บทนำ
ในความมืดมิดของราตรี เขาขังกรอบฉันไว้ในอ้อมกอด นิ้วหัวแม่มือเขาเอื้อมมาสัมผัสริมฝีปากของฉัน น้ำเสียงแหบห้าวและเต็มไปด้วยอันตราย: "บอกราคามาสิ ถ้าเธอยอมอยู่ข้างฉัน ครึ่งหนึ่งของโคลแมน กรุ๊ปจะเป็นของเธอ"
ฉันยิ้มหวานชื่นก่อนจะวางฝ่ามือลงบนแก้มเขาอย่างแรง "ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง"
ฉันหมุนตัวจะเดินจากไป แต่เขาคว้าข้อมือฉันดึงกลับมา สายตาจับจ้องไปที่เด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างหลังฉัน ใบหน้าที่เหมือนกับเขาราวกับแกะแบบมา เขากัดฟันกรอด: "แล้วเด็กคนนั้นล่ะ? เขาก็เป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการเช่นกันใช่ไหม?"
บท 1
กลิ่นฉุนกึกของน้ำยาฆ่าเชื้อโชยขึ้นมาจนแสบจมูก และทำให้ดวงตาของญาณิดาพร่ามัว
ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวของโรงพยาบาลเอกชน หญิงสาวนอนราบอยู่บนเตียงผ่าตัด หน้าผากมนชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านมาจากเบื้องล่าง มันชัดเจนและแหลมคมราวกับถูกกรีดเฉือนเนื้อสด ๆ
เธอขบกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด เพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไห้ไม่ให้เล็ดลอดออกมา
"อดทนหน่อยครับ อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว"
เสียงของนายแพทย์ราบเรียบไร้อารมณ์ ราวกับเขากำลังซ่อมแซมวัตถุไร้ชีวิตชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่การรักษามนุษย์
ที่หน้าประตูห้องผ่าตัด เสียงของจันทร์เพ็ญผู้เป็นมารดาดังลอดเข้ามา น้ำเสียงของเธอฟังดูพินอบพิเทาแต่แฝงไปด้วยความร้อนรนขณะคุยโทรศัพท์
"คุณผู้ช่วยคะ วางใจได้เลยค่ะ การผ่าตัดใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ใช่ค่ะ... ทางเราให้ความร่วมมือกับคุณวินทร์มาตลอด ส่วนเรื่องเงินลงทุนในไตรมาสหน้า..."
ถ้อยคำเหล่านั้นพุ่งทะลุช่องว่างใต้ประตู เข้ามาทิ่มแทงหัวใจที่บอบช้ำจนเป็นรูพรุนของญาณิดา
ทั้งความเจ็บปวดและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอ ในสายตาของผู้เป็นแม่ เป็นเพียงเบี้ยต่อรองเพื่อแลกเงินลงทุนจากวินทร์ก็เท่านั้น
ความเจ็บปวดแสบสันที่แล่นริ้วขึ้นมา ฉุดกระชากญาณิดากลับไปสู่ค่ำคืนเข้าหอที่เปรียบเสมือนฝันร้าย
ในคืนนั้น เธอทอดกายถวายตัวให้เขาด้วยหัวใจที่เปี่ยมรัก
แต่หลังจากพายุอารมณ์อันบ้าคลั่งผ่านพ้น สิ่งที่ได้กลับมาคือใบหน้าถมึงทึงและแววตาอำมหิตของสามีป้ายแดง
วินทร์จ้องมองผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"ทำไมไม่มีเลือด?"
ขณะที่ญาณิดากำลังจะอธิบาย เขากลับไม่ยอมฟังคำอธิบาย หนำซ้ำยังรีบตัดสินเธอทันที "เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์... สกปรก"
นับตั้งแต่วันนั้น วินทร์ก็ปักใจเชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงมักมากและไร้ยางอาย
ไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงคำถากถางอันเจ็บแสบ
ซ้ำร้าย เขายังสั่งให้คนลากเธอมาที่โรงพยาบาล เพื่อทำศัลยกรรมรีแพร์ เย็บกระชับคืนความบริสุทธิ์โดยไม่ใช้ยาชา...
