บทนำ
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
บท 1
[คิริน]
"โอ๊ย! เจ็บ! เช็ดเบาๆ หน่อยสิวะ ป้าวิภา"
ผมสบถลั่นห้อง สะบัดแขนหนีไอ้ผ้าขนหนูสากๆ ที่ป้าแกลงน้ำหนักถูไถลงมาบนเนื้อผมราวกับกำลังขัดพื้น กล้ามเนื้อท่อนบนที่ยังพอมีความรู้สึกเกร็งสั่นสะท้าน ผมกัดฟันแน่น ข่มความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาตามเส้นประสาท มันเจ็บกาย แต่มันไม่เท่ากับความสมเพชตัวเองที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ
"ก็คุณคิรินเกร็งตัวต้านแรงทำไมล่ะคะ!" ยายป้าวิภากระแทกเสียงตอบทันควัน แกโยนผ้าขนหนูเปียกชุ่มแหมะลงบนอกผมอย่างจงใจ น้ำเย็นเฉียบซึมทะลุเสื้อยืดที่เพิ่งเปลี่ยนไปได้ครึ่งตัวจนเปียกเป็นวงกว้าง "ฉันพลิกตัวทีก็เกร็งที ขืนดื้อแบบนี้เมื่อไหร่จะเช็ดเสร็จฮะ!"
ผมขบกรามแน่นจนปวดร้าวไปทั้งขมับ เลือดในกายเดือดพล่าน "ฉันไม่ได้เกร็ง ท่อนล่างฉันมันขยับไม่ได้โว้ย! เธอเป็นคนดูแลประสาอะไร ถึงไม่รู้วิธีขยับตัวคนป่วย จับกระชากเอาๆ แบบนี้กะจะให้กระดูกหักรึไง!"
"อ๋อ... นี่ถึงขนาดสอนวิธีทำงานให้ฉันเลยเหรอคะ" ผู้ช่วยพยาบาลวัยกลางคนยกแขนกอดอก พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ใส่หน้าผม "งั้นก็เชิญนอนแช่น้ำไปแบบนี้แหละค่ะ! ทำนั่นก็เจ็บ ทำนี่ก็ไม่ถูกใจ เรื่องมากนักก็ลุกขึ้นมาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเองเลยสิคะ!"
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางอกผมซ้ำๆ
ลุกขึ้นมาทำเองเหรอ ถ้าผมทำได้ ถ้าขาทั้งสองข้างของผมมันยังก้าวเดินได้เหมือนก่อน ผมจะยอมทนนอนเป็นผัก ให้ผู้หญิงแปลกหน้ามาจิกหัวด่าอยู่บนเตียงนี้ทำไม! ผมกำผ้าปูเตียงแน่น ริมฝีปากสั่นระริก
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ"
"ทำไมคะ รับความจริงไม่ได้เหรอ!" ไม่พูดเปล่า ยายป้ากระชากเสื้อยืดตัวใหม่สวมพรวดลงมาทางหัวผม ออกแรงดึงรั้งจนตะเข็บคอเสื้อขูดผิวเป็นรอยแดงๆ ผมพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ไอ้ท่อนล่างที่ตายด้านมันทำให้ผมสู้แรงคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ไม่ได้เลยซักนิด
"โอ๊ย! ปล่อย! บอกให้ปล่อยไงวะ!" ผมรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ปัดมือหยาบกระด้างนั้นออกสุดแรง "ออกไปเลยนะ! ต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ฉันจะให้ขิมเปลี่ยนคน!"
"นึกว่าฉันอยากอยู่ดูนักรึไงคะ วันๆ เอาแต่อาละวาด ปาข้าวของ ทำตัวงี่เง่าเรียกร้องความสนใจ สภาพแบบเนี้ย ใครเขาจะอยากมาทน! ถามจริงเถอะ ถ้าไม่ได้เห็นแก่เงินเดือนแพงหูฉี่ ฉันเก็บกระเป๋าเผ่นไปตั้งแต่วันแรกแล้วค่ะ!"
"งั้นก็ไสหัวไปซะ! ไป!" ผมตะเบ็งเสียงลั่น คว้าแก้วน้ำพลาสติกบนโต๊ะข้างเตียงเขวี้ยงสุดแรง แก้วลอยเฉียดหัววิภาไปกระแทกผนัง น้ำกระจายเลอะเทอะเต็มพื้นห้อง แต่นั่นแหละคือทั้งหมดที่ผมทำได้ ทำได้แค่นี้จริงๆ
"ไปแน่ค่ะ! แล้วรอดูเลยนะ ว่าจะมีใครหน้าไหนทนคนพิการนิสัยเสียแบบคุณได้อีก!"
