บทนำ
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
บท 1
[คิริน]
"โอ๊ย! เจ็บ! เช็ดเบาๆ หน่อยสิวะ ป้าวิภา"
ผมสบถลั่นห้อง สะบัดแขนหนีไอ้ผ้าขนหนูสากๆ ที่ป้าแกลงน้ำหนักถูไถลงมาบนเนื้อผมราวกับกำลังขัดพื้น กล้ามเนื้อท่อนบนที่ยังพอมีความรู้สึกเกร็งสั่นสะท้าน ผมกัดฟันแน่น ข่มความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาตามเส้นประสาท มันเจ็บกาย แต่มันไม่เท่ากับความสมเพชตัวเองที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ
"ก็คุณคิรินเกร็งตัวต้านแรงทำไมล่ะคะ!" ยายป้าวิภากระแทกเสียงตอบทันควัน แกโยนผ้าขนหนูเปียกชุ่มแหมะลงบนอกผมอย่างจงใจ น้ำเย็นเฉียบซึมทะลุเสื้อยืดที่เพิ่งเปลี่ยนไปได้ครึ่งตัวจนเปียกเป็นวงกว้าง "ฉันพลิกตัวทีก็เกร็งที ขืนดื้อแบบนี้เมื่อไหร่จะเช็ดเสร็จฮะ!"
ผมขบกรามแน่นจนปวดร้าวไปทั้งขมับ เลือดในกายเดือดพล่าน "ฉันไม่ได้เกร็ง ท่อนล่างฉันมันขยับไม่ได้โว้ย! เธอเป็นคนดูแลประสาอะไร ถึงไม่รู้วิธีขยับตัวคนป่วย จับกระชากเอาๆ แบบนี้กะจะให้กระดูกหักรึไง!"
"อ๋อ... นี่ถึงขนาดสอนวิธีทำงานให้ฉันเลยเหรอคะ" ผู้ช่วยพยาบาลวัยกลางคนยกแขนกอดอก พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ใส่หน้าผม "งั้นก็เชิญนอนแช่น้ำไปแบบนี้แหละค่ะ! ทำนั่นก็เจ็บ ทำนี่ก็ไม่ถูกใจ เรื่องมากนักก็ลุกขึ้นมาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเองเลยสิคะ!"
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางอกผมซ้ำๆ
ลุกขึ้นมาทำเองเหรอ ถ้าผมทำได้ ถ้าขาทั้งสองข้างของผมมันยังก้าวเดินได้เหมือนก่อน ผมจะยอมทนนอนเป็นผัก ให้ผู้หญิงแปลกหน้ามาจิกหัวด่าอยู่บนเตียงนี้ทำไม! ผมกำผ้าปูเตียงแน่น ริมฝีปากสั่นระริก
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ"
"ทำไมคะ รับความจริงไม่ได้เหรอ!" ไม่พูดเปล่า ยายป้ากระชากเสื้อยืดตัวใหม่สวมพรวดลงมาทางหัวผม ออกแรงดึงรั้งจนตะเข็บคอเสื้อขูดผิวเป็นรอยแดงๆ ผมพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ไอ้ท่อนล่างที่ตายด้านมันทำให้ผมสู้แรงคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ไม่ได้เลยซักนิด
"โอ๊ย! ปล่อย! บอกให้ปล่อยไงวะ!" ผมรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ปัดมือหยาบกระด้างนั้นออกสุดแรง "ออกไปเลยนะ! ต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ฉันจะให้ขิมเปลี่ยนคน!"
"นึกว่าฉันอยากอยู่ดูนักรึไงคะ วันๆ เอาแต่อาละวาด ปาข้าวของ ทำตัวงี่เง่าเรียกร้องความสนใจ สภาพแบบเนี้ย ใครเขาจะอยากมาทน! ถามจริงเถอะ ถ้าไม่ได้เห็นแก่เงินเดือนแพงหูฉี่ ฉันเก็บกระเป๋าเผ่นไปตั้งแต่วันแรกแล้วค่ะ!"
