บทนำ
-กลับมาครั้งนี้เขาจึงขอตอบแทนคุณด้วยไฟรักที่พร้อมจะมอดไหม้ทุกสิ่ง-
บท 1
ร้าน Born to be Cream
ใบหน้าขาวนวลที่เปรอะเปื้อนคราบแป้งขนมจาง ๆ กำลังเตรียมแพ็กขนมมิลล์เฟยนับพันชิ้นลง กล่องเพื่อเตรียมจัดส่งให้ลูกค้าเจ้าประจำที่ เธอไม่ เคยเห็นหน้าค่าตารู้เพียงแต่ว่าเขาสั่งขนมมิลล์เฟย บ่อยมาก แทบจะนับครั้งได้ที่เขาจะลองสั่งขนมแบบอื่น บางครั้งก็ฝากให้คนที่มารับขนมซึ่งคาดว่าน่าจะ เป็นลูกน้องหรือผู้ช่วยของเขาเอาโน้ตมาให้และแจงรายละเอียดยิบว่าต้องการมิลล์เฟยดีไซน์ใหม่
ผลไม้ขอเป็นองุ่นไซมันคัสบ้างล่ะราสเบอรี่ บ้างล่ะ สังเกตดูแล้วเขาจะเป็นคนพิถีพิถันและเจ้า ระเบียบไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นบุคคลนิรนามผู้นี้ก็สั่งนมเธอมาร่วมสามเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้เจอตัว
คนสั่งอย่างจริงจังเลยสักครั้ง
จนกระทั่งวันนี้เป็นวันที่เขาสั่งขนมจากร้าน ของเธอเยอะที่สุด ถึงกับต้องเกณฑ์บรรดาเพื่อน ๆ เกือบสิบคนมาช่วยกันแพ็คขนมตั้งแต่ตีห้า
เพราะเขาบอกว่าจะมารับขนมก่อนเที่ยงของวัน แต่นี่ก็เที่ยงเป๊ะแล้วแท้ ๆ อิตาบ้าขนมหวานก็ ยังไม่โผล่มารับขนมสักที
"คุณครีมเขาจะเบี้ยวเราไหมคะเนี่ย ไหนจะ ต้องเร่งหาเงินที่เราจะซื้อที่ดินของร้านจากอิเจ๊หน้า เลือดคนนั้นอีก ถ้ามาเจอเบี้ยวอีกเรากรอบกันแน่ ๆค่ะคุณครีมขา"
หมูยองลูกน้องสาวทำหน้าเหนื่อยแล้วเอนตัวลงกับเก้าอี้ผ้าใบที่ใช้ไว้งีบหลับพักหลังจากที่ไม่มีออเดอร์เข้ามาขณะที่ปภินดาเจ้านายสาวเอาแต่เดินไป
เดินมาจนเริ่มวิตกจริตกับสิ่งที่หมูหยองเด็กสาวใน ร้านพูดขึ้น "ไม่หรอกค่ะ พี่ว่าเขาต้องมา"
กริ๊ง! กริ๊ง!
เสียงโทรศัพท์ของร้านดังขึ้นหมูหยองกดรับ
"สวัสดีค่ะพนักงานร้านชื่อหมูหยอง ยินดีให้ บริการค่ะ อ้อจะมารับขนมใช่ไหมคะเสร็จแล้วค่ะมาได้เลย"หมูหยองกดวางสายทันใดปภินดาก็รีบกระ โดดโลดเต้นดีใจ
ทว่าอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกโลกทั้งใบเอียงขึ้นมาอย่างน่าประหลาด และทุกอย่างตรงหน้าก็ดับวูบลง
"ว๊ายคุณครีมคะ" หมูหยองรีบวิ่งไปรับร่างที่ หน้ามืดหมดสติของปภินดาขึ้นมาอย่างทุลักทุเล
"เกิดอะไรขึ้นครับ"
"เอ่อคุณมารับขนมใช่ไหมคะ ช่วยฉันหน่อย ค่ะเจ้านายฉันเขาเป็นลมค่ะ"
ขณะที่ชายในชุดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำกำลัง รับร่างของปภินดามาจากหมูหยอง
"ฉันเอง" ชายหนุ่มหน้าตาหล่อคมเหมือนลูก ครึ่งผิวขาวราวไข่ปอกรวบร่างของปภินดาขึ้นสูง
"สวัสดีครับผมเป็นคนที่สั่งขนมเองและเป็น เพื่อนเก่าของปภินดา คุณไม่ต้องเป็นห่วงเจ้านาย คุณหรอก ผมจะพาเธอไปโรงพยาบาลและดูแลให้ อย่างดี วันนี้คุณปิดร้านได้เลยพิรุณนายให้พวกที่ เหลือมาขนขนมไปที่บริษัทด้วย"
เขากำชับกับผู้ช่วยและอุ้มร่างของปภินดาขึ้นรถไป หมูหยองยิ้มแก้มปริเพราะวันนี้เธอจะได้รีบ กลับบ้านไปนอนดูซีรีส์ให้สบายใจเพราะทั้งอาทิตย์
เหนื่อยกับการทำขนมมาแทบตาย
ใบหน้าที่ซีดเซียวในตอนแรกเริ่มอมชมพูมี เลือดฝาดขึ้น หลังจากที่ได้น้ำเกลือจากโรงพยาบาล แต่กระนั้นก็ยังไม่ฟื้นคืนสติ ดังนั้นชายหนุ่มเพื่อน เก่าผู้หวังดีจึงได้อุ้มเจ้าของร้านขนมกลับมายังคอน โดของตน
นัยน์ตากลมโตเปิดออกและเห็นแสงสว่างของเมืองทั้งเมืองพร้อมกับกับความมืดมิดรอบตัวจนน่าหวั่นใจ ผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ทำให้ต้องรีบ เด้งตัวขึ้นมา มือของปภินดายกขึ้นทาบหน้าผากที่ ปวดตุ้บตุ้บ
นี่เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ แล้วตอนนี้เธอ อยู่ที่ไหน ในห้องของใครกัน
"คุณตื่นแล้วเหรอ" หุ่นสูงโปร่งที่ยืนกอดอก อยู่ที่ขอบประตูเอ่ยทัก และเดินเข้ามาประชิดที่ข้างเตียงกดเปิดสวิสตซ์ไฟเพื่อให้ปภินดาเห็นหน้าของเขา เพื่อจะดูว่าเจ้าของร้านขนมโอเคดีแล้ว
เมื่อแสงของโคมไฟหัวเตียงส่องสว่าง ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงใครสักคนก็แว่บเข้ามาในหัว
แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี
ว่าเขาเป็นใครกันแน่ "คุณจำผมไม่ได้ใช่ไหม"
"เอ่อ...คือขอโทษด้วยนะคะฉันความจำ ไม่ค่อยดี"
"คุณความจำไม่ดีหรือผมไม่น่าจดจำกันล่ะ ปภินดา"
หน้าสลักคมดั่งรูปปั้นโน้มตัวลงมามือสอง ข้างยันที่เตียงนอน สายตาจ้องเขม็งมองเธอ
"ก็จำไม่ได้จริง ๆ ค่ะ แล้วนี่ฉันอยู่ไหนแล้วทำไมคุณถึงมาอยู่กับฉัน" ปภินดารีบตะปปกอดตัวเองอย่างหวาดระแวง
"ผมเป็นลูกค้าขนมพันชิ้นนั่น พอดีแวะไปที่ ร้านและคุณก็ดันเป็นลมหมดสติ ผมเลยพาคุณไป กินน้ำเกลือที่โรงพยาบาล แล้วก็พากลับมาคอนโด ของผม เพราะผมไม่รู้ว่าบ้านคุณอยู่ไหน"
"คุณก็ทิ้งฉันไว้ที่โรงพยาบาลก็ได้ค่ะไม่เห็น ต้องพามานี่เลย"
"ก็ผมอยากพาคุณมาที่นี่ เพื่อให้เราได้เริ่มทำความรู้จักกัน"
"ใครอยากไปรู้จักคุณกัน...ฮึ!" หญิงสาวชะงัก เพราะหันไปเห็นนิตยสารฉบับหนึ่งที่ปกเป็นใบหน้าของคนที่เธอกำลังสนทนาด้วย เธอเพ่งมองนิตยสารของผู้ชายเล่มนั้นและหันไปมองหน้าเขาอีกรอบเพื่อทดสอบว่าตนเองไม่ได้ตาลาย
"ไม่ต้องงงหรอกครับ นั่นผมเอง"
นิตยสารเล่มหนาถูกโยนลงบนเตียงนอน ใบ หน้าหวาดหวั่นรีบหยิบมันขึ้นมาตรวจดูให้แน่ชัด
"อธิกะ บุรินทร์รัตน์ นักธุรกิจด้านวิศวโยธา สุดฮอต" ปภินดาอ่านออกเสียงพึมพำแล้วเหลือบ ตามองดูเจ้าของใบหน้าหล่อดุจเทพบุตรตรงหน้า
ใช่! ก็เขาหล่อจริงนั่นแหละ ข้อนี้ไม่ปฏิเสธ
แต่ที่เธอไม่ชอบคือไอ้การกระทำที่ดูเอาแต่ใจของเขาต่างหาก
"สรุปคุณก็ยังจำผมไม่ได้สินะ เอาล่ะผมจะ แนะนำตัวแล้วกัน ผมเคยเป็นเดือนคณะวิศวะมหาลัยเดียวกับคุณซึ่งตอนนั้นคุณเป็นดาวมหาลัยอยู่ด้วย ความบังเอิญวันรับปริญญาผมก็โดนทำร้าย และคุณก็เป็นคนมาช่วยผมและพาส่งโรงพยาบาลผมก็แค่ทำแบบเดียวกับคุณในตอนนั้น ไม่ถูกต้องหรือไง"
"ก็ไม่เชิงว่าไม่ถูกต้องหรอกค่ะแต่มันจะประ เจิดประเจ้อไปนิดกับการที่คุณหิ้วฉันมาคอนโดของคุณแบบนี้ใคร ๆ ก็เข้าใจผิดกันหมดแน่"
"เข้าใจผิดว่าอะไรครับ เข้าใจว่าผมพาคุณมา นอนค้างที่นี่ หรือเข้าใจว่าคุณเป็นแฟนผม คุณว่า แบบไหนดีล่ะปภินดา"
"เรียกว่าครีมเฉย ๆ เถอะค่ะ"
"งั้นคุณก็เรียกผมว่าธิเฉย ๆ อืม..นี่ก็ดึกมาก แล้วคุณนอนพักก่อนเถอะ แล้วก็ค่าขนมผมโอนเข้าบัญชีร้านคุณเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน"
เขาเดินออกไปพร้อมกับล็อคประตูห้องนอน ให้เธอเสร็จสรรพตอนนี้เธอทั้งงงและสับสน จู่ ๆ คนที่เคยช่วยเอาไว้สมัยเรียนก็โผล่มาตอบแทนพระคุณแบบปัจจุบันทันด่วนไปเสียหน่อยเป็นใครก็ตกใจกันทั้งนั้น
7.00 น.
รถเก๋งคันใหม่จอดส่งเจ้าของร้านขนมที่หน้าบ้าน ขณะหญิงสาวกำลังจะก้าวขาลงจากรถข้อมือ ของเธอก็ถูกยึดไว้ด้วยฝ่ามืออุ่นของคนด้านข้าง
เธอหลุบตามองมือที่ถูกรั้งอย่างไม่มีเหตุผล และเอกสารฉบับนึงถูกยื่นส่งให้กับเธอ "อะไรคะ"
"ข้อเสนอของผมคุณลองอ่านดูอ่านเสร็จเมื่อ ไหร่ก็โทรหาผมบนเบอร์ที่อยู่ในเอกสารฉบับนี้ผมจะรีบมาหาคุณทันที"
อธิกะกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวปล่อยมือ นุ่มที่เขากุมไว้อย่างเสียดาย ตอนนี้เขาได้แต่อดทน รอคอยเท่านั้น รอคอยคำตอบจากเธอ
ปภินดาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จจึงนอนเอนกาย เอามือก่ายหน้าผากอยู่ภายในห้อง ขณะที่เสียงตะ หลิวผัดข้าวของแม่ที่ปะทะเสียดสีกับกระทะก็ดังขึ้นมายังห้องนอน
นานเท่าไหร่แล้วที่มันดังอยู่แบบนี้บางทีก็รู้สึกว่ามันน่ารำคาญ แต่เพราะมันเป็นเสียงของความสุขของแม่ เธอจึงต้องจำใจทนฟังมากระทั่งอายุสามสิบปี
แม่ของเธอเปิดร้านขายอาหารตามสั่งที่มีลูก ค้าล้นหลามมากินดื่มอยู่ในบริเวณบ้านของเธอตลอดหลายปีมานี้ ทำให้พื้นที่ของบ้านที่หลบซ่อนอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพเป็นเสมือนพื้นที่อันแสนผ่อนคลายของคนในละแวกนี้
ถึงเธอเสนอว่าจะซื้อบ้านหลังใหม่ให้พ่อกับ แม่ แต่พวกเขาก็ไม่ยอม บอกท่าเดียวว่าจะขออยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อไป แต่พวกเขากลับเอาแต่ไล่ให้เธอไปอยู่ที่อื่นแทน
ฮัดชิ้ว!
เพราะกลิ่นของผัดกระเพราที่ลอยฟุ้งจนทะลุ เข้ามาในมุ้งลวดห้องนอนของเธอที่ตรงกับครัวของ แม่เข้าพอดี
ทำให้การนอนหลับพักสายตาเป็นเรื่องที่ยากที่สุด จนสุดท้ายเธอก็หยิบเอาเอกสารฉบับนั้นที่ ลูกค้าที่ชื่ออธิกะส่งให้มาลองอ่านดู ปภินดาอ่านรายละเอียดทุกอย่างจนครบถ้วนเอนหัวลงกับหมอนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"ก็แค่เป็นภรรยาในนามล่ะมั้ง"
หญิงสาวพึมพำทำหน้าขบคิดหนัก
แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ ปภินดาหยิบปากกาที่อยู่ในลิ้นชักขึ้นมาเซ็นชื่อของตนลงไป
แล้วจึงยิ้มแป้นอย่างมีความสุขในทันที
เพราะว่าตอนนี้เธอสามารถหาทางออกเรื่องที่ดินร้านขนมได้ภายในชั่วพริบตาเดียว หากใครจะว่า เธอมันหิวเงิน ก็ว่าไปเถอะ เพราะเธอไม่มีทางออกสำหรับเงินค่าที่ดินของร้านแล้วจริง ๆ
บทล่าสุด
#102 บทที่ 102 54.2 ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#101 บทที่ 101 54.1 ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#100 บทที่ 100 53.2 ด้วยไฟรัก
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#99 บทที่ 99 53.1 ด้วยไฟรัก
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#98 บทที่ 98 52.2 เลขามาเฟีย
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#97 บทที่ 97 52.1 เลขามาเฟีย
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#96 บทที่ 96 51.2 อธิษฐานเพื่อคุณพ่อ
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#95 บทที่ 95 51.1 อธิษฐานเพื่อคุณพ่อ
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#94 บทที่ 94 50.2 เหม็นกะทิ
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#93 บทที่ 93 50.1 เหม็นกะทิ
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
นายหัวคลั่งรัก
คำโปรย
เมื่อเธอหนีร้อนมาพึ่งเย็น ถ้าเขาไม่ช่วยแล้วใครจะช่วย
"มองหน้า...มีปัญหาหรือว่ามีใจ"
"นายหัวพูดว่าอะไรนะคะ หนูฟังไม่ค่อยถนัด"
"ไม่ได้ยินก็แล้วไป"
แนะนำตัวละคร
ภูผา (เฮียผา) อายุ 38 ปี พี่ชายคนโตของบ้าน สถานะยังโสดสนิท มีอิทธิพลในพื้นที่ นิสัยไม่เชื่อใจใครง่ายๆ ใครๆก็เรียกเขาว่านายหัว
เพียงนารา (นารา) อายุ 20 ปี ชีวิตมีปัญหาจนต้องถึงขั้นหนี บังเอิญมาเจอนายหัวภูผา แต่เขากลับคิดว่าเธอเข้าหาเขาเพราะมีบางอย่างแอบแฝง
ตัวละครในเรื่อง
สิงโต (เฮียสิงห์) ลูกชายคนที่ 2 ของบ้าน
ต้นกล้า (เฮียกล้า) ลูกชายคนที่ 3 ของบ้าน
ตะวัน (น้องสาวคนเล็กของบ้าน)
#นิยายเรื่องนี้เขียนต่อจากเรื่อง...เพลย์บอยพ่ายรัก สามารถแยกอ่านได้ ไม่งงแน่นอนค่ะ
So bad พี่ชายข้างบ้าน
ปากก็บอกน้องสาว แต่การกระทำของเฮียทำให้ดาวคิดไปไกล
แต่แล้ววันหนึ่งความสัมพันธ์ของเราก็เปลี่ยนไป
“ไม่ใช่ว่าดาวแย่ แต่ดาวเป็นเหมือนน้องสาวเฮียนะ เฮียคิดกับดาวแค่น้องเท่านั้น เมื่อคืนเฮียเมาดาวก็เห็น ทำไมดาวยัง…”
“นี่เฮียกำลังโทษดาวงั้นเหรอ” เขากำลังบอกเพราะฉันเข้าไปเสือกใช่ไหม
“ก็ถ้าดาวไม่เข้ามายุ่ง ผู้หญิงที่เฮียนอนด้วยต้องไม่มีวันเป็นดาว”
“ใช่ ดาวผิดเองแหละ ถ้าดาวไม่เสือก ดาวก็คงไม่ต้องเจ็บแบบนี้ เฮีย…ดาวถามจริง ๆ นะ เฮียโง่หรือแกล้งโง่ถึงมองไม่ออกว่าดาวระ…”
“อย่าพูดมันออกมา เฮียไม่อยากฟัง เฮียเห็นดาวเป็นน้องมาตลอด เฮียไม่เคยคิดเกินเลยกับดาว”
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
หวงรักร้ายนายวิศวะ
"สงสัยพี่จะเข้าใจอะไรผิด คนที่ฉันรักคือพี่แทคิณ...พี่ใช่พี่" โรราเอ่ยมาเช่นนั่น แต่นั้นกับยิ่งทำให้ ดีเทลโมโหและโกรธหนักเข้าไปอีก คนตัวโตถึงกับกดคนใต้ร่างลงให้จมเตียงนอน
"ฉันไม่สนว่าเธอจะรักใคร ตราบใดที่เธอเป็นของฉันๆ ไม่มีทางที่เธอจะเป็นของใครหน้าไหนทั้งนั้น"
"คนเลว..." โรราเอ่ยด้วยเสียงอันโกรธจัด
ดีเทลจ้องมองคนใต้ร่างด้วยความรู้สึกโกรธและโมโห
"กับผู้หญิงสำส่อนอย่างเธอ ฉัน เลว...ได้มากกว่าที่เธอคิด" ดีเทลเอ่ยจบร่างสูงก็ระดมจูบคนดื้อ ที่แสนจะพยศไปทั่วทั้งใบหน้า
"มะ...ไม่นะ พี่ดีเทล" โรราเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่น
****+***+++++++++
Not Love | ไม่รัก(อย่ากั๊ก!!)
นั่นคือประโยคที่มันย้ำเตือนให้ฉันเจียมตัวแล้วต้องเลิกรักผู้ชายเย็นชาอย่างพี่เรย์
ในเมื่อเขาบอกกับฉันอย่างชัดเจนขนาดนั้น ฉันคงไม่โง่รักเขาต่อ....
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เสน่หาเลขาของมาเฟีย
นักรบ & จอมใจ
เขา…เหมือนกับคนที่มีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา
เธอ…เด็กสาวที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคในชีวิต
“ช่วยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเถอะค่ะท่านประธาน ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันนะคะ”
อยู่ดีๆ วันหนึ่งเธอก็ดันไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับท่านประธานหน้านิ่งสุดแสนจะเย็นชาที่ทำตัวไม่สนโลกอยู่ตลอดเวลาที่เธอทำงานด้วยมาตลอดระยะเวลาสองปี













