รักกลางครรภ์

รักกลางครรภ์

อิสระ&ชน · เสร็จสิ้น · 108.8k คำ

603
ยอดนิยม
787
การดู
6
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

ผมมันก็แค่...."ของเหลือเดน” ชีวิตและร่างกายแปดเปื้อนด้วยมลทิน ราคีและกลิ่นคาว ใครล่ะจะอยากลดตัวลงมาเพื่อยุ่งเกี่ยวกับคนอย่างผม ?

บท 1

ตอนที่ 1 หนี

เสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่าราวกับเทวดาฟ้าดินจะโกรธเกลียดรังแกคนอย่างผม ทันทีเมื่อผมก้าวขาลงมาจากรถไฟซึ่งมันหอบพาเอาคนไร้ค่าอย่างผมซานซมมาจนถึงกรุงเทพมหานคร โดยที่ผมไม่ต้องเสียเงินสักบาทเพราะมันมีไว้สำหรับบริการประชาชนคนชั้นล่างอย่างผมแบบฟรีๆ

ผมหยิบกระดาษสีขาวซึ่งฉีกมันออกมาจากสมุดเรียนวิชาสังคมศาสตร์หน้าที่ยังว่างอยู่เพราะผมใช้จดบันทึกวิชาเรียนไม่หมดก่อนจบเทอมสุดท้าย บนหน้ากระดาษซึ่งมีรอยยับนั้นผมจดที่อยู่ของรุ่นพี่คนหนึ่งเอาไว้เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ตอนที่เขากลับไปเที่ยวบ้านที่ต่างจังหวัดแล้วผมได้มีโอกาสพูดคุยกัน

กรุงเทพมหานครคือเมืองหลวงอันศิวิไลซ์ที่ผมไม่เคยก้าวเท้าเหยียบมาก่อน ที่นี่ดูทุกอย่างสับสนวุ่นวายไปหมด และยิ่งยากขึ้นเมื่อผมต้องมายืนติดอยู่ตรงป้ายรถเมล์กับน้ำท่วมสูงถึงครึ่งหน้าแข้งในช่วงค่ำที่ฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาต้อนรับผม

ผมหันไปถามคนที่ยืนตากฝนจนตัวเปียกอยู่ข้างๆ ถึงการเดินทางเพื่อไปตามที่อยู่ซึ่งผมจดเอาไว้และผมได้รับคำแนะนำให้เดินทางด้วย “รถเมล์ฟรี” ซึ่งมันเบียดเสียดยัดเยียดกันอย่างน่ากลัว 

ผมยืนมาบนรถเมล์ซึ่งมีผู้โดยสารแออัดเบียดกันจนแทบหายใจไม่ออก ท่ามกลางการจราจรที่แทบไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่าการขึ้นรถเมล์มันเร็วกว่าการเดินด้วยเท้าตรงไหน ผมยืนเมาไปกับกลิ่นเหงื่อ กลิ่นตัว กลิ่นน้ำหอมของคนเมืองจนแทบหายใจไม่ออก

“เอ็นเอสไนท์ บาร์” ผมยกแผ่นกระดาษยับๆ นั้นขึ้นมาแล้วแหงนหน้าอ่านทวนป้ายไฟด้านบนอีกครั้ง

หลังจากใช้ความพยายามฝ่าฟันความกล้าๆ กลัวๆ ถามคนนั้น คนนี้มาตลอดทางในที่สุดผมก็มายืนอยู่หน้าบาร์แห่งหนึ่ง ตัวตึกเป็นคล้ายๆ อาคารพาณิชย์สูงสี่ชั้น มีป้ายไฟขนาดใหญ่ติดเป็นชื่อบาร์เหมือนอย่างในกระดาษที่ผมถืออยู่ สภาพเนื้อตัวของผมเวลานี้มันเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า กระเป๋าเป้สะพายหลังชุ่มไปด้วยน้ำ ตอนนี้ฝนหยุดแล้วเหลือแค่ละอองฝอยเล็กๆ เท่านั้น

“เอ่อ...ขอโทษครับ ผมมาหาพี่กบ” ผมเดินตัวเปียกไปยืนแหงนคอคุยกับผู้ชายใส่ชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสีดำสองคนท่าทางน่ากลัวตรงประตูทางเข้า

“กบไหน ที่นี่ไม่มีคนชื่อกบ”

“แต่...พี่กบบอกว่าทำงานอยู่ที่นี่...เอ่อ นี่ไงครับผมมีที่อยู่พี่เขาให้ผมไว้”

“นี่ไอ้น้องหลบไปไกลๆ อย่ามาเกะกะทางเข้าร้าน" ผู้ชายหน้าดุคนเดิมยื่นมือมาผลักผมให้ถอยออกไปด้านข้าง

"พี่...แต่ว่าเขาบอกว่าเขาทำงานที่นี่จริงๆ นะ" 

"ถ้าเพื่อนน้องทำงานที่นี่ก็ลองโทรถามเพื่อนสิให้เขาออกมารับแล้วนี่อายุถึงสิบแปดแล้วหรือยัง หัวยังเกรียนอยู่เลย อย่ามายืนแถวนี้เดี๋ยวร้านพี่ก็ซวยหรอก” คนหน้าดุจับไหล่ผมแล้วเหวี่ยงผมออกมาอีกครั้ง

ผมใช้โทรศัพท์มือถือกดเบอร์ตามที่รุ่นพี่ได้เคยให้ผมไว้แต่ไม่มีคนรับสาย ผมไม่รู้จะไปทางไหนดีเพราะใจกลางเมืองหลวงใหญ่โตนี้ผมรู้จักเพียง “พี่กบ” รุ่นพี่โรงเรียนเก่าซึ่งเข้ามาหางานทำในกรุงเทพและเคยออกปากชวนผมให้มาเที่ยวหาได้ที่กรุงเทพ

ผมเพิ่งเรียนจบมัธยมปลายจากโรงเรียนประจำจังหวัดในภาคเหนือของเมืองไทย โดยแรกเริ่มทีเดียวผมก็เป็นเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่ใฝ่ฝันอยากเรียนต่อในรั้วมหาวิทยาลัยแต่เพราะเหตุการณ์บางอย่างทำให้ผมต้องละทิ้งความฝัน ละทิ้งบ้านเกิดเพื่อมุ่งหน้าเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ

ผมนั่งมองผู้คนหลายร้อยคนเดินหลั่งไหลหายเข้าไปภายในบาร์แห่งนี้ ซึ่งมันเป็นจุดหมายปลายทางที่ผมตั้งใจมาหาพี่กบ ผมนั่งรออยู่บนทางเท้าหน้าร้านตรงส่วนที่มันเป็นลานจอดรถ จนความหิวเล่นงานผมอย่างหนักเพราะตั้งแต่ขึ้นรถไฟมาเมื่อเช้าผมมีเพียงข้าวเหนียวไก่ย่างราคาถูกยัดใส่เข้าไปภายในกระเพาะผมเท่านั้น ตอนนี้หน้าจอโทรศัพท์มือถือของผมแบตของมันขึ้นขีดสีแดงและตัวเลขบอกเวลาว่ากำลังจะเที่ยงคืนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ความกระวนกระวายวิตกทำให้ผมนั่งไม่ติดเพราะผมยังไม่สามารถติดต่อพี่กบได้

ผมตัดสินใจส่งข้อความเข้าไปยังเบอร์โทรศัพท์ของพี่กบเพื่อบอกให้รู้ว่า ผมมาถึงกรุงเทพแล้วและจะนั่งรออยู่ตรงนี้เพื่อรอให้พี่กบมารับ แต่ทุกอย่างยังคงเงียบหายไม่มีการตอบรับหรือโทรกลับมาจากรุ่นพี่ของผม จนกระทั่งนักเที่ยวกลางคืนเริ่มทยอยเดินกลับออกมาจากร้าน รถยนต์เกือบทั้งหมดถูกขับหายออกไปจนลานจอดรถที่ผมนั่งอยู่ไม่เหลือรถยนต์แม้แต่คันเดียว ป้ายไฟด้านหน้าซึ่งบอกชื่อร้านเอาไว้ถูกปิดลง 

“พี่...” ผมวิ่งแบกกระเป๋าไปดักหน้าผู้ชายตัวโตสองคนซึ่งกำลังจะเดินหายเข้าไปภายในร้าน

“เฮ้ย นี่ยังไม่กลับอีกหรือไงวะ” พี่ผู้ชายชุดดำหน้าดุหันมาถลึงตาใส่ผม

“ตกลงว่าพี่รู้จักพี่กบมั้ย ผมขอร้องล่ะเขาบอกว่าเขาทำงานที่นี่จริงๆ นะ ผมมาจากต่างจังหวัดพี่เข้าไปบอกเขาให้หน่อยว่าผมรออยู่ข้างหน้า”

“บอกว่าไม่มีคนชื่อกบ ทำไมพูดไม่รู้เรื่องวะ” ผู้ชายหน้าดุตะคอกใส่ผมเสียงดังก่อนจะสะบัดแขนแล้วเดินเข้าไปด้านในทิ้งให้ผมยืนสับสนอยู่เพียงลำพัง

ผมยกโทรศัพท์มือถือของผมออกมาทันได้เห็นหน้าจอของมันดับพรึ่บไปต่อหน้าต่อตา ผมไม่กล้าเดินไปไหนเพราะกลัวว่าถ้าพี่กบอ่านข้อความแล้วเดินมาหาผมจะไม่เจอ  ผมถอยกลับไปนั่งรออยู่บนหมอนคอนกรีตกั้นล้อรถตรงหน้าประตูทางเข้าออกร้านเพื่อหวังว่าอย่างน้อยถ้าพี่กบเลิกงานแล้วเดินออกมาจะได้เห็นผมในทันที

แต่ไม่มีใครเดินออกมาจากประตูกระจกทึบบานนี้แม้แต่ผู้ชายหน้าดุสองคนนั้นก็หายไปเลย เวลานี้ไม่เหลือใครแล้ว ไฟทุกดวงถูกดับลง ผมนั่งคุดคู้ดึงหัวเข่าตัวเองขึ้นมากอดเพื่อช่วยให้ตัวเองรู้สึกอุ่นขึ้นแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เสียงท้องร้องอุทธรณ์ขอความเห็นใจจากผมเพราะมันคงต้องการอาหาร ผมกวาดสายตาหันไปรอบตัวเห็นป้ายร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนักก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินแบนๆ ของตัวเองออกมาแล้วใช้นิ้วมือเล็กเขี่ยๆ ขอบธนบัตรภายในนับดูเป็นครั้งที่ร้อย ผมมีเงินติดตัวอยู่ไม่ถึงห้าร้อยบาทและไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าผมต้องเจอกับอะไรบ้างความหิวเพียงแค่นี้คงไม่ฆ่าผมให้ถึงกับตาย

เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ดังสนั่นจนผมสะดุ้ง ฝนที่เพิ่งขาดเม็ดไปดูเหมือนมันจะซ้ำเติมผมอีกครั้ง ลมพายุพัดซัดมาจากทุกทิศทางผมลุกขึ้นจากแล้ววิ่งเข้าไปหลบฝนอยู่บริเวณหน้าร้านซึ่งพอมีชายคาให้ผมหลบฝน

ตึง! ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ๆ มีเสียงดังขึ้นมาจากภายในร้านซึ่งด้านในปิดไฟมืดสนิท ผมแนบสายตาจ้องฝ่าความมืดเข้าไปด้านในแต่ก็มองอะไรไม่เห็นเลย

ตึง! อีกครั้งเสียงนั้นดังมาจากด้านในแน่ๆ ผมรวบรวมความกล้าแล้วเดินไปชะโงกหน้าตรงด้านข้างซอกตึกเล็กๆ ก่อนจะเดินเลาะไปจนถึงจุดทิ้งขยะซึ่งมีถังขยะใบใหญ่กว่าตัวผมวางเรียงกันอยู่หลายใบ ข้างๆ นั้นเป็นประตูกระจกบานหนึ่งมีสติ๊กเกอร์แปะเอาไว้เป็นชื่อของบาร์แห่งนี้

ตึง! อีกครั้ง เสียงนั่นอีกแล้วผมเอื้อมมือไปดึงประตูกระจกนั้นแล้วออกแรงดึงมันอย่างกล้าๆ กลัว

“ไม่ได้ล็อกเหรอ” ผมหันซ้ายหันขวาแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ

กลิ่นเหม็นอับ เหม็นเปรี้ยว คลุ้งไปทั่วจนผมต้องยกมือมาปิดจมูก ภายในห้องนี้ไม่ได้มืดสนิทเสียทีเดียว ผมยืนนิ่งๆ สักพักเพื่อปรับสายตาให้ชินกับความมืดด้านใน แสงสีเขียวสว่างสะท้อนอยู่ด้านข้างผนัง ผมเดาว่ามันคงเป็นสวิตช์ไฟจึงตัดสินใจเดินไปใกล้แล้วกดเปิดมันเพียงหนึ่งดวงอย่างเดาสุ่ม

