ทะลุมิติมาเป็นสตรีแดนเถื่อน

ทะลุมิติมาเป็นสตรีแดนเถื่อน

นิราวดี บุญครอง · เสร็จสิ้น · 211.1k คำ

917
ยอดนิยม
967
การดู
15
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

ทะลุมิติมาทั้งที ดันต้องรับมรดกเป็นโรงเตี๊ยมใกล้เจ๊งกับหนี้ก้อนโตในดินแดนเถื่อนที่คนมีปืนมีสิทธิ์พูดมากกว่าคนมีเหตุผล!

ซูจิ่วหนิง อดีตนักกีฬายิงปืนระดับชาติ ไม่คิดยอมก้มหัวให้โชคชะตา เธอจะใช้ฝีมือยิงปืน ไหวพริบทางการค้า และสองมือของตัวเอง พลิกโรงเตี๊ยมซอมซ่อให้กลายเป็นกิจการที่ไม่มีใครกล้าเหยียบย่ำง่าย ๆ ต่อให้ต้องเผชิญเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล หนี้สินที่เต็มไปด้วยข้อกังขา หรือเกมสกปรกจากคนที่คิดว่าตนมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง เธอก็จะสู้จนถึงที่สุด!

แต่สิ่งที่รับมือยากที่สุดกลับไม่ใช่ศัตรู หากเป็นจ้านถิงเซียว เจ้าพ่อเหมืองทองผู้เย็นชาและคุ้นเคยกับการออกคำสั่ง ชายที่มีทั้งเงิน อำนาจ และความสามารถจะมอบทุกอย่างให้เธอได้…ยกเว้นการบังคับให้เธอรักเขา

เมื่อหญิงสาวไม่ยอมเป็นสมบัติของใคร และชายผู้เคยคิดว่าทุกอย่างซื้อได้ต้องเรียนรู้ที่จะรักโดยไม่ครอบครอง เรื่องราวของหนี้แค้น ธุรกิจ และหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้น

เพราะตำแหน่งนายหญิงแห่งแดนเถื่อน ไม่ได้ได้มาจากการยืนข้างเจ้าพ่อ แต่ได้มาจากการสร้างอาณาจักรด้วยมือของตัวเอง!

บท 1

“หมอบลง!”

เสียงตะโกนเป็นภาษาอังกฤษดังขึ้นพร้อมกับกระสุนที่พุ่งเฉี่ยวผ่านใบหูของซูจิ่วหนิง เศษไม้จากล้อเกวียนแตกกระจายใส่ใบหน้า เธอสะดุ้งสุดตัวก่อนทิ้งร่างลงกับพื้นทรายโดยสัญชาตญาณ

อะไรเนี่ย?!

เมื่อครู่เธอยังอยู่ในสนามฝึกซ้อม กำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันยิงปืนรายการสำคัญอยู่แท้ ๆ แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาอยู่กลางทะเลทรายที่เต็มไปด้วยเสียงปืนได้?

กลิ่นดินแห้งปะปนกับกลิ่นควันดินปืนลอยอยู่ในอากาศ รอบตัวมีเกวียนหลายคันจอดขวางกันอย่างไร้ระเบียบ ม้าส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก ผู้คนวิ่งหนีกระจัดกระจาย ขณะที่กลุ่มชายสวมหมวกปีกกว้างและผ้าปิดหน้าขี่ม้าล้อมขบวนคาราวานเอาไว้

“ส่งเงินกับสินค้ามาให้หมด! ใครขัดขืน ฉันจะยิงทิ้งตรงนี้!”