"งั้นก็ไสหัวไปซะ! ไป!" ผมตะเบ็งเสียงลั่น คว้าแก้วน้ำพลาสติกบนโต๊ะข้างเตียงเขวี้ยงสุดแรง แก้วลอยเฉียดหัววิภาไปกระแทกผนัง น้ำกระจายเลอะเทอะเต็มพื้นห้อง แต่นั่นแหละคือทั้งหมดที่ผมทำได้ ทำได้แค่นี้จริงๆ
"ไปแน่ค่ะ! แล้วรอดูเลยนะ ว่าจะมีใครหน้าไหนทนคนพิการนิสัยเสียแบบคุณได้อีก!"
"พอได้แล้วค่ะ ป้าวิภา"
เสียงเย็นเฉียบของ 'ขิม' ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตู ผมชะงัก หันไปมองน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองที่ยืนหน้าตึงสนิทอยู่ในชุดสูททำงาน ขิมแผ่รังสีความกดดันจนยายป้าวิภาถึงกับก้าวถอยหลัง
"คะ คุณขิม คือ คือคุณคิรินเขาอาละวาด"
"ฉันได้ยินทุกอย่างค่ะ" ขิมตัดบทเสียงเรียบ สายตากวาดมองเสื้อผ้าหลุดลุ่ยของผม สลับกับแอ่งน้ำบนพื้น "ทางเราจ้างคุณมาในฐานะผู้เชี่ยวชาญนะคะ จ่ายค่าจ้างแพงกว่าเรตมาตรฐานโรงพยาบาลเอกชนตั้งสามเท่า เพราะเราคาดหวังความเป็นมืออาชีพ"
"แต่คุณคิรินด่าฉันก่อนนะคะคุณขิม! ฉันก็คนนะ"
"หน้าที่ของคุณคือดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยค่ะ" ขิมก้าวฉับๆ เข้ามาขวางหน้าเตียง บังตัวผมไว้มิดราวกับจะปกป้อง "ไม่ใช่มาด่าทอซ้ำเติมข้อบกพร่องของเขา พฤติกรรมของคุณเมื่อกี้ ไม่สะท้อนความเป็นมืออาชีพเลยสักนิด ไม่เหมาะจะเป็นคนดูแลใครทั้งนั้น"
วิภาหน้าถอดสี "คือฉัน คุณขิมคะ ฉันขอโทษ..."
"ไปเก็บของเถอะค่ะ เราคงร่วมงานกันต่อไม่ได้แล้ว" ขิมไล่ตะเพิดด้วยคำพูดเชือดเฉือน "ค่าจ้างของเดือนนี้ฉันจะโอนให้เต็มจำนวน ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาที่คุณมา ทนคนของฉัน ก็แล้วกัน"
"แต่ในสัญญาจ้างมันต้องบอกล่วงหน้า"
"ถ้าคุณจะอ้างเรื่องสัญญา ฉันก็จะขอดูกล้องวงจรปิดในห้องนี้ย้อนหลังทั้งหมดค่ะ" ขิมจ้องตาไม่กะพริบ "แล้วเรามาดูกัน ว่าคุณทำหน้าที่ตามสัญญาได้ครบถ้วน หรือมีข้อหาทำร้ายร่างกายผู้ป่วยพ่วงมาด้วย จะเอาแบบนั้นไหมคะ"
คำขู่นั้นทำเอาคนดูแลวัยกลางคนอ้าปากค้าง ก่อนจะเม้มปากสนิท แกสะบัดหน้า เดินกระแทกส้นเท้าตึงตังออกจากห้องไปทันที ไม่ลืมที่จะดึงประตูปิดตามหลังดังลั่น
ปัง!
สิ้นเสียงกระแทกประตู ห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจแรงๆ ของผมเอง ผมเบือนหน้าหนีขิม มองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่อยากให้น้องสาวเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชของตัวเอง
"พี่คิน" ขิมเรียกเบาๆ พลางทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง มือเล็กๆ เอื้อมมาบีบไหล่ผมที่กำลังสั่นน้อยๆ
"พี่มันงี่เง่าจริงๆ ใช่มั้ยขิม" ผมหลุดเสียงแหบพร่า สั่นเครือจนแทบควบคุมไม่ได้
"ไม่เลย พี่คินไม่ได้งี่เง่า พี่แค่เจ็บ ขิมรู้ว่าพี่กำลังโกรธ โกรธที่ร่างกายมันไม่เป็นดั่งใจ"
"แต่มันพูดถูกทุกอย่าง" ผมแค่นหัวเราะขื่นๆ ในลำคอ น้ำตาแทบจะเอ่อล้นแต่มันจุกอยู่ข้างใน "มันบอกว่าพี่เป็นคนพิการนิสัยเสีย โคตรจริงเลยว่ะขิม พี่มันเป็นแค่ตัวภาระชัดๆ ทำอะไรเองก็ไม่ได้ อาละวาดไปวันๆ"
"หยุดพูดคำนี้เลยนะ ขิมไม่ชอบ" ขิมดุเบาๆ ก่อนจะดึงผ้าขนหนูชื้นแฉะออกจากอกผม โยนทิ้งลงตะกร้า แล้วหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่มาซับน้ำที่เลอะเทอะให้อย่างระมัดระวัง "ป้าวิภาก็แค่คนทำงานหยาบๆ ที่ไม่มีจรรยาบรรณ เราแค่ยังไม่เจอคนที่ใช่ต่างหาก"
ขิมวางผ้าลงแล้วโผเข้ากอดผมไว้ทั้งตัว เธอซบหน้าลงกับไหล่ของผม กอดแน่นเสียจนผมรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากร่างเล็กๆ นั่น ไม่กี่วินาทีต่อมา ความเปียกชื้นก็ซึมผ่านเสื้อตรงหัวไหล่ ขิมกำลังร้องไห้
"สำหรับคนอื่นพี่อาจจะเป็นยังไงขิมไม่สน แต่สำหรับขิม... พี่คินคือพี่ชายที่ดีที่สุด ขิมรักพี่นะ" เธอพึมพำเสียงสั่น ก่อนจะผละออกมาใช้มือนุ่มๆ ประคองหน้าผมไว้แล้วจมูกโด่งรั้นนั่นก็กดลงที่ข้างแก้มผมฟอดใหญ่เหมือนตอนที่เรายังเป็นเด็ก
"พี่ไม่ใช่ภาระ อย่าดูถูกตัวเองให้ขิมเสียใจได้มั้ย" เธอกดริมฝีปากลงบนหน้าผากผมค้างไว้นานแสนนาน น้ำตาของเธอหยดลงบนแก้มผม เม็ดแล้วเม็ดเล่าจนมันผสมปนเปไปกับน้ำตาของผมที่กลั้นไว้ไม่ไม่อยู่
ในห้องที่เคยเต็มไปด้วยเสียงตวาดเมื่อครู่ ตอนนี้เหลือเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของเราสองพี่น้อง ผมซบหน้าลงกับผมหอมๆ ของน้องสาว ขิมคือเหตุผลเดียวที่ทำให้คนพิการที่น่าสมเพชอย่างผมยังอยากจะมีลมหายใจต่อในวันพรุ่งนี้
"ใครมันจะทนคนแบบพี่ได้ ขิมลองนับดูสิ สองเดือนมานี้เราเปลี่ยนคนดูแลไปกี่คนแล้ว สี่คน ทุกคนทนสภาพพี่ไม่ได้สักคน"
"ต้องมีสิคะ คราวนี้ขิมคัดเลือกเองกับมือเลยค่ะ โปรไฟล์ดีมาก เป็นพยาบาลจบใหม่ ไฟแรง เห็นว่าสู้งานสุดๆ เลย"
"จบใหม่ เด็กเมื่อวานซืนเนี่ยนะ จะมารู้วิธีดูแลอะไร เดี๋ยวก็มาจับพี่พลิกตัวแรงๆ จนเนื้อถลอกเหมือนยายป้าเมื่อกี้ หรือไม่ก็มานั่งไถมือถือเล่นตอนพี่หลับ"
