บทนำ
แม้ต่างฝ่ายจะต่างมีใจให้กัน ทว่าความสัมพันธ์ก็มิอาจพัฒนาไปมากกว่าที่เป็นอยู่ได้
หลังได้แผลใจครั้งใหญ่ เจินฮุ่ยหมิงก็ได้พบกับรักครั้งใหม่
หลังสงครามระหว่างต้าหยางกับตงซานสงบลง แทนที่ความสงบสุกจะเข้าครองแผ่นดิน ทว่า ฉินฉื่ออ๋อง น้องชายผู้ใฝ่สูงกับชิงบัลลังก์ของพี่ชาย ความโกลาหลวุ่นวายจึงได้บังเกิด
ความรักระหว่าง เจินลี่หลัว กับ ฉินจื่อฮ่องเต้ จะดำเนินอย่างไรต่อไป แผ่นดินต้าหยางจะกลับมาสงบสุขได้อีกหรือไม่ ติดตามต่อได้ใน "ลำนำรักบัลลังก์หุ่นเชิด"
เจินฮุ่ยหมิง แม่ทัพผู้เก่งกาจของแคว้นต้าหยาง ด้วยฝีมือที่เป็นหนึ่งในใต้หล้า ทำให้เขาสามารถลบคำสบประมาท เรื่องที่เป็นบุตรของอนุชั้นต่ำได้ แต่ในสงครามครั้งสำคัญเขาได้สูญเสียนักรบคนสำคัญ และได้ลั่นวาจาว่าจะดูแลลูกสาวของเขาในฐานะภรรยา ทว่าก็ทำไม่สำเร็จ เพราะดันพบรักกับหญิงสาวชาวป่าผู้มีพระคุณ ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ แผลใจครั้งใญเกิดขึ้นในอดีต เมื่อหญิงชาวป่าก็โกหกมีสามีอยู่แล้ว คู่หมายก็ไปพบรักกับชายอื่น
สงครามกลางเมืองทำให้เจินฮุ่ยหมิงได้พบกับ มู่หลิน หมอสมุนไพรของตงซาน ผู้ที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ภาพในอดีตทำให้เขาไม่เชื่อใจเธอ แต่กว่าเขาจะรักษาตัวจนหาย ก็เหมือนว่าจะตกหลุมรักเธอเข้าเสียแล้ว
บท 1
เหมันต์กาลเคลื่อนคล้อย ความหนาวเย็นเริ่มปกคลุมไปทั่วบริเวณเมืองต้าหยาง 2 ปีแล้ว ที่เมืองนี้เข้าสู่ความสงบสุข เนื่องจากไฟสงครามได้มอดดับลง เศรษฐกิจกลับมาเฟื่องฟู ชาวเมืองลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง ผู้คนต่างเทิดทูนเจินฮุ่ยหมิงในฐานะแม่ทัพหลวงผู้นำชัยชนะ และความสงบสุขมาให้แก่ดินแดนต้าหยาง
"ลมหนาวที่สองพัดเข้าสู่ต้าหยางแล้ว ผู้คนยังไม่ลืมวีรกรรมของบุรุษนามว่าเจินฮุ่ยหมิงแม้สักนิด ชาวเมืองเทิดทูนมันเสียยิ่งกว่าฮ่องเต้เสียอีก" หญิงชราในชุดผ้าไหมทองคำ ปักประดับด้วยไข่มุก เครื่องประดับราคาแพงเข้าชุดกับอาภรณ์ที่นางสวม ส่งให้หญิงชราผู้นี้ยิ่งดูมีบารมียิ่ง ฉินเหยาไป่เอือมระอากับลูกชายคนโตเหลือเกิน นางสั่งให้เขาปลดแม่ทัพเจินตั้งแต่ตอนที่แม่ทัพหนุ่มผู้นี้ นำชัยชนะจากสงครามมาได้ แต่ฉินจื่อเหลียนก็ดื้อด้านและโง่เขลาเกินกว่าจะเชื่อฟังคำสั่งของนาง
"หากท่านแม่เลือกช้าขึ้นเป็นองค์รัชทายาทเสียตั้งแต่แรก ท่านจะไม่มีทางมานั่งเสียใจเช่นนี้เลย" ลูกชายคนเล็กว่าพลางยกแก้วชาขึ้นดื่ม เขาปรารถนาที่จะขึ้นครองบัลลังก์เสียยิ่งกว่าอะไร
"ตอนนั้นเจ้ายังเล็กนัก ฉินจื่อเหมาะสมมากกว่า ข้าจึงได้ตัดสินใจเลือกเขา อีกอย่างลูกชายคนโตก็ต้องได้ตำแหน่งองค์รัชทายาทสิ"
"สุดท้ายแล้ว พี่ชายแสนโง่เขลาของข้า ก็เลือกที่จะไปสานสัมพันธไมตรีกับคนตระกูลเจิน ทั้งที่ท่านแม่พยายามจะกำจัดพวกมัน" ฉินฉื่อเหยา รู้ดีว่าแม่ของเขานั้นเจ็บปวดกับเรื่องนี้มาก จึงได้เลือกที่จะพูดประเด็นนี้ขึ้นมา
หญิงชราเม้มปากแน่น มือเหี่ยวของนางกำแน่นอย่างเจ็บแค้น
"ข้าพลาดเอง ที่ไม่จัดการกับพวกมันเสียให้สิ้นซาก" นึกย้อนไปถึงตอนนั้น ก็เสียดายที่ดันใจอ่อนนึกสงสารเด็กน้อยสองคน จนปล่อยให้พวกมันเติบโตขึ้นมาเป็นเสี้ยนหนามตำอกอยู่แบบนั้น
"พลาดแล้วก็เลือกใหม่ได้" บุตรชายจ้องมองมารดาด้วยสายตามีเลศนัย หญิงชรามองหน้าลูกชายพลันขนลุกซู่ สายตาของเขาช่างน่ากลัวเหลือเกิน
