บทนำ
มิหนำซ้ำ ร่างนี้ยังเพิ่งถูกบังคับให้แต่งงานกับ 'อ๋องเซียวหยาง' ชายผู้ได้ฉายาว่า 'พญายมราชหน้าหยก' ซึ่งเกลียดชังชิงชังเธอยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน!
คืนเข้าหอ... แทนที่จะได้ร่วมหอลงโรง พระเอกกลับโยนหนังสือหย่าใส่หน้าเธอพร้อมคำขาด
"หากไม่ใช่เพราะราชโองการ เจ้าคิดหรือว่าสตรีแพศยาเช่นเจ้าจะได้ก้าวเท้าเข้ามาในจวนของข้า? อยู่เงียบๆ ไปซะ อย่าได้คิดมารยา!"
หลินซีในร่างใหม่แค่นหัวเราะ ก่อนจะหยิบพู่กันขึ้นมาเซ็นชื่อลงบนหนังสือหย่าอย่างไม่ลังเล
"ได้! งั้นท่านก็เตรียมตัวดูอดีตชายาคนนี้ กวาดล้างศัตรูและสร้างตัวเป็นเศรษฐีนีอันดับหนึ่งให้เต็มสองตาเถอะ!"
แต่ทว่า... ยิ่งเธอแสดงความเก่งกาจและไม่แยแสเขามากเท่าไหร่ ไฉนท่านอ๋องจอมเย็นชาที่เคยไล่เธอไปตาย กลับคอยตามหึงหวงและทำตัวติดหนึบราวกับลูกหมาตัวโตไปเสียได้เล่า!?
บท 1
ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับกระดูกทุกชิ้นถูกบดขยี้ด้วยเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ กลิ่นคาวเลือดผสมคลุกเคล้ากับกลิ่นเหม็นไหม้ของยางรถยนต์ยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาท 'หลินซี' จำได้ดีว่าวินาทีสุดท้ายของชีวิต เธอจมกองเลือดอยู่หน้ารถสปอร์ตคันหรูที่พลิกคว่ำหลายตลบกลางสี่แยกไฟแดง ภาพใบหน้าแสยะยิ้มของรองประธานบริษัทที่ขับรถพุ่งชนเธอยังคงแจ่มชัด ทรยศ... หักหลัง... นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ซีอีโอสาวแห่งยุค 2026 ได้รับเป็นรางวัลตอบแทนความทุ่มเท
แต่แล้ว... ทำไมเธอถึงยังมีความรู้สึกนึกคิดอยู่? เปลือกตาที่หนักอึ้งดั่งถูกถ่วงด้วยหินผาค่อยๆ ปรือขึ้น แสงเทียนสีแดงสลัวระยิบระยับแยงตาจนเธอต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส สิ่งแรกที่หลินซีสัมผัสได้คือความหนักอึ้งบนศีรษะ ราวกับมีใครเอาเจดีย์ทองคำมาวางทับไว้ มือเรียวบางที่ขาวซีดไร้สีเลือดค่อยๆ ยกขึ้นแตะศีรษะของตนเอง เธอพบกับเครื่องประดับหงส์ทองคำสลักลวดลายวิจิตรที่ร้อยเรียงด้วยไข่มุกและอัญมณีระย้า "นี่มัน... อะไรกัน?" น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและหวานใสกว่าเสียงเดิมของเธอมาก หลินซีกวาดสายตามองไปรอบกาย สติสัมปชัญญะที่เริ่มกลับมาทำงานอย่างเต็มรูปแบบทำให้เธอต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ห้องกว้างขวางที่เธอตื่นขึ้นมานั้นถูกตกแต่งด้วยสีแดงมงคลทั่วทุกสารทิศ หน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายโบราณถูกปิดสนิท มีตัวอักษร 'ซวงสี่' (มงคลคู่) สีทองขนาดใหญ่ติดอยู่กลางห้อง บนโต๊ะกลมกลางห้องมีกาน้ำชาและจอกสุรามงคลทำจากหยกเนื้อดีวางเคียงคู่กัน ส่วนเตียงกว้างที่เธอนั่งอยู่ก็ปูด้วยผ้าไหมสีแดงสด โรยหน้าด้วยถั่วลิสง พุทราจีน และเมล็ดบัว ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์ของการอวยพรให้มีทายาทสืบสกุลตามธรรมเนียมจีนโบราณ! ยังไม่ทันที่ซีอีโอสาวจะได้หาคำตอบให้กับสถานการณ์สุดแสนจะพิลึกพิลั่นนี้ อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็จู่โจมเข้ามาอีกระลอก พร้อมกับกระแสความทรงจำแปลกปลอมที่ไหลบ่าเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก!
