บทนำ
ลูกเสี้ยวเยอรมันจีน เขาเป็นทายาทมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในมาเก๊าและฮ่องกง แต่กลับต้องมาเรียนในเมืองไทยเพราะถูกคนของศัตรูปองร้าย เขาจึงต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงไว้ ตอนกลางวันเขาจะทำตัวเป็นเด็กเนิร์ดอยู่ในมหาลัยเพื่อไม่ให้มีใครสนใจ แต่พอกลางคืนเขาก็กลายเป็นเสือที่จ้องขย้ำเหยื่อ แต่แพรนลินคิดอยากจะลองดีนัก เขาก็จะสนองให้
แพรนลิน ศรีสมบัติ อายุ 20 ปี
ลูกสาวเจ้าโรงแรมในเมืองพัทยา เธอเป็นนักศึกษาปี2 เธอพบกับฝรั่งหน้าหล่อที่ย้ายมาเรียนกะทันหัน แต่นายนั่นกับไม่ยอมสนใจเธอเหมือนผู้ชายคนอื่นเธอจึงต้องงัดสาระพัดวิธีที่จะทำให้เขามาสยบแทบเท้าเธอให้ได้ แต่แล้วสิ่งที่เขาฝากไว้คือทายาทตัวน้อยๆต่างหาก
บท 1
"แกต้องไปเมืองไทย" มาโคเอ่ยบอกลูกชายคนเดียวที่ตอนนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะตอนนี้เขากำลังล้มแก้งค์แบล๊คดาก้อนให้หมดไปเพื่อจะได้เป็นหนึ่งเดียวในมาเก๊าและฮ่องกง เขาจึงต้องส่งลูกชายคนเดียวไปหลบที่เมืองไทยเพื่อความปลอดภัย
"ผมไม่อยากไป ผมอยากช่วยแด๊ด" ลีโอเอ่ยบอกบิดาถึงแม้เขาจะอายุแค่ยี่สิบเอ็ดแต่เขาก็เรียนการต่อสู้มาอย่างดี
"ไม่ได้ แด็ดเหลือแกแค่คนเดียวแด๊ดไม่มีทางให้แกตายแบบอาเหมยเด็ดขาด" มาโคพูดถึงภรรยาที่ล่วงลับไปเพราะถูกเจมส์ เอโรนิกส์ฆ่าตายเมื่อสิบปีก่อน จนตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะได้แก้แค้นให้ภรรยาของเขาแล้ว
"ผมก็เหลือแค่แด๊ดคนเดียวเหมือนกัน" ลิโอยังเอ่ยโต้กลับบิดา
"แกต้องไปนี่คือคำสั่งของฉันลีโอ" มาโคเอ่ยเสียงดังอย่างทรงอำนาจ
"แต่" ลีโอเอ่ยออกไปก็ทำหน้าเศร้าๆ
"แกโตแล้วนะลีโอ ต่อไปแกต้องมาสานต่อธุรกิจทั้งหมดของพ่อแกจะอ่อนแอไม่ได้" มาโคพูดออกมาจริงจัง
"ก็ได้ครับแด๊ด แล้วผมต้องไปเมื่อไหร่" ลีโอเอ่ยถามบิดา
"พรุ่งนี้ แด๊ดจะให้โทนี่ไปกับแกด้วย แล้วอีกอย่าง แด๊ดยกธุรกิจที่ไทยให้แกดูแล แต่แกห้ามเปิดเผยตัวเองกับใครทั้งนั้นจนกว่าเรื่องทางนี้จะจบ" มาโคเอ่ยบอกลูกชายเพราะเป็นห่วง จึงให้โทนี่ตามไปคอยดูแลลูกของเขา
"ครับแด๊ด" ลีโอเอ่ยออกไปก็เข้าไปกอดบิดา
ด้านแพรนลินที่กลับบ้านดึกจากการสังสรรค์กับเพื่อนๆก็ไม่ตื่นนอน จนผู้เป็นแม่ต้องขึ้นมาหาถึงที่เพราะให้ใครมาปลุกยัยลูกสาวตัวแสบก็ไม่ยอมลุก
