บทนำ
บท 1
“หวังว่าตาพอยต์ลูกชายของคุณจะจำเราสองคนแม่ลูกได้นะ คุณพีระ” มีฟ้าเอ่ยกับชายวัยกลางคนผู้เป็นประมุขของบ้าน ‘อนันตรักษ์’ บ้านใหญ่หลังนี้
เธอกำลังนั่งอยู่ภายในโถงของตัวบ้านที่จัดวางโซฟาสวยหรูชุดใหญ่ไว้หนึ่งชุดสำหรับรับแขก แม้ว่าเธอจะไม่ได้เข้ามาเป็นแขกแต่อย่างใด
“เอ่อ ไม่แน่ใจเหมือนกันแฮะ ถึงเราจะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ครั้งล่าสุดที่ไปเจอพร้อมกับตาพอยต์ด้วยก็ไม่กี่ปีนี่เองนะ”
“แล้วหนูล่ะลูก จำพี่พอยต์ได้มั้ยคะ” มีฟ้าขยับปากสวยเอ่ยถามเฟย์ลิน ลูกสาวของเธอ
สามปีก่อนคือครั้งล่าสุดที่เธอทั้งคู่ได้เจอพีระกับพอยต์ แม้ก่อนหน้านั้นจะได้เจอกันมาบ้าง แต่ทั้งคู่ก็เด็กมากจนอาจจะจำกันไม่ได้ และครั้งสุดท้ายนั้นเธออายุได้ราวสิบห้าปีแล้ว
ตอนนั้นเธอเป็นเด็กผมเปียน่ารัก มีรอยยิ้มที่สดใส ใบหน้าหวานราวกับตุ๊กตาที่มาพร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วน่าเอ็นดู แต่ปัจจุบันเธอเติบโตขึ้นเป็นสาวสะพรั่ง จากผมเปียบัดนี้ได้กลายเป็นผมตรงสีน้ำตาลอ่อน พลิ้วไหวยาวสยายไปจนถึงกลางหลัง ดวงตากลมโตและใบหน้าหวานเทียบตุ๊กตานั้น ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางเพียงนิด แต่กลับทำให้เธอดูสวยราวกับปลุกเสกได้ ริมฝีปากบางกระจับถูกทาทับด้วยลิปกลอสสีชมพูพีช หันกลับไปตอบผู้เป็นแม่
“พอจะจำได้ค่ะ”
“นั่น พูดถึงก็มาพอดี” พีระหันไปมองตามเสียงรถสปอร์ตคู่ใจของลูกชายที่มาจอดหน้าบ้าน ก่อนจะพบกับร่างสูงแกร่งที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มหล่อในวัยยี่สิบสองปี เขากำลังก้าวลงจากรถและเดินเข้ามาทางพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ตาพอยต์มานั่งนี่ลูก” ชายหนุ่มนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับมีฟ้า และเฟย์ลินตามที่พ่อของเขาจัดแจง
“นี่น้ามีฟ้า และนี่เฟย์ลินลูกสาวของเธอ”
“สวัสดีครับคุณน้า” เขายกมือขึ้นไหว้มีฟ้า และหันไปมองเฟย์ลินสาวสวยตรงหน้าเขา
“สะ..สวัสดีค่ะพี่พอยต์” เฟย์ลินที่ถูกสายตาคมตวัดมอง เธอรีบยกมือขึ้นไหว้เขาด้วยท่าทีประหม่า ตามประสาคนที่ไม่ได้สนิทอะไรและไม่ได้พบเจอกันนาน เธอเองยังจำเขาได้เพียงเล็กน้อย ส่วนเขาหากว่าเป็นคนที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไรนั้นอาจจะจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ครับ” เขารับไหว้เธอด้วยคำตอบเพียงสั้น ๆ พลางขมวดคิ้วและหันไปมองผู้เป็นพ่อเพื่อตั้งคำถามทางสายตา
“ทั้งสองคนจะเข้ามาอยู่กับเราที่นี่ และไม่ใช่ชั่วคราวนะ…”
“ในฐานะ?” พอยต์รีบด่วนถามเสียงเข้มทั้งที่พ่อของเขายังไม่ทันได้พูดจนจบประโยค
“ขออนุญาตค่ะ นายท่านกับนายหญิงจะรับของว่างหน่อยมั้ยคะ คุณหนูทั้งสองด้วยค่ะ”
“นายหญิง? คุณหนู?” เขากัดฟันพูด เนื่องจากเสียงของแม่บ้านแทรกเข้ามาได้เอ่ยสรรพนามของผู้มาใหม่ทั้งสอง นั่นทำให้พอยต์รับรู้ได้ทันทีว่ามีฟ้ากับเฟย์ลิน จะเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยสถานะไหน
“ไอ้เลย์เพื่อนสนิทพ่อ เป็นสามีของเธอ และเสียไปได้สามปีแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เราเจอพวกเธอก็งานศพมันนั่นแหละ”
“แล้วพ่อก็เลยคว้าเมียเพื่อนมาทำเมียตัวเองงี้?”
“ตาพอยต์!!” เฟย์ลินสะดุ้ง ทั้งเหวอให้กับคำพูดร้ายกาจของพอยต์ และตกใจเสียงตะคอกของพีระ
“แกควรใช้คำพูดที่ให้เกียรติมีฟ้ามากกว่านี้นะ”
“เหอะ ผมต้องเรียกแม่หรือยังไง แล้วนี่ก็ต้องน้องสาวสินะ” พอยต์แค่นหัวเราะในลำคอพูดประชดประชันด้วยความไม่พอใจ
สายตาคมดุตวัดกลับไปจ้องเฟย์ลินไม่วางตา อากัปกิริยานั้นชัดเจนจนทุกคนรู้สึกได้ ทำเอาเจ้าตัวก้มหน้างุด เพราะรู้ดีว่าเขาไม่พอใจเธอและแม่ของเธอ
“แกจะเรียกยังไงก็เอาที่แกสบายใจ แค่ไม่ควรพูดแบบเมื่อกี้ก็เท่านั้น ช่วยยอมรับหรือรับฟังอะไรง่าย ๆ หน่อยได้มั้ย”
“…”
“พ่อไม่ได้คิดจะเอาใครมาแทนที่แม่ของแก แต่แม่แกเองก็เสียไปนานมะ…”
ปึง!!!
“เชิญคุยกันตามสบาย ผมไม่อยู่กวนใจพวกคุณคงจะดีกว่า” เช่นเคยที่พอยต์ไม่รอให้พีระพูดจนจบ เขาทุบโต๊ะเสียงดังลั่นอย่างระบายอารมณ์ ก่อนพูดเสียงเข้มพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“หมายความว่ายังไง จะออกไปข้างนอก?”
“ไปเพนต์เฮาส์ แต่จะกลับบ้านก็จนกว่าคนของพ่อจะออกไปแล้วกัน”
“ตาพอยต์!”
เขาไม่ฟังอะไรอีกแล้ว เขารับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย คิดได้เพียงแค่นั้นเขาก็เดินออกมาขึ้นรถสปอร์ตคู่ใจคันเดิมเพื่อขับมันกลับเพนต์เฮาส์ของตัวเอง ที่อนาคตอาจกลายเป็นที่อยู่ถาวรของเขา จากที่แต่ก่อนไป ๆ กลับ ๆ และจะอยู่ที่บ้านใหญ่ซะมากกว่า ทิ้งบรรยากาศตึงเครียดน่าปวดหัวเอาไว้กับทั้งสามคน
………
ตึก ตึก
ฟุ่บ
เมื่อพ้นจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่ทุกคนจึงได้แยกย้าย ฉันขึ้นมาบนชั้นสอง และเดินเข้ามาในห้องนอนที่คุณลุงพีระได้สั่งแม่บ้านจัดเตรียมเอาไว้ให้ ก่อนทิ้งตัวอย่างเหนื่อยอ่อนลงบนเตียงคิงไซซ์ที่มีฟูกหนานุ่ม ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนโทนสีอ่อนดูเข้ากับฉัน สายตาเหลือบมองไปที่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ยังไม่ได้เก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ หรือแม้แต่จัดของส่วนตัวอะไรให้เข้าที่เข้าทาง
“เฮ้อ”
ฉันนอนเคว้งอยู่บนที่นอนแล้วถอนหายใจออกมา ในหัวคิดถึงแต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ ครั้งแรกที่ฉันเจอพี่พอยต์คือบ้านของเขาเอง ตอนนั้นฉันอายุเพียงสิบสามปี ในขณะที่พี่เขาน่าจะซักสิบเจ็ดปีได้ เพราะถ้าฉันจำไม่ผิดเขากับฉันอายุห่างกันสามหรืออาจจะสี่ปีนี่แหละ
ฉันมาที่บ้านของพี่เขาเพราะพ่อแม่ของฉันมาพบคุณลุงพีระ วันนั้นฉันเลยได้รู้ว่าคุณลุงพีระกับพ่อแม่ของฉัน พวกท่านเป็นเพื่อนรักกัน หลังจากนั้นก็ได้เจอกันอีกเพียงประปรายเท่านั้น จนครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกันคือเมื่อสามปีก่อน มันคือวันที่พ่อของฉันจากไปนั่นเอง
อันที่จริงฉันจำพี่เขาได้นะแม้จะไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก แต่ฉันมั่นใจว่าพี่เขาไม่ได้ดูดุดันแบบนี้เลย เขาพูดจาดีกับฉัน และอ่อนโยนกับฉันมากกว่านี้ ฉันถึงขั้นอยากให้พี่เขาเป็นพี่ชายจริง ๆ ของฉันด้วยซ้ำไป จนในตอนนี้มีโอกาสนั้นแล้ว เพราะหากพ่อแม่ของพวกเรารักกันนั่นหมายความว่าฉันคงได้เป็นพี่น้องกับเขาจริง ๆ แต่ไม่ได้ง่ายอย่างนั้นเลย เขาคงรับไม่ได้ที่อยู่ ๆ คุณลุงพีระพ่อของเขา และแม่ของฉันดันมาลงเอยกันแบบนี้
“คงเป็นเพราะรู้สึกมีใครมาแทนที่แม่ล่ะมั้ง” ฉันนอนคิดไปมาพยายามเดาทางพี่เขา
ก๊อก ก๊อก
“แม่เข้าไปได้มั้ยลูก”
“ค่ะแม่” ฉันหลุดจากภวังค์ลุกขึ้นจากเตียง เพื่อเดินไปเปิดประตูให้ท่าน แล้วกลับมานั่งลงที่เตียงสวยเช่นเดิม พร้อมกับแม่ที่เดินตามฉันมาก่อนจะเริ่มพูดคุย
“ดูเอกสารเรื่องคณะหรือยังลูก”
“ดูก่อนมาถึงแล้วค่ะแม่ คุณลุงเตรียมไว้ให้ครบหมดแล้ว ไม่มีอะไรขาดเหลือเลยสักนิดค่ะ คุณลุงใจดีจัง” ฉันเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวานอย่างรู้สึกดีใจ
ที่บ้านฉันพอขาดพ่อไปก็เหมือนขาดที่พึ่ง สามปีที่ไม่มีพ่อเลย์ บ้านฉันก็แย่ลงไปมากจนเรื่องไปเข้าหูคุณลุงพีระได้ยังไงไม่รู้ เพราะมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เขา แต่เท่าที่สังเกตก่อนหน้านี้แม่ฉันไม่ได้อยากมา คิดว่าคงกลัวเป็นภาระของคุณลุง จนกระทั่งมีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น และได้คนของคุณลุงช่วยเอาไว้
“ดีแล้วล่ะลูก แล้วเรื่องที่ต้องเรียนคณะวิศวะนี่ลูกโอเคมั้ย”
“โอเคมากเลยค่ะ คุณลุงเป็นคนส่งเฟย์เรียน ยังไงเฟย์ก็ต้องตอบแทนคุณลุงอยู่แล้ว ท่านมีบริษัทเกี่ยวอสังหาริมทรัพย์นี่คะ เรียนจบเฟย์จะได้ช่วยงานคุณลุงให้เต็มที่เลยค่ะ”
“จ้ะลูก”
“แต่ที่เฟย์กังวลคือพี่พอยต์ต่างหากล่ะคะแม่ เขาดูไม่ยอมรับพวกเราเลย”
“คงต้องใช้เวลาจ้ะลูก อดทนนะ” ท่านพูดด้วยรอยยิ้ม
แม่ของฉันยังสู้แล้วฉันจะไม่สู้ได้อย่างไรเนอะ ถึงแม้ไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ฉันจะต้องรับมืออะไรกับพี่เขาบ้าง ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะที่เป็นต้นเหตุให้พี่เขาไม่อยากกลับมาอยู่บ้าน แต่อีกใจก็รู้สึกโชคดีที่ไม่ต้องเห็นสายตาดุคู่นั้นทุกวัน
“อ้อ คุณลุงพีระฝากแม่มาบอกลูก พรุ่งนี้เตรียมตัวไปไปมหาลัยพร้อมพี่เขานะลูก คุณลุงให้พี่เรามารับมาส่งลูกที่นี่”
“เอ่อ แต่เฟย์ไปเองจะไม่ดีกว่าหรอคะ”
“แม่เองก็พูดไปแล้ว แต่คุณลุงท่านเห็นว่าไปกับพี่เขาจะได้ไม่มีใครต้องเป็นห่วงมาก อีกอย่างจะได้ได้พูดคุยกันบ้าง”
“แต่...”
“ทำตามที่คุณลุงเขาจัดการไปเถอะลูก อย่าเพิ่มปัญหาให้ท่านเลย”
“ค่ะแม่” ฉันรับคำไปอย่างนั้น แต่ในใจนี่คิดไม่ตกเลยกับสิ่งที่ต้องเจอพรุ่งนี้ ถ้าพี่เขายังอารมณ์ไม่เย็นลงล่ะ ฉันจะโดนฆ่าหมกป่ามั้ยเนี่ย
บทล่าสุด
#57 บทที่ 57 ตอนพิเศษ 3 (NC)
อัปเดตล่าสุด: 2/18/2026#56 บทที่ 56 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 2/18/2026#55 บทที่ 55 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 2/18/2026#54 บทที่ 54 ตกหลุมรัก (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/18/2026#53 บทที่ 53 เป็นแฟนกับพี่นะ
อัปเดตล่าสุด: 2/18/2026#52 บทที่ 52 คดีพลิก
อัปเดตล่าสุด: 2/18/2026#51 บทที่ 51 ไม่ตอบสนอง
อัปเดตล่าสุด: 2/18/2026#50 บทที่ 50 อุบัติเหตุ
อัปเดตล่าสุด: 2/18/2026#49 บทที่ 49 หึง (NC)
อัปเดตล่าสุด: 2/18/2026#48 บทที่ 48 คิดถึง (NC)
อัปเดตล่าสุด: 2/18/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
กลรักเมียแต่ง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!