ชายร่างใหญ่คนหนึ่งตะโกนพร้อมยกปืนขึ้นเล็งใส่พ่อค้าสูงวัยที่กำลังคุกเข่าอยู่ข้างเกวียน

นี่ไม่ใช่การถ่ายหนังแน่ ๆ

ซูจิ่วหนิงกดตัวต่ำ มือหนึ่งปัดทรายออกจากดวงตา อีกมือสำรวจร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าที่สวมอยู่ไม่ใช่ชุดกีฬาที่เธอจำได้ แต่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวกับเสื้อกั๊กหนังสีน้ำตาล กางเกงขายาวสีเข้มเปื้อนฝุ่น รองเท้าบูตหนังเก่าจนมีรอยแตก

เอวด้านขวามีซองปืนติดอยู่

เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนค่อย ๆ เอื้อมมือแตะด้ามปืนที่เหน็บอยู่

ปืนพกแบบลูกโม่

เมื่อดึงออกมาตรวจดู เธอก็พบว่ามีกระสุนอยู่ในรังเพลิงหลายลูก แม้ไม่ใช่อาวุธที่คุ้นเคยที่สุด แต่สำหรับคนที่ผ่านการฝึกยิงปืนมาหลายปี การจับน้ำหนักและประเมินสภาพอาวุธย่อมไม่ใช่เรื่องยาก

สิ่งที่น่ากลัวกว่าปืนในมือคือความจริงที่ว่าเธอไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

“เฮ้! ผู้หญิงคนนั้นน่ะ!”

เสียงตะโกนดังมาจากทางซ้าย

ซูจิ่วหนิงหันไปเห็นชายคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีโจร เขาสะดุดก้อนหินจนล้มลงใกล้เกวียนที่เธอใช้กำบังอยู่ ชายคนนั้นพยายามคลานต่อ แต่โจรขี่ม้าคนหนึ่งตามมาทันอย่างรวดเร็ว

“แกคิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือไง?”

โจรยกปืนขึ้น

“อย่านะ!”

ซูจิ่วหนิงตะโกนออกไปโดยไม่ทันคิด

โจรหันมามองเธอ สีหน้าประหลาดใจอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะเยาะ

“โอ้โฮ วันนี้มีของแถมด้วยนี่หว่า”

เขาบังคับม้าให้เดินเข้ามาใกล้ แล้วชี้ปลายปืนมาทางเธอ

“ออกมา ยกมือขึ้น แล้วส่งปืนมาให้ฉัน”

ซูจิ่วหนิงไม่ขยับ

เธอเหลือบมองชายที่บาดเจ็บอยู่ข้างเกวียน ก่อนประเมินระยะห่างระหว่างตัวเองกับคนบนหลังม้า หากยอมทำตาม อย่างมากเธอก็อาจถูกจับไปพร้อมกับคนอื่น หากขัดขืนโดยไม่คิดให้ดี เธออาจถูกยิงก่อนมีโอกาสลั่นไกด้วยซ้ำ

เธอไม่ใช่ยอดมนุษย์ และไม่ได้คิดจะเล่นบทวีรสตรีช่วยคนทั้งโลก

แต่ถ้าปล่อยให้คนที่ไม่มีทางสู้ถูกยิงต่อหน้าต่อตา ทั้งที่ตัวเองยังมีโอกาสทำอะไรได้บ้าง เธอก็คงไม่อาจนั่งนิ่งได้

“ฉันบอกให้ออกมา!”

โจรกระชากบังเหียน ม้าก้าวเข้ามาอีกสองก้าว

ซูจิ่วหนิงสูดลมหายใจลึก ตั้งสมาธิกับสิ่งตรงหน้า เธอไม่ได้เล็งเพื่ออวดความแม่นยำ แต่กำลังหาทางหยุดสถานการณ์โดยลดอันตรายต่อคนรอบข้างให้มากที่สุด

“ถอยไป” เธอเตือน

โจรหัวเราะเสียงดัง

“แกกำลังสั่งฉันเหรอ?”

เขายกปืนสูงขึ้น

ซูจิ่วหนิงขยับตัวออกจากแนวเกวียนเพียงเล็กน้อย มือยกปืนขึ้นอย่างมั่นคง

ปัง!

กระสุนพุ่งออกไปกระแทกปืนในมือโจรจนหลุดกระเด็นตกลงบนพื้นทราย ม้าตกใจจนถอยกรูด เจ้าของมันสบถลั่นพร้อมกุมมือที่ชาจากแรงกระแทก

ทุกอย่างเงียบไปชั่วขณะ

แม้แต่ตัวซูจิ่วหนิงเองยังรู้สึกถึงแรงสะท้อนที่ส่งผ่านข้อมือ เธอกัดฟันประคองปืนเอาไว้ ไม่ปล่อยให้มือสั่นจนเสียการควบคุม

“ฉันเตือนแล้ว”

เธอพูดเสียงเรียบ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก

โจรจ้องเธอราวกับเห็นสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้ ผู้หญิงที่ดูเหมือนไม่มีทางสู้กลับยิงปืนในมือเขาหลุดได้ในนัดเดียว

“นังตัวแสบ!”

