถึง
“แพร ขิงจะไม่อยู่ห้องสัก 2 เดือนนะ” ธันยมัยบอกรูมเมท
“อ้าวแล้วจะไปอยู่ที่ไหน” ปกติทุกปิดเทอมเธอก็ไม่เห็นว่าเพื่อนจะไปไหน
“ขิงว่าจะไปช่วยงานญาติห่างๆ สัก 2 เดือน”
“ขิงมีญาติด้วยเหรอ แพรไม่เห็นรู้เลย”
“ก็ไม่เชิงญาติหรอก เคยรู้จักกันตอนที่พ่อยังอยู่ วันก่อนขิงบังเอิญได้เจอ เขาเลยชวนไปทำงานช่วงปิดเทอม”
“อ๋อ แล้วจะไปเลยเหรอ” เธอมองไปยังกระเป๋าเดินทางของเพื่อน
“จ้ะ สอบเสร็จก็คงไปเลย”
“บอกพี่ซันหรือยัง”
พี่ซันหรือภาสกรเป็นแฟนหนุ่มรุ่นพี่ของธันยมัยทั้งสองคบหากันมาตั้งแต่หญิงสาวเรียนอยู่ปีสอง ตอนนั้นเขากำลังเรียนอยู่ปีสุดท้าย
“เราติดต่อพี่ซันไม่ได้มาหลายวันแล้ว ที่ไซต์งานคงไม่ค่อยมีสัญญาณ ก็เลยได้แค่ฝากข้อความไว้เดี๋ยวก็คงเห็นเองแหละ” พอคิดถึงแฟนหนุ่มเธอก็เครียดขึ้นมาทันที เพราะครั้งล่าสุดที่เจอกันภาสกรมาขอยืมเงินเธอเพื่อไปเป็นค่ารักษาแม่ของเขาที่อยู่ต่างจังหวัดและบอกว่าจะใช้คืนให้หลังจากเงินเดือนออก แต่ก็ผัดมาเรื่อยจนเธอไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอม
ธันยมัยนั้นต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง เธอทำงานทุกอย่างที่ได้เงิน เพราะหลังจากพ่อของเธอจากไปหญิงสาวก็ไม่เหลือใครให้พึ่งพาอีกแล้ว เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่ได้จากประกันชีวิตของพ่อเธอนำไปซื้อกองทุนเพราะคิดว่าระหว่างนี้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและเงินจากการทำงานพิเศษก็พอกับการใช้จ่าย แต่เมื่อภาสกรมาหยิบยืมมันเลยทำให้เธอเดือดร้อนอย่างที่เป็นอยู่
“แพร ค่าเช่า 2 เดือนที่ขิงไม่อยู่” เธอยื่นธนบัตรสีเทาจำนวน 4 ใบให้กับเพื่อน
“ขิงไม่อยู่ยังต้องช่วยหารค่าห้องอีก” แต่เธอก็รับเงินไปเพราะถ้าจะให้จ่ายคนเดียวก็คงไม่ไหว
“ก็ขิงกลัวแพรหารูมเมทคนใหม่ มาอยู่แทนขิง”
“แพรจะให้ใครมาอยู่ล่ะ อยู่กับขิงดีที่สุดแล้ว”
“ขิงก็คิดเหมือนกัน ไม่อยากต้องไปรูมเมทใหม่” เธอกับแพรพลอยเรียนอยู่คณะเดียวกันแต่คนละสาขาวิชาพอขึ้นปี 2 ก็เลยชวนกันมาหาหอพักและก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เรื่องที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมนั้นธันยมัยไม่ได้บอกเพื่อนเพราะรู้ว่าเพื่อนของตัวเองก็ลำบากเหมือนกัน แม้ทางบ้านของแพรพลอยจะส่งเงินมาให้บ้างแต่มันก็ไม่มากถึงขั้นจะให้ใครยืม อีกทั้งเพื่อนของเธอก็ทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟในวันหยุดซึ่งค่าแรงก็น้อยนิด ไม่เหมือนกับตัวเองที่รับจ๊อบเป็นพริตตี้ให้กับงานเปิดตัวสินค้าที่มักจะคนมาจ้างอยู่เรื่อยๆ ถึงจะไม่ได้งานทุกวันแต่รวมแล้วก็ยังมากกว่าเงินพิเศษของเพื่อน ถ้าไปขอยืม แพรพลอยก็ต้องสงสัยว่าเงินที่หาได้นั้นมันหายไปไหน ภาสกรกำชับตลอดว่าไม่ให้บอกใครที่ตัวเองมาขอยืมเงินคนซึ่งยังเรียนไม่จบอย่างเธอ หญิงสาวเข้าใจภาสกรเพราะถ้าเธอเป็นเขาก็คงจะอายกับเรื่องนี้เหมือนกัน
พอคิดถึงแฟนหนุ่มธันยมัยก็หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดู หลายวันแล้วที่พยายามติดต่อภาสกร เพราะนอกจากเรื่องเงินแล้วเธอเองก็เป็นห่วงแฟนอยู่มาก ชายหนุ่มไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ครั้นจะไปหาที่ห้องพักก็กลัวว่าเขาจะไม่พอใจ หญิงสาวไม่อยากให้เขาต้องอึดอัดจนเกินไป
ธันยมัยไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเอาเสียเลย เพราะมีเรื่องต้องคิดมากมาย จนในที่สุดก็ตัดสินใจเก็บหนังสือเข้าชั้นวาง ส่วนแพรพลอยนั้นหลังจากคุยกับเธอเสร็จก็ใส่แอร์พอร์ตแล้วนั่งอ่านหนังสืออย่างเงียบๆ
บทล่าสุด
#50 บทที่ 50 ไม่อาจห้ามความคิดถึง nc25++ ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#49 บทที่ 49 ต่อเวลาอีกนิด
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#48 บทที่ 48 เก่งขึ้นทุกวัน nc25++
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#47 บทที่ 47 ทุกอย่างมีคำอธิบาย
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#46 บทที่ 46 ความลับ
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#45 บทที่ 45 ใช้เวลาให้คุ้ม nc25++
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#44 บทที่ 44 รักทางไกล ทนไม่ได้ไหวก็เลิก
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#43 บทที่ 43 จะไม่ดื่มเหล้าอีกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#42 บทที่ 42 คำสารภาพของคนเมา nc25++
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#41 บทที่ 41 กลับไม่ดึก
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
หวงรักเมียวัยเยาว์
และทุกอย่างเป็นความลับ!!!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