ตึง ตึง ตึง จี๊ดด ผมสะดุ้งขนหัวลุกซู่ทันทีเมื่อไฟสว่างขึ้นกลางห้อง หนูตัวเท่าแมวสามสี่ตัววิ่งพล่านไปทั่วห้องมีอยู่ตัวหนึ่งมันเหยียบกับดักกาวเข้า ทำให้มันลากเอาถาดกาวไปชนกับซิงค์ล้างจานจนเป็นที่มาของเสียงตึงๆ ที่ผมได้ยินเมื่อครู่

“อะไรเนี่ย” ผมกวาดสายตาไปรอบห้อง ที่นี่เหมือนจะเป็นห้องครัวหรือห้องเก็บของอะไรสักอย่างแต่มันสกปรกจนน่าอ้วก มีเศษขยะ เศษอาหารเต็มไปหมด จานชามใช้แล้วถูกวางทิ้งระเกะระกะเกลื่อนห้องผมต้องยกมือขึ้นมาอุดปากเพราะผมรู้สึกคลื่นไส้จนทนไม่ไหวจริงๆ ห้องครัวถึงจะรกไปหน่อยแต่ก็พอมองออกว่ามันคือห้องสำหรับใช้ปรุงอาหาร จานใช้แล้วกองเท่าภูเขาถมอยู่ในซิงค์ขนาดใหญ่ แก้วน้ำ แก้วเหล้าทรงสวยๆ หลายแบบวางเรียงเป็นร้อยๆ ใบ 

ผมขยับเท้าเดินเข้าไปยืนอยู่หน้าตู้แช่หลังใหญ่แล้วเอื้อมมือเปิดมันออก ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยของสดมากมาย ไส้กรอก แหนม เบคอน เยอะจนละลานตา ทันทีที่สายตาของผมรับภาพอาหารเข้าสู่สมองท้องของผมมันก็ร้องประท้วงอย่างดุเดือด ผมรับรู้ถึงการบิดตัวของลำไส้น้อยแทบจะทันที

“ของกินเยอะเลย” ผมยกมือขึ้นมากุมหน้าท้องตัวเองแล้วหมุนตัวมองไปทั่วห้องครัวแคบๆ อีกครั้งก่อนจะปิดประตูตู้แช่เอาไว้ตามเดิม

ผมเดินลึกเข้าไปพ้นประตูอีกบานเป็นทางเดินแคบๆ จนไปถึงส่วนของร้านด้านใน โต๊ะ เก้าอี้ วางระเกะระกะ ถังน้ำแข็งแก้วเหล้า ขวดเหล้า ขวดเบียร์ บางส่วนไม่ได้ถูกเก็บออกจากโต๊ะ ผมหมุนตัวมองไปรอบๆ ไม่มีใครเหลืออยู่เลยสักคนเดียว

“นี่ไม่คิดจะเก็บร้านกันเลยอย่างนั้นเหรอ”

ผมเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวหนึ่งด้านหน้าเวที บนโต๊ะกลางด้านหน้านั้นมีจานออเดิร์ฟถูกวางทิ้งเอาไว้ อาหารเหลือทิ้งเกินกว่าครึ่งมีทั้งไส้กรอกทอด ถั่วลิสง แหนม แล้วอะไรวางเคียงๆ กันอีกสองสามอย่าง

“กินของเหลือแบบนี้ ไม่ถือว่าขโมยใช่มั้ย” ผมหันคอมองไปรอบตัวอีกครั้งก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบของบนจานยัดใส่ปากด้วยความหิวโหย เพียงไม่กี่นาทีของเหลือเดนทุกอย่างที่คนมีเงินกินทิ้งกินขว้างเอาไว้ก็ถูกผมกินจนเกลี้ยง

ผมทำแบบเดียวกันกับอาหารอีกสองสามจานที่ถูกวางเหลือทิ้งเอาไว้ แล้วเดินเก็บจานและแก้วเข้าไปเก็บในครัวเพื่อชดเชยแทนค่าเศษอาหารที่ผมกินเข้าไปเมื่อครู่

ผมยืนชั่งใจอยู่นานกับสภาพห้องครัวอันทุเรศตา ก่อนจะตัดสินใจทำเรื่องบ้าๆ นั่นคือจัดการล้างถ้วย ล้างจาน และทำความสะอาดห้องครัวโดยใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง และใช้เวลาสิบนาทีในการเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำเล็กๆ ภายในห้องครัว ผมรื้อกระเป๋าหยิบสายชาร์ตโทรศัพท์ออกมาแล้วเห็นว่าสายชาร์ตมันเปียกฝนเพราะกระเป๋าเป้ใบเก่าของผมมันไม่ได้หนามากพอที่จะปกป้องสิ่งของที่มันห่อหุ้มเอาไว้ เสื้อผ้าของผมด้านในเปียกชื้นไม่มีเหลือ รวมถึงสายชาร์ตโทรศัพท์ด้วย

ความพยายามในการชาร์ตแบตมือถือของผมหมดลงเมื่อประกายไฟลุกพรึ่บขึ้นมาขณะที่ผมพยายามเสียบปลั๊กไฟ สายชาร์ตโทรศัพท์ของผมควันขึ้นโขมงพังคามือ มันยิ่งซ้ำเติมความหนักใจให้กับผมเพราะผมจะหาหนทางติดต่อพี่กบได้ยังไง

ผมจัดการรื้อเอาเสื้อผ้าเพียงสองสามชุดที่เปียกชื้นนั้นออกมาแล้วเปิดพัดลมตัวใหญ่ในครัวเพื่อช่วยเป่าให้เสื้อผ้านั้นแห้งเร็วขึ้น

“ผม...ถือว่าผมทำงานแลกกับอาหารและที่พักคืนนี้และนะ”

ผมพูดกับอากาศในห้องก่อนจะนั่งพนมมือไหว้อะไรก็ได้ที่จะช่วยเป็นพยานให้ว่าผมไม่ได้คิดไม่ดีหรือทำเรื่องชั่วๆ ผมแค่ต้องการที่ซุกหัวนอนในคืนนี้ เพราะผมหมดหนทางจะไปแล้วจริงๆ

ผมใช้โซฟาตัวยาวเป็นที่นอนเพียงแค่ผมนอนหลับตาความรู้สึกทุกอย่างของผมก็ถูกดูดให้จมหายเข้าไปว่ายวนอยู่กับฝันร้ายอีกครั้ง

“ฮึก ฮึก” ผมสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้นมาจากโซฟาหันไปมองรอบตัวซึ่งมีเพียงความว่างเปล่างวังเวง

เมื่อมั่นใจว่ารอบๆ ตัวของผมเวลานี้ไม่มีใครอื่น นอกจากผมเพียงคนเดียว เสียงสะอื้นที่ผมกลั้นเก็บเอาไว้เพียงในฝันก็ระเบิดออกมาในทันที

“ฮืออออออ” เสียงสะท้อนของความเจ็บปวดจากการเป็นผู้ถูกกระทำ ความเจ็บช้ำที่ผมแบกหอบมันเอาไว้ไหลทะลักออกมาเป็นสายน้ำเย็นๆ ตรงบริเวณหัวตาอย่างไม่ขาดสาย พื้นที่ห้องสี่เหลี่ยมขนาดกว้างหลายสิบตารางเมตรมีเพียงเสียงร้องไห้ของผมดังก้องสะท้อนไปมาในความเงียบสงัด เสียงซึ่งโหยหวนชวนให้เวทนา 

ความทรงจำบางอย่าง......เวลาไม่อาจลบมันออกไป

ความทรงจำบางอย่าง......ระยะทางไม่อาจทำให้ความเจ็บนั้นจางลง

ความทรงจำบางอย่าง......ยิ่งเราพยายามจะลืม มันก็เหมือนจะยิ่งแจ่มชัดขึ้นกว่าเดิม

ผมนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนโซฟาตัวใหญ่ หัวใจที่คิดว่ามันทนต่อความเจ็บได้เพราะความเคยชิน แต่ยามนี้หัวใจอันเน่าเหม็นฟอนเฟะเละด้วยน้ำมือของคนที่ผมรัก มันกำลังกลัดหนองบวมช้ำและซ้ำเติมให้ผมเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง 

แค่ลำพัง.....เพียงแค่ผม ที่ต้องเผชิญมันเพียงลำพัง

“อ๊ากกกกกก”