เขาพยายามคว้าปืนสำรองที่เอว

ซูจิ่วหนิงไม่รอให้เขาชักอาวุธออกมา เธอเล็งไปยังพื้นทรายด้านหน้าม้าแล้วยิงอีกนัด เสียงปืนทำให้ม้าผงะและถอยออกห่าง ชายคนนั้นจำต้องคว้าบังเหียนเอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองตกจากหลังม้า

“ถ้าไม่อยากกลับไปมือเปล่า ก็รีบไปเสีย!”

เธอตะโกนไล่

โจรสบถด่าอีกหลายคำ ก่อนบังคับม้าถอยกลับไปหาพวกเดียวกัน เขาไม่กล้าเข้าประชิดเธออีก แต่ความวุ่นวายรอบตัวก็ยังไม่จบ กลุ่มโจรอีกหลายคนกำลังขนลังสินค้าขึ้นรถม้า ส่วนหัวหน้าของพวกมันยืนอยู่กลางทาง คอยสั่งให้ลูกน้องค้นเกวียนทีละคัน

ซูจิ่วหนิงก้มลงช่วยชายที่บาดเจ็บให้หลบเข้าหลังล้อเกวียน

“ยังเดินไหวไหม?”

“ขะ...ขอบใจแม่หนู” ชายคนนั้นหอบหายใจ “พวกมันมีคนเยอะเกินไป เธอไม่ควรออกไปสู้กับพวกมันอีก”

“ฉันก็ไม่ได้อยากสู้หรอกค่ะ”

เธอเหลือบมองรอบตัว

“แต่ถ้าพวกมันหันกลับมา ฉันคงต้องป้องกันตัว”

ชายสูงวัยมองปืนในมือเธอด้วยความตกใจปนชื่นชม ก่อนรีบก้มหน้าลงเมื่อมีเสียงตะโกนดังขึ้นอีกครั้ง

“ค้นให้หมด! เอาเงินออกมาจากทุกเกวียน!”

ซูจิ่วหนิงขยับไปมองผ่านช่องว่างระหว่างล้อไม้ สิ่งที่เห็นทำให้เธอรู้ว่ากลุ่มโจรเหล่านี้ไม่ได้ต้องการเพียงปล้นเงิน พวกมันเลือกค้นหาลังสินค้าบางใบเป็นพิเศษ ขณะที่ลังอื่นถูกโยนทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ

พวกมันกำลังตามหาของบางอย่าง

แต่เธอไม่มีเวลาสนใจเรื่องนั้น เพราะโจรสองคนเริ่มเดินตรงมายังเกวียนที่เธอหลบอยู่

หญิงสาวตรวจรังเพลิงอย่างรวดเร็ว กระสุนที่เหลือมีจำกัด เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหากระสุนชนิดเดียวกันได้จากที่ไหนในโลกประหลาดนี้

การยิงทุกนัดโดยไม่คิดอาจทำให้เธอหมดทางสู้ก่อนจะหนีออกจากที่นี่ได้

“เฮ้ ตรงนี้มีคนซ่อนอยู่!”

โจรคนหนึ่งเห็นชายสูงวัยก่อนจะยกปืนขึ้น

ซูจิ่วหนิงพุ่งออกจากที่กำบัง ใช้จังหวะที่อีกฝ่ายหันมาหาเธอเล็งยิงไปยังมือที่ถือปืน กระสุนทำให้อาวุธหลุดจากมือเขา ส่วนโจรอีกคนรีบถอยไปหลังเกวียนเพื่อหาที่กำบัง

“ผู้หญิงบ้าเอ๊ย!”

เขาตะโกนอย่างโกรธแค้น

“ถอยไป!” เธอประกาศ “ฉันไม่อยากยิงใคร แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมให้พวกแกฆ่าคนตรงหน้า!”