ความเจ็บปวดเจียนตายในครั้งนั้น คอยตอกย้ำอยู่ทุกลมหายใจว่า... ร่างกายของเธอมีมลทิน
แต่ญาณิดาไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง ทุกวันในชีวิตหลังแต่งงาน หากเธอเผลอทำอะไรให้วินทร์ไม่พอใจ เธอจะถูกลากกลับมาที่ห้องผ่าตัดและถูกขังไว้หนึ่งวันหนึ่งคืน เพื่อให้ทบทวนความเจ็บปวดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และวันนี้... เพื่อตระกูลบุญศิริ เพื่อพื้นที่อันน้อยนิดในตระกูลที่ต้องคอยรองมือรองเท้าคนอื่น ญาณิดาจำต้องทำให้วินทร์โกรธอีกครั้ง
และแม่แท้ ๆ ของเธอก็เป็นคนพาเธอมาส่งเข้าห้องเชือดนี้ด้วยตัวเอง
ใบหน้าของญาณิดาซีดเผือดราวกับกระดาษ ความเจ็บปวดที่ยังคงเต้นตุบ ๆ ทำให้เธอยืดตัวตรงไม่ได้ หญิงสาวต้องใช้มือยันผนัง ค่อย ๆ พยุงร่างอันบอบช้ำเดินโซเซออกมาจากห้องผ่าตัด
เป็นจังหวะเดียวกับที่จันทร์เพ็ญวางสายโทรศัพท์พอดี
ทันทีที่เห็นสภาพของลูกสาว คิ้วของคนที่เธอเรียกว่า 'แม่' ก็ขมวดมุ่นด้วยความขัดใจ
"ทีหลังก็หัดจำใส่สมองไว้บ้าง อย่าไปขัดใจคุณวินทร์เขาอีก คนขับรถรออยู่หน้าตึก รีบกลับบ้านซะ วันนี้เปรมาจะกลับมาจากเมืองนอก"
ญาณิดาหลุบตาลงต่ำ ซ่อนความขมขื่นแสนเจ็บปวดไว้ในแววตา
เปรมา... น้องสาวต่างมารดาของเธอ เพชรเม็ดงามแห่งตระกูลบุญศิริ เป็นที่รักดั่งแก้วตาดวงใจของทุกคน
ส่วนเธอ... ญาณิดา เป็นเพียงหลักฐานความมักง่ายของพ่อ เป็นตราบาปแห่งความล้มเหลวในชีวิตคู่ของแม่ และเป็นเพียงสินค้าที่ครอบครัวพร้อมจะแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์ได้ทุกเมื่อ
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์บุญศิริที่หรูหราแต่เย็นเยียบ บรรยากาศช่างแตกต่างจากโรงพยาบาลราวฟ้ากับเหว
"น้องเปร! กลับมาแล้วเหรอลูก! ไปอยู่เมืองนอกลำบากแย่เลย ดูสิ ผอมลงไปตั้งเยอะ!"
จันทร์เพ็ญโผเข้ากอดเปรมาที่เพิ่งก้าวเข้ามาในบ้าน รอยยิ้มนั้นช่างดูจริงใจและอบอุ่นในแบบที่ญาณิดาไม่เคยได้รับ
เปรมาอยู่ในชุดเดรสแบรนด์เนมเข้ารูปดูสง่างาม ใบหน้าแต้มยิ้มหวานหยด ขณะนี้กำลังยืนรับความรักความเอาใจใส่จากทุกคนราวกับเจ้าหญิง
เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นญาณิดาที่ยืนลีบอยู่ตรงประตู มุมปากของเปรมากระตุกยิ้มเบา ๆยากจะสังเกตเห็น ก่อนจะเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใส
"พี่ณิก็อยู่บ้านด้วยเหรอคะ"
จันทร์เพ็ญเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีลูกสาวอีกคนยืนหัวโด่อยู่ รอยยิ้มของเธอจางลงไปในพริบตา "ยืนบื้ออยู่ทำไม? มาช่วยน้องเปรถือของขวัญขึ้นไปเก็บสิ ไม่รู้จักมีน้ำใจเลยจริง ๆ"
ญาณิดาก้าวเข้าไปเงียบ ๆ รับถุงของขวัญราคาแพงที่ไม่ได้หนักหนาอะไรมาถือไว้
เสียงหัวเราะพูดคุยอย่างมีความสุขลอยผ่านเบื้องหลังไป เธอเองก็รู้ว่าไม่ได้มีที่ว่างสำหรับเธอ เธอเหมือนเงาจาง ๆ ที่เป็นส่วนเกินของภาพครอบครัวอันสมบูรณ์แบบ
โชคดีที่จันทร์เพ็ญมัวแต่เห่อลูกสาวคนโปรด จึงไม่มีเวลามาค่อนขอดเธอมากนัก
จันทร์เพ็ญโบกมือไล่ให้คนขับรถไปส่งเธอกลับคฤหาสน์หงษาของวินทร์ ราวกับส่งคืนเครื่องมือที่ใช้งานจนหนำใจแล้วกลับคืนเจ้าของ
แต่ค่ำคืนนี้... มีนรกขุมใหญ่กว่ารอเธออยู่
วินทร์ สามีของเธอ จัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของเปรมาอย่างยิ่งใหญ่
ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหรา แสงไฟระยิบระยับส่องกระทบแก้วไวน์ราคาแพง แขกเหรื่อระดับไฮโซเดินขวักไขว่
ญาณิดาในชุดราตรีสีเรียบไร้ลวดลาย นั่งสงบเสงี่ยมอยู่มุมห้อง พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด
เธอไม่อยากสบตากับใคร ไม่อยากรับรู้สายตาที่มองมาอย่างสมเพชเวทนา
ข่าวลือเรื่องความเหลวแหลกและการใช้มารยาจับผู้ชายรวยของเธอ แพร่สะพัดไปทั่ววงสังคมชั้นสูงมานานแล้ว
ทุกครั้งที่เธอออกงานสังคม ก็ไม่พ้นตกเป็นขี้ปากชาวบ้านให้เล่าต่อกันอย่างสนุกปาก
แต่วินทร์ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยให้เธออยู่อย่างสงบ
เขาถือแก้วไวน์ เดินฝ่าวงล้อมของผู้คนตรงเข้ามาหา ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรนั้นไร้อารมณ์ราวกับรูปปั้นที่แกะสลักอย่างประณีต
"ทำไมมานั่งหลบมุมอยู่คนเดียว?"
ญาณิดาเงยหน้ามองเขา นี่เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งเดือนที่ได้เจอกัน แต่เขาก็ยังคงไม่แสดงสีหน้าดี ๆ ให้เธอ
ไม่รอคำตอบ วินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ "ก็จริงนะ เธอคงทำอะไรไม่เป็นนอกจากนั่งปั้นหน้าขายบริการ แต่ในงานระดับนี้ ไม่จำเป็นต้องให้เธอมาขายรอยยิ้มหรอก นั่งเจียมตัวอยู่ตรงนี้ก็ถือว่ารู้กาละเทศะดี"
วาจาเชือดเฉือนนั้นตบหน้าญาณิดาฉาดใหญ่จนชาไปทั้งแถบ
สายตาของผู้คนรอบข้างเปลี่ยนจากความอยากรู้อยากเห็นเป็นความเหยียดหยามทันที
ญาณิดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
"พี่วินทร์คะ อย่าพูดกับพี่ณิแบบนั้นสิคะ..."
เปรมาปรากฏตัวขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม เธอเดินเข้ามาคล้องแขนวินทร์อย่างสนิทสนม แววตาแฝงความสะใจเล็ก ๆ ที่ญาณิดาจับสังเกตได้
เมื่อเขาหันไปมองเปรมา สีหน้าของวินทร์ก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"น้องเปร... คุณน่ะจิตใจดีเกินไป คนบางคนไม่คุ้มค่าให้คุณออกรับแทนหรอก ที่เธอยังมีหน้ามานั่งเสนอหน้าอยู่ที่นี่ได้ ก็ถือว่าเป็นความเมตตาของพี่มากพอแล้ว"
ขอบตาของญาณิดาร้อนผ่าว เธอทนต่อไปไม่ไหวจึงลุกขึ้นยืนพรวด
"ขอโทษค่ะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวสักครู่นะคะ"
ญาณิดาเดินแกมวิ่งหนีไปยังห้องน้ำ ของเหลวร้อนชื้นเอ่อล้นปริ่มขอบตาแต่เธอกัดฟันกลั้นไว้ไม่ให้ไหลออกมา
กว่าจะรวบรวมสติและจัดแจงอารมณ์ได้ เธอฝืนยิ้มแห้ง ๆ ให้ตัวเองในกระจก ก่อนจะเดินออกมา
ทว่าเมื่อเดินผ่านมุมระเบียงด้านนอก ฝีเท้าของเธอก็ชะงักกึก
ที่ระเบียงนั้น... เปรมาและวินทร์ยืนหันหน้าเข้าหากัน
เปรมาเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเขินอาย
"พี่วินทร์คะ... จริง ๆ แล้ว... เปรรักพี่วินทร์มาตลอด ถึงเปรจะรู้ว่าพี่แต่งงานกับพี่ณิไปแล้ว และเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ แต่เปรก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้จริง ๆ เรื่องในอดีต... ตระกูลบุญศิริผิดต่อพี่ และเปรเองก็... ช่วยอะไรพี่ไม่ได้เลย"
เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือหนาของวินทร์เอาไว้
วินทร์ยืนหันหลังให้ญาณิดา ทำให้เธอไม่เห็นสีหน้าของเขา
แต่เขาไม่ได้สะบัดมือออก กลับถอนหายใจแผ่วเบา น้ำเสียงที่ตอบกลับไปนั้นช่างอ่อนโยน
"อย่าโทษตัวเองเลย พี่รู้ว่าเปรพยายามที่สุดแล้ว"
ภาพที่เห็นเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกระชากหัวใจของญาณิดาออกมาขยี้จนแหลกเหลว ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนแทบหายใจไม่ออก
ที่ผ่านมา เธอหลงคิดว่าความเย็นชาของวินทร์เกิดจากความแค้นระหว่างสองตระกูล หรือแม้แต่คิดว่าความบ้าคลั่งเรื่องความบริสุทธิ์ของเขาคือปมในใจเพียงอย่างเดียว
แต่วันนี้ ความจริงปรากฏชัดอยู่ตรงหน้า... ความโหดร้ายที่เขามอบให้เธอ เป็นเพราะในหัวใจของเขามีคนอื่นจับจองอยู่แล้ว
และคนคนนั้น ดันเป็นน้องสาวของเธอ... เป็นเปรมา ผู้ที่ถูกทุกคนประคับประคองไว้บนหิ้งมาตลอดชีวิต
เล็บของญาณิดาจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเลือดซิบ ความเจ็บปวดทางกายช่วยเรียกสติให้กลับคืนมาบ้าง
เธอมองภาพวินทร์ค่อย ๆ ยกมือขึ้นทัดผมที่ถูกลมพัดให้เปรมาอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังแตะต้องของล้ำค่าที่สุดในชีวิต วินาทีนั้น... หัวใจของเธอแตกสลายอย่างสมบูรณ์
"วินทร์... คุณต่างหากที่สกปรก ครั้งนี้... ฉันจะเป็นคนไปจากคุณเอง" เธอเอ่ยคำขาดในใจอย่างเด็ดเดี่ยว
บทล่าสุด
#119 บทที่ 121 เธอคือณัฏฐริณีย์
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#118 บทที่ 120 นี่แหละคือคุณหนูสายเลือดแท้ของตระกูลมหาเศรษฐี
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#117 บทที่ 119 แผนการของสมหญิง
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#116 บทที่ 118 จินนี่กำเริบ病
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#115 บทที่ 117 พี่น้องพบกัน
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#114 บทที่ 116 การกระทำของวินทร์
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#113 บทที่ 115 ฉันไม่รู้จักคุณ
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#112 บทที่ 114 จนถึงตอนนี้ยังคงหาเหตุผลมาปกป้องเธอ
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#111 บทที่ 113 ธนวัฒน์ไปจับคนที่โรงเรียนอนุบาล
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#110 บทที่ 112 วินทร์ให้คนไปปลูกดอกไม้ที่ญาณิดาชอบมากที่สุด
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