"พอได้แล้วค่ะ ป้าวิภา"
เสียงเย็นเฉียบของ 'ขิม' ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตู ผมชะงัก หันไปมองน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองที่ยืนหน้าตึงสนิทอยู่ในชุดสูททำงาน ขิมแผ่รังสีความกดดันจนยายป้าวิภาถึงกับก้าวถอยหลัง
"คะ คุณขิม คือ คือคุณคิรินเขาอาละวาด"
"ฉันได้ยินทุกอย่างค่ะ" ขิมตัดบทเสียงเรียบ สายตากวาดมองเสื้อผ้าหลุดลุ่ยของผม สลับกับแอ่งน้ำบนพื้น "ทางเราจ้างคุณมาในฐานะผู้เชี่ยวชาญนะคะ จ่ายค่าจ้างแพงกว่าเรตมาตรฐานโรงพยาบาลเอกชนตั้งสามเท่า เพราะเราคาดหวังความเป็นมืออาชีพ"
"แต่คุณคิรินด่าฉันก่อนนะคะคุณขิม! ฉันก็คนนะ"
"หน้าที่ของคุณคือดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยค่ะ" ขิมก้าวฉับๆ เข้ามาขวางหน้าเตียง บังตัวผมไว้มิดราวกับจะปกป้อง "ไม่ใช่มาด่าทอซ้ำเติมข้อบกพร่องของเขา พฤติกรรมของคุณเมื่อกี้ ไม่สะท้อนความเป็นมืออาชีพเลยสักนิด ไม่เหมาะจะเป็นคนดูแลใครทั้งนั้น"
วิภาหน้าถอดสี "คือฉัน คุณขิมคะ ฉันขอโทษ..."
"ไปเก็บของเถอะค่ะ เราคงร่วมงานกันต่อไม่ได้แล้ว" ขิมไล่ตะเพิดด้วยคำพูดเชือดเฉือน "ค่าจ้างของเดือนนี้ฉันจะโอนให้เต็มจำนวน ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาที่คุณมา ทนคนของฉัน ก็แล้วกัน"
"แต่ในสัญญาจ้างมันต้องบอกล่วงหน้า"
"ถ้าคุณจะอ้างเรื่องสัญญา ฉันก็จะขอดูกล้องวงจรปิดในห้องนี้ย้อนหลังทั้งหมดค่ะ" ขิมจ้องตาไม่กะพริบ "แล้วเรามาดูกัน ว่าคุณทำหน้าที่ตามสัญญาได้ครบถ้วน หรือมีข้อหาทำร้ายร่างกายผู้ป่วยพ่วงมาด้วย จะเอาแบบนั้นไหมคะ"
คำขู่นั้นทำเอาคนดูแลวัยกลางคนอ้าปากค้าง ก่อนจะเม้มปากสนิท แกสะบัดหน้า เดินกระแทกส้นเท้าตึงตังออกจากห้องไปทันที ไม่ลืมที่จะดึงประตูปิดตามหลังดังลั่น
ปัง!
สิ้นเสียงกระแทกประตู ห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจแรงๆ ของผมเอง ผมเบือนหน้าหนีขิม มองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่อยากให้น้องสาวเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชของตัวเอง
"พี่คิน" ขิมเรียกเบาๆ พลางทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง มือเล็กๆ เอื้อมมาบีบไหล่ผมที่กำลังสั่นน้อยๆ
"พี่มันงี่เง่าจริงๆ ใช่มั้ยขิม" ผมหลุดเสียงแหบพร่า สั่นเครือจนแทบควบคุมไม่ได้
"ไม่เลย พี่คินไม่ได้งี่เง่า พี่แค่เจ็บ ขิมรู้ว่าพี่กำลังโกรธ โกรธที่ร่างกายมันไม่เป็นดั่งใจ"
"แต่มันพูดถูกทุกอย่าง" ผมแค่นหัวเราะขื่นๆ ในลำคอ น้ำตาแทบจะเอ่อล้นแต่มันจุกอยู่ข้างใน "มันบอกว่าพี่เป็นคนพิการนิสัยเสีย โคตรจริงเลยว่ะขิม พี่มันเป็นแค่ตัวภาระชัดๆ ทำอะไรเองก็ไม่ได้ อาละวาดไปวันๆ"
"หยุดพูดคำนี้เลยนะ ขิมไม่ชอบ" ขิมดุเบาๆ ก่อนจะดึงผ้าขนหนูชื้นแฉะออกจากอกผม โยนทิ้งลงตะกร้า แล้วหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่มาซับน้ำที่เลอะเทอะให้อย่างระมัดระวัง "ป้าวิภาก็แค่คนทำงานหยาบๆ ที่ไม่มีจรรยาบรรณ เราแค่ยังไม่เจอคนที่ใช่ต่างหาก"
ขิมวางผ้าลงแล้วโผเข้ากอดผมไว้ทั้งตัว เธอซบหน้าลงกับไหล่ของผม กอดแน่นเสียจนผมรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากร่างเล็กๆ นั่น ไม่กี่วินาทีต่อมา ความเปียกชื้นก็ซึมผ่านเสื้อตรงหัวไหล่ ขิมกำลังร้องไห้
"สำหรับคนอื่นพี่อาจจะเป็นยังไงขิมไม่สน แต่สำหรับขิม... พี่คินคือพี่ชายที่ดีที่สุด ขิมรักพี่นะ" เธอพึมพำเสียงสั่น ก่อนจะผละออกมาใช้มือนุ่มๆ ประคองหน้าผมไว้แล้วจมูกโด่งรั้นนั่นก็กดลงที่ข้างแก้มผมฟอดใหญ่เหมือนตอนที่เรายังเป็นเด็ก
"พี่ไม่ใช่ภาระ อย่าดูถูกตัวเองให้ขิมเสียใจได้มั้ย" เธอกดริมฝีปากลงบนหน้าผากผมค้างไว้นานแสนนาน น้ำตาของเธอหยดลงบนแก้มผม เม็ดแล้วเม็ดเล่าจนมันผสมปนเปไปกับน้ำตาของผมที่กลั้นไว้ไม่ไม่อยู่
ในห้องที่เคยเต็มไปด้วยเสียงตวาดเมื่อครู่ ตอนนี้เหลือเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของเราสองพี่น้อง ผมซบหน้าลงกับผมหอมๆ ของน้องสาว ขิมคือเหตุผลเดียวที่ทำให้คนพิการที่น่าสมเพชอย่างผมยังอยากจะมีลมหายใจต่อในวันพรุ่งนี้
"ใครมันจะทนคนแบบพี่ได้ ขิมลองนับดูสิ สองเดือนมานี้เราเปลี่ยนคนดูแลไปกี่คนแล้ว สี่คน ทุกคนทนสภาพพี่ไม่ได้สักคน"
"ต้องมีสิคะ คราวนี้ขิมคัดเลือกเองกับมือเลยค่ะ โปรไฟล์ดีมาก เป็นพยาบาลจบใหม่ ไฟแรง เห็นว่าสู้งานสุดๆ เลย"
"จบใหม่ เด็กเมื่อวานซืนเนี่ยนะ จะมารู้วิธีดูแลอะไร เดี๋ยวก็มาจับพี่พลิกตัวแรงๆ จนเนื้อถลอกเหมือนยายป้าเมื่อกี้ หรือไม่ก็มานั่งไถมือถือเล่นตอนพี่หลับ"
"อย่าเพิ่งตั้งป้อมอคติสิคะพี่คิน ในใบเธอบอกว่ามีความอดทนสูงปรี๊ด เป็นเด็กลุยๆ ขิมดูแล้ว น่าจะรับมือพี่ได้สบาย"
"รับมือพี่ พูดซะพี่เป็นตัวประหลาด"
"ก็ตัวประหลาดจริงๆ นี่คะ อาละวาดเก่งเบอร์นี้" ขิมหยอกกลับเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะขยับคอเสื้อผมให้เข้าที่เข้าทาง "เอาเป็นว่า น้องเขาจะมาเริ่มงานพรุ่งนี้เช้าเลย พี่คินลองเปิดใจดูหน่อยนะคะ ถือว่าทำเพื่อขิมนะ"
ผมหลับตาลงช้าๆ ความเหนื่อยล้าเกาะกุมไปถึงกระดูก ผมไม่อยากเถียงขิมอีกแล้ว น้องสาวคนเดียวที่ต้องวิ่งวุ่นดูแลงานบริษัทยังต้องมาตามล้างตามเช็ดอารมณ์บูดบึ้งของผมอีก ผมทำตัวเป็นภาระเธอมากพอแล้ว