โจรอีกคนชะงัก ก่อนมองไปยังหัวหน้าของพวกมันที่กำลังหันมาสนใจความวุ่นวายนี้

ชายหัวหน้าสวมเสื้อคลุมสีดำ หมวกปีกกว้างบดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง เขาขี่ม้าเข้ามาช้า ๆ โดยไม่รีบร้อนเหมือนคนอื่น

“ผู้หญิงคนเดียวทำให้พวกแกวุ่นวายได้ขนาดนี้เชียวหรือ?”

น้ำเสียงเยาะเย้ยทำให้ลูกน้องหลายคนก้มหน้าลง

เขาหยุดม้าในระยะที่มองเห็นซูจิ่วหนิงได้ชัดเจน สายตากวาดผ่านปืนในมือเธอ ก่อนหยุดอยู่ที่ใบหน้าซึ่งเปื้อนฝุ่น แต่ยังคงนิ่งกว่าที่ควรจะเป็น

“ส่งปืนมา แล้วฉันจะปล่อยให้เธอมีชีวิตกลับไป”

ซูจิ่วหนิงยกคางขึ้นเล็กน้อย

“ถ้าคุณอยากได้ปืน ก็ลงมาหยิบเองสิ”

บรรยากาศโดยรอบแข็งค้าง

ไม่มีใครคาดคิดว่าผู้หญิงที่ถูกล้อมด้วยโจรจำนวนมากจะกล้าพูดจาท้าทายหัวหน้าของพวกมันตรง ๆ

ชายบนหลังม้าหรี่ตาลง มือเลื่อนไปแตะด้ามปืนที่เอว

“เธอคิดว่าตัวเองยิงแม่นกว่าฉันหรือ?”

“ไม่รู้สิคะ” ซูจิ่วหนิงตอบ “แต่ถ้าคุณมั่นใจนัก ทำไมยังไม่ลองล่ะ?”

หัวหน้าโจรจ้องเธออยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

“จับเป็น ฉันอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะปากเก่งได้อีกนานแค่ไหน”

สิ้นคำสั่ง โจรหลายคนก็กระจายตัวเข้าหาเธอ

ซูจิ่วหนิงถอยไปยังบริเวณที่มีเกวียนขวางทาง ใช้สิ่งกีดขวางบังคับให้พวกมันเข้ามาได้ทีละคน เธอไม่ได้คิดจะเอาชนะคนทั้งหมด แต่ต้องการสร้างช่องว่างเพื่อหนีออกจากวงล้อม

เสียงปืนดังขึ้นอีกสองครั้ง เธอใช้กระสุนข่มขู่และหยุดคนที่พยายามเข้าประชิด ก่อนกระโดดขึ้นไปบนเกวียนคันหนึ่งแล้วคว้าบังเหียนม้าที่กำลังตื่นตกใจ

“ขอโทษนะเจ้าม้า วันนี้เราคงต้องร่วมมือกันหน่อย!”

เธอกระตุกบังเหียน ม้าพุ่งออกจากจุดที่ถูกล้อม ซูจิ่วหนิงก้มตัวต่ำเพื่อหลบกระสุนที่ยิงไล่หลัง ล้อเกวียนกระแทกก้อนหินจนตัวรถสั่นสะเทือน เธอเกือบหลุดจากที่นั่ง แต่ยังประคองตัวเอาไว้ได้

ข้างหน้าเป็นทางลาดลงสู่หุบเขาแคบ ๆ

หากเลือกทางนั้น เธออาจหนีพ้นจากโจร แต่ก็ไม่รู้ว่าปลายทางมีอะไรอยู่

หากหันกลับไป เธอจะต้องเผชิญหน้ากับคนที่มีจำนวนมากกว่าและรู้จักพื้นที่ดีกว่า

ซูจิ่วหนิงกัดฟัน ตัดสินใจบังคับม้าลงทางลาด

เกวียนแล่นลงไปอย่างรวดเร็ว ฝุ่นทรายฟุ้งกระจายจนบดบังทัศนวิสัย เสียงตะโกนของพวกโจรค่อย ๆ ห่างออกไป กระทั่งเธอพ้นแนวเนินหินและเข้าสู่เส้นทางที่พวกมันตามมาได้ยากขึ้น