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร"
"ท่านแม่ ท่านก็เห็นว่าฉินจื่อไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นฮ่องเต้แม้แต่น้อย คนผู้นั้นเก่งกาจแต่เรื่องกวีกลอน วาดภาพ ยิงธนูใส่เป้านิ่งเท่านั้น" ผู้เป็นมารดาคิดตามสิ่งที่ลูกชายกล่าว และรู้สึกเห็นด้วย
"แต่ฉินจื่อมีแม่ทัพที่เก่งกาจ และดูจะภักดีต่อเขามากเสียด้วย"
"ท่านแม่กำลังหมายถึงแม่ทัพเจินงั้นหรือ" ผู้เป็นมารดามิอาจปฏิเสธฝีมือของบุรุษผู้นี้ได้จริงๆ การที่เขาสามารถนำทัพไปต้านกองทัพตงซานได้ โดยไม่ได้ขอความช่วยเหลือ จากทหารแคว้นพันธมิตรแม้สักคนเดียว นั่นยิ่งย้ำชัดว่า เจินฮุ่ยหมิงผู้นี้ฝีมือสมกับที่ผู้คนยกย่อง
อีกทั้งเขาก็ยังมีความภักดีต่อฉินจื่อเหลียนฮ่องเต้มาก ขนาดว่าในอดีต คนของสองตระกูลนี้เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน
แต่เจินฮุ่ยหมิงผู้นี้ก็ยังยินดีทำงานรับใช้ฉินจื่อ และหากว่าเขาคิดจะชิงบัลลังก์ก็ไม่ใช่เรื่องยากเสียด้วย แต่เจินฮุ่ยหมิงผู้นี้ก็ไม่เคยมีทีท่าว่าจะทำ
"่ท่านคิดว่าพวกมันจะไม่โกรธแค้นคนตระกูลฉินแม้สักนิดจริงๆ น่ะหรือ" ฉินฉื่อเหยาพูดต่อ
“แม่ไม่คิดว่าพวกมันจะลืมเรื่องในอดีตหรอก แต่เราไม่มีเหตุอะไรให้ปลดเจินฮุ่ยหมิงออกจากตำแหน่งแม่ทัพ” ใจของพระพันปีนั้นอยากจะสั่งประหารคนตระกูลเจินเสียให้สิ้นซากด้วยซ้ำ แต่เพราะคุณงามความดีของแม่ทัพหนุ่มช่างใหญ่หลวงนัก ผลงานการดูแลช่วยเหลือห้องเครื่องในวังหลวงของเจินลี่หลัวก็เป็นที่ประจักษ์ ไม่มีทางใดเลยที่จะเล่นงานสองพี่น้องตระกูลเจินได้
“หากท่านสั่งให้ฉินจื่อเหลียนจัดการกับพวกตระกูลเจินไม่ได้ เห็นทีว่าข้าจะต้องทำอะไรสักอย่างด้วยตัวของข้าเองเสียแล้ว”
ณ ศาลากลางน้ำ มีชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี สวมผ้าไหมอย่างดีสีทองอร่าม ลายปักของมังกรด้วยไหมสีเงินช่างประณีตและบรรจงยิ่ง เขากำลังนั่งตวัดพู่กันวาดทิวทัศน์ของบริเวณรอบๆ
ที่นี่คือที่ประจำของฉินจื่อเหลียนฮ่องเต้ ด้วยทิวทัศน์ที่งดงาม ผืนน้ำกว้างใหญ่ของสระน้ำซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำจากทะเลสาบนอกวัง ตลอดแนวสระน้ำมีต้นหลิวเรียงตัวเป็นแนวยาวเขียมชอุ่ม เหนือผิวน้ำเต็มไปด้วยดอกบัวงามแต่งแต้มสีชมพู และสีเขียวจากใบบัว
มุมนี้จึงเป็นมุมที่เหมาะแก่การนั่งวาดรูปยิ่งนัก นอกจากจัดการงานในช่วงเช้าแล้ว ฮ่องเต้ผู้มีจิตวิญญาณของจิตรกรอย่างฉินจื่อเหลียน ก็จะใช้เวลาตั้งแต่ช่วงบ่ายตลอดไปจนถึงเย็น กับการวาดภาพอยู่ที่นี่ หรือไม่ก็ไปขลุกตัวอ่านเขียนบทกลอนในห้องหนังสือเท่านั้น
“คนของแคว้นตงซานเดินขวักไขว่ทั่วต้าหยาง กระหม่อมไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้นัก” เจินฮุ่ยหมิงเอ่ยขึ้น เขาเพิ่งกลับจากไปราชการที่หัวเมืองหลุนซาน ตลอดทางพบทหารของตงซานเต็มไปหมด ไหนจะชาวบ้านฝั่งตงซานที่ข้ามมาค้าขายในเมืองหลวงแคว้นต้าหยาง เพราะแคว้นอื่นไม่คบค้าสมาคมด้วย
“อาฮุ่ยมิใช่ว่าข้าไม่เชื่อคำพูดของเจ้าหรอก แต่เพราะเครื่องบรรณาการที่ทางตงซานส่งมามอบให้ต้าหยางมันมากมายนัก ไหนจะเสบียงยา เจ้าดูแลหลุนซานก็น่าจะรู้ดีว่าสมุนไพรหลายชนิดหายาก เพราะช่วงที่มีสงครามถูกทหารตงซานเผาทิ้งไปเสียจนหมด” คนฟังเข้าใจข้อนี้ดี ยาสมุนไพรหลายชนิดสำคัญมาก