บทนำ
“คืนนั้นทุกคนได้ยิน…แต่ไม่มีใครเปิดประตู”
อดีตพยาบาลถูกพบเป็นศพใต้ผ้าห่มที่จัดไว้อย่างเรียบร้อย ข้อมือถูกตรึงกับเตียง ข้างร่างมีปุ่มเรียกพยาบาลที่ถูกตัดสาย—และมันยังส่งเสียง
ข้อความสุดท้ายของเธอพา สารวัตรภูเมือง กับ แพทย์หญิงนวลละออ ย้อนกลับไปยังสถานดูแลร้าง ที่ซึ่งหญิงสาวคนหนึ่งเคยร้องขอความช่วยเหลือจนสิ้นใจในห้องหมายเลขเจ็ด
เมื่อคนที่เกี่ยวข้องทยอยเสียชีวิต ร่องรอยบนศพกลับบอกเล่าเรื่องต่างจากคำให้การ ขณะที่ผู้รอดชีวิตยืนยันตรงกันว่า…เห็นหญิงที่ตายไปแล้วมายืนรออยู่ปลายเตียง
ท่ามกลางคดีอำมหิต การกลับมาของคนรักเก่าทำให้ความสัมพันธ์ของภูเมืองกับนวลสั่นคลอน โดยทั้งคู่ยังไม่รู้ว่าใครบางคนกำลังเฝ้ามอง และค่อย ๆ เลือกเหยื่อรายสุดท้าย
นวลอาจอ่านความลับจากศพได้ทุกศพ
แต่ครั้งนี้ ฆาตกรตั้งใจให้เธอมีชีวิตอยู่…จนกว่าจะถึงตาของเธอ
บท 1
สุรีย์เพิ่งรู้ว่ามือของตัวเองสั่น ตอนเสียบกุญแจเข้ารูไม่ตรงเป็นครั้งที่สาม
เธอหันไปมองถนนหน้าบ้าน
รถเก๋งสีดำยังจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม กระจกหน้าสะท้อนแสงจากเสาไฟจนมองคนข้างในไม่เห็น เมื่อครู่มันตามเธอออกมาจากร้านถ่ายเอกสาร พอเธอเลี้ยวเข้าซอย รถก็เลี้ยวตาม
กุญแจหลุดจากมือกระแทกพื้น
โทรศัพท์ดังขึ้นพอดี
ชื่อที่ปรากฏทำให้เธอยืนนิ่ง ก่อนก้มเก็บกุญแจแล้วรับสาย
“ถึงบ้านแล้วหรือครับ”
“ค่ะ”
“เสียงเหมือนเหนื่อย ไปไหนมาหรือเปล่า”
“ซื้อของค่ะ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“อย่าลืมกินยานะครับ ช่วงนี้คุณพักผ่อนน้อย”
“ค่ะ”
“แล้วเรื่องที่เราคุยกัน…”
สุรีย์กำกุญแจแน่น
“หนูจำได้ค่ะ”
“ดีครับ ผมเป็นห่วง”
เขาวางสายก่อน
เธอรอจนรถสีดำเคลื่อนออกจากซอย จึงไขประตูเข้าบ้าน ล็อกทั้งลูกบิดและกลอนบน แล้วลากเก้าอี้มาขัดไว้อีกชั้น
ในถุงกระดาษจากร้านถ่ายเอกสารมีสำเนาสิบสองแผ่น
สุรีย์วางมันบนโต๊ะกินข้าว ดึงโทรศัพท์ออกมาเปิดบทสนทนากับหมอธวัช ข้อความนัดหมายยังอยู่ที่เดิม
พรุ่งนี้สิบโมง มาที่ห้องทำงานได้ครับ
เธอพิมพ์คำว่า หนูขอไปคืนนี้ได้ไหมคะ แล้วลบทิ้ง
แต่เขารู้แล้ว
สุรีย์เหลือบมองประตู ก่อนแยกสำเนาสองแผ่นใส่ซอง เขียนชื่อธวัชลงไป ตัวหนังสือเอียงจนต้องเขียนนามสกุลใหม่
เสียงกริ่งดังขึ้น
เธอสะดุ้งจนปากกากลิ้งตกโต๊ะ
“พี่สุรีย์ ของมาส่งค่ะ”
เสียงเด็กสาวข้างบ้าน
เธอรวบกระดาษคว่ำลง เดินไปถามผ่านประตู
“ใครเอามา”
“คนส่งของค่ะ เขาฝากไว้บ้านหนูตั้งแต่เย็น”
สุรีย์เปิดประตูเพียงแง้มเดียว รับกล่องเล็กจากมือเด็ก
“ขอบใจนะ”
เธอรอจนเด็กกลับเข้าบ้าน จึงยกเก้าอี้ขัดประตูตามเดิม
กล่องไม่มีชื่อผู้ส่ง
ด้านในเป็นปุ่มเรียกพยาบาลพลาสติกสีครีม คราบเหลืองฝังอยู่ตามรอยต่อ สายไฟถูกตัดเหลือไม่ถึงคืบ
สุรีย์ปล่อยกล่องหล่นทันที
เธอจำรอยบิ่นข้างปุ่มได้
ครั้งหนึ่งมาลินีเคยยื่นมันให้เธอดู บอกว่ากดแล้วไม่มีใครมา สุรีย์รับปากว่าจะตามช่าง แต่สุดท้ายก็วางใบแจ้งซ่อมไว้ใต้แฟ้มอื่น
คืนนั้นเธอได้ยินเสียงเรียกจากห้องเจ็ด
เธอไม่ได้เข้าไป
สุรีย์ถอยจนชนขอบโต๊ะ
โทรศัพท์สั่นอยู่ข้างกองเอกสาร เธอคว้ามาดู เป็นหมายเลขที่ไม่ได้บันทึกชื่อ
เธอปล่อยให้มันดังจนเงียบ
ไม่ถึงห้าวินาที สายใหม่ก็เข้ามา
คราวนี้เธอรับ
“เอามาให้ทำไม”
ปลายสายมีเสียงลมหายใจเบา ๆ
“ฉันถามว่าเอามาให้ทำไม!”
มีเสียงเสียดสีกับพื้นดังลอดมา ช้า หนัก เหมือนใครกำลังลากของบางอย่าง
แล้วเสียงผู้หญิงก็พูดขึ้น
“พี่สุรีย์”
เธอกดตัดสาย
โทรศัพท์หลุดลงบนโต๊ะ หน้าจอยังสว่าง เธอจ้องมันจนเริ่มแสบตา ก่อนคว้าขึ้นมากดโทรหาธวัช
ไม่มีคนรับ
เธอกดอีกครั้ง เดินไปดับไฟหน้าบ้าน มืออีกข้างพยายามรวบเอกสารใส่ถุง แต่กระดาษกลับหล่นกระจาย
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกล่องบนพื้น
ติ๊ง
สุรีย์หยุดหายใจ
มันเป็นเสียงสั้น ๆ ที่เธอเคยได้ยินตลอดกะดึก เสียงเดียวกับที่ดังตรงโต๊ะพยาบาลทุกครั้งเมื่อมีคนกดเรียก
เธอมองปลายสายที่ถูกตัด
ติ๊ง
คราวนี้ดังจากชั้นบน
ธวัชออกจากห้องน้ำขณะโทรศัพท์หยุดสั่น
เขาเห็นสายไม่ได้รับจากสุรีย์สองสาย จึงโทรกลับระหว่างหยิบแว่นบนหัวเตียง
ไม่มีคนรับ
ข้อความเสียงเข้ามาตามหลัง เขากดเปิดฟัง
“อาจารย์คะ หนูสุรีย์นะคะ”
เสียงเธอเบาและขาดเป็นช่วง
“พรุ่งนี้หนูอาจไปไม่ได้…หนูส่งของไว้ให้แล้วค่ะ ถ้ามีใครมาถาม อย่าบอกนะคะว่าหนูไม่ได้ยิน”
ธวัชขมวดคิ้ว
“คืนนั้นทุกคนได้ยินเสียงจากห้องเจ็ด”
มีเสียงกระแทกดังขึ้นหนึ่งครั้ง ตามด้วยเสียงสุรีย์หอบหายใจ
“หนูผิดเองที่ไม่เปิดประตู แต่หนูไม่ได้—”
ข้อความจบตรงนั้น
ธวัชกดโทรกลับทันที
สุรีย์ซุกโทรศัพท์ไว้ใต้กองผ้าที่รอรีด
หน้าจอสว่างขึ้นอีกครั้ง เธอเอาผ้าขนหนูคลุมทับ แสงจึงหายไป แต่เสียงสั่นยังดังเบา ๆ กับพื้นตะกร้า
ลูกบิดประตูห้องนอนหมุน
เธอถอยไปยืนชิดหน้าต่าง เหล็กดัดเย็นจัดเมื่อมือแตะ เธอเพิ่งเก็บกุญแจแม่แรงสำหรับเปิดช่องหนีไฟลงลิ้นชักเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนลูกสาวกลับมาเยี่ยมแล้วบ่นว่ามันเกะกะ
“สุรีย์”
เสียงผู้ชายเรียกจากอีกด้าน
“เปิดเถอะครับ เราคุยกันได้”
เธอเอามือปิดปาก
“คุณให้ผมมาเอง จำไม่ได้หรือ”
เธอหลับตา พยายามนึกว่ามือถืออยู่ตรงไหน จะคลานไปหยิบทันหรือไม่
“อาจารย์ธวัชยังไม่รู้อะไรค่ะ” เธอพูด “หนูยังไม่ได้บอก”
เสียงข้างนอกเงียบลง
แล้วเขาถามด้วยน้ำเสียงเดิม
“ผมถามถึงอาจารย์หรือครับ”
สุรีย์ทรุดลงข้างเตียง
ลูกบิดหยุดหมุน มีเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ก่อนประตูค่อย ๆ เปิดออก
ชายตรงหน้ามองตะกร้าผ้าเป็นอย่างแรก
เขาดึงโทรศัพท์ออกมา เห็นชื่อบนหน้าจอแล้วปิดเครื่อง จากนั้นจึงวางไว้บนตู้เสื้อผ้า สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึง
“ลุกขึ้นครับ”
“หนูขอโทษ”
เขาเหลือบมองเตียง
“ปูผ้าให้เรียบร้อยก่อน คุณไม่ชอบนอนบนผ้ายับไม่ใช่หรือ”
เธอมองเขา น้ำตาไหลโดยไม่มีเสียง
“พรุ่งนี้ลูกหนูจะโทรมา”
“ครับ ผมรู้”
เสียงรถเข็นดังขึ้นกลางดึก
ล้อฝืดครูดผ่านหน้าห้องนอน หยุด แล้วขยับต่ออีกนิด
สุรีย์ลืมตา
ผ้าห่มคลุมถึงอก เธอพยายามยกแขน แต่ข้อมือถูกตรึงไว้กับข้างเตียง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนจนแสบจมูก ทั้งที่เมื่อเย็นเธอยังได้กลิ่นกระเทียมเจียวจากบ้านข้าง ๆ
ประตูเปิดค้างอยู่
ทางเดินนอกห้องยาวกว่าที่ควรเป็น
ใต้หลอดไฟดวงสุดท้าย มีผู้หญิงนั่งอยู่บนรถเข็น ศีรษะก้มจนผมปิดหน้า เท้าเปล่าสองข้างลากกับพื้น
สุรีย์พยายามเรียก แต่เสียงออกมาเพียงลม
ผู้หญิงคนนั้นค่อย ๆ เงยหน้า
มาลินีมองเธออยู่นาน ก่อนเลื่อนสายตาไปยังปุ่มเรียกบนหมอน
คราวนี้สายของมันยาวลงไปถึงพื้น และทอดหายเข้าใต้เตียง
“กดสิคะพี่”
เสียงนั้นแหบจนแทบฟังไม่ออก
“ลองดูว่าจะมีใครมาไหม”
บทล่าสุด
#45 บทที่ 45 ผู้ป่วยที่ยังอยู่
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#44 บทที่ 44 เปิดประตู
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#43 บทที่ 43 คนเฝ้าคนป่วย
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#42 บทที่ 42 คนที่บินมา
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#41 บทที่ 41 คนที่ยังนั่งอยู่
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#40 บทที่ 40 คนที่บอกเขา
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#39 บทที่ 39 คนที่ต้องออกไปก่อน
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#38 บทที่ 38 บ้านพักหลังเก่า
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#37 บทที่ 37 ที่ว่างข้างเตียง
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#36 บทที่ 36 คนที่เขาเลือกไว้
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
กลรักเมียแต่ง
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













