บทนำ
จบลงด้วยความเจ็บปวดและคำลวง
เหลือไว้เพียงชีวิตภินท์พังกับหัวใจดวงน้อยในครรภ์
"คุณยังรักทับทิมอยู่หรือเปล่า"
เสียงหวานสั่นระริกแต่คงน้อยกว่า ก้อนเนื้อในอกซ้าย แม้จะรู้ว่าคำตอบเป็นเช่นไรแต่ก็ยังเชื่อว่าที่เขาพูดแบบนั้นก็เพราะยังโกรธเธออยู่ แล้วสินธุ์ก็ไม่ได้ตอบคำถาม เขาพยายามสะบัดเธอให้หลุด
"คุณไม่รักทับทิมแล้วจริงๆ หรือคะ" ทิพย์ทิวาดื้อรั้นไม่ยอมปล่อย
"หยุด!" สินธุ์กดเสียงต่ำน่ากลัว คว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างหนึ่งของเธอแล้วบีบแรงราวปรารถนาให้กระดูกน้อยแตกละเอียด ทิพย์ทิวาเจ็บจนน้ำตาไหลแต่ก็ต้องฝืนเก็บเสียงร้องเอาไว้เพราะรู้ว่าจะทำให้เขารำคาญ
"อย่าพูดคำว่ารักให้ผมได้ยินอีกเป็นอันขาด คุณรู้ไว้ด้วยว่าทุกวันนี้ผมขยะแขยงคุณจะแย่อยู่แล้ว"
หญิงสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ค้นหาความจริงที่อยู่ในหัวใจเขา...ท้ายสุดแล้วเธอก็เห็นแค่เพียงความว่างเปล่าที่ทำให้หัวใจแตกสลาย
นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อของเรื่อง 'บ่วงมัจจุราช' (หมอพริม & พ่อเลี้ยงปราณ)
เพิ่มตอนพิเศษท้ายเล่ม
บท 1
เสียงไก่ขันบอกเวลาเช้ามืดทำให้ทิพย์ทิวาตื่นตามปกติ ลืมตาขึ้นช้าๆ พร้อมกับรับรู้ถึงอาการเจ็บปวดทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายกำยำที่เธอโอบกอดมาตลอดทั้งคืนทำให้ไม่อยากจะฝืนลุกจากเตียง...
ใบหน้าขาวแนบกับไหล่ขวา เอื้อมมือข้างหนึ่งลูบไล้อกซ้ายอันอุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี รอยสักแบบ Tahitian ที่กินพื้นที่แผงอกข้างนั้นไปจนถึงกลางแขนข้างเดียวกันช่วยเสริมความดุดันและน่าเกรงขาม มันเป็นหนึ่งในหลายๆ สิ่งที่ทำให้เธอรักในตัวเขา
แล้วเขาเล่า...เขารักอะไรในตัวเธอบ้างหรือเปล่า?
เพียงแค่ย้อนถามตัวเองในใจ กระบอกตาสวยก็ร้อนผ่าว เธอจึงได้หลับตาลงแล้วปล่อยให้น้ำใสๆ ไหลเลอะต้นแขนใหญ่ ภายใต้ฝ่ามือเล็กข้างนั้น ทิพย์ทิวายังคงรับรู้ถึงแรงกระตุกอันเป็นจังหวะของสิ่งที่เรียกว่า ‘หัวใจ’
ผู้ชายคนนี้ยังมีชีวิตและมีหัวใจอยู่จริงๆ หรือ?
แล้วทำไมตลอดสามปีที่ผ่านมาเขาทั้งใจร้ายและเย็นชากับเธอเหลือเกิน จนเธอเผลอคิดไปว่าเขาเป็นคนไร้หัวใจ แต่เธออาจหลงลืมไปว่าหัวใจของเขาไม่ได้มีไว้เพื่อเธอ เธอควรจำเอาไว้ทิพย์ทิวา อย่าลืมเชียวว่าเขาไม่ได้รักเธออีกต่อไปแล้ว
เธอปรารถนาเพียงที่จะหยุดเวลาไว้เท่านี้ ให้ได้เฝ้ามองเขาหลับใหล ให้รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายคนเดิมที่เคยรักเธอหมดหัวใจก่อนที่เรื่องบ้าๆ จะเข้ามาทำลายความรักที่เคยมีให้กันจนเหลือแต่เพียงรอยสิเน่หากลางหัวใจที่ทำให้เธอเจ็บปวดทุกครั้งยามนึกถึงคืนวันอันแสนปราโมทย์ที่ผ่านมา
“ผู้หญิงที่รู้อยู่เต็มอกว่าผู้ชายไม่ชอบน้ำตา แต่ก็ยังจะร้องไห้อย่างน่ารำคาญ คุณว่าพวกเธอคิดอะไรอยู่”
จู่ๆ คำถามอย่างคนไม่สบอารมณ์ก็ดังขึ้น เธอรีบผละออกจากไหล่แข็งแรง สองมือปาดน้ำตาให้แห้งสนิท คำพูดของเขาสื่อความหมายชัดเจนแล้ว
“ทับทิมไม่ได้ตั้งใจ” ทิพย์ทิวาบอกเสียงอ่อนขณะที่ร่างใหญ่เปลือยเปล่าลุกขึ้นนั่ง แล้วหันกลับมามองเธอด้วยแววตาว่างเปล่าไม่ต่างจากทุกครั้งที่มองมา
“ผมว่าพวกเธอกำลังเรียกร้องคะแนนความสงสาร ทั้งที่รู้ว่ามันน่าสมเพช” ชายหนุ่มตอบคำถามของตัวเอง สายตาถูกดึงดูดให้จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเจ้าหล่อนอย่างห้ามไม่อยู่
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะคุณสินธุ์” ร่างเล็กลุกขึ้นพร้อมกุมผ้าห่มปิดทรวงอก สายตายังคงจ้องเขาอยู่ “ทับทิมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย” แม้น้ำเสียงไม่ได้สั่นแต่แววตากลับไม่มีประกายเลยแม้แต่น้อย
ส่วนเล็กๆ ในจิตใจที่สินธุ์ไม่อาจบังคับได้มันอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อปลอบโยนคนตรงหน้า แต่ผู้หญิงคนนี้เธอเคยก่อเรื่องที่เขาไม่อาจให้อภัย แค่เธอยังเสนอหน้าอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหนก็เป็นอันตรายต่อครอบครัวเขามากแล้ว ฉะนั้นเขาต้องปฏิบัติต่อเธอเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ แม้มันจะขัดกับความรู้สึกที่ลึกที่สุดในหัวใจเขาก็ตาม
ความเงียบทำให้หัวใจดวงน้อยปวดแปลบ ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้ายอมรับความจริง สินธุ์ตัดสายตาจากดวงตาคู่สวยแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ผ้าขนหนูขาวสะอาดถูกหยิบออกมาพันรอบกาย เดินไปนั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้ปลายเตียง
ทิพย์ทิวาคว้าชุดนอนที่ถูกถอดพาดโคมไฟไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นมาสวมแล้วพาร่างกายบอบช้ำตรงเข้าไปในห้องน้ำอย่างรู้หน้าที่ เตรียมน้ำอุ่นให้เขาชำระล้างร่างกายก่อนที่เขาจะไปรับประทานอาหารเช้าที่บ้านหลังใหญ่
บ้านหลังนั้นซึ่งมีคนที่เขาต้องการ...ไม่ใช่ที่ที่มีแต่ผู้หญิงอ่อนแอ เจ้าน้ำตาและน่ารำคาญที่เขาไม่เคยสนใจไยดี
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
หญิงสาวเดินออกมาบอกกับเขาเบาๆ หลังตระเตรียมทุกอย่างในห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อสินธุ์พยักหน้าเธอจึงไปนั่งรอที่เตียงด้วยความสงบ
หน้าที่เธอยังไม่หมด วันนี้สินธุ์จะต้องเดินทางไปประชุมที่กรุงเทพ เมื่อคืนเขาเปรยว่าทานมื้อเช้าเสร็จแล้วจะออกเดินทางเลย ฉะนั้นเธอต้องอยู่รอแต่งตัวให้เขาก่อนถึงจะออกไปทำกับข้าวอย่างง่ายๆ กินเพียงลำพัง
“ครั้งนี้จะไปนานกี่วันหรือคะ”
“...” สินธุ์เงียบอยู่แบบเดิม เหมือนไม่สนใจคำถามของเธอ ทิพย์ทิวา กลืนน้ำลายลงคอเฝื่อนๆ เม้มปากสนิท จัดการผูกไทให้เขาต่อไปโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ ในเมื่อไม่อยากตอบเธอก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้เขาเสียอารมณ์
“คุณถามทำไม” จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา ก้มมองคนที่กำลังติดกระดุมสูทให้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง อยากรู้ว่าคำถามของเธอมีอะไรแอบแฝงมากกว่าแค่อยากรู้ธรรมดา
“ฉันแค่อยากรู้เท่านั้นค่ะ” เธอรู้ว่าสินธุ์ต้องการหาเรื่อง แต่มันผิดนักหรือที่ภรรยาอยากจะรู้ความเป็นไปของสามีอย่างเขา
สินธุ์เป็นคนเงียบขรึม สุภาพกับคนอื่นเสมอซึ่งหนึ่งในนั้นไม่รวมเธอ ทั้งยังเก็บอารมณ์ได้เก่ง จนคิดว่าเวลาสามปีที่อยู่ด้วยกันมามันไม่เพียงพอที่จะให้เธอได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย
“ผมจะปล่อยให้นางปีศาจมันเฝ้ามองครอบครัวผมนานๆ ได้ยังไง”
คำพูดเชือดเฉือนหัวใจหลุดออกมา มือบางชะงักค้าง ช้อนสายตามอง คนตรงหน้าอย่างตัดพ้อ
‘นางปีศาจ’ ที่เขาหมายถึงคือตัวเธอ
แต่เพราะไม่อยากเสียเวลาไปกับการทะเลาะกันจึงเลือกที่จะเงียบ ทว่าน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วนั้นกลับคลอหน่วยตาอีกครั้ง ยิ่งได้เห็นใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของผู้ชายที่ตัวเองรักเธอก็ยิ่งเจ็บ
สินธุ์ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ปัดมือเธอออกเหมือนรำคาญเหลือทน ก่อนจะก้าวเข้าหากระจกบานใหญ่เพื่อจัดเสื้อผ้าด้วยตัวเอง ไม่สนใจว่าใครจะเป็นยังไงเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องทนเห็นน้ำตาของเธอ พอเรียบร้อยแล้วก็ทำท่าว่าจะเดินจากไป
“คุณสินธุ์คะ” เสียงหวานเรียกชื่อเขา สินธุ์หันกลับมาจ้องเธอ แววตา เต็มไปด้วยคำถาม ทิพย์ทิวาสูดหายใจรวบรวมความกล้า ก่อนนี้เธอมีเรื่องอยากจะถามเขามากมาย แต่พอเอาเข้าจริงกลับรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ
“ถ้าไม่สำคัญไว้ค่อยคุยตอนผมกลับ” เขาถอนหายใจ คิดจะเดินต่อ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนตัวบางโผเข้ามารั้งแขนไว้ จำเป็นจะต้องหันไปหาเธออีกครั้ง ถ้าครั้งนี้ยังไม่พูดอะไรอีกเขาจะไม่ใจดีกับเธออีกแล้ว
“คุณยังรักทับทิมอยู่หรือเปล่า” เสียงหวานสั่นระริกแต่คงน้อยกว่า ก้อนเนื้อในอกซ้าย แม้จะรู้ว่าคำตอบเป็นเช่นไรแต่ก็ยังเชื่อว่าที่เขาพูดแบบนั้นก็เพราะยังโกรธเธออยู่ แล้วสินธุ์ก็ไม่ได้ตอบคำถาม เขาพยายามสะบัดเธอให้หลุด
“คุณไม่รักทับทิมแล้วจริงๆ หรือคะ” ทิพย์ทิวาดื้อรั้นไม่ยอมปล่อย
“หยุด!”
สินธุ์กดเสียงต่ำน่ากลัว คว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างหนึ่งของเธอแล้วบีบแรงราวปรารถนาให้กระดูกน้อยแตกละเอียด ทิพย์ทิวาเจ็บจนน้ำตาไหลแต่ก็ต้องฝืนเก็บเสียงร้องเอาไว้เพราะรู้ว่าจะทำให้เขารำคาญ
“อย่าพูดคำว่ารักให้ผมได้ยินอีกเป็นอันขาด คุณรู้ไว้ด้วยว่าทุกวันนี้ผมขยะแขยงคุณจะแย่อยู่แล้ว”
หญิงสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ค้นหาความจริงที่อยู่ในหัวใจเขา...ท้ายสุดแล้วเธอก็เห็นแค่เพียงความว่างเปล่าที่ทำให้หัวใจแตกสลาย
หากสายตาอ้อนวอนของเธอกลับทำให้สินธุ์ชะงักนิ่ง แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น เขาข่มใจตัวเองเอาไว้แล้วสะบัดมือออกจากแขนเรียว แรงอันมหาศาลทำให้หญิงสาวเซถลาจนแทบล้ม...แต่ก็ยัง
“คุณจะใช้โอกาสนี้เก็บข้าวของออกจากบ้านผมไปก็ได้นะ” สินธุ์เลือดเย็น
เหลือเกินที่แนะนำเธอแบบนี้ หรือเพราะรู้ว่าต่อให้ไล่อย่างไรผู้หญิงคนนี้ก็จะไม่มีวันไปไหน
“ทับทิมไม่ไปหรอกค่ะ” เธอก้มหน้าตอบทั้งน้ำตา
“ตามใจ! ตอนนี้คุณจะอยู่หรือไปมันก็ไม่สำคัญ” เขาเหนื่อยที่จะต้องถามเหตุผลจากเธอเสียแล้ว
“คุณจะให้ทับทิมไปได้ยังไง ในเมื่อหัวใจของทับทิมยังอยู่ตรงนี้” ทิพย์ทิวาเสียงสั่น น้ำตาไหลพราก รู้ว่าต่อให้อ้อนวอนเขามากเท่าไหร่ สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความเย็นชา และแม้จะรู้ว่าเขาไม่มีทางหันมาสนใจ แต่ก็จะทนต่อไปจนกว่าจะหมดความอดทน เธอยังหวังว่าสักวันจะได้สินธุ์คนเดิมที่รักเธอสุดหัวใจกลับคืนมา แต่เธออาจลืมไปว่าความรักสำหรับผู้ชายมันเริ่มจากร้อยและลดน้อยลงไปจนถึงศูนย์
“ผมไม่สน” คนเย็นชาบอกชัดถ้อยชัดคำและเพราะไม่อาจทนเห็นน้ำตาของเธอได้ เลยรีบหันหลังให้ก่อนจะพูดสั่ง “ระหว่างที่ผมไม่อยู่ อย่าก่อเรื่องให้ลูกกับเมียผมเดือดร้อน ไม่งั้นคุณจะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้อีก”
“แล้วทับทิมล่ะคะ” หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านขณะเอ่ยถาม ลึกลงไปในความรู้สึก เธอปรารถนาที่จะได้ยินเขาพูดในสิ่งที่เธออยากจะฟัง
“ตอบมาได้ไหมว่าคุณเห็นทับทิมเป็นอะไร”
“...” สินธุ์ก็ยังคงเป็นสินธุ์อยู่วันยังค่ำ เพราะนอกจากจะไม่ตอบคำถามเขาก็เลือกที่จะเดินจากไปโดยไม่ไยดีความรู้สึกของคนข้างหลัง
ไม่มีคำใดสามารถหลุดออกมาจากปากของเธอได้อีกนอกเสียจากเสียงสะอื้นอย่างคนหัวใจสลาย น้ำตาอุ่นจัดไหลนองแก้มขาว ร่างกายที่เหมือนสิ้นเรี่ยวแรงจึงนั่งแปะลงกับพื้น ไม่ใช่ว่าเธอไม่เจ็บที่ถูกผู้ชายที่ตัวเองรักไล่เหมือนไม่ใช่คน ใช่ว่าเธอไม่มีที่ไปหรือว่าจนตรอก...แต่ที่ทนอยู่ก็เพราะ ‘รัก’ เพราะความหวังที่ว่าสักวันจะได้คนรักกลับคืนมา และเพื่อบางสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่า ‘หัวใจ’
แต่ยิ่งนานเธอก็ยิ่งไม่แน่ใจ...หัวใจเขาอาจเปลี่ยนไปเป็นของคนที่เขา ยกย่องออกหน้าออกตาว่าเป็นเมียเขาแล้วก็ได้
ร่างบางหยุดที่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอนกว้าง ดวงตาหม่นเศร้าไล่
มองรอยช้ำตามต้นแขนและเนินอก ทุกครั้งที่สินธุ์มาที่บ้านนี้พร้อมกับแรงปรารถนา สิ่งที่เหลือไว้คือความเศร้าที่ซึมลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ เธอรู้สึกถึงความเดียวดายปวดร้าวอย่างที่ไม่คิดว่าผู้หญิงคนไหนจะเข้าใจ น้ำตาอุ่นจัดไหลเป็นทาง ร่องรอยแห่งความร้าวรานนี้เหมือนเป็นเชื้อเพลิงที่กระตุ้นให้หัวใจดวงน้อยโหยหาคืนวันเก่าๆ มากขึ้นทุกขณะ...เธออยากได้สัมผัสอ่อนโยนอย่างคนรักกัน อยากได้สินธุ์คนเดิมเมื่อสามปีที่แล้วกลับคืนมา เนิ่นนานทีเดียวกว่าจะพาตัวเองไปนั่งบนเตียงแล้วเปิดลิ้นชักหยิบสมุดเล่มเล็กที่เป็นเหมือนเพื่อนแท้ยามเหงาขึ้นมา เธอเปิดหน้าหนึ่งที่เขียนค้างไว้เพื่อบันทึกต่อจากหน้าสุดท้ายที่เขียนไปวันก่อน
‘คุณสินธุ์ขา... ถึงแม้เรื่องราวระหว่างเราจะเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก แต่ตอนนี้ทับทิมพูดได้เต็มปากว่าทับทิมรักคุณสินธุ์หมดทั้งหัวใจ รักจากที่ไม่เคยคิดจะรัก รักทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณสินธุ์เปลี่ยนไปแล้ว แต่ทับทิมก็ไม่ยอมสิ้นหวังและยังจะขอรักคุณต่อไปนะคะ...หากความรักที่นำไปสู่น้ำตาคือหายนะ ความรักที่ทับทิมมีต่อคุณสินธุ์ก็คงเป็นหายนะที่งดงามที่สุด’
ในคืนหนึ่งทิพย์ทิวามีโอกาสได้เจอสินธุ์เป็นครั้งแรกที่บ้านของเขา ทำให้ชายหนุ่มมองเธอในแง่ลบ เพราะคงไม่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนกล้าไปหาผู้ชายแปลกหน้าถึงบ้านในเวลานั้น ส่วนเธอก็ไม่ได้คิดกับเขาดีไปกว่ากันนัก เนื่องจากเขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปแทรกความรักคนอื่น เกือบทำให้เด็กตาดำๆ ที่กำลังจะเกิดมาต้องกำพร้าพ่อ เลยกลายเป็นว่าเธอเกลียดขี้หน้าเขาทั้งที่เจอกันแค่ครั้งเดียว
...แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ชีวิตเธอมาถึงจุดพลิกผัน
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 The end รอยสิเน่หากลางใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#32 บทที่ 32 หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#31 บทที่ 31 คนไม่ถูกเลือก
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#30 บทที่ 30 ว่ากันเรื่องเมีย (น้อย)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#29 บทที่ 29 ฮีโรตายตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#28 บทที่ 28 ถูกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#27 บทที่ 27 เลือกเองเจ็บเอง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#26 บทที่ 26 When I was your man
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#25 บทที่ 25 ไม่อาจรั้ง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#24 บทที่ 24 ผู้ชนะที่แท้จริง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
สัญญารักประธานร้าย
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