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครไล่ตามในระยะใกล้ เธอจึงดึงบังเหียนให้ม้าชะลอ

หญิงสาวกระโดดลงจากเกวียนอย่างระมัดระวัง ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนต้องใช้มือจับขอบรถไว้เพื่อทรงตัว

“บ้าจริง...นี่ฉันมาอยู่ที่ไหนกันแน่”

เธอก้มมองมือที่จับปืนอยู่ กระสุนเหลือน้อยลงทุกที และไม่มีสนามฝึก ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือใครสักคนที่จะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟัง

มีเพียงทะเลทรายกว้างใหญ่กับเมืองที่ไม่รู้จักอยู่ไกลออกไป

ซูจิ่วหนิงค้นเกวียนเพื่อหาอาหารและน้ำ ก่อนพบถุงผ้าขนาดเล็กที่มีขนมปังแห้งอยู่สองชิ้นกับกระบอกน้ำครึ่งหนึ่ง เธอแบ่งอาหารเก็บไว้ส่วนหนึ่ง แล้วค่อย ๆ เดินตามเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังเมือง

ระหว่างทาง เธอพบป้ายไม้เก่าปักอยู่ข้างถนน ตัวอักษรภาษาอังกฤษบนป้ายบอกชื่อเมืองที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน

เมืองเรดร็อก

ใต้ชื่อเมืองมีข้อความระบุระยะทางอีกหลายไมล์

เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พยายามนึกว่าชื่อนี้เคยปรากฏในภาพยนตร์หรือหนังสือที่เคยอ่านหรือไม่ แต่ก็ไม่พบคำตอบ

สิ่งที่ทำให้เธอใจหายยิ่งกว่าคือเมื่อมองลงไปยังข้อมือ เธอไม่พบเครื่องจับเวลาจากสนามฝึก ไม่พบกำไลที่สวมเป็นประจำ และไม่พบสิ่งของใดที่ยืนยันได้ว่าเธอคือซูจิ่วหนิงจากโลกเดิม

เธอยังคงมีความทรงจำทั้งหมด แต่ร่างกายและเสื้อผ้ากลับเป็นของคนอื่น

“อย่าบอกนะว่า...ฉันทะลุมิติมาจริง ๆ”

คำพูดนั้นฟังดูไร้สาระจนเธอแทบอยากหัวเราะ ทว่าภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้เปิดโอกาสให้ปฏิเสธความจริง

ถ้าเป็นอย่างที่คิด เธอก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสกลับไปยังโลกเดิมหรือไม่

สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือเอาชีวิตรอดก่อน

ซูจิ่วหนิงเก็บปืนเข้าซอง จัดเสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่นให้เข้าที่ แล้วออกเดินต่อจนกระทั่งมองเห็นแนวอาคารไม้ตั้งเรียงรายอยู่เบื้องหน้า

เมืองเรดร็อกไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คิด ถนนสายหลักเป็นดินอัดแน่น มีร้านขายของชำ โรงตีเหล็ก คอกม้า และอาคารที่มีป้ายเครื่องดื่มแขวนอยู่หน้าประตู ผู้คนส่วนใหญ่สวมเสื้อผ้าแบบตะวันตก บางคนพกปืนไว้ที่เอวราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

เธอกลายเป็นคนแปลกหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ

ระหว่างเดินผ่านร้านขายของชำ หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งมองเธอด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนรีบเดินเข้ามาจับแขน

“คุณหนู! ในที่สุดคุณก็กลับมาเสียที!”

ซูจิ่วหนิงชะงัก

“คุณรู้จักฉันเหรอคะ?”

อีกฝ่ายขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ

“คุณหนูพูดอะไรแบบนั้น? ฉันคืออาหลาน คนที่ดูแลคุณมาตั้งแต่เด็กไงคะ”

หญิงคนนั้นมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เมื่อเห็นคราบเลือดและรอยฝุ่นบนเสื้อผ้า ใบหน้าก็ซีดลงทันที

“พระเจ้า! คุณหนูไปเจออะไรมา? แล้วรถม้าล่ะ? ทำไมถึงกลับมาคนเดียว?”

