บทนำ
บท 1
“หวังว่าตาพอยต์ลูกชายของคุณจะจำเราสองคนแม่ลูกได้นะ คุณพีระ” มีฟ้าเอ่ยกับชายวัยกลางคนผู้เป็นประมุขของบ้าน ‘อนันตรักษ์’ บ้านใหญ่หลังนี้
เธอกำลังนั่งอยู่ภายในโถงของตัวบ้านที่จัดวางโซฟาสวยหรูชุดใหญ่ไว้หนึ่งชุดสำหรับรับแขก แม้ว่าเธอจะไม่ได้เข้ามาเป็นแขกแต่อย่างใด
“เอ่อ ไม่แน่ใจเหมือนกันแฮะ ถึงเราจะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ครั้งล่าสุดที่ไปเจอพร้อมกับตาพอยต์ด้วยก็ไม่กี่ปีนี่เองนะ”
“แล้วหนูล่ะลูก จำพี่พอยต์ได้มั้ยคะ” มีฟ้าขยับปากสวยเอ่ยถามเฟย์ลิน ลูกสาวของเธอ
สามปีก่อนคือครั้งล่าสุดที่เธอทั้งคู่ได้เจอพีระกับพอยต์ แม้ก่อนหน้านั้นจะได้เจอกันมาบ้าง แต่ทั้งคู่ก็เด็กมากจนอาจจะจำกันไม่ได้ และครั้งสุดท้ายนั้นเธออายุได้ราวสิบห้าปีแล้ว
ตอนนั้นเธอเป็นเด็กผมเปียน่ารัก มีรอยยิ้มที่สดใส ใบหน้าหวานราวกับตุ๊กตาที่มาพร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วน่าเอ็นดู แต่ปัจจุบันเธอเติบโตขึ้นเป็นสาวสะพรั่ง จากผมเปียบัดนี้ได้กลายเป็นผมตรงสีน้ำตาลอ่อน พลิ้วไหวยาวสยายไปจนถึงกลางหลัง ดวงตากลมโตและใบหน้าหวานเทียบตุ๊กตานั้น ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางเพียงนิด แต่กลับทำให้เธอดูสวยราวกับปลุกเสกได้ ริมฝีปากบางกระจับถูกทาทับด้วยลิปกลอสสีชมพูพีช หันกลับไปตอบผู้เป็นแม่
“พอจะจำได้ค่ะ”
“นั่น พูดถึงก็มาพอดี” พีระหันไปมองตามเสียงรถสปอร์ตคู่ใจของลูกชายที่มาจอดหน้าบ้าน ก่อนจะพบกับร่างสูงแกร่งที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มหล่อในวัยยี่สิบสองปี เขากำลังก้าวลงจากรถและเดินเข้ามาทางพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ตาพอยต์มานั่งนี่ลูก” ชายหนุ่มนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับมีฟ้า และเฟย์ลินตามที่พ่อของเขาจัดแจง
“นี่น้ามีฟ้า และนี่เฟย์ลินลูกสาวของเธอ”
“สวัสดีครับคุณน้า” เขายกมือขึ้นไหว้มีฟ้า และหันไปมองเฟย์ลินสาวสวยตรงหน้าเขา
“สะ..สวัสดีค่ะพี่พอยต์” เฟย์ลินที่ถูกสายตาคมตวัดมอง เธอรีบยกมือขึ้นไหว้เขาด้วยท่าทีประหม่า ตามประสาคนที่ไม่ได้สนิทอะไรและไม่ได้พบเจอกันนาน เธอเองยังจำเขาได้เพียงเล็กน้อย ส่วนเขาหากว่าเป็นคนที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไรนั้นอาจจะจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ครับ” เขารับไหว้เธอด้วยคำตอบเพียงสั้น ๆ พลางขมวดคิ้วและหันไปมองผู้เป็นพ่อเพื่อตั้งคำถามทางสายตา
“ทั้งสองคนจะเข้ามาอยู่กับเราที่นี่ และไม่ใช่ชั่วคราวนะ…”
“ในฐานะ?” พอยต์รีบด่วนถามเสียงเข้มทั้งที่พ่อของเขายังไม่ทันได้พูดจนจบประโยค
“ขออนุญาตค่ะ นายท่านกับนายหญิงจะรับของว่างหน่อยมั้ยคะ คุณหนูทั้งสองด้วยค่ะ”
“นายหญิง? คุณหนู?” เขากัดฟันพูด เนื่องจากเสียงของแม่บ้านแทรกเข้ามาได้เอ่ยสรรพนามของผู้มาใหม่ทั้งสอง นั่นทำให้พอยต์รับรู้ได้ทันทีว่ามีฟ้ากับเฟย์ลิน จะเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยสถานะไหน
“ไอ้เลย์เพื่อนสนิทพ่อ เป็นสามีของเธอ และเสียไปได้สามปีแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เราเจอพวกเธอก็งานศพมันนั่นแหละ”
“แล้วพ่อก็เลยคว้าเมียเพื่อนมาทำเมียตัวเองงี้?”
