บทนำ
"พี่ขอโทรถามเรื่องน้องเตยได้มั้ยครับ ช่วยพี่จีบน้องเตยหน่อยนะครับ"
"ค่ะ" รอยยิ้มที่ส่งกลับไปให้เขา แม้จะดูเหมือนเป็นรอยยิ้มที่แสนจะธรรมดา แต่ใครกันจะรู้บ้างว่าเธอเองก็เก็บความรู้สึกเก่งไม่แพ้ใครเลยทีเดียว
"น้องมนต์ก็ฮ็อตอยู่นะครับ"
อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาทำให้น้ำมนต์หลุดออกมาจากภวังค์ความคิด ที่เธอดันนึกย้อนกลับไปในวันที่ได้เจอกับเขา ได้รู้จักเขา
"มนต์เหรอคะ"
"ครับ ลูกน้องพี่ เอ่อ พวกกัปตัน เห็นแอบชอบน้องมนต์หลายคนเลย มีเพื่อนพี่ด้วยนะอยากรู้จักมั้ยครับ"
"ไม่ดีกว่าค่ะ ขอบคุณนะคะ"
เธอไม่ได้อยากรู้จักกับคนอื่นสักหน่อย น้ำมนต์ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นกระดกดื่มอีกครั้ง มันเป็นน้ำเปล่าที่ไร้รสชาตินอกจากความเย็นเพราะในแก้วก็มีน้ำแข็งรวมอยู่ด้วย เหมือนกับหัวใจของเธอที่ตอนนี้มันทั้งเย็นและชา
"ช่วงนี้ไม่ได้ไปที่มหา'ลัยเลยเหรอคะ มนต์ไม่ค่อยได้เจอพี่วีก้าเลย"
บท 1
คนเรามักจะซ่อนใครบางคนเอาไว้ในเพลงบางเพลงเสมอ เขาถึงได้มีคำพูดที่บอกว่าเพลงสื่อถึงความรู้สึกต่างๆ ในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง ช่วงเวลาที่มีความสุข เศร้า เหงา หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่ใครคนนั้น แอบรักใครบางคนอยู่ ณ ช่วงขณะนั้น
'แค่เพียงเสี้ยวนาที ของในบางราตรี ได้ยินเสียงของเธอในยามนิทรา'
เสียงเพลงดังคลอ หญิงสาวรูปร่างเล็กสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบห้า น้ำหนักของเธอคร่าวๆ น่าจะประมาณได้ที่สี่สิบห้าเห็นจะได้ เธอยังเป็นนักศึกษา ผิวขาวราวกับน้ำนมสด ดวงตากลมโตอย่างมีเสน่ห์ ริมฝีปากบางรูปกระจับ รับกับลำคอขาวระหง และรูปร่างที่อวดทรวดทรงอย่างสมบูรณ์แบบ เธอเป็นเด็กสาวแรกรุ่นที่มีทั้งความฝัน ความหวัง และเข้าใจมาโดยตลอดว่าชีวิตจะต้องโรยด้วยกลีบดอกไม้
แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอกำลังวาดฝันมันไม่ใช่ชีวิตที่เธอเป็นในตอนนี้เลย จริงอยู่ที่เธอมีความฝันที่แสนหวาน อยากเป็นนักเขียนนิยายรักโรแมนติกชื่อดังทั้งๆ ที่ตัวเองยังเรียนหนังสืออยู่ เธออยากตามความฝันของเธอไปให้ไกล จึงได้เริ่มต้นเร็วกว่าคนอื่น ทางบ้านเธอไม่ได้ว่าอะไรทั้งนั้น ลูกอยากทำอะไรป๊ากับม๊าก็พร้อมจะสนับสนุนลูกสาวเสมอ
แต่ความรู้สึกที่เธอกำลังเจออยู่ตอนนี้ ความรู้สึกที่ยิ่งเจอ ยิ่งรัก ยิ่งเจอ ยิ่งถลำลึก เธอไม่เคยคิดว่าชีวิตที่สดใสของเธอจะเป็นอย่างนี้ได้ รู้สึกผิดทั้งต่อเพื่อน ตัวเองและเขา อยากจะถอยก็ไม่ได้ จะก้าวต่อไปก็เดินไม่ไหว ความรู้สึกรัก รู้สึกชอบที่เธอมีต่อเขามันแทบจะล้นออกมานอกอกของเธออยู่แล้ว