"อย่าเพิ่งตั้งป้อมอคติสิคะพี่คิน ในใบเธอบอกว่ามีความอดทนสูงปรี๊ด เป็นเด็กลุยๆ ขิมดูแล้ว น่าจะรับมือพี่ได้สบาย"
"รับมือพี่ พูดซะพี่เป็นตัวประหลาด"
"ก็ตัวประหลาดจริงๆ นี่คะ อาละวาดเก่งเบอร์นี้" ขิมหยอกกลับเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะขยับคอเสื้อผมให้เข้าที่เข้าทาง "เอาเป็นว่า น้องเขาจะมาเริ่มงานพรุ่งนี้เช้าเลย พี่คินลองเปิดใจดูหน่อยนะคะ ถือว่าทำเพื่อขิมนะ"
ผมหลับตาลงช้าๆ ความเหนื่อยล้าเกาะกุมไปถึงกระดูก ผมไม่อยากเถียงขิมอีกแล้ว น้องสาวคนเดียวที่ต้องวิ่งวุ่นดูแลงานบริษัทยังต้องมาตามล้างตามเช็ดอารมณ์บูดบึ้งของผมอีก ผมทำตัวเป็นภาระเธอมากพอแล้ว
"อืม... จะใครก็ช่างเถอะ ถ้าทนไม่ได้ เดี๋ยวก็คงเก็บกระเป๋าหนีไปเองเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ"
"แต่คราวนี้ขิมมีลางสังหรณ์นะคะ ว่าน้องคนนี้จะไม่หนี" ขิมลูบผมผมเบาๆ "พี่คินนั่นแหละ... เตรียมตัวรับมือเธอไว้ให้ดีก็แล้วกัน"
ผมไม่ได้ตอบโต้ ทำเพียงแค่ทอดสายตามองเพดานสีขาว ปล่อยให้ความมืดมิดในใจค่อยๆ กลืนกินตัวตนอย่างช้าๆ
ใครจะมาเข้าใจ ไม่มีใครหน้าไหนบนโลกนี้เข้าใจหรอก ว่าการถูกขังตายอยู่ในร่างกายที่ท่อนล่างไร้ความรู้สึก มันทรมานและน่าสมเพชแค่ไหน
พรุ่งนี้งั้นเหรอ ก็แค่พยาบาลจบใหม่ที่หวังจะมากอบโกยเงินเดือนสูงๆ อีกคนนั่นแหละ
ผมเหยียดยิ้มในใจ... ได้ อยากลองดีก็เข้ามาเลย ผมจะทำให้เด็กนั่นรู้ซึ้งเอง ว่าการก้าวเท้าเข้ามารั
บมือกับคนพิการนิสัยเสียอย่างผม... มันจะเป็นยังไง
บทล่าสุด
#112 บทที่ 112 จากใจนักเขียน
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#111 บทที่ 111 ส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#110 บทที่ 110 ตอนพิเศษ 4
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#109 บทที่ 109 ตอนพิเศษ 3/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#108 บทที่ 108 ตอนพิเศษ 3
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#107 บทที่ 107 ตอนพิเศษ 2/3
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#106 บทที่ 106 ตอนพิเศษ 2/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#105 บทที่ 105 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#104 บทที่ 104 ตอนพิเศษ 1/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#103 บทที่ 103 ตอนพิเศษ1
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักไม่หลอก
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?