"อืม... จะใครก็ช่างเถอะ ถ้าทนไม่ได้ เดี๋ยวก็คงเก็บกระเป๋าหนีไปเองเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ"
"แต่คราวนี้ขิมมีลางสังหรณ์นะคะ ว่าน้องคนนี้จะไม่หนี" ขิมลูบผมผมเบาๆ "พี่คินนั่นแหละ... เตรียมตัวรับมือเธอไว้ให้ดีก็แล้วกัน"
ผมไม่ได้ตอบโต้ ทำเพียงแค่ทอดสายตามองเพดานสีขาว ปล่อยให้ความมืดมิดในใจค่อยๆ กลืนกินตัวตนอย่างช้าๆ
ใครจะมาเข้าใจ ไม่มีใครหน้าไหนบนโลกนี้เข้าใจหรอก ว่าการถูกขังตายอยู่ในร่างกายที่ท่อนล่างไร้ความรู้สึก มันทรมานและน่าสมเพชแค่ไหน
พรุ่งนี้งั้นเหรอ ก็แค่พยาบาลจบใหม่ที่หวังจะมากอบโกยเงินเดือนสูงๆ อีกคนนั่นแหละ
ผมเหยียดยิ้มในใจ... ได้ อยากลองดีก็เข้ามาเลย ผมจะทำให้เด็กนั่นรู้ซึ้งเอง ว่าการก้าวเท้าเข้ามารั
บมือกับคนพิการนิสัยเสียอย่างผม... มันจะเป็นยังไง
บทล่าสุด
#112 บทที่ 112 จากใจนักเขียน
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#111 บทที่ 111 ส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#110 บทที่ 110 ตอนพิเศษ 4
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#109 บทที่ 109 ตอนพิเศษ 3/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#108 บทที่ 108 ตอนพิเศษ 3
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#107 บทที่ 107 ตอนพิเศษ 2/3
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#106 บทที่ 106 ตอนพิเศษ 2/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#105 บทที่ 105 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#104 บทที่ 104 ตอนพิเศษ 1/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#103 บทที่ 103 ตอนพิเศษ1
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ลุ้นรักซีอีโอร้าย (Inevitable Love)
"ถ้ากลัวผมจะทำเหรอ?" ซีอีโอหนุ่มย้อนถามถามด้วยน้ำเสียงเรียกร้องสิทธิ์เต็มที่ "สรุปว่าเด็กในท้องนี่... ลูกของผมใช่ไหม?"
หนึ่งคืนที่ผิดพลาด... กลายเป็นความลับที่ตราตรึงไปชั่วนิรันดร์
‘ไพลิน พิทักษ์โยธิน’ ทายาทสาวพันล้าน คืนสุดท้ายในลอนดอนควรเป็นการเฉลิมฉลองการเรียนจบที่แสนหวาน แต่เธอกลับตื่นขึ้นมาบนเตียงของชายแปลกหน้าพร้อมกับความสาวที่สูญสลายไป
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำขอโทษ มีเพียงความละอายและความเจ็บปวดที่เธอฝังลึกไว้เพียงลำพัง
จนกระทั่งรอยผิดพลาดในคืนนั้นเริ่มงอกเงยขึ้นในครรภ์!
‘มาร์คัส แกร์ริสัน’ ซีอีโอหนุ่มผู้ยืนอยู่บนยอดของอาณาจักรเทคโนโลยีโรโบติกส์ระดับโลก เขาเป็นทั้งอัจฉริยะและปริศนา ร่ำรวยแต่เย็นชา ปิดกั้นหัวใจจากความรักมานานนับปี
ทว่าหญิงสาวแปลกหน้าในคืนนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยเล็บที่สลักลึกบนแผ่นหลังและความโหยหาที่กัดกินใจเขาจนไม่อาจลบเลือน
เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงทั้งคู่ให้มาเจอกันอีกครั้งในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ มาร์คัสจำเจ้าของรอยเล็บบนแผ่นหลังได้แม่นยำตั้งแต่วินาทีแรก
ยิ่งเห็นหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่น เขาก็ยิ่งมั่นใจว่านั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!