เธอรักเขา ยิ่งได้เจอ ยิ่งได้ใกล้ชิดก็ยิ่งรักเขา อยากเข้าใกล้เขาเรื่อยๆ แต่…
เขาไม่ได้รักเธอ ไม่เคยแม้แต่จะมีเธออยู่ในสายตาของเขาเลยสักนิด
น้ำมนต์ หญิงสาวคนที่กล่าวมาข้างต้น มันเป็นชีวิตที่บัดซบของเธอเอง เธอคือคนคนนั้น เธอคือคนที่แอบรักผู้ชายที่ชอบเพื่อนเธอเข้าเต็มเปา แอบรักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้นแต่ทุกอย่างเธอไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกของเธอต่อเขาได้ เธอต้องเก็บซ่อนมันเอาไว้ ยิ่งลึกยิ่งดี ยิ่งต้องทำเหมือนไม่รู้สึกเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี เธอจะทรยศความไว้วางใจที่เขาให้เธอไม่ได้
"เอ่อ… พี่กวนเรารึเปล่าครับ"
ชายหนุ่มที่เธอกำลังนั่งอยู่ด้วย เขามักจะชักชวนเธอให้ออกมาหาอยู่เสมอ ออกมาเพื่อปรับทุกข์ ออกมาเพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านความรักให้แก่เขา แต่เขาคงไม่รู้ว่าเธอเองก็เจ็บทุกครั้งที่ได้ยินเขาพูดถึงใครอีกคน
"ไม่ค่ะ" มือเรียวยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นกระดกดื่ม ส่วนชายคนที่มาด้วยก็เป็นวิสกี้รสขมแทน บางทีการได้ออกมาเจอกันอย่างนี้มันอาจจะเป็นหนทางเดียวที่เธอได้อยู่ใกล้ชิดเขา อยู่กับเขาสองต่อสองโดยที่เธอไม่ได้รู้สึกผิดก็ได้
ที่ปรึกษาอย่างเธอ ทำได้เพียงเท่านี้จริงๆ นั่นแหละ
น้ำมนต์นั่งแอบมองใบหน้าหล่อคมผิวขาวราวกับหิมะของเขา ดวงตาเฉี่ยวคม รับกับจมูกโด่งขึ้นเป็นสัน ริมฝีปากของเขาก็บางอมชมพู ที่ลำคอมีเส้นเลือดขึ้นจนเธอเห็นมันเต้นอยู่อย่างนั้น รูปร่างของเขาก็สมส่วนจนเธอเองลอบกลืนน้ำลายก็หลายที เธอไม่เคยมีความรักมาก่อน เธอไม่เคยคบใครมาก่อน เธอไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนมาก่อน นอกจากป๊ากับน้องชาย ก็มีเพียงเขานี่แหละผู้ชายที่ใกล้ชิดเธอที่สุด
"ขอบคุณนะครับ ที่ไม่รำคาญพี่"
ชายหนุ่มยังไม่ได้พูดอะไรออกมามาก เขายังนั่งอยู่ที่โต๊ะวีไอพีที่เขาเป็นคนจองเอาไว้เอง เขานั่งพิงหลังมองลงไปที่ด้านล่างของคลับที่เป็นของเพื่อนเขาเอง เห็นผู้คนมากมายต่างก็ออกมาอวดลวดลายโชว์นั่นโชว์นี่และหิ้วทั้งคนรู้จักและไม่รู้จักกลับไป เขามีความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส ทุกข์แสนทุกข์ คนที่เขาแอบชอบน่าจะไม่ได้มีความรู้สึกอะไรให้เขา เขาไม่รู้ต้องทำยังไงแล้วเลยโทรหาเพื่อนสนิทของเธอคนนั้นให้ออกมานั่งด้วยกันเสียหน่อย
เห็นว่าเธอคนนี้ สนิทกับหญิงสาวคนนั้นมากมาย เธออาจจะรู้ก็ได้ว่าคนคนนั้นชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และเขาต้องทำอย่างไรให้ได้หัวใจของผู้หญิงคนนั้นมาครอบครอง
"ไม่รำคาญเลยค่ะ"
"น้องมนต์ครับ"
"คะ? " น้ำเสียงนุ่มๆ เปล่งออกมาจากริมฝีปากสีชมพู เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวคนนี้ ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นแล้วเอ่ยถามเธอไปอีกครั้ง
"น้องเตยเขา ยังไม่มีแฟนแน่ใช่มั้ยครับ"
สายตาของเธอแสดงออกถึงความผิดหวัง แต่เพียงพริบตาเดียวเธอก็สามารถปรับมันให้ออกมาดูปกติได้ เธอไม่ได้เสียใจ ไม่เลยสักนิดเดียว
"ยัยเตยยังโสดอยู่มากค่ะ ถ้าพี่วีก้ารีบหน่อยก็น่าจะทันนะคะ เพราะเพื่อนของมนต์คนนี้ฮ็อตไม่เบาเลยน้าาาา~"
ยิ้มตาหยีให้เขาเหมือนกับตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไรสักนิด ก่อนจะหยิบแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกอะไรบางอย่าง เรื่องราวของเขากับเธอมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร ก็คงต้องเล่าย้อนไปในวันหนึ่งที่มหาวิทยาลัย เธอเห็นชายหนุ่มที่หน้าตาดี รูปร่างก็ดี มากับสาวสวยที่คล้องแขนเขาเข้ามาในมหาวิทยาลัยนี้ มีจับแก้ม ลูบหัว และจูบหน้าผาก ก่อนจะโบกมือลากันไปแยกทางกับสาวคนนั้น
ผ่านมาอีกหลายเดือน เธอก็เห็นชายคนเดิม มาที่มหาวิทยาลัยกับสาวคนเดิม เขาทำกับเธอคนนั้นเหมือนเดิม และก็จากไปแบบเดิม กระทั่งเธอมารู้ทีหลังว่า ผู้ชายคนนี้เป็นหนึ่งในเพื่อนของกลุ่มแฟนของเพื่อนๆ เธอ แต่เขาน่าจะงานยุ่งที่สุดในกลุ่มละมั้งก็เลยไม่ค่อยได้เจอเขามานั่งไร้สาระสักเท่าไหร่ กระทั่งวันหนึ่ง เธอได้มีโอกาสแนะนำตัวกับเขาอย่างเป็นทางการมันเป็นวันที่เพื่อนสาวของเธอมาถึงที่มหาวิทยาลัยเร็ว และเขาก็ได้โอกาสเข้าไปพูดคุยกับเพื่อนเธอ
"ฮายยยย~ โอ๊ะ มีผู้มาจีบอีกแล้วเหรอยัยเตย เกิดมาสวยนี่น่าอิจฉาจริงๆ "
ตอนแรกที่เดินเข้าไปเธอไม่เห็นว่าผู้ชายคนที่นั่งคุยกับเพื่อนเธอเป็นใคร แต่ยิ่งเดินไปใกล้หัวใจดวงน้อยก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งได้เห็นเต็มๆ ตาว่าชายคนนี้ คือคนที่เธอแอบมองมาตลอด
เธอแห้วแล้วสินะ
"สวัสดีค่ะมนต์ชื่อน้ำมนต์นะคะ เป็นเพื่อนร้ากกกของยัยเตยค่ะ"
"ครับ พี่วีก้านะครับ" เขายิ้มอย่างเขินอาย ไม่ได้ยิ้มให้เธอหรอก แต่ยิ้มให้ใครอีกคนต่างหาก ภาพเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า หรือการกระทำของเขา มันอยู่ในสายตาของเธอทั้งหมด สายตาของคนที่มองเขามาเนิ่นนาน
หลังจากนั้นมาไม่นานเธอกับเขาก็บังเอิญเจอกันที่ห้างสรรพสินค้า เลยแลกเบอร์และไลน์กัน โดยที่เขาเป็นคนขอก่อน ในวันนั้นเธอดีใจมาก แต่ต้องมาแห้วอีกครั้งเมื่อเขาพูดกับเธอว่า
"พี่ขอโทรถามเรื่องน้องเตยได้มั้ยครับ ช่วยพี่จีบน้องเตยหน่อยนะครับ"
"ค่ะ" รอยยิ้มที่ส่งกลับไปให้เขา แม้จะดูเหมือนเป็นรอยยิ้มที่แสนจะธรรมดา แต่ใครกันจะรู้บ้างว่าเธอเองก็เก็บความรู้สึกเก่งไม่แพ้ใครเลยทีเดียว
"น้องมนต์ก็ฮ็อตอยู่นะครับ"
อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาทำให้น้ำมนต์หลุดออกมาจากภวังค์ความคิด ที่เธอดันนึกย้อนกลับไปในวันที่ได้เจอกับเขา ได้รู้จักเขา
"มนต์เหรอคะ"
"ครับ ลูกน้องพี่ เอ่อ พวกกัปตัน เห็นแอบชอบน้องมนต์หลายคนเลย มีเพื่อนพี่ด้วยนะอยากรู้จักมั้ยครับ"
"ไม่ดีกว่าค่ะ ขอบคุณนะคะ"
เธอไม่ได้อยากรู้จักกับคนอื่นสักหน่อย น้ำมนต์ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นกระดกดื่มอีกครั้ง มันเป็นน้ำเปล่าที่ไร้รสชาตินอกจากความเย็นเพราะในแก้วก็มีน้ำแข็งรวมอยู่ด้วย เหมือนกับหัวใจของเธอที่ตอนนี้มันทั้งเย็นและชา
"ช่วงนี้ไม่ได้ไปที่มหา'ลัยเลยเหรอคะ มนต์ไม่ค่อยได้เจอพี่วีก้าเลย"
"น้องสาวพี่ซ่อมรถเสร็จแล้วน่ะครับ ก็เลยไม่ได้ไปส่งน้องแล้ว แอบเสียดายเหมือนกัน ไม่ได้เจอน้องเตยเลย"
อ่อ คนนั้นคือน้องสาวหรอกเหรอ จะว่าไปหน้าตาก็แอบคล้ายกันอยู่นะ ทำไมเธอถึงได้รู้สึกโล่งขึ้นมานะเมื่อรู้ว่าคนคนนั้นเป็นแค่น้องสาว คงจะโล่งแทนเพื่อนล่ะมั่งเพราะแรกๆ เธอก็กลัวว่าวีก้าจะมาจีบเพื่อนเธออย่างทิ้งๆ ขว้างๆ กลัวว่าเขาจะมาหลอกเพื่อนของเธอ
"พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวกัน พี่วีก้าจะตามไปด้วยก็ได้นะคะ"
"ที่ไหนครับ"
"ห้างxxx ค่ะ เราจะไปหาอะไรกินกัน"
"จะไม่รบกวนใช่มั้ยครับ"
"ไม่หรอกค่ะ แกล้งทำเป็นบังเอิญไปเจอกันก็ได้นะคะ"
"งั้นก็พรุ่งนี้เจอกันครับ พี่จะโทรหาน้องมนต์นะครับ"
"ค่ะ งั้นวันนี้มนต์ขอตัวก่อนนะคะ" จะไม่ไหวแล้ว เธอเหมือนจะหายใจไม่ค่อยออกเลย มันจุกอยู่ในอก
"ให้พี่ไปส่งนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ"
"พี่เป็นคนชวนเราออกมานะครับ พี่จะรับผิดชอบน้องมนต์เอง"
พูดจบก็ยกมือขึ้นเรียกเก็บเงิน รอไม่นานมากชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืน เขายิ้มอบอุ่นให้เธอเหมือนๆ กับทุกครั้ง ก้มศีรษะให้เธอเล็กน้อยเป็นการขออนุญาตและเลื่อนมือหนาจับมือของเธอเอาไว้ พาเธอเดินออกมาจากตรงนั้นมาจนถึงลานจอดรถ
"ขอบคุณนะคะ"
ใจเธอบางมากเกินไปแล้ว เพียงแค่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เธอก็เก็บเอามาคิดมากอย่างมีความหวังว่าเขาเองก็คงจะมีใจให้เธอบ้าง แต่ไม่ใช่เลย เพราะความจริงแล้วเขาทำเพราะเขาเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว ดูแลคนอื่นดีแบบนี้อยู่แล้ว
ปึก!
ประตูรถสปอร์ตหรูถูกปิดลงจากคนที่อยู่ด้านนอกชายหนุ่มเดินอ้อมหน้ารถไปนั่งประจำที่ของตัวเอง แล้วขับรถออกมาจากตรงนั้นทันที บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทจนบางคนรู้สึกอึดอัด แม้ว่าตอนนี้น้ำตาของเธอมันจะไหลอยู่รอมร่อ แต่เธอไม่ชอบบรรยากาศอึดอัดแบบนี้เลย
"พรุ่งนี้อย่าลืมนะคะ ให้ยัยเตยรอนานระวังนางโกรธนะคะ" เขากดยิ้มเล็กน้อย
"น้องเตยเขา น่าจะไม่ได้รู้สึกพิเศษกับพี่น่ะครับ แต่พี่ก็แค่อยากจะลองดู"
อึก…
ลองดู
"มนต์ก็อยากลองบ้างเหมือนกัน"
พึมพำออกมาน้ำเสียงเบา ก่อนจะรู้ตัวว่าตัวเองพูดออกมา น้ำมนต์ตกใจกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกมา เธอหันไปมองเขาที่ดวงตาของเขายังมองไปที่ถนนโล่งด้านหน้าอยู่เลย เขาไม่ท้วงติงอะไรทั้งนั้น ราวกับว่าที่เธอพูดออกไปนั้นเขาไม่ได้ยินมันเลยสักนิด
ก็ดีแล้วล่ะ
ไม่ได้ยินก็ดีแล้ว
"ถ้าได้รักกับคนที่เราชอบ มันคงจะดีมากเลยนะครับน้องมนต์"
เขาพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ก่อนที่จะหันมายิ้มบางๆ ให้เธอแล้วกลับไปสนใจท้องถนนตรงหน้าอีกครั้ง
"คิดเหมือนกันมั้ยครับ" เธอพยักหน้าตอบ แล้วแอบมองใบหน้าของเขาจากเงามืดที่ปกคลุมมาพอดี
บทล่าสุด
#74 บทที่ 74 ตอนพิเศษ 3 (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#73 บทที่ 73 ตอนพิเศษ 2 | NC+++
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#72 บทที่ 72 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#71 บทที่ 71 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#70 บทที่ 70 พร้อมหน้าครอบครัว
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#69 บทที่ 69 กลับบ้าน
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#68 บทที่ 68 ไนซ์ ชัยชนะ
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#67 บทที่ 67 วันนี้ที่รอคอย
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#66 บทที่ 66 สองขีด
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#65 บทที่ 65 งานขาวดำ
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักระรินใจ
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”