ซูจิ่วหนิงไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงเลือกถามสิ่งที่จำเป็นที่สุด

“ที่นี่คือเมืองเรดร็อกใช่ไหมคะ?”

“ใช่สิคะ คุณหนูเป็นอะไรไปหรือเปล่า?”

“แล้วฉัน...ชื่ออะไรคะ?”

อาหลานนิ่งไป ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนยกมือแตะหน้าผากเธออย่างร้อนใจ

“ซูจิ่วหนิงค่ะ คุณหนูซูจิ่วหนิง ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของโรงเตี๊ยมรุ่งอรุณ คุณหนูล้อฉันเล่นหรือคะ?”

ซูจิ่วหนิงรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกระแทกเข้ากลางอก

ชื่อเดียวกัน

ใบหน้าอาจต่างไป แต่ชื่อกลับเหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ

เธอเริ่มสงสัยว่าร่างนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับตัวเธอมากกว่าที่คิด ทว่ายังไม่มีเวลาหาคำตอบ เพราะอาหลานคว้าแขนเธอไว้แล้วรีบพาเดินไปตามถนน

“กลับโรงเตี๊ยมก่อนเถอะค่ะ คุณหนูไม่รู้หรอกว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้นบ้าง เจ้าหนี้มาหาทุกวัน พวกคนของกัวเทียนป้าก็ข่มขู่คนงานจนแทบไม่มีใครกล้าทำงานแล้ว”

“เจ้าหนี้?”

“ค่ะ หนี้ที่คุณพ่อของคุณหนูทิ้งไว้ก่อนเสียชีวิตน่ะสิคะ ถ้าไม่หาเงินมาชำระ เราอาจถูกยึดโรงเตี๊ยมในอีกไม่กี่วัน”

ซูจิ่วหนิงหยุดเดิน

เพิ่งหนีจากโจรปล้นคาราวานมาได้ไม่ถึงชั่วโมง ตอนนี้กลับมีหนี้สินก้อนโตตามมาอีกอย่างนั้นหรือ?

อาหลานยังคงพูดต่อด้วยสีหน้ากังวล

“แล้วคนที่น่ากลัวที่สุดก็คือคุณจ้านค่ะ เขาเป็นเจ้าของเหมืองทองรายใหญ่ที่สุดในแถบนี้ ใครติดหนี้เขาแล้วไม่ชำระตามกำหนด แทบไม่มีใครรักษากิจการของตัวเองไว้ได้”

“คุณจ้านชื่ออะไร?”

“จ้านถิงเซียวค่ะ”

ชื่อนั้นจะกลายเป็นชื่อที่เธอได้ยินบ่อยที่สุดในช่วงเวลาต่อจากนี้ แต่ในวินาทีนี้ซูจิ่วหนิงยังไม่รู้เลยว่าเจ้าของชื่อดังกล่าวเป็นคนแบบไหน

เธอรู้เพียงว่าตัวเองมีโรงเตี๊ยมที่ใกล้ล้มละลาย มีหนี้สินที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ และอยู่ในเมืองที่คนถือปืนอาจเป็นทั้งผู้คุ้มครองและผู้คุกคามได้ในเวลาเดียวกัน

เมื่อมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมรุ่งอรุณ เธอพบอาคารไม้สองชั้นที่สีหลุดลอก ป้ายหน้าร้านเอียงไปด้านหนึ่ง หน้าต่างบางบานแตก และประตูไม้มีรอยกระแทกเก่า ๆ

กิจการนี้คงไม่ได้แค่ใกล้ล้มละลาย

มันกำลังรอวันตาย

ซูจิ่วหนิงยืนมองอาคารอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจยาว

“เอาละ อย่างน้อยก็ยังมีที่ให้นอน”

เธอก้าวเข้าไปในร้านโดยไม่รู้เลยว่า ภายในไม่กี่วันข้างหน้า ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อเจ้าพ่อเหมืองทองเดินเข้ามาพร้อมข้อเสนอที่คิดว่าไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