มู่หรงซี... คือชื่อของเจ้าของร่างนี้ นางคือคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพพิทักษ์แคว้น มารดาแท้ๆ สิ้นใจไปตั้งแต่เธอยังแบเบาะ ทิ้งให้นางต้องเติบโตมาท่ามกลางการเสแสร้งและแผนการร้ายของแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดา มู่หรงซีคนเดิมเป็นเพียงหญิงสาวหัวอ่อน โง่งม และรักคนผิด นางหลงรัก 'เซียวหยาง' หรือ 'อ๋องเซียวหยาง' ชายผู้สูงศักดิ์ที่ได้รับฉายาจากผู้คนทั่วหล้าว่า 'พญายมราชหน้าหยก' ด้วยความหล่อเหลาที่หาตัวจับยาก แต่กลับมีจิตใจเย็นชาและโหดเหี้ยมเด็ดขาดในการทำศึก ความรักที่มืดบอดทำให้มู่หรงซีตกเป็นเครื่องมือของน้องสาวต่างมารดา นางถูกใส่ร้ายว่าวางยาพิษทำร้ายผู้คน ถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีร้ายกาจแห่งเมืองหลวง และฟางเส้นสุดท้ายคือการที่นางถูกจัดฉากให้ไปอยู่ในจวนของอ๋องเซียวหยางในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย จนเกิดเป็นข่าวฉาวโฉ่สะเทือนไปทั้งราชสำนัก ฮองไทเฮาผู้ทรงรักหน้าตาของราชวงศ์ยิ่งชีพ จึงจำพระทัยต้องออกราชโองการพระราชทานสมรส เพื่อยุติข้อครหาและปัดความรับผิดชอบ
แน่นอนว่าการแต่งงานครั้งนี้ ไม่ต่างอะไรกับการส่งมู่หรงซีไปลงนรกทั้งเป็น! ร่างเดิมตรอมใจอย่างหนัก ทั้งหวาดกลัวคำขู่ฆ่าของเซียวหยาง ทั้งเสียใจที่ถูกบิดาแท้ๆ ตัดขาด ในคืนเข้าหอ... มู่หรงซีคนเดิมจึงตัดสินใจกลืนยาพิษปลิดชีพตัวเอง ทิ้งความอัปยศและหนีความจริงอันโหดร้าย ปล่อยให้วิญญาณของหลินซี ซีอีโอสาวผู้แข็งแกร่งจากอนาคต เข้ามาสวมรอยแทนที่! "โง่เขลาเสียจริง" หลินซีแค่นยิ้มหยันให้กับชะตากรรมของเจ้าของร่างเดิม มือเรียวค่อยๆ ดึงปิ่นทองและมงกุฎหงส์ที่หนักอึ้งออกจากศีรษะ โยนมันทิ้งลงบนเตียงอย่างไม่ไยดี "ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก ทำไมต้องยอมตายเพื่อคนที่ไม่ได้รักเราด้วย? ในเมื่อฉันได้ชีวิตใหม่ในร่างนี้แล้ว ฉันนี่แหละจะสั่งสอนให้รู้เองว่า สตรีที่แท้จริงเขาเอาตัวรอดกันยังไง!"
ปัง!! ยังไม่ทันที่หลินซีจะได้ลุกขึ้นสำรวจความเรียบร้อย บานประตูไม้แกะสลักก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด สายลมเย็นเฉียบจากภายนอกพัดวูบเข้ามา ทำให้เปลวเทียนสีแดงในห้องวูบไหวราวกับหวาดกลัวผู้มาเยือน ร่างสูงใหญ่ของผู้บุกรุกก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบทว่าดุดัน กลิ่นอายสังหารและแรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัดลงถนัดตา หลินซีหรี่ตาลงมองผู้มาใหม่ บุรุษเบื้องหน้าสวมชุดมงคลสีแดงเข้มที่ตัดเย็บด้วยดิ้นทองลวดลายพยัคฆ์เหิน รูปร่างของเขาสูงโปร่งและเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้า ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับรูปสลักของเทพเจ้า คิ้วเข้มพาดเฉียงดุจกระบี่ จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันแน่น ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินซีต้องชะงักไปชั่วครู่คือ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้น... มันเต็มไปด้วยความเกลียดชัง รังเกียจ และความเย็นชาที่ลึกล้ำราวกับก้นเหว
เขาคือ 'อ๋องเซียวหยาง' ไม่ผิดแน่ "มู่หรงซี..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังลอดไรฟัน ราวกับว่าแค่เอ่ยชื่อของนางก็ทำให้เขาขยะแขยงจนทนไม่ไหว หลินซียังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว ลนลาน หรือร้องไห้ฟูมฟายตามที่มู่หรงซีคนเดิมมักจะทำ เธอเพียงแค่ประสานสายตากับเขาอย่างเยือกเย็น ท่าทีสงบนิ่งนั้นทำให้เซียวหยางขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่ความเกลียดชังในใจก็กลบเกลื่อนความสงสัยนั้นไปอย่างรวดเร็ว "อย่าคิดว่าการที่เจ้าใช้อุบายสกปรก บีบบังคับให้เสด็จย่าออกราชโองการสมรส จะทำให้เจ้ากลายเป็นชายาของข้าได้อย่างสมบูรณ์" เซียวหยางก้าวเข้ามาใกล้ โยนกระดาษม้วนหนึ่งลงบนโต๊ะกลมตรงหน้าเธออย่างแรง "ข้าไม่มีวันยอมรับสตรีแพศยาและมากเล่ห์เพทุบายเช่นเจ้า!"
หลินซีปรายตามองม้วนกระดาษที่ถูกโยนมา ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังถมึงทึง "นั่นคืออะไร?" "หนังสือหย่า!" เซียวหยางตวาดลั่น "หากไม่ใช่เพราะราชโองการ เจ้าคิดหรือว่าสตรีแพศยาเช่นเจ้าจะได้ก้าวเท้าเข้ามาในจวนของข้า? อยู่เงียบๆ ไปซะ อย่าได้คิดมารยา! ลงนามในนั้น แล้วพรุ่งนี้เช้าจงไสหัวออกจากจวนของข้าไปซะ!" คำพูดที่ไร้เยื่อใยและเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม หากเป็นมู่หรงซีคนเดิมคงร่ำไห้จนขาดใจตายไปแล้ว (ซึ่งนางก็ตายไปแล้วจริงๆ) แต่สำหรับหลินซี... ผู้บริหารหญิงที่ผ่านสมรภูมิธุรกิจพันล้าน ผ่านการเจรจาต่อรองที่ดุเดือด และเผชิญหน้ากับพวกผู้ชายหัวงูมานักต่อนัก คำขู่แค่นี้ของอ๋องหนุ่มไม่ต่างอะไรกับเสียงหมาเห่าใบตองแห้ง
หลินซีไม่ตอบโต้ด้วยการด่าทอ เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน จัดแจงเสื้อคลุมสีแดงที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ รูปร่างของมู่หรงซีนั้นบอบบางและเย้ายวน แต่ในยามนี้ กลับแผ่ซ่านออร่าความสง่างามและความกดดันบางอย่างที่แม้แต่เซียวหยางเองก็ยังอธิบายไม่ถูก หญิงสาวเดินนวยนาดไปที่โต๊ะกลม หยิบม้วนกระดาษนั้นขึ้นมาคลี่อ่านอย่างใจเย็น ดวงตาหงส์กวาดมองตัวอักษรบนหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วราวกับกำลังตรวจทานสัญญาธุรกิจ "ข้อตกลงการหย่าร้าง... ขาดความผูกพันฉันท์สามีภรรยา... ไม่มีสินสมรสตกทอด... ไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อเสียงของจวนอ๋องเซียวหยาง..." หลินซีอ่านออกเสียงเบาๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "ท่านอ๋องช่างรอบคอบเสียจริง ตัดขาดกันแบบไม่เหลือแม้แต่เศษเงินให้ดูต่างหน้า ช่างเป็นสุภาพบุรุษเสียเหลือเกิน"
น้ำเสียงประชดประชันที่ราบเรียบแต่กรีดลึกถึงกระดูก ทำให้เซียวหยางชะงักไป สตรีผู้นี้... เหตุใดจึงไม่มีน้ำตา? เหตุใดนางจึงไม่คุกเข่าอ้อนวอนขอร้องเขาเหมือนที่ผ่านมา? สายตาที่มองเขาในตอนนี้ ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความรักใคร่หลงใหล มีเพียงความเย็นชาและแววตาประเมินค่าราวกับเขาสิ่งของชิ้นหนึ่งเท่านั้น "เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์? รีบเซ็นซะ!" เซียวหยางข่มความสงสัย สั่งเสียงแข็ง "แน่นอน ข้าเซ็นแน่" หลินซีตอบกลับทันควัน พร้อมกับหยิบแท่งหมึกขึ้นมาฝนกับแท่นฝนหมึกอย่างทะมัดทะแมง ท่วงท่าของเธอดูเป็นธรรมชาติและสง่างามจนน่าประหลาดใจ "ในเมื่อท่านไม่อยากได้ข้าเป็นภรรยา ข้าเองก็ไม่ได้พิศวาสบุรุษที่ตัดสินคนจากข่าวลือและอคติบังตาเช่นกัน"
"เจ้า!" เซียวหยางหน้าตึง กำหมัดแน่น ไม่เคยมีสตรีคนใดกล้าต่อปากต่อคำและด่าทอเขาทางอ้อมเช่นนี้มาก่อน! หลินซีไม่สนใจสายตาอาฆาตของเขา เธอจุ่มพู่กันลงในน้ำหมึก ก่อนจะตวัดปลายพู่กันลงบนหนังสือหย่าอย่างลื่นไหล ตัวอักษรที่ปรากฏนั้นไม่ได้อ่อนช้อยตามแบบฉบับสตรีในห้องหอ แต่กลับทรงพลัง หนักแน่น และเฉียบขาดสะท้อนถึงตัวตนของคนเขียนอย่างชัดเจน 'มู่หรงซี' ลายเซ็นที่สวยงามและเด็ดขาดถูกประทับลงบนแผ่นกระดาษ หลินซีเป่าหมึกให้แห้งเล็กน้อย ก่อนจะม้วนกระดาษนั้นแล้วยื่นส่งคืนให้เซียวหยางด้วยรอยยิ้มมุมปาก "เอาไปสิคะ หนังสือหย่าที่ท่านปรารถนา" เธอพูดด้วยน้ำเสียงฉะฉาน แววตาเต็มไปด้วยความท้าทาย "ถือว่าเราขาดกันแล้วตั้งแต่วินาทีนี้ ท่านหลุดพ้นจากสตรีที่ท่านรังเกียจ ส่วนข้า... ก็หลุดพ้นจากบุรุษที่ตาบอดและใจแคบ"
เซียวหยางรับหนังสือหย่ามาด้วยความรู้สึกสับสนอย่างรุนแรง เขามองสลับระหว่างกระดาษในมือกับใบหน้างดงามที่ดูเย่อหยิ่งของอดีตชายาหมาดๆ นี่มันผิดแผนไปหมด! ทำไมนางถึงยอมรับได้ง่ายดายเช่นนี้? แล้วแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจนั่นมันอะไรกัน? "ได้! งั้นท่านก็เตรียมตัวเอาไว้ให้ดีเถอะ ท่านอ๋อง" หลินซีเดินเข้าไปใกล้เขาอีกก้าว เงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงอย่างไม่เกรงกลัว "เปิดตาของท่านให้กว้างๆ แล้วคอยดูอดีตชายาคนนี้ กวาดล้างศัตรูที่เคยทำร้ายข้า และสร้างตัวเป็นเศรษฐีนีอันดับหนึ่งของแคว้นให้เต็มสองตาเถอะ!" คำประกาศกร้าวของสตรีร่างบางดังก้องกังวานไปทั่วห้องหอ เซียวหยางรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างจังด้วยคำพูดของนาง สตรีที่ขึ้นชื่อว่าไร้ค่าและโง่งมที่สุด กลับกล้าพูดจาโอหังว่าจะกลายเป็นเศรษฐีนีอันดับหนึ่งงั้นหรือ? ช่างน่าขันสิ้นดี!
"ข้าจะคอยดู ว่าสตรีที่ไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอนอย่างเจ้า จะรอดชีวิตไปได้สักกี่วัน" เซียวหยางแค่นเสียงสะบัดชายแขนเสื้อเตรียมจะเดินออกจากห้อง "เดี๋ยว!" หลินซีเรียกไว้เสียงดัง เซียวหยางหยุดชะงัก หันกลับมามองด้วยสายตาเยาะเย้ย 'หึ ในที่สุดก็ทนความเย่อหยิ่งของตัวเองไม่ได้ จะมาคุกเข่าอ้อนวอนข้าแล้วสินะ' เขาคิดในใจ แต่สิ่งที่หลินซีพูดกลับทำให้หน้าของเขาชาไปถึงสิบส่วน "ในเมื่อเราหย่ากันแล้ว ห้องนี้ก็ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของข้าในคืนนี้ รบกวนท่านอ๋องช่วยปิดประตูให้สนิทด้วย ข้าเพลียมากและต้องการพักผ่อน ส่วนพรุ่งนี้เช้า... ข้าจะเก็บของออกจากจวนนี้เองโดยไม่ต้องให้ใครมาไล่ อ้อ! และอย่าลืมสั่งคนใช้ให้เตรียมรถม้าไปส่งข้าด้วย ถือเป็นมารยาทเล็กๆ น้อยๆ ที่เจ้าบ้านพึงกระทำ เชิญ!"
หลินซีผายมือไปทางประตูอย่างเชิญชวน (ปนไล่) ก่อนจะเดินกลับไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างอย่างไม่สนใจไยดีว่าบุรุษที่ยืนหน้าดำหน้าแดงอยู่กลางห้องจะเป็นถึงท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจก็ตาม เซียวหยางยืนนิ่งอึ้ง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง เขากัดฟันกรอด ก่อนจะสะบัดตัวเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย พร้อมกับกระแทกปิดประตูเสียงดังลั่นจนหลังคาแทบสะเทือน! ปัง!!! เสียงฝีเท้าของอ๋องหนุ่มค่อยๆ ไกลออกไป หลินซีที่นอนอยู่บนเตียงลืมตาขึ้นในความมืด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง "เกมเพิ่งจะเริ่มเท่านั้นล่ะ... ท่านอ๋องเซียวหยาง" ซีอีโอสาวกระซิบกับตัวเองในความเงียบ สมองอันปราดเปรื่องของเธอเริ่มประมวลผลและวางแผนการเอาชีวิตรอดในโลกใบใหม่นี้อย่างรวดเร็ว
พรุ่งนี้... จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของ 'มู่หรงซี' ในเวอร์ชันที่ใครก็คาดไม่ถึง!
บทล่าสุด
#55 บทที่ 55 ปฏิบัติการจารกรรมข้ามมิติ
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#54 บทที่ 54 ทูตแห่งกาลเวลา
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#53 บทที่ 53 สมรภูมิรหัสลับ
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#52 บทที่ 52 พลังปราณอัสนีบาต
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#51 บทที่ 51 แบบแปลนอาวุธต้องห้าม
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#50 บทที่ 50 ความลับใต้หน้ากาก
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#49 บทที่ 49 เดิมพันด้วยลมหายใจสุดท้าย
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#48 บทที่ 48 เพลิงผลาญเหรียญตรา
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#47 บทที่ 47 คฤหาสน์แก้วริมสมุทร
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#46 บทที่ 46 บทเรียนสามีสายเปย์
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้อนรักคุณอามาเฟีย
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