“ตาพอยต์!!” เฟย์ลินสะดุ้ง ทั้งเหวอให้กับคำพูดร้ายกาจของพอยต์ และตกใจเสียงตะคอกของพีระ
“แกควรใช้คำพูดที่ให้เกียรติมีฟ้ามากกว่านี้นะ”
“เหอะ ผมต้องเรียกแม่หรือยังไง แล้วนี่ก็ต้องน้องสาวสินะ” พอยต์แค่นหัวเราะในลำคอพูดประชดประชันด้วยความไม่พอใจ
สายตาคมดุตวัดกลับไปจ้องเฟย์ลินไม่วางตา อากัปกิริยานั้นชัดเจนจนทุกคนรู้สึกได้ ทำเอาเจ้าตัวก้มหน้างุด เพราะรู้ดีว่าเขาไม่พอใจเธอและแม่ของเธอ
“แกจะเรียกยังไงก็เอาที่แกสบายใจ แค่ไม่ควรพูดแบบเมื่อกี้ก็เท่านั้น ช่วยยอมรับหรือรับฟังอะไรง่าย ๆ หน่อยได้มั้ย”
“…”
“พ่อไม่ได้คิดจะเอาใครมาแทนที่แม่ของแก แต่แม่แกเองก็เสียไปนานมะ…”
ปึง!!!
“เชิญคุยกันตามสบาย ผมไม่อยู่กวนใจพวกคุณคงจะดีกว่า” เช่นเคยที่พอยต์ไม่รอให้พีระพูดจนจบ เขาทุบโต๊ะเสียงดังลั่นอย่างระบายอารมณ์ ก่อนพูดเสียงเข้มพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“หมายความว่ายังไง จะออกไปข้างนอก?”
“ไปเพนต์เฮาส์ แต่จะกลับบ้านก็จนกว่าคนของพ่อจะออกไปแล้วกัน”
“ตาพอยต์!”
เขาไม่ฟังอะไรอีกแล้ว เขารับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย คิดได้เพียงแค่นั้นเขาก็เดินออกมาขึ้นรถสปอร์ตคู่ใจคันเดิมเพื่อขับมันกลับเพนต์เฮาส์ของตัวเอง ที่อนาคตอาจกลายเป็นที่อยู่ถาวรของเขา จากที่แต่ก่อนไป ๆ กลับ ๆ และจะอยู่ที่บ้านใหญ่ซะมากกว่า ทิ้งบรรยากาศตึงเครียดน่าปวดหัวเอาไว้กับทั้งสามคน
………
ตึก ตึก
ฟุ่บ
เมื่อพ้นจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่ทุกคนจึงได้แยกย้าย ฉันขึ้นมาบนชั้นสอง และเดินเข้ามาในห้องนอนที่คุณลุงพีระได้สั่งแม่บ้านจัดเตรียมเอาไว้ให้ ก่อนทิ้งตัวอย่างเหนื่อยอ่อนลงบนเตียงคิงไซซ์ที่มีฟูกหนานุ่ม ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนโทนสีอ่อนดูเข้ากับฉัน สายตาเหลือบมองไปที่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ยังไม่ได้เก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ หรือแม้แต่จัดของส่วนตัวอะไรให้เข้าที่เข้าทาง
“เฮ้อ”
ฉันนอนเคว้งอยู่บนที่นอนแล้วถอนหายใจออกมา ในหัวคิดถึงแต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ ครั้งแรกที่ฉันเจอพี่พอยต์คือบ้านของเขาเอง ตอนนั้นฉันอายุเพียงสิบสามปี ในขณะที่พี่เขาน่าจะซักสิบเจ็ดปีได้ เพราะถ้าฉันจำไม่ผิดเขากับฉันอายุห่างกันสามหรืออาจจะสี่ปีนี่แหละ
ฉันมาที่บ้านของพี่เขาเพราะพ่อแม่ของฉันมาพบคุณลุงพีระ วันนั้นฉันเลยได้รู้ว่าคุณลุงพีระกับพ่อแม่ของฉัน พวกท่านเป็นเพื่อนรักกัน หลังจากนั้นก็ได้เจอกันอีกเพียงประปรายเท่านั้น จนครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกันคือเมื่อสามปีก่อน มันคือวันที่พ่อของฉันจากไปนั่นเอง
อันที่จริงฉันจำพี่เขาได้นะแม้จะไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก แต่ฉันมั่นใจว่าพี่เขาไม่ได้ดูดุดันแบบนี้เลย เขาพูดจาดีกับฉัน และอ่อนโยนกับฉันมากกว่านี้ ฉันถึงขั้นอยากให้พี่เขาเป็นพี่ชายจริง ๆ ของฉันด้วยซ้ำไป จนในตอนนี้มีโอกาสนั้นแล้ว เพราะหากพ่อแม่ของพวกเรารักกันนั่นหมายความว่าฉันคงได้เป็นพี่น้องกับเขาจริง ๆ แต่ไม่ได้ง่ายอย่างนั้นเลย เขาคงรับไม่ได้ที่อยู่ ๆ คุณลุงพีระพ่อของเขา และแม่ของฉันดันมาลงเอยกันแบบนี้
“คงเป็นเพราะรู้สึกมีใครมาแทนที่แม่ล่ะมั้ง” ฉันนอนคิดไปมาพยายามเดาทางพี่เขา
ก๊อก ก๊อก
“แม่เข้าไปได้มั้ยลูก”
“ค่ะแม่” ฉันหลุดจากภวังค์ลุกขึ้นจากเตียง เพื่อเดินไปเปิดประตูให้ท่าน แล้วกลับมานั่งลงที่เตียงสวยเช่นเดิม พร้อมกับแม่ที่เดินตามฉันมาก่อนจะเริ่มพูดคุย
“ดูเอกสารเรื่องคณะหรือยังลูก”
“ดูก่อนมาถึงแล้วค่ะแม่ คุณลุงเตรียมไว้ให้ครบหมดแล้ว ไม่มีอะไรขาดเหลือเลยสักนิดค่ะ คุณลุงใจดีจัง” ฉันเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวานอย่างรู้สึกดีใจ
ที่บ้านฉันพอขาดพ่อไปก็เหมือนขาดที่พึ่ง สามปีที่ไม่มีพ่อเลย์ บ้านฉันก็แย่ลงไปมากจนเรื่องไปเข้าหูคุณลุงพีระได้ยังไงไม่รู้ เพราะมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เขา แต่เท่าที่สังเกตก่อนหน้านี้แม่ฉันไม่ได้อยากมา คิดว่าคงกลัวเป็นภาระของคุณลุง จนกระทั่งมีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น และได้คนของคุณลุงช่วยเอาไว้
“ดีแล้วล่ะลูก แล้วเรื่องที่ต้องเรียนคณะวิศวะนี่ลูกโอเคมั้ย”
“โอเคมากเลยค่ะ คุณลุงเป็นคนส่งเฟย์เรียน ยังไงเฟย์ก็ต้องตอบแทนคุณลุงอยู่แล้ว ท่านมีบริษัทเกี่ยวอสังหาริมทรัพย์นี่คะ เรียนจบเฟย์จะได้ช่วยงานคุณลุงให้เต็มที่เลยค่ะ”
“จ้ะลูก”
“แต่ที่เฟย์กังวลคือพี่พอยต์ต่างหากล่ะคะแม่ เขาดูไม่ยอมรับพวกเราเลย”
“คงต้องใช้เวลาจ้ะลูก อดทนนะ” ท่านพูดด้วยรอยยิ้ม
แม่ของฉันยังสู้แล้วฉันจะไม่สู้ได้อย่างไรเนอะ ถึงแม้ไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ฉันจะต้องรับมืออะไรกับพี่เขาบ้าง ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะที่เป็นต้นเหตุให้พี่เขาไม่อยากกลับมาอยู่บ้าน แต่อีกใจก็รู้สึกโชคดีที่ไม่ต้องเห็นสายตาดุคู่นั้นทุกวัน
“อ้อ คุณลุงพีระฝากแม่มาบอกลูก พรุ่งนี้เตรียมตัวไปไปมหาลัยพร้อมพี่เขานะลูก คุณลุงให้พี่เรามารับมาส่งลูกที่นี่”
“เอ่อ แต่เฟย์ไปเองจะไม่ดีกว่าหรอคะ”
“แม่เองก็พูดไปแล้ว แต่คุณลุงท่านเห็นว่าไปกับพี่เขาจะได้ไม่มีใครต้องเป็นห่วงมาก อีกอย่างจะได้ได้พูดคุยกันบ้าง”
“แต่...”
“ทำตามที่คุณลุงเขาจัดการไปเถอะลูก อย่าเพิ่มปัญหาให้ท่านเลย”
“ค่ะแม่” ฉันรับคำไปอย่างนั้น แต่ในใจนี่คิดไม่ตกเลยกับสิ่งที่ต้องเจอพรุ่งนี้ ถ้าพี่เขายังอารมณ์ไม่เย็นลงล่ะ ฉันจะโดนฆ่าหมกป่ามั้ยเนี่ย
บทล่าสุด
#57 บทที่ 57 ตอนพิเศษ 3 (NC)
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#56 บทที่ 56 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#55 บทที่ 55 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#54 บทที่ 54 ตกหลุมรัก (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#53 บทที่ 53 เป็นแฟนกับพี่นะ
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#52 บทที่ 52 คดีพลิก
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#51 บทที่ 51 ไม่ตอบสนอง
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#50 บทที่ 50 อุบัติเหตุ
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#49 บทที่ 49 หึง (NC)
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#48 บทที่ 48 คิดถึง (NC)
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พิษรักคุณหมอ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเอง
สปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













