บทนำ
บท 1
[1] นรกของเขม
"นี่เขม มานี่มาลูกมา"
แด๊ดดี้สุดที่เลิฟกวักมือเรียกฉันเหมือนนางกวัก ขณะที่แม่ฉันนั่งยิ้มหน้าบานอยู่ ฉันรีบเดินเข้าไปนั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามบิดาและมารดาอันเป็นที่รักก่อนจะเอ่ยปากถาม
"นี่มีอะไรกันรึเปล่าคะ หน้าระรื่นเชียวน้าาาา"
ทั้งสองคนหันไปมองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนจะหันมาหาฉันที่หูผึ่งเตรียมฟังทันที
"พ่อกับแม่เนี่ย ว่าจะไปฮันนีมูนวันพรุ่งนี้"
ฉันยิ้มดีใจ เห็นพ่อแม่โหมงานหนักจนไม่มีเวลาให้กัน ฉันเองก็อดเห็นใจพวกท่านไม่ได้
"ดีเลยค่ะ แล้วนี่กะว่าจะไปสักกี่วันหรอคะ"
"1 เดือนค่ะ"
ฉันอ้าปากหวอ นึกว่าจะไปสักอาทิตย์ แต่คุณพ่อคุณแม่เล่นเอาฉันนี่ต้องตกใจเลย ไปทีก็ไปซะนานเลยแฮะ แต่เอาเถอะ ความสุขของคุณพ่อคุณแม่ นานๆทีท่านจะมีเวลาสวีทกันบ้าง ฉันไม่ขัดแข้งขัดขาท่านหรอก
"เพราะฉะนั้นเนี่ยนะ! พ่อกับแม่ลูกเนี่ย เห็นสมควรว่าลูก ไม่ควรจะอยู่บ้านคนเดียว"
ฉันขมวดคิ้ว จะบ้าตายยยย นี่ต้องแบกสังขารไปสิงสถิตอยู่ไหนเนี่ยยย บ้านเพื่อนแม่ บ้านญาติฝั่งแม่ หรือคุณย่าาา
"ลูกต้องไปอยู่กับคุณอาจอแดน"
ฉันเบิกตากว้าง ก่อนใจจะหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ถามพ่อตัวเองปากสั่นๆ สมองตีวนกันไปหมด
"คุณพ่อคะ! แล้วเขมต้องไปอยู่กับอาตอนที่คุณพ่อกับคุณแม่ไปฮันนีมูนเดือนนึงเนี่ยนะคะ?!?!"
ทั้งสองคนพยักหน้าหงึกหงักพร้อมรอยยิ้มมีความสุข แต่ลูกสาวอย่างฉันกลับไม่แฮปปี้เลยสักนิด
เวรแล้วไง ฉันต้องไปอยู่กับคนที่ตอนเด็กๆเคยดุด่าว่าฉันไม่มีมารยาทบ้าง ไม่มีความเป็นกุลสตรีบ้าง ไม่มีความเป็นผู้หญิงบ้าง โอ้ยยยย! แค่คิดก็ปวดหัวจะแย่!
"แต่คุณพ...."
"หยุดเลยค่ะคุณลูกเขมขา เตรียมเก็บของเลยค่ะ พรุ่งนี้เช้า คุณพ่อกับคุณแม่จะไปส่งที่บ้านคุณอาแต่เช้ามืด เพราะบ้านคุณอาอยู่ไกล ฉะนั้นเราจะต้องออกรถแต่เช้าค่ะ"
ว่าจบก็ไม่รอให้ฉันหาข้ออ้าง เดินควงแขนคุยกันกระหนุงหนิงออกนอกบ้านไป ปล่อยให้ฉันต้องเดินขึ้นห้อง ยัดข้าวของใส่กระเป๋าแบบอารมณ์เสียสุดๆ
Jordan : Talk
rrrrrrrr!
จอแดนที่กำลังนั่งเซ็นเอกสาร ต้องขมวดคิ้วเมื่อมองเบอร์หน้าจอ ที่ปกติไม่เคยโทรมาหาเขาเวลานี้
"ครับพี่ทัพ"
"แดนน้องรัก ว่างสักแปปไหม"
"ว่างครับ พี่ทัพมีอะไรสำคัญหรอครับ ปกติไม่เห็นโทรมาเวลานี้"
"พี่รีบว่ะ ฟังนะไอ้แดน พี่กับพี่สะไภ้แกจะไปฮันนีมูนสักเดือน แล้วไม่มีคนดูแลลูกสาวพี่ แล้วพี่เลยกะจะฝากแกดูแลสักเดือน พรุ่งนี้พี่จะไปส่งไว้ให้แกแต่เช้านะเจ้าแดน"
"แล้วทำไมผมต้องรับเขมณีมาอยู่ด้วยล่ะครับ ผมมีงานตั้งเยอะตั้งแยะนะ!!"
"ขอบใจมากเว้ย! น้องรัก!"
ติ้ด!
ผมได้แต่กัดฟัน และโยนโทรศัพท์ไปที่โซฟาด้วยความหัวเสีย ลำพังงานของผู้บริหารก็ปวดหัวจะแย่ ยังจะต้องมารับมือกับยัยหลานหัวแข็ง ที่ไม่ว่าผมจะบอก จะสอน หรือจะห้ามอะไรแค่ไหน แม่นี่ก็ไม่เคยจดเคยจำ
"ให้ตายเถอะ! ทำไมฉันต้องมาดูแลเด็กหัวดื้ออย่างเธอ"
.
.
.
.
เขมมองรูปรวมครอบครัว เมื่อ 7 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยเห็นอาจอดงจอแดนอะไรนี่เลย เหมือนว่ามีแต่คุณพ่อและคุณแม่ ที่ไปเยี่ยมเยียนนานๆที เพราะคุณอาของเธอเหมือนงานจะมัดตัวอยู่ตลอดเวลา
"เชอะ! ตอนเป็นหนุ่มดุยังกะอะไรดี ตอนนี้แก่แล้วคงดุเหมือนตาแก่หนวดยาวเฟื้อยแน่เลย"
เขมมณีพูดพลางย่นจมูก ก่อนจะนึกย้อนไปยังเมื่อ 7 ปีก่อน ที่เธออายุ 13 และอาของเธออายุ 23
'แก~~~ ลิปอันนี้นะ ยัยอะชิบอกฉันว่า ทาปุ๊ปเนี่ยนะ หนุ่มมองกันตรึม แถมยังได้นายไนซ์มาเป็นแฟนด้วยนะ><'
เด็กสาวกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ และบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย เมื่อเพื่อนสาวในสายแนะนำให้ไปซื้อ เผื่อเธอจะมีแฟนกับเค้าบ้าง
'อะแฮ่ม!!!'
เด็กสาวหันหลังกลับตามต้นเสียง ก่อนจะเจอคุณอาหนุ่มหน้าโหดยืนจ้องเขม็งอยู่ จึงรีบกดตัดสายและทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
'เด็กม.ต้น ที่ไหนมาคุยเรื่องผู้ชายกัน! น่าเกลียดจริงๆ'
เด็กสาวมองคุณอารูปหล่อตาเขียวปั๊ด ก่อนจะกอดอก พลางเชิดหน้าอย่างไม่ยอม
'สมัยนี้น่ะนะคะ เขาเสียตัวกันตั้งแต่ ม.ต้นกันด้วยซ้ำ อานี่หัวโบราณจริงๆ'
ว่าจบก็เดินกระฟัดกระเฟียดไป ทิ้งให้อาหนุ่มต้องยืนนิ่ง พลางข่มอารมณ์โกรธตนเองไว้สุดแรง และไปฟ้องพ่อแม่ของเขมมณี ทำให้ยัยเด็กเจนโลกในสายตาเขาโดนลงโทษจนก้นเขียว
Khem : ไอ้คุณอาบ้า!
Jordan : ยัยเด็กเขมน่ารำคาญ!
บทล่าสุด
#62 บทที่ 62 -จบ-
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#61 บทที่ 61 Our Wedding
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#60 บทที่ 60 ตามจีบลูกสาวฉันรึไง?
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#59 บทที่ 59 เจ้าตัวเล็กของแม่
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#58 บทที่ 58 เจ้าของ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#57 บทที่ 57 โจxโรส
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#56 บทที่ 56 กัดไม่ปล่อย
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#55 บทที่ 55 คุณภรรยาครับ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#54 บทที่ 54 วนเวียน
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#53 บทที่ 53 บทรักมัดใจผัว
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"
ฤทธิ์รักแม่ม่าย
เขาหนุ่มโสดหล่อและรวยมากมีสาวๆรุมล้อมอยากเป็นเจ้าของหัวใจ แต่เขากลับหลงเสน่ห์ผู้หญิงที่เขามีวันไนท์สแตนด้วยและไม่รู้เป็นใครแต่พอเจอเลขาของพี่สาวก็ปักใจว่าเธอคือนนั้น แล้วจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
โหด (ร้าย) รัก
"ถ้าแค้นนัก! ก็ฆ่าฉันเสียเถอะ!"
บูรณิมาตะโกนใส่หน้าอย่างเหลืออด
"ถ้าเธอตาย เรื่องนี้ก็หมดสนุกน่ะซี้"
"คนถ่อย!"
"ชมกันบ่อยขนาดนี้ คงได้สลบคาเตียง"
คนหัวใจทมิฬแสยะยิ้มร้าย
"สารเลว!"
"แล้วชอบไหมจ๊ะ ที่มีผัวสารเลวแบบนี้"
"ไปลงนรกซะ!"
"เอากับเธออยู่ขนาดนี้ ไม่ลงนรกหรอกเบบี๋ มีแต่จะขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด" เขาว่าพลางเคลื่อนเข้าหา
"ถะ...ถ้าคุณไม่หยุด ฉันจะกลั้นใจตาย"
"ห้ามคิดแม้แต่จะทำร้ายตัวเอง ชีวิตเธอเป็นของฉัน จะเป็นหรือตายฉันเท่านั้นที่เป็นคนกำหนด ฉะนั้นตราบใดที่ฉันยังใช้งานร่างกายเธอไม่สาสม อย่าได้คิดทำให้ของของฉันมีตำหนิ"
คนโอหังออกคำสั่งอย่างเผด็จการ
"ชีวิตฉันเป็นของฉัน ไม่ใช่ของคุณ"
"ทำไมจะไม่ใช่ คนไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน ไม่มีบ้าน และไม่มีที่ไปอย่างเธอ ต้องมีนายและเจ้าชีวิต และฉันจะเป็นนายและเจ้าชีวิตให้เธอเอง"
ดวงใจแสนเสน่หา
‘ห้ามยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นแบบเมื่อกี้อีกนะเบบี๋…นี่ผัวเอง’
หลังจากอ่านข้อความจบบุปผชาติก็อ้าปากค้าง อีกทั้งนึกเคืองขุ่น คนบ้า! ว่างมากนักหรือไงถึงได้ส่งข้อความมาก่อกวนเธอ และทันใดนั้นก็ฉุกคิดขึ้นได้ นี่เขาให้คนตามดูเธอเหรอ ฮึ่ย…เขาจะกล้าเกินไปแล้วนะ ก่อนที่สาวน้อยจะทำท่าฮึดฮัด แล้วพิมพ์ข้อความกลับไปมือไม้สั่น
‘ผัวไหนไม่ทราบ?’