"ตื่นได้แล้วยัยแพร เราจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน นี่มันสามโมงแล้วนะ ลุกขึ้นมาแต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวต้องไปงานเลี้ยงกับแม่อีกนะยัยแพร" พรพรรณเอ่ยบอกลูกสาวก็เขย่าตัวลูกสาวไป
"โอ้ยคุณแม่ แพรขอนอนอีกแปปนึงไม่ได้เหรอคะ" แพรนลินเอ่ยบอกก็งัวเงียเอ่ยบอกมารดาไปแบบง่วงๆ
"ไม่ได้ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นแม่จะตัดเงินบัตรเคดิตเราทั้งหมด" พรพรรณเอ่ยขู่ลูกสาวไป
"ตื่นก็ได้ค่ะ อย่าตัดวงเงินแพรเลยนะคะ จุ๊บ" แพรนลินบอกไป ก็ลุกขึ้นไปอ้อนมารดาก่อนจะหอมแก้มไปหนึ่งที
"เรานี่นะ ไปอาบน้ำได้แล้วไป " พรพรรณเอ่ยออกไปเพราะกลิ่นเหล้าจากตัวลูกสาวฟุ้งกระจายเข้าจมูกจนน่าเวียนหัว
"ค่ะคุณแม่ " แพรนลินพูดออกไปก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำ พรพรรณมองตามอย่างเหนื่อยใจกับลูกสาวคนนี้
"ชุดมาแล้วค่ะคุณพรรณ" ชื่นเอ่ยบอกแล้วถือชุดราตรีไว้ในมือ
"เดี๋ยวชื่นดูยัยแพรนะ ฉันไม่ไหวแล้ว" พรพรรณเอ่ยบอกก็เดินออกไป จากนั้นชื่นก็จัดการช่วยคุณหนูที่เธอรักดังลูกสาวคนหนึ่งแต่งตัวทันที
"ป้าชื่นคะ แพรไม่อยากไปเลยงานเลี้ยงอะไรนี่เลยเลยค่ะ" แพรนลินเอ่ยออกมาอย่างไม่ชอบใจที่เธอต้องไปงานเลี้ยงพวกนี้
"ทำไมล่ะคะ เป็นงานของคุณสิตา คุณหนูยิ่งต้องไป" ชื่นเอ่ยบอกแพรนลิน
"ก็เพราะเป็นงานของพี่สิตาเนี่ยแหละค่ะ แพรเลยไม่อยากไป ป้าชื่นก็รู้นิคะว่าพี่สิตาชอบกัดแพรจะตาย ถ้าไม่ใช่ญาติกันล่ะก็ แพรจะจัดการให้เข็ด " แพรนลินเอ่ยออกไปทำหน้ามุ้ย
"ไม่พูดแบบนั้นสิคะ เดี๋ยวคุณพรรณได้ยินจะดุเอานะคะคุณหนู" ชื่นเอ่ยเตือนแพรนลินไป
"ช่างเถอะค่ะ ยังไงแพรก็ไม่เคยดีในสายตาใครอยู่แล้ว" แพรนลินเอ่ยออกมาอย่างน้อยใจเพราะพ่อกับแม่ของเธอมักจะทำงานจนลืมสนใจเธอ
"ไม่จริงนะคะ คุณหนูยังมีคุณพ่อคุณแม่แล้วก็ป้าไงคะที่รักคุณหนู" ชื่นเอ่ยบอกออกไปด้วยรอยยิ้ม
"ก็คงมีแต่ป้าชื่นแหละค่ะที่ใส่ใจแพร" แพรนลินเอ่ยออกไปแบบน้อยอกน้อยใจ
"ทุกวันนี้ท่านทั้งสองทำทุกอย่างก็เพื่อคุณหนูนะคะ อย่าคิดน้อยใจท่านเลยค่ะมันบาปนะคะ"ชื่นเอ่ยออกไปก็จับมือของแพรนลินไว้
"แพรแค่น้อยใจเท่านั้นแหละค่ะ ยังไงแพรก็รักพ่อกับแม่อยู่ดี แล้วก็รักป้าชื่นด้วย" แพรนลินเอ่ยออกไปก็เข้าไปกอดแม่นมที่ดูแลเธอมาตั้งแต่เล็กๆ
"งั้นก็ลงไปข้างล่างได้แล้วค่ะ เดี๋ยวจะไปงานไม่ทัน" ชื่นเอ่ยบอกแพรนลินก็จูงมือเธอลงไปข้างล่าง
"อ้าว พี่พิทจะไปไหนคะนั่น" แพรนลินเอ่ยถามพาทิศ หลานของป้าชื่นที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ ที่ถือกระเป๋าใบใหญ่อยู่ห้องนั่งเล่น
"เราเที่ยวจนไม่สนใจพี่เลยสินะ ถึงไม่รู้ว่าพี่จะไปต่อโทที่อเมริกา" พาทิศเอ่ยออกไปก็ทำหน้างอนๆอย่างล้อเล่น
"สนใจสิคะ แล้วจะไปวันนี้เลยเหรอคะ" แพรนลินเอ่ยถามออกไปก็เข้าไปเกาะแขนพี่ชายที่เธอรักเหมือนพี่ชายแท้ๆ
"อืม เราอยู่ที่นี่ก็อย่าทำให้คุณท่านเสียใจนะ แล้วก็ตั้งใจเรียนอย่าเที่ยวให้มาก ต่อไปพี่คงดูแลเราตลอดไม่ได้แล้ว" พาทิศพูดออกไปก็ใช้มือลูบผมของแพรนลินอย่างรักใคร่
"แล้วแบบนี้เวลาแพรเมา ใครจะไปรับแพรละคะเนี่ย" แพรนลินเอ่ยออกไปก็ทำหน้าเศร้าๆ เพราะเวลาเธอไปเที่ยวพี่ชายคนนี้จะคอยไปรับเธอเสมอ
"เราก็ไม่ต้องไปเที่ยวสิ" กำพลเอ่ยออกมาเมื่อเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพอดี
"สวัสดีครับคุณท่าน" พาทิศเอ่ยออกไปก็ยกมือไหว้กำพลและพรพรรณที่เดินเข้ามาอย่างเคารพรัก เพราะทั้งสองส่งเสียเขาเรียนจนจบปริญญาเป็นหมอดังที่เขาฝัน แถมยังพ่วงด้วยยศผู้หมวดอีกต่างหาก
"จะไปวันนี้แล้วเหรอตาพิท" พรพรรณเอ่ยถามออกไปแบบสงสัย
"ครับคุณท่าน ทางมหาลัยที่นั่นเขาเรียกตัวแล้วครับ" พาทิศเอ่ยบอกแล้วก็ยิ้มออกไป
"ฉันล่ะภูมิใจแทนชื่นจริงๆ ดูสิตาพิททั้งเก่งทั้งฉลาดจนได้ทุนไปเรียนต่อถึงต่างประเทศ " พรพรรณเอ่ยออกมาแล้ว หันมามองลูกสาวของตัวเองแบบเหนื่อยใจ ที่ไม่เอาไหนซะเลย
"คุณพรกับคุณพลต่างหากค่ะ ที่ทำให้ตาพิทมีทุกวันนี้ได้ " ชื่นเอ่ยออกมาก็ยิ้มอย่างมีความสุข
"อ่ะเอานี่ไป" กำพลพูดออกไปก็ยื่นเช็คเงินจำนวนห้าล้านบาทให้กับพาทิศไป
"ผมขอไม่รับนะครับ ที่ผ่านมาผมก็ได้จากท่านมาเยอะแล้ว" พาทิศเอ่ยออกไป
"ถือซะว่าเป็นเงินของป้ากับลุงที่ให้เราเป็นรางวัลนะลูก กว่าเราจะกลับมาก็อีกตั้งนานเงินทุนจะไปพอใช้อะไร เอานี่ไปนะลูกไม่งั้นป้าโกธรเราจริงๆด้วย" พรพรรณเอ่ยเสริมออกไป
"ถ้าพี่พิทไม่เอา แพรเอานะคะ" แพรนลินแซวออกมา
"ก็ได้ครับคุณท่าน ขอบคุณครับ ชีวิตนี้ผมไม่รู้จะตอบแทนท่านทั้งสองยังไงแล้วครับ" พาทิศรับเช็คมาแล้วไหว้ขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งสอง
"ไม่ต้องตอบแทนลุงกับป้าหรอก แค่เราช่วยดูแลยัยแพรแค่นี้ลุงก็พอใจแล้ว" กำพลเอ่ยออกไปเพราะเขาก็รักพาทิศไม่ต่างจากลูกชายแท้ๆ เพราะเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ
"ครับคุณท่าน ต่อไปผมจะดูแลน้องแพรเองครับ" พาทิศเอ่ยบอกออกไป จากนั้นพาทิศก็กล่าวลาทุกคนก่อนจะเดินทางไปสนามบิน
"ร้องไห้ทำไมยัยแสบ พี่เขาไปแค่สองปีเองดูสิหน้าสวยๆเลอะหมดแล้ว" กำพลเอ่ยบอกเมื่อเห็นลูกสาวร้องไห้
"แพรเปล่าสักหน่อย " แพรนลินพูดไปก็ปาดน้ำตา จนพ่อแม่และป้าชื่นหัวเราะใส่เธอที่เป็นเด็กขี้แย
หลังจากพาทิศมาลาไปเรียนต่อ กำพลก็พาภรรยาและลูกสาวไปงานเลี้ยงวันเกิดของหลานสาวต่อทันที
"กำพล พี่กำลังรอแกอยู่พอดี" กอบพลเอ่ยทักเมื่อเห็นน้องชายตัวเองเดินเข้ามา
"สวัสดีค่ะคุณอา" วาสิตาเอ่ยไหว้ผู้เป็นอาก่อนจะหันไปไหว้พรพรรณอีกคน
"ไว้พระเถอะลูก นี่จ้ะของขวัญวันเกิด" พรพรรณพูดไปก็ยื่นกล่องของขวัญให้หลานสาว
"ยัยแพร สวัสดีคุณลุงกอบสิต้องให้พ่อบอกรึไง" กำพลเอ่ยกระซิบลูกสาว
"สวัสดีค่ะคุณลุง พี่สิตา" แพรนลินไหว้อย่างไม่เต็มใจนัก เพราะแท้จริงแล้วสองพ่อลูกนี่ก็ไม่ได้อยากนับญาติกับเธอนักหรอก อีกอย่างเธอเคยได้ยินพ่อกับแม่คุยกันว่าลุงกอบพลโกงคุณพ่อของเธอไปหลายล้าน แต่คุณพ่อก็ให้อภัยเพราะเป็นพี่น้องกันจึงไม่ว่าอะไร แต่สำหรับเธอมันไม่ใช่
"ไม่มีของขวัญให้พี่เหรอจ้ะน้องแพร" วาสิตาเอ่ยถามแล้วยิ้มให้พร้อมสายตาท้าทาย
"ได้ไปก็เยอะแล้วนี่คะ จะเอาอะไรอีก" แพรนลินเอ่ยออกไป
"ยัยแพร" กำพลดูลุกสาวเสียงเข้ม
"ไม่เป็นไรหรอกน่า หลานแพรคงแค่ล้อเล่นอย่าไปดุเลย"กอบพลเอ่ยออกไปทั้งที่ในใจเกลียดแพรนลินมาก
"แพรขอตัวไปเดินเล่นก่อนนะคะ"แพรนลินไม่อยากพูดคุยต่อจึงขอตัวออกมา
"เดี๋ยวสิตาไปดูน้องเองค่ะ" วาสิตาเอ่ยออกมาก็เดินตามแพรนลินไปอย่างแค้นเคือง
"แกคิดว่าแกเป็นใคร ถึงมาว่าให้ฉันแบบนั้น" วาสิตาเอ่ยออกมา เมื่ออยู่กับแพรนลินที่สวนสองคน
"หึ ก็เป็นคนที่ทำให้พี่สิตากับลุงกอบมีเงินใช้มือเติบขนาดนี้ไงคะ เงินที่แอบโกงพ่อแพรไปคงใช้สนุกเลยสิท่า" แพรนลินพูดออกไปก็แสยะยิ้มใส่
"ยัยแพร แก" วาสิตาเอ่ยออกไปอย่างโกธรแค้น
"ทำไมคะ ที่ไม่เถียงเพราะมันเรื่องจริงสินะ" แพรนลินเอ่ยออกไปอย่างไม่กลัวแล้วเดินเฉิดออกไปทันที
"สักวันฉันจะเหยียบแกให้จมดินยัยแพร" วาสิตาเอ่ยออกมาแล้วกำมัดแน่นอย่างโกธรเคือง
พอแพรนลินออกมาจากสวนหลังจากที่ต่อปากต่อคำกับวาสิตาแล้ว เธอจึงโทรให้ปาริตาเพื่อนสาวคนสนิทให้มารับออกไปจากงานนี้
"ยัยแพรกลับมารึยังชื่น" พรพรรณเอ่ยถามเมื่อเข้ามาในบ้าน เพราะลูกสาวตัวแสบเล่นออกจากงานโดยไม่บอกไม่กล่าว