และเขาจะได้พบกับผู้หญิงที่ไม่เคยคิดจะยอมแพ้ให้ใครง่าย ๆ

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

โซ่สวาทร้อนรัก

โซ่สวาทร้อนรัก

544.5k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“ใครบอกให้คุณแต่งตัวแบบนี้หึ อยากจะโชว์ให้คนอื่นเห็นหรือไง ว่านมตัวเองมันใหญ่น่ะห้ะ”
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”

คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
แสร้งรักเมียหย่า

แสร้งรักเมียหย่า

6.6k การดู · กำลังอัปเดต · เฟตามีน
เมื่อธุรกิจของครอบครัวกำลังเดินมาถึงทางตัน ‘ภาพพิมพ์’ จึงถูกผลักให้กลายเป็นหนึ่งในข้อตกลงทางผลประโยชน์ ด้วยการแต่งงานกับ ‘คิมหันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐี แลกกับการประคองทุกอย่างที่ครอบครัวของเธอกำลังจะสูญเสีย
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย)  BAD

เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD

546.7k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ลีวาย
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”

มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
รักซึมร้าย NC 25++

รักซึมร้าย NC 25++

348.4k การดู · เสร็จสิ้น · เอลยา
ร่างเพรียววิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในลิฟต์หลังจากได้ยินเสียงเอ็ดตะโรลั่นมาในโทรศัพท์ เจ้าของเสียงกำลังอารมณ์บ่จอยเป็นอย่างยิ่งอยู่ในห้องพักส่วนตัวชั้นยี่สิบของโรงแรมห้าดาวที่ตนเป็นเจ้าของ

ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์

โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์

143.2k การดู · เสร็จสิ้น · CORDIA/เดือนสิบ
"ครั้งเดียว...ท้องได้ไงวะ น้ำยาของเขามันแรงจริง ๆ"
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

790.8k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
‘ต่อให้มึงสลัดคราบทอม แล้วแต่งหญิงให้สวยกว่านี้ร้อยเท่า กูก็ไม่เหลือบตาแล เกลียดก็คือเกลียด…ชัดนะ!’

ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
รัก(ลับ)นายวิศวะ

รัก(ลับ)นายวิศวะ

816.1k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"ฉันรวยมากพอ...ที่จะซื้อเธอ เอาคนอย่างเธอมากระแทกเล่นๆ ได้" ใบหน้าอันหล่อเหลาเอ่ยมาด้วยสีหน้าอันดุดัน

"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้

แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"

"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง

เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ

"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."

"เพียะ"

อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม

"เธอ..."

เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
สูตรรักศาสตราจารย์

สูตรรักศาสตราจารย์

14.5k การดู · เสร็จสิ้น · oiloiloil253
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"

ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ

"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"

พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"

️️️️~~~~~~~\~~~~~~~

"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"

️️️️~~~~~~~\~~~~~~~

"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"

"อื้อ แกรู้จักหรือ"

"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"

"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"

"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"

"ฉิบหายล่ะ"

️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย

รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย

611.8k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
"อย่าขัดใจฉัน ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังว่าจะคลานลงจากเตียงได้ ได้ยินมั้ยมะนาว!"

เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น

แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...

"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา

คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....

"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."

เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!

พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย

เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่

โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"

สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....

ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ

และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย

ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่

ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!

"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"

ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

252.5k การดู · เสร็จสิ้น · Me'JinJin
กฤษฎิ์ พิสิฐกุลวัตรดิลก

"อาหมอกฤษฎิ์"

หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️

"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"

นลินนิภา อารีย์รักษ์

"ที่รัก"

สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️

"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"

หนูน้อยแก้มใส

กมลชนก อารีย์รักษ์

สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง

"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"

หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ

หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
ทาสรัก บำเรอชีกห์

ทาสรัก บำเรอชีกห์

19.6k การดู · เสร็จสิ้น · ท้องฟ้าและทุ่งหญ้า
เรื่องรักดราม่า ร้อนแรง ของชีกห์จอมปากแข็งและใจร้าย กับหญิงสาวชาวไทยที่เขาเกลียด!

เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

347.4k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
ทั้งที่เธอแค่แอบรักเขาที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทแต่แล้ววันหนึ่งเขากลับย่ำยีเธอจนแหลกละเอียด
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!