บทนำ
บท 1
แสงแดดเดือนเมษายนของประเทศไทยไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะกับ ‘อัญภัทร’ หรือ ‘หนูอัญญา’ บัณฑิตจบใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งเตะฝุ่นว่างงานมาหมาด ๆ และตอนนี้... เธอกำลังยืนขาแข็งอยู่ท่ามกลางดงฝุ่นแดง ๆ ของจังหวัดชัยภูมิ
“แม่นะแม่... บอกว่าไปสมัครงานที่ระยองก็ไม่ให้ไป ดันส่งมาตกระกำลำบากอะไรที่นี่เนี่ย!”
หญิงสาวร่างบางในชุดเดรสลูกไม้สีขาว ที่ตอนนี้เริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนเพราะฝุ่น บ่นกระปอดกระแปดขณะลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ไปตามทางลูกรัง มืออีกข้างพยายามกางร่มกันยูวีที่ดูจะสู้แรงแดดเปรี้ยง ๆ ตอนบ่ายสองไม่ไหว
สาเหตุที่เธอต้องระเห็จมาไกลถึงอีสาน ทั้งที่ใจอยากนอนตากแอร์อยู่กรุงเทพฯ ก็เพราะคำสั่งประกาศิตจาก ‘คุณนายแม่’ สายมูเตลูตัวมัมตัวมารดานั่นเอง
ย้อนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว...
‘อัญญา... ซินแสบอกว่าดวงปีนี้ชงหนัก ตกงาน แฟนทิ้ง (ซึ่งก็จริง) หนักกว่านั้นถึงขั้นเลือดตกยางออก ทางแก้เดียวคือเอ็งต้องไปไหว้พระธาตุ แล้วไปรอดู ‘ดอกกระเจียวบาน’ ที่ชัยภูมิ ไปขอพรกับดอกแรกที่มันแทงยอดขึ้นมา แล้วชีวิตเอ็งจะรุ่งโรจน์!’
‘โธ่แม่! นี่มันเดือนเมษา! หน้าแล้ง! ดอกกระเจียวบ้านไหนมันจะบานตอนนี้ มันต้องหน้าฝนโน่น!’ เธอเถียงคอเป็นเอ็นในตอนนั้น
‘ก็ไปรอสิยะ! ไปดัดนิสัยซะบ้าง จบมาก็ยังไม่ได้ทำงานทำการ ไปอยู่กับป้าดวงญาติห่างๆ ของแม่ที่นั่น เขาฝากฝังเจ้าของไร่ไว้ให้แล้ว ไปช่วยงานเขาแลกข้าวแลกน้ำ รอจนกว่าดอกมันจะบานค่อยกลับมา!’
และนั่น... คือจุดเริ่มต้นของมหกรรมความซวย
เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มดังมาจากด้านหลัง ทำให้อัญภัทรสะดุ้งสุดตัว รถกระบะโฟร์วิลคันใหญ่สีดำสนิทขับปาดหน้าเธอแล้วเบรกจนฝุ่นตลบ
“แคกๆๆ!” หญิงสาวสำลักฝุ่นจนหน้าดำหน้าแดง รีบเอามือปิดจมูก
ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนพื้นดินแห้งแล้ง ตามมาด้วยเจ้าของร่างสูงโปร่งที่ก้าวลงมายืนประจันหน้าเธอ
อัญภัทรอึ้งไปชั่วขณะ... ไม่ใช่เพราะความสูงหรือหุ่นนายแบบของเขา แต่เป็นเพราะ ‘ออร่าความขาว’ ที่กระแทกตาเข้าอย่างจัง
ผู้ชายตรงหน้าผิวขาวจัด... ขาวแบบไม่เกรงใจแดดเมืองไทย ขาวจนเธอที่ทาครีมกันแดดมาสิบชั้นยังต้องอาย ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสนิทไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วเข้มจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาราวกับกำลังตีราคา!... และดูเหมือนผลการตีราคาจะออกมา ‘ติดลบ’
“อัญภัทร... ลูกสาวคุณน้าดวงใจใช่ไหม?” เสียงทุ้มถามห้วน ๆ ไม่มีหางเสียง
“เอ่อ...ไม่ใช่ลูกค่ะเป็นหลานค่ะ หนูชื่ออัญญาเองค่ะ” เธอยกมือไหว้เก้ๆ กังๆ และแทนตัวเองว่าหนู ดูเหมือนเขาจะแก่กว่าเธอน่าจะอายุอานามสักสามสิบห้าได้ แต่เขาดูดีมาก ๆ
ชายหนุ่มรับไหว้ด้วยการพยักหน้าเพียงนิดเดียว ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดแบบไม่คิดจะรักษามารยาท
“ผมนึกว่าป้าดวงแกพูดเล่นเรื่องจะส่งหลานมาดัดนิสัย... ไม่นึกว่าจะส่งมาจริงๆ”
“เอ่อ...” อัญภัทรหน้าชา
“ผมชื่อ ‘หมอกคราม’ เจ้าของไร่นี้” เขาแนะนำตัวสั้นๆ สายตายังคงจับจ้องที่ชุดกระโปรงลูกไม้และรองเท้าส้นสูงของเธอด้วยความขัดใจ
“บอกไว้ก่อนนะว่าที่นี่ไร่ ไม่ใช่รีสอร์ท และตอนนี้ก็ไม่ใช่หน้าฤดูท่องเที่ยว...!”
เขากวาดตามองไปรอบๆ พื้นที่แห้งแล้งและฝุ่นสลับกับมองคนตรงหน้า ที่ใส่ชุดมาราวกับจะไปเที่ยวทุ่งดอกไม้ที่เชียงใหม่
“ดอกกระเจียวมันยังไม่บานหรอกคุณ... มาผิดฤดูแล้ว”
“ทราบค่ะ...อัญภัทรกัดฟันตอบแต่คุณแม่บอกว่า...”
“ช่างเถอะ มาแล้วก็แล้วกันไป” พ่อเลี้ยงหนุ่มตัดบทอย่างรำคาญใจ “ขึ้นรถ เดี๋ยวผมไปส่งที่พัก”
อัญภัทรใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย อย่างน้อยเขาก็ยังมีน้ำใจไปส่ง... เธอรีบลากกระเป๋าจะไปขึ้นรถ แต่เขากลับยืนกอดอกนิ่ง ไม่คิดจะช่วยยกกระเป๋าใบหนักอึ้งขึ้นท้ายกระบะให้เลยสักนิด
‘ไอ้ผู้ชายหน้าขาวใจดำ!’ เธอก่นด่าในใจ พลางออกแรงยกกระเป๋าขึ้นรถอย่างทุลักทุเล
รถกระบะแล่นเข้ามาลึกในเขตไร่ ผ่านบ้านเรือนไทยประยุกต์หลังใหญ่โตสวยงามที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนิน อัญภัทรยิ้มออก คิดในใจว่าอย่างน้อยที่พักก็น่าจะสบาย...
แต่รถกระบะกลับไม่ได้เลี้ยวเข้าไปจอดที่บ้านหลังนั้น พ่อเลี้ยงหมอกครามขับเลยผ่านไป... ผ่านไป... จนถึงท้ายไร่ที่ติดกับชายป่า และจอดสนิทหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพเก่าคร่ำครึ หลังคาสังกะสีเริ่มมีสนิมเกาะ
“ถึงแล้ว”
อัญภัทรมองบ้านตรงหน้าสลับกับหน้าหล่อๆ ของคนขับ ก่อนถามออกมา “เอ่อ... ที่นี่คือ...”
“บ้านพักคนงานเก่า” เขาตอบหน้าตาย
“ตอนนี้คนงานย้ายไปอยู่เรือนใหม่กันหมดแล้ว เหลือหลังนี้ว่างอยู่... คุณนอนที่นี่แหละ”
“บ้านคนงาน!?” อัญภัทรตาโต
“แต่... แต่คุณแม่บอกว่าป้าดวงฝากฝังหนูไว้กับคุณแล้วนี่คะ คุณแม่บอกว่าจะให้อยู่...”
“ป้าดวงฝากให้ผมช่วยดูแล... ไม่ได้บอกให้ผมรับมาเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นคุณหนู” หมอกครามสวนกลับเสียงเรียบ เดินลงมายืนพิงรถ มองเธอด้วยสายตาที่ทำให้อัญภัทรรู้สึกตัวเล็กลงเหลือสองนิ้ว
“ฟังนะคุณอัญญา... งานในไร่ผมยุ่งมาก ช่วงนี้ต้องเตรียมหน้าดิน ผมไม่มีเวลามานั่งเทคแคร์เด็กฝากหรือเด็กเส้นใครทั้งนั้น”
เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดหน้าผาก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก
“อยู่ได้ก็อยู่... อยู่ไม่ได้ก็กลับไป ที่นี่ไม่ต้องการ ‘ภาระ’ เพิ่ม... เข้าใจตรงกันนะ?”
พูดจบพ่อเลี้ยงหน้าหยกก็โยนกุญแจบ้านเก่าๆ ลงบนมือเธอ แล้วเดินกลับขึ้นรถ ขับออกไปทิ้งฝุ่นตลบใส่หน้าเธอเป็นรอบที่สอง
อัญภัทรยืนกำกุญแจแน่น น้ำตาตกในท่ามกลางแดดเปรี้ยง
“ไอ้พ่อเลี้ยงบ้า! ไอ้คนใจร้าย! คอยดูเถอะ... ฉันจะอยู่ให้ได้ จะอยู่รอจนกว่าดอกกระเจียวบ้านี่มันจะบานประชดหน้าคุณเลย คอยดู!”
เธอลากกระเป๋าเข้าบ้านพักคนงานเก่าๆ ด้วยความแค้นใจ ภารกิจรอคอยดอกไม้บานเริ่มขึ้นแล้ว... พร้อมกับสถานะ **“ภาระ”**ที่ถูกยัดเยียดให้ตั้งแต่วันแรก!
บทล่าสุด
#61 บทที่ 61 บทที่ 60 ผลผลิตแห่งรัก (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#60 บทที่ 60 บทที่ 59 เข้าหอขอจัดหนัก
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#59 บทที่ 59 บทที่ 58 วันแห่งคำมั่นสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#58 บทที่ 58 บทที่ 57 เตรียมงานวิวาห์
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#57 บทที่ 57 บทที่ 56 ทุ่งดอกกระเจียวแห่งความทรงจำ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#56 บทที่ 56 บทที่ 55 สัญญาใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#55 บทที่ 55 บทที่ 54 ความลับของพ่อเลี้ยง
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#54 บทที่ 54 บทที่ 53 ฟ้าหลังฝนและคนของใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#53 บทที่ 53 บทที่ 52 กรงขังอดีต
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#52 บทที่ 52 บทที่ 51 แขกไม่ได้รับเชิญ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
รักระรินใจ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า