‘ก็ผัวยาหยีไงจ๊ะ น่าน้อยใจชะมัด เพิ่งขึ้นขี่กันอยู่หลัดๆ ลืมกันได้ลงคอ’ ถ้อยคำตัดพ้อต่อว่ากึ่งประณามแบบขวานผ่าซากที่อีกฝ่ายพิมพ์ส่งมาอย่างรัวๆ ทำให้บุปผชาติหน้าร้อนวาบ
‘ไอ้คนลามก! ป่าเถื่อน! ไร้อารยธรรม!’
‘ผัวก็เป็นทุกอย่างที่เมียยกย่องสรรเสริญนั่นแหละจ้ะยาหยีจ๋า เออ…ว่าแต่ ห้ามยิ้มให้ไอ้หน้าจืดที่ไหนอีกเป็นอันขาดนะ…เข้าใจไหม’
‘จะยิ้มแล้วจะทำไม’
‘ถ้าอยู่ใกล้จะดูดปาก แต่ตอนนี้ชักอยากกระทืบไอ้หน้าจืดที่ยาหยียิ้มให้ชะมัด’
‘ไอ้คนพาล! ฉันจะยิ้มให้ใครมันก็เรื่องของฉัน’
เสน่หาเลขาของมาเฟีย
นักรบ & จอมใจ
เขา…เหมือนกับคนที่มีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา
เธอ…เด็กสาวที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคในชีวิต
“ช่วยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเถอะค่ะท่านประธาน ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันนะคะ”
อยู่ดีๆ วันหนึ่งเธอก็ดันไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับท่านประธานหน้านิ่งสุดแสนจะเย็นชาที่ทำตัวไม่สนโลกอยู่ตลอดเวลาที่เธอทำงานด้วยมาตลอดระยะเวลาสองปี
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ดิบ เถื่อน รัก
เมื่อตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนกับ ‘อดีตเพื่อนรัก’ ที่กลายเป็นเพื่อนชัง เพื่อนที่เธอแอบรักเขาเพียงแค่ข้างเดียว เพื่อนที่ตราหน้าว่าเธอคือคนที่ทำให้ผู้หญิงที่เขารักจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
“ตั้งแต่วันนี้เราขาดกัน! มึงไม่ใช่เพื่อนกูอีกต่อไป อ้อ…แล้วก็จำเอาไว้ด้วยล่ะ ว่าแม้แต่แอบรักกูมึงก็ไม่มีสิทธิ์” เขาประกาศตัดความสัมพันธ์อย่างสิ้นเยื่อขาดใย วาจาทำร้ายหัวใจอย่างแสนสาหัสทำให้เธอน้ำตารื้น
“จอมมึงฟังกูก่อนได้ไหม”
เสียงสั่นเครือพยายามเอ่ยวิงวอน จากนั้นเธอก็วิ่งตามร่างใหญ่ไป แล้วยื้อแขนกำยำเอาไว้สุดแรง ก่อนจะถูกผลักลงไปกองกับผืนทรายร้อนๆ อย่างไร้ปรานี ครั้นจะตามไปยื้ออีกหนก็ต้องผงะ หลับตาปี๋ กลั้นหายใจตัวแข็งทื่อ เมื่อจอมโหดควักปืนออกมายิงเฉียดใบหูไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ปัง!
“ออกไปจากชีวิตกูซะ! แล้วก็อย่ากลับมาให้กูเห็นหน้าอีก!”
เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะทอดสายตาชิงชังมาให้ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง ทิ้งให้คนถูกเขาผลักไสออกไปจากชีวิตร้องไห้ปานปิ่มจะขาดใจ
Not Love | ไม่รัก(อย่ากั๊ก!!)
นั่นคือประโยคที่มันย้ำเตือนให้ฉันเจียมตัวแล้วต้องเลิกรักผู้ชายเย็นชาอย่างพี่เรย์
ในเมื่อเขาบอกกับฉันอย่างชัดเจนขนาดนั้น ฉันคงไม่โง่รักเขาต่อ....