"กลับมาแล้วค่ะ แล้วก็กลับกรุงเทพไปแล้วค่ะ" ชื่นเอ่ยบอกพรพรรณ เพราะแพรนลินเรียนที่กรุงเทพ จึงเดินทางไปมาระหว่างพัทยากับกรุงเทพเสมอ
" ก่อเรื่องแล้วก็หนีกลับกรุงเทพตลอด" พรพรรณเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยใจ
"เอาน่า ลูกคงกลับไปเรียนเดี๋ยวเงินหมดยัยแพรก็กลับมาเองแหละน่า" กำพลเอ่ยออกไปเพราะลูกสาวมักจะทำแบบนี้เสมอ
"รอบนี้ใครมารับล่ะ ยัยริต้าหรือว่ายัยแพท" พรพรรณหันไปถามชื่น
"คุณริต้าค่ะ" ชื่นตอบออกไปก็ยิ้มแห้งๆให้พรพรรณ
จากนั้นพรพรรณก็โทรหาริต้าเพื่อนของลูกสาวทันที เพราะติดต่อลูกสาวตัวเองไม่ได้ และเธอก็ติดต่อปาริตาไม่ได้เช่นกัน
ด้านแพรนลินก็มาถึงคอนโดที่บิดาซื้อให้ก็บอกให้เพื่อนสาวไปเที่ยวต่อ วันนี้เธอไม่มีอารมณ์จะไปไหนทั้งสิ้น
บทล่าสุด
#84 บทที่ 84 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#83 บทที่ 83 ติดตาม 18+
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#82 บทที่ 82 มีความสุข 18+
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#81 บทที่ 81 ถ่ายหนังสด 18+
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#80 บทที่ 80 เวลาของเรา 18+
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#79 บทที่ 79 ทำไม่เป็น 18+
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#78 บทที่ 78 แต่งงานกันนะ
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#77 บทที่ 77 เซอร์ไพร์ส
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#76 บทที่ 76 ทำอะไร
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#75 บทที่ 75 เติมเต็มกันและกัน 18+
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
ภรรยาลับของคุณหมอปัณ
นภัสสรยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อชีวิตแม่
ขณะที่หมอปัณ… ผู้ชายเย็นชาที่ไม่เชื่อในความดีของใคร กลับลงโทษเธอจากความเข้าใจผิดในคืนหนึ่งที่เปลี่ยนชะตาไปตลอดกาล
เขาเรียกเธอว่า... ผู้หญิงหน้าเงิน แต่กลับกักขังเธอไว้ข้างกายด้วยเงินและความปรารถนา
เมื่ออดีต ความลับ และเด็กในท้องปรากฏขึ้น ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อ… จะกลายเป็นความรัก หรือพันธะที่ไม่มีวันหลุดพ้น
นิยายดรามาร้อนแรง จากความแค้น สู่รักที่เจ็บที่สุด
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้













