บทนำ
บท 1
ภายในห้องกระจกขนาดเล็ก ถูกดัดแปลงทำเป็นห้องทำงานชั่วคราว สำหรับลูกชายเจ้าของโรงงาน หากแต่ป้ายแปะหน้าห้องกลับเขียนตำแหน่ง ‘เด็กฝึกงาน’ นอกห้องนั้นถือโต๊ะทำงานของพนักงานออฟฟิศ หากยกนิ้วขึ้นมานับจริง ๆ พนักงานรวมทุกแผนกตั้งแต่ผู้จัดการ ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายการเงิน บัญชี แม่บ้าน ทุกตำแหน่งรวมกันก็มีไม่เกินสิบคน
ศิวพล หรือ เรียกง่าย ๆ ว่า ‘ซิว’ ว่าที่เจ้าของโรงงานผลิตไวน์ขนาดกลางประจำจังหวัด ก้มหน้าลงไปจนปลายจมูกเกือบติดแผ่นกระดาษสีขาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีเพิ่งเดินเอามาให้เขารับทราบผลประกอบการประจำเดือน
“นี่มัน อะไรครับ”
“บัญชี สรุปยอดขายประจำเดือนนี้ค่ะ”
“ห๊ะ! บัญชีสรุปยอดขายประจำเดือน พี่ดูผิดหรือเปล่าครับ” ศิวพลพลิกแฟ้มเอกสารเพื่อวนกลับไปอ่านหัวกระดาษอีกครั้งว่ามันคือสรุปรายรับตลอดทั้งเดือนจริงหรือไม่ เพราะดูจากตัวเลขแล้วเขาคิดว่ามันน่าจะเป็น รายรับของการขายเพียงหนึ่งสัปดาห์มากกว่า
“นี่เป็นสรุปยอดสั่งซื้อ และยอดขายบริษัทเราจริง ๆ ค่ะ รวมหมดทุกสาขา ทุกคาเฟ่ ทุกบูธสินค้าที่เราเอาของไปลงแล้วนะคะ” พนักงานฝ่ายบัญชีจิ้มนิ้วลงไปบนหน้ากระดาษ จากนั้นลากนิ้วไล่ลงมาให้ว่าที่เจ้าของบริษัทรุ่นถัดไปเห็นการแจกแจงรายได้
“มะ มะ หมดทุกบูธได้แค่เนี่ย”
“ค่ะ ส่วนแฟ้มนี้เป็นรายจ่ายที่ต้องสั่งเบิกเงินมารอเคลียร์บิลนะคะ ค่าแรงคนงาน พนักงาน ค่าน้ำมัน ค่าไฟโรงงาน ค่าเช่าที่สำหรับลงบูธขายสินค้า”
“แต่ว่าตัวเลขนี่มัน...ขาดทุนอีกแล้วเหรอ เฮ้อออ” เด็กฝึกงานใหม่ถอนหายใจ ทิ้งตัวลงไปพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง
ตั้งแต่เรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัย ศิวพลถูกที่บ้านขอร้องแกมบังคับให้กลับมารับหน้าที่ช่วยดูแลกิจการของครอบครัว ทั้งไร่องุ่น โรงบ่มไวน์ รวมไปถึงร้านค้า และคาเฟ่ซึ่งเปิดเป็นหน้าร้านสำหรับขายผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด ที่แปรรูปมาจากองุ่นภายในไร่
ศิวพลเข้ามารับตำแหน่งนี้เป็นเวลาสามเดือนเต็มแล้ว แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ทั้งการลดราคา จัดโปรโมชั่น ออกบูธนำไวน์ของทางโรงงานไปให้คนชิมฟรี ยิงแอดโฆษณาตามสื่อโซเชียลต่าง ๆ ก็ยังไม่สามารถเพิ่มยอดขาย ให้กับทางร้านได้ หนำซ้ำยังขาดทุนเพราะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอีก
อารมณ์ห่อเหี่ยว หมดเรี่ยวแรงกำลังใจในการบริหารงาน เบื่อหน่ายเพราะรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง ลูกเจ้าของโรงงานบ่มไวน์ ตัดสินใจขับรถออกมานั่งพักผ่อนหย่อนกายอยู่ภายในซุ้มยาดอง เพื่อหวังว่าจะได้แรงบันดาลใจ
“วันนี้เอาอะไรดีไอ้หนุ่ม ม้ากระทืบโรง นารีหลงไฟ หรือว่าอยากได้คึก ๆ หน่อยนี่เลย น้องเมียสะอื้น” เจ้าของซุ้มยาดองยืนยักคิ้ว ยิ้มจนตาเยิ้มมาจากหลังเคาน์เตอร์ ซึ่งมีโหลแก้วใส ๆ ใส่ยาดองเหล้าผสมกับสมุนไพรไทยเรียงอยู่จนเต็ม
“กินมาหมดทุกสูตรของลุงแล้วอะ ไม่มีอะไรใหม่ ๆ บ้างเหรอครับ”
“มันจะมีอะไรใหม่ละ ขายมาสามสิบกว่าปีก็มีสูตรอยู่แค่นี้แหละ มีแต่เมียนั่นแหละใหม่ แต่ให้ลองไม่ได้นะ”
“หื้อ ผมไม่เอาเมียลุงหรอกน่า”
“เอ็งไม่เอามัน แต่มันท่าจะอยากได้เอ็งนะ เห็นถามหาตลอดว่ารูปหล่อมาหรือยัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” พ่อค้าซุ้มยาดองอ้าปากหัวเราะร่าอย่างไม่ได้ถือสาหึงหวงอะไร ส่วนหนึ่งเพราะรู้และเข้าใจอัธยาศัยทั้งของเมียและของศิวพล เพราะว่ามานั่งก๊งเหล้าอยู่บ่อย ๆ
“เออ เอานี่ไปลองไหมละ วันนี้ลุงเข้าไปในเมืองเขามีงานโอทอป เห็นคนรุมเต็มไปหมด ทีแรกนึกว่าเขาแจกของฟรี เลยจะเอากับเขา ที่ไหนได้เป็นบูธขายไวน์ ลุงกินไม่เป็นหรอก แต่เขาให้ชิมฟรีเลยลองสักหน่อย เอ้อ...มันก็อร่อยดีเหมือนกัน เลยซื้อกลับมาสามขวดนั่นแหละ” พ่อค้ายกมือยกไม้ขึ้นมาจากนั้นก้มลงไปรื้ออะไรในถุง แล้วเดินกลับออกมายังโต๊ะไม้เล็ก ๆ ซึ่งศิวพลนั่งอยู่
ไวน์องุ่นขวดเข้ม ฉลากขาวถูกนำมาตั้งตรงกลาง พ่อค้าขายยาดองหันรีหันขวาง พยายามเปิดจุกไม้ด้วยท่าทางทุลักทุเล จนลูกเจ้าของโรงงานไวน์อดรนทนไม่ได้ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ
“ลุงไม่เคยกินไวน์ แล้วรู้ได้ไงว่ามันอร่อย”
“อุบ๊ะ ชิมแล้วถูกใจ ก็แปลว่าอร่อย เอ้านี่ ไม่เชื่อลองชิมดู” แก้วเป๊กยาดองเล็ก ๆ ถูกนำมาประยุกต์ใช้แทนแก้วไวน์ พ่อค้ามีน้ำใจรินเครื่องดื่มสีแดงกำมะหยี่ใส่ลงไปเกือบเต็มส่งให้ลูกค้าประจำ
ลูกเจ้าของโรงบ่มไวน์รับแก้วเป๊กนั้นยกมันขึ้นมาวนอยู่บริเวณใต้จมูก กลิ่นหอมขององุ่นแดง ซึ่งถูกบ่มมาอย่างดีตีตลบลอยผ่านโพรงจมูกขึ้นไป จนศิวพลถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ
ช่างแตกต่างจากไวน์ในถังโรงงานเขาเหลือเกิน เพราะในนั้นเหมือนโรงบ่มองุ่นหมัก จะเรียกว่าไวน์ยังรู้สึกกะดากปาก อดไม่ได้ยกแก้วเป๊กขึ้นจรดริมฝีปาก หวังลิ้มรสชาติที่พ่อค้ายาดองโอ้อวดว่าอร่อย
“เอ๋ รสชาตินี้มัน”
เพียงปลายลิ้นแตะสัมผัส รสชาติฝาดนิด ๆ คือสิ่งแรกที่ศิวพลสัมผัสได้ หากแต่ผ่านรสชาติเฝื่อนนั้น รสชาติถัดไปมันคือความหวานซ่อนเปรี้ยว ลิ้นนุ่มขยับอยู่ภายในโพรงปากช้า ๆ เพื่อต้องการซึมซับทุกรสสัมผัสเข้าไปอย่างทั่วถึง ก่อนจะกลืนของเหลวรสชาตินุ่มกรุ่นกลิ่นองุ่นแดงอันน่าหลงใหล
“เป็นยังไงอร่อยไหมล่ะ”
“อือ ไวน์นี่รสชาติดีจริง ๆ ลุงบอกว่ามันมาขายในงานกาชาดจริงเหรอครับ” ที่ถามอย่างนั้นเพราะเขาเองก็สั่งให้ที่โรงงานไปตั้งบูธขายของเหมือนกัน ถ้าหากไวน์นี่มาจากในงานนั้นจริง ศิวพลไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมร้านของเขาถึงขายไม่ได้เลย
“อื้อ นี่ถ้าเอ็งชอบนะ ลุงว่าเดี๋ยวจะไปติดต่อที่โรงงานเขา ขอรับมาวางขายคู่กับยาดองลุง เอ็งว่าดีไหมวะ” ลุงเจ้าของร้านลากเก้าอี้ไม้มานั่งลง สีหน้าท่าทางจริงจัง
“ขายไวน์ในซุ้มยาดองเนี่ยนะลุง”
“เออ เขาเรียกอะไรวะ...น้ำทางเลือกไง”
“หื้อ เอาจริงดิลุง”
“เออสิวะ ลุงกินแล้วชอบ เมียลุงกินมันก็ว่าอร่อย ขนาดเอ็งยังว่าดี นี่เดี๋ยวถ้าคนอื่นมานะลุงจะเอาให้คนชิม”
“ขนาดนั้นเชียว...”
ลูกเจ้าของโรงบ่มไวน์ยกแก้วเป๊กนั้นขึ้นมาดื่มอีกครั้ง อยากค้นหาความลับของทั้งกลิ่นและรสชาติที่ตัวเองสัมผัสได้เมื่อครู่
“เฮ้ย ๆ ใจคอจะกินแต่ไวน์ ไม่กินยาดองลุงเลยหรือไง”
“เอางี้ ผมขอซื้อต่อลุงขวดหนึ่งได้หรือเปล่า”
“นั่นแน่ ติดใจล่ะสิ ลุงมีนามบัตรเขานะรอเดี๋ยว ไปหยิบให้” คนต่างจังหวัดมีน้ำใจลุกขึ้นเดินอ้อมไปหลังเคาน์เตอร์ยาดอง หยิบกระดาษนามบัตรแข็งๆ ออกมาจากถุงกระดาษที่ใส่ไวน์สามขวดมาส่งให้ลูกค้า
“หือ...” ตาโตก้มลงไปอ่านตัวหนังสือซึ่งเขียนอยู่บนกระดาษแผ่นเล็ก
ชื่อบริษัท ชื่อโรงงาน ที่ตั้งมันอยู่ถัดจากไร่ของเขาไปไม่มากเท่าไหร่ และไอ้โรงงานนี่แหละ ที่พ่อเล่าให้ฟังว่าตั้งแต่เปลี่ยนผู้บริหารรุ่นใหม่มาดูแลกิจการ โรงงานมันก็ขยายใหญ่ขึ้นทุกปี แถมลูกค้าเก่าของโรงงานเขายังเปลี่ยนไปสนับสนุนและเลือกซื้อไวน์จากที่นั่น เป็นสาเหตุหลักทำให้ยอดขายของเขาซบเซาลงเรื่อย ๆ พ่อจึงหวังว่าหากได้คนรุ่นใหม่มาบริหารตามอย่างเขาบ้าง อาจช่วยให้กิจการเฟื่องฟู หากแต่ใครจะรู้ว่านอกจากไม่เฟื่อฟูแล้วยังขาดทุนย่อยยับอีกด้วย
“นี่โรงงานมันทำไวน์ออกมารสชาติดีขนาดนี้เลยเหรอวะ” รสชาตินี้สามารถเทียบเคียงได้กับไวน์พรีเมียม แบรนด์ดังระดับโลกสากลทีเดียว
ศิวพลถึงกับคว้าขวดไวน์นั้นมาแล้วพลิกอ่านฉลากด้านหลัง เพื่อต้องการให้มั่นใจว่านี่คือไวน์ซึ่งผลิตจากโรงงานซึ่งอยู่ถัดจากไร่ของเขาไปแค่ไม่ไม่กี่กิโลเมตรจริง ๆ
“ลุง สองขวดนี้ผมซื้อต่อนะ”
“เฮ้ย ๆ อย่าติดใจไวน์จนลืมยาดองของลุงนะ”
“ไม่ลืมหรอกน่า จริงสิ ไอ้บูธงานกาชาดนี่มันอยู่โซนไหนอะลุง เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะลองไปเดินดูบ้าง เผื่อว่าจะซื้อกลับมากินที่บ้าน”
“มันอยู่ตรงพอเดินเข้าประตูไปมันจะไปทางซ้าย ที่ข้างหน้าเต็นท์ขายไก่ย่าง กับลูกชิ้นทอด เดินไปอีกหน่อยมันมีไข่ปลาหมึก...” ศิวพลเหลือกตากลิ้งขึ้นข้างบน เพราะว่าลุงร้านยาดองจะบอกครบทุกร้านที่เขาต้องเดินผ่านก็กินเวลาไปนานหลายนาที
บทล่าสุด
#70 บทที่ 70 SPECIAL 11 วัยว้าวุ่น
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#69 บทที่ 69 SPECIAL 10 ลูกไม้ที่กลิ้งลงไปใต้ต้น
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#68 บทที่ 68 SPECIAL 9 ไดโนเสาร์ตัวใหญ่
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#67 บทที่ 67 SPECIAL 8 ความเหมือนที่แตกต่าง
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#66 บทที่ 66 SPECIAL 7 ปลาน้อยลุยสวน
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#65 บทที่ 65 SPECIAL 6 เก๋าเก๋า เต๋าเต๋า
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#64 บทที่ 64 SPECIAL 5 สมาชิกใหม่แห่งไร่จันทรัช
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#63 บทที่ 63 SPECIAL 4 ไร่องุ่นแสนรัก
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#62 บทที่ 62 SPECIAL 3 ผลการตรวจสุขภาพ
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#61 บทที่ 61 SPECIAL 2 นิ่งสยบสามี
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026
คุณอาจชอบ 😍
กลรักเมียแต่ง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ













