บทนำ
มันไม่แย่สักเท่าไร เพราะอย่างน้อยก็ได้หลุดพ้นจากสังคมนั้น
ทว่าพอได้งานใหม่
เขาดันเจออดีตเพื่อนซึ่งเคยแอบรัก และเสียดายที่ไม่ได้บอกออกไปตั้งแต่สมัยยังเรียน
เมื่อเรียกความมั่นใจกลับมาได้ เลยเขียนจดหมาย ‘รัก’ อีกครั้งเพื่อไม่ให้รู้สึกติดค้างอย่างที่เคยผ่านมา
แต่ทำไมจดหมายใบนั้นถึงตกไปอยู่ในมือของตัวพ่อ 'แบดบอย’ อย่างท่านประธาน!?
...
“คนหนุ่มสมัยนี้รุกแรงจีบแรงนะ ไม่ได้พักหายใจเลย”
“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ”
“ยอมรับว่าจีบดี ๆ หรือจะโดนหอมให้แก้มช้ำก่อน”
...
บท 1
“เดี๋ยวงานใหม่ผมจะช่วยดูให้นะ” คำพูดเรียบเชียบถูกเอ่ยออกมาจากผู้จัดการฝ่าย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองซองขาวเบื้องหน้าที่ถูกเลื่อนส่งมาถึงมือเขา
ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายในการทำงาน ทั้งที่เมื่อเช้าเขาเพิ่งตั้งมั่นกับตัวเองในกระจก ว่าจะตั้งใจทำงานและไม่สนสิ่งเร้ารอบตัว โฟกัสที่การหาเงินมาใช้จ่ายเอง จะได้ไม่รบกวนป๊าและม้าอีกต่อไป
ล้มเหลว คือสิ่งเดียวที่วนเวียนอยู่ในความคิดของต้นหยง เขาทราบดีว่าเหตุผลการถูกไล่ออกกลางคันมาจากสาเหตุอะไร จึงได้แต่พรูลมหายใจ ก่อนจะโคลงศีรษะเล็กน้อยให้กับคุณอู๋ที่เป็นคนมาแจ้งเรื่องนี้กับเขา
“เรื่องมันไปถึงผู้บริหาร เลยมีการสั่งตรวจสอบ...” อีกฝ่ายเว้นช่วงประโยค ขณะทอดสายตามองเขา ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“บริษัทเราเข้มงวดมาก ต้นหยงรู้ใช่ไหม”
“ผมทราบดีครับ”
“ขอบคุณที่เข้าใจทางเรานะ”
ต้นหยงโคลงหัวอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาละสายตาลงมองซองขาวในมือ ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะมีบริษัทไหนอ้าแขนรับหรือเปล่า เพราะตัวเขามีอายุงานเพียงหนึ่งปี แถมยังถูกเชิญออกกะทันหันอีก
เขาเดินออกมาจากห้องผู้จัดการ เรื่องนี้ทุกคนภายในฝ่ายคงรู้กันหมดแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มองมาทางเขาเป็นตาเดียว ขาเรียวยาวก้าวเข้ามาที่โต๊ะทำงานของตน แล้วหยิบกล่องกระดาษขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะค่อย ๆ เก็บของใช้ลงไปอย่างเป็นระเบียบ
“เดี๋ยวพี่ช่วยเก็บ”
“ไม่เป็นไรครับ ของผมมีนิดเดียว” ต้นหยงหันไปปฏิเสธเธอด้วยรอยยิ้มฝืน ๆ เพราะคนที่เสนอตัวช่วยเขาเป็นหนึ่งในหัวโจกเลยก็ว่าได้ ย้งไม่เข้าใจ..ว่าทำไมบางคนถึงสามารถตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน
ในขณะที่ต้นหยงเก็บของก็ไม่มีใครเดินเข้ามาอีก ทุกคนต่างยินดีที่เขาถูกไล่ออก เพราะคิดว่าตำแหน่งที่เขาได้เลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น เป็นเพราะไปสนิทสนมกับบุคคลหนึ่ง
แม้มีบางส่วนที่เป็นความจริง แต่ต้นหยงเชื่อมั่นในผลงานของตนเองว่าทำออกมาได้อย่างดีที่สุด และสมควรได้รับในสิ่งที่ควรได้
‘ว่าแล้วต้องมีวันนี้’
‘สมน้ำหน้าเนอะ’
ในระหว่างที่กำลังเดินออกไป เขามักจะได้ยินเสียงนินทาตามหลังมาเสมอ แม้กระทั่งตอนนี้
ที่ต้นหยงไม่ได้รู้สึกดิ่งมากเมื่อโดนไล่ออก อาจเป็นเพราะได้ก้าวพ้นออกจากสังคมที่เต็มไปด้วยความไม่จริงใจ แม้เบื้องหน้าจะเป็นบริษัทชั้นนำ แต่บุคลากรกลับไม่ได้เจริญทางจิตใจตาม ทั้งแบ่งพักแบ่งฝ่าย นินทาว่าร้าย เขาเคยเป็นคนที่ต้องฝืนนั่งฟังคนพวกนี้นินทากันเองมาตลอด จนกระทั่งหลายเดือนมานี้กลับเป็นต้นหยงเสียเองที่กลายเป็นหัวข้อสนทนา
ต้นหยงเดินตรงไปยังลิฟต์ พยายามไม่ใส่ใจคำซุบซิบที่ไล่ตามหลัง ในขณะที่กำลังจะกดปุ่มปิด กลับมีมือหนาของใครบางคนแทรกกลางพร้อมสอดตัวเข้ามาภายใน
ต้นหยงเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นใคร อีกฝ่ายเองก็มีสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน แค่คนละความรู้สึก
“ต้นหยง พี่บอกให้รอก่อน พี่กำลังคุยให้” ธีรวิชญ์เดินเข้ามาคว้าแขนของต้นหยง พร้อมบีบเอาไว้แน่นหมายรั้งเขาเอาไว้
“พี่วิชปล่อยครับ”
“ทำไมดื้อแบบนี้ฮะ” วิชดันต้นหยงเข้าไปด้านใน แล้วหันไปกดปิดประตูลิฟต์ก่อนจะมีใครมาเห็น
“ผมดื้อเรื่องอะไรครับ”
“พี่บอกแล้วใช่ไหม ว่าให้รอพี่ก่อนค่อยเข้าไปพบผู้จัดการ” วิชขมวดคิ้ว ไม่ยอมปล่อยข้อมือเล็ก แม้รู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มเจ็บแล้วก็ตาม
“ผมคิดจะลาออกอยู่แล้วครับ”
“พูดอะไร!?” วิชตะคอกใส่ทันทีหลังได้ยินประโยคนั้น
“ปล่อยครับ!” ต้นหยงสะบัดตัวออก พร้อมผลักอกอีกฝ่ายให้ห่างจากตัว
“พี่ควรเลิกยุ่งกับผม แล้วกลับไปสนใจภรรยาตัวเอง”
“ก็บอกแล้วไง ว่าพี่จะหย่ากับขิม!”
“ต่อให้พี่หย่า ก็ไม่ได้ความว่าผมจะยอมเป็นอะไรกับพี่”
“ต้นหยง!!” ธีรวิชญ์ตะคอกออกมาเสียงดัง เขาอุตส่าห์ตามจีบตั้งนานและให้หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง ทว่าพอต้นหยงรู้ความจริงว่าเขาแต่งงานแล้วกลับตีตัวออกหาก ทั้งยังปฏิเสธทุกอย่างที่เขามอบให้ไม่เหมือนที่ผ่านมา
ต้นหยงถอนหายใจ ข่าวลือยังไงก็มีมูล ตั้งแต่เขารู้ความจริง ต้นหยงก็แทบไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลย แต่ธีรวิชญ์กลับตามติดแจ ทำให้พนักงานภายในเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ และเริ่มเอาไปพูดคุยแถมเติมแต่งเรื่องราวเข้าไปอีก ต้นหยงไม่สามารถห้ามปากคนได้ เลยต้องกลายเป็นคนตกงานอยู่นี่ไง
“เลิกยุ่งกับผม” เขาบอกน้ำเสียงเด็ดขาด เป็นเวลาเดียวกันกับที่ลิฟต์เปิดออก ต้นหยงดันอีกฝ่ายแล้วเบี่ยงตัวเดินหนีออกมาทันที
เขาหลีกเลี่ยงทางออกด้านหน้า แล้วมาทางประตูหลังแทน เมื่อพ้นตัวบริษัทแล้วถึงได้ชะลอฝีเท้าลง
“....” ต้นหยงถอนหายใจขณะทอดสายตามองถนนเบื้องหน้า หรือเขาควรกลับบ้านไปพักใจก่อนเริ่มหางานใหม่ ป๊าม้าเองก็คอยโทรมาถามไถ่ทุกวันว่าจะกลับเมื่อไร แต่พอมีเรื่องนี้เข้ามา ต้นหยงกลัวจะหลุดปากพูดออกไปจนทำให้ท่านทั้งสองเป็นห่วง
ร่างสูงโปร่งเดินคอตกมาตามข้างทาง อยากใช้เวลานี้ในการคิดทบทวนว่าควรเอาอย่างไรต่อดี เขาอยากแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อน กระทั่งมาหยุดยืนหน้าร้านกาแฟ
บางทีถ้าได้กินของหวาน ๆ อาจจะช่วยอะไรได้บ้าง คิดได้ดังนั้นจึงดันประตูกระจกเข้าไป
“Latte หวานห้าสิบครับ..แล้วก็เค้กส้มหนึ่งชิ้นครับ” พอจะได้กินของที่ชอบ เขาถึงได้รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย
“Americano ไม่หวาน ไม่เค็ม ไม่เปรี้ยว แก้วหนึ่ง”
ต้นหยงที่กำลังกดโทรศัพท์ขณะยืนรอออเดอร์ของตนเองต้องย่นคิ้วกับประโยคเมื่อครู่ จนต้องเหลือบมองคนข้างกาย
“....” เขาชะงักไปเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยพบคนหน้าตาดีมากในระแวกนี้สักเท่าไร ไหนจะความสูง ใบหน้าคมหล่อเหลา จมูกโด่งเป็นสันเด่นชัด ผิวขาวเนียนตัดกับผมสีควันบุหรี่โคนดำ ทำให้ดูน่าค้นหาแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน
“เดี๋ยวผมสั่งให้ดีกว่าไหมครับ”
“ไม่ต้อง เรื่องแค่นี้ฉันทำเองได้”
ต้นหยงรีบดึงสติตัวเองกลับมา หลังจากได้ยินคนข้างกายและใครอีกคนเริ่มสนทนากัน แถมทั้งคู่ดูเหมือนไม่ใช่คนธรรมดา จากชุดแต่งกายและการวางมาด
แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองอีกครั้ง เขาอยากมีส่วนสูงและสัดส่วนใบหน้าให้ได้ครึ่งแบบนี้จัง แต่เหมือนจะเผลอสำรวจนานไปเสียหน่อย ทำให้คนข้างกายที่รู้ตัวหันมาย่นคิ้วใส่และจ้องกลับมาบ้าง จ้องในแบบที่ทำให้คนเผลอเสียมารยาทอย่างเขาเลิ่กลั่กทันที
“ออเดอร์ที่ 44 ได้แล้วค่ะ”
ต้นหยงเบนสายตาไปทางอื่น แล้วรีบรับออเดอร์ของตัวเองมาถือเอาไว้ ก่อนจะปลีกตัวไปนั่งที่โต๊ะมุมประจำ
ต้นหยงผ่อนลมหายใจ เกือบมีเรื่องแล้วไหมล่ะ สายตาของบุคคลเมื่อครู่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับใครสักเท่าไรเลย เขานั่งดื่มกาแฟและกินเค้กรสชาติโปรดเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้ ในระหว่างนั้นก็ใช้เวลาว่างหางานไปพลาง ๆ
ทว่าความรู้สึกแปลก ๆ ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมา และพลันสบเข้ากับนัยน์ตาคมดวงหนึ่งพอดิบพอดี
“....” ต้นหยงกลืนน้ำลายลงคอ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ขมวดคิ้วจนแทบผูกเป็นปม แถมจ้องหน้าเขาอีก
ต้นหยงกระแอมในลำคอรีบก้มหน้าลงแกล้งกดโทรศัพท์ทันที เขาสาบานเลยว่าเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมานิดหน่อย ท่าทางอย่างกับมาเฟียในหนังไม่มีผิด ต้นหยงรีบกินเค้กรวมถึงกาแฟให้หมดแล้วลุกขึ้นเดินออกไปทางหลังร้านทันที
แต่เพราะกินกาแฟทีเดียวหมดแก้ว เลยทำให้ต้องวนกลับมาแวะเข้าห้องน้ำของทางร้านอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งใช้เวลาพอสมควร
จริง ๆ ถ้าไม่ถูกมองหน้าเหมือนหาเรื่องเขาคงจะนั่งเล่นสักชั่วโมงหรือสองชั่วโมง ยิ่งอุณหภูมิสามสิบสี่องศาทำเขาไม่อยากเดินทางกลับหอตอนนี้เลยด้วยซ้ำ
เมื่อเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็รีบเดินออกทางหลังร้าน เพราะมีตรอกซอยหนึ่งให้ใช้เป็นทางลัดไปป้ายรถเมล์ได้ แต่แดดก็แรงเปรี้ยงปร้างเสียจนต้องหยีตาและก้มหน้าลงเล็กน้อย เขาก้าวเดินเร็วจนไม่ได้คำนึงถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ปึก!!
“อ๊ะ ขอโทษครับ” ต้นหยงแสดงสีหน้าเหลอหลาทันทีที่เขาไม่ทันระวังแล้วไปเดินชนใครเข้า
ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสีชามองมวนบุหรี่ของตนที่ตกอยู่บนพื้น
“อ่า เวรเอ้ย”
คำสบถจากเสียงทุ้มแผ่วเบาทำย้งขนลุกวาบ เพราะคนที่เขาชนดันเป็นคนเดียวกันกับในร้านกาแฟ
“ขะ..ขอโทษจริง ๆ ครับ ผมไม่คิดว่าจะมีคนเดินอยู่แถวนี้” ต้นหยงรีบก้มลงเก็บบุหรี่ขึ้นมา แล้วทำท่าจะส่งมันคืนให้เจ้าของ หากไม่เห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของอีกฝ่ายจนชะงักไปเสียก่อน
“ตกพื้นแล้วคิดว่าจะสูบได้หรือไงวะ?”
ต้นหยงกะพริบตาปริบ เชยสายตาขึ้นมองบุคคลตรงหน้าที่กำลังเสยผมสีเทาขึ้นลวก ๆ
“ผมไม่ได้ตั้งใจ..” ต้นหยงกล่าวเสียงอ่อย ทำคนที่กำลังหงุดหงิดและไม่ได้สนใจคู่กรณีต้องละสายตาขึ้นมามอง ร่างสูงใหญ่นิ่งไปชั่วครู่ มือหนาหยิบบุหรี่อีกมวนขึ้นมาจุดสูบ แล้วเบนสายตาไปทางอื่น ก่อนจะกลับมาทิ้งสายตาไว้ที่ต้นหยง ซึ่งเป็นอย่างนี้สลับกันหลายครั้ง จนต้นหยงตัวเกร็งเพราะไม่กล้าเดินออกไปเฉย ๆ
“มุกเห่ย ๆ ดูละครมากไปหรือเปล่า”
“ครับ?”
ต้นหยงกะพริบตาปริบ ไม่เข้าใจคำถามนั้นสักเท่าไร อีกฝ่ายหมายถึงเรื่องอะไรกันแน่ และดูเหมือนการแสดงออกทางสีหน้าของเขาจะทำให้ผู้ชายตรงหน้าร้อง ‘ฮึ’ ออกมาในลำคอ
“เดี๋ยวผมชดใช้ค่าบุหรี่ให้ ซองเท่าไรเหรอครับ” ต้นหยงรีบรูดซิบกระเป๋าผ้า แล้วหยิบกระเป๋าเงินใบเล็กออกมา ทำหล่นแค่มวนเดียว แต่เขาอุตส่าห์ใจป้ำชดใช้ให้ทั้งซอง อีกฝ่ายคงไม่ติดใจหรือคิดทำอะไรเขาหรอก..ใช่ไหม
“ฉันไม่เอาของแทนตัวของใคร”
“....” ต้นหยงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สีหน้าบ่งบอกว่างงกับประโยคที่เอ่ยออกมาของอีกฝ่ายจริง ๆ
แค่จะเอาเงินให้เป็นค่าเสียหาย..
“คุณสองครับ ผมว่า..” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งข้างกายเหมือนพยายามจะพูดอะไรออกมา
“หยุดเลย นายก็เข้าใจดีว่าเป็นจิตวิทยาที่ทำให้ฉันจดจำและนึกถึง”
มือหนายกขึ้นปรามมือขวาของตนเอง ก่อนปรายตามองคู่กรณีที่กำลังยืนอ้าปากค้าง
ต้นหยงมองร่างสูงใหญ่ที่คาบมวนบุหรี่ไว้ในปาก สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
“สมถุยกางร่มซิ”
เสียงทุ้มแหบใช้ช่องว่างจากปากอีกฝั่งที่ไม่ได้คาบบุหรี่หันไปสั่งมือขวาของตน ก่อนคนที่ชื่อ‘สมถุย?’ จะรีบกางร่มสีดำสนิท นัยน์ตาคมหันกลับมาที่ย้งอีกครั้ง ก่อนช่วงขายาวจะก้าวเยื้องวนรอบตัวต้นหยงช้า ๆ
เขาไม่เข้าใจ ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ต้องทำเหมือนสำรวจเขาด้วย ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันเกิดจากการเดินชน และบุหรี่ตกเพียงแค่มวนเดียว
“ก็พอใช้ได้” พอเดินวนครบสามรอบ อีกฝ่ายถึงกลับมายืนตรงหน้าเขา ใบหน้าหล่อเหลาเชิดขึ้นเล็กน้อย รวมถึงนัยน์ตาคมกริบที่กดลงมองมาด้วยเช่นกัน นิ้วเรียวยาวคีบมวนบุหรี่ออกจากปากแล้วปล่อยกลุ่มควันสีขาว จนต้นหยงต้องเบี่ยงตัวหนี
“เอาเบอร์มาสิ”
“ครับ?” ต้นหยงเอียงคอ รู้สึกคันยุบยิบที่ศีรษะทันที
เขาพลาดอะไรตรงไหนไปหรือเปล่า? เป็นคำถามที่คิดอยู่ภายในใจซ้ำ ๆ
บทล่าสุด
#29 บทที่ 29 3
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#28 บทที่ 28 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#27 บทที่ 27 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#26 บทที่ 26 ปัจฉิมบท
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#25 บทที่ 25 ตอนที่ 25
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#24 บทที่ 24 ตอนที่ 24
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#23 บทที่ 23 ตอนที่ 23
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#22 บทที่ 22 ตอนที่ 22
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#21 บทที่ 21 ตอนที่ 21
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#20 บทที่ 20 ตอนที่ 20
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก