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

14.1k การดู · เสร็จสิ้น · เพลงมีนา
เสิ่นรั่วหลัน ทายาทที่เหลือรอดเพียงคนเดียวของตระกูลเสิ่น ครอบครัวของนางถูกคนชั่วลอบสังหารทั้งตระกูลในคืนเดียว มารดากอดนางไว้นานสิ้นใจต่อหน้านางในวัยเพียงสิบขวบ ท่ามกลางซากศพและเลือดที่นองพื้น เหลียนหงอี้นำทหารเข้ามาช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ช่วยได้เพียงเสิ่นรั่วหลันคนเดียวเท่านั้น จากนั้นนางเหมือนคนสติไม่ดีกลายเป็นคนปัญญาอ่อน แม้ร่างกายเติบโตแต่ลักษณะนิสัยยังเป็นเด็กสิบขวบและจำเรื่องในคืนนั้นไม่ได้
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
พี่ชายที่รัก

พี่ชายที่รัก

275.4k การดู · เสร็จสิ้น · สาวน้อย.ช่างฝัน
พี่กัส 'ออกัส' เป็นพี่ชายของฉัน 'อลิน' เราเป็นพี่น้องบุญธรรมกัน แต่เขากลับไม่เคยทำดีกับฉันเลยสักครั้ง เอาแต่คอยทำร้ายจิตใจและร่างกายของฉัน
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
คลั่งรักเมียแต่ง

คลั่งรักเมียแต่ง

554k การดู · เสร็จสิ้น · มะนาวสีชมพู
เรื่อง...คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
ใต้เงาสเน่หา

ใต้เงาสเน่หา

16.3k การดู · กำลังอัปเดต · นรานิณ
เพราะมรสุมชีวิตและรักเก่าที่พังทลาย ทำให้ ‘เพลงพิณ’ นักโภชนาการสาวต้องยอมลดตัวมาเป็นแม่ครัวส่วนตัวในคฤหาสน์หรู เพื่อหาเงินรักษาเทวดาตัวน้อยของเธอ...

ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์

ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

313.1k การดู · เสร็จสิ้น · Aoybabyz
เธอสาวมัธยมปลายไปสารภาพรักกับรุ่นพี่มหาลัยปี1แต่ก็โดนปฎิเสธกลับมา ผ่านไป3ปีพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งในรั้วมหาลัย....แถมยังต้องให้มีเรื่องใกล้ชิดกันอีก
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

567k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
“ทีตอนที่ไปคลินิกแล้วขึ้นขาหยั่งไม่คิดจะอายบ้างเหรอ แล้วถ้าวันนี้คนที่ตรวจคุณเป็นผู้ชายคนอื่นล่ะคุณจะทำยังไง”

เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"

เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา

เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ

แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต

ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน

ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!

** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ

นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด

ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

232.7k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
"คุณ! ข่มขืนฉัน!"
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น

เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น

7.8k การดู · กำลังอัปเดต · อรุณรัตน์
คู่หมั้นของฉันนอกใจฉัน และคนที่เขานอกใจด้วยก็คือพี่สาวของฉัน!
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!

เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!

11.3k การดู · กำลังอัปเดต · Peach뽀이
ก็แค่บอดี้การ์ดฝีมือดีคนหนึ่งที่พ่วงด้วยสถานะคู่นอนเป็นครั้งคราว เธอไม่ได้สำลักสำคัญอะไรต่อชีวิต แต่ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเธอจากไปหัวใจของมาเฟียจอมโหดถึงได้รู้สึกเดือดพล่านขนาดนี้!
..................................................................

พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์

มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก

นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)

บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า

นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................

เรื่องย่อ

สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
แค้นรักเพลิงสวาท

แค้นรักเพลิงสวาท

25.6k การดู · เสร็จสิ้น · Milky kat
“ ลืมรสรักของผัวเก่าคนนี้ไปแล้วสินะ หึ!..ฉันจะช่วยสงเคราะห์รื้อฟื้นความหลังให้เอาบุญ ”

ภาสกร&อัยรินทร์

นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )

เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน

เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น

เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้

“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
กรงรักจำนน

กรงรักจำนน

274.4k การดู · เสร็จสิ้น · ผ้ายับที่พับไว้
เธอเป็นเพียงพยาบาลตัวเล็ก ๆ ที่ถูกจ้างให้มาดูแลย่าของเขา แต่กลับถูกดึงเข้าไปอยู่ในเกมของครอบครัวมหาเศรษฐี เกมที่เธอไม่ได้สมัครใจแม้แต่น้อย
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

550.9k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด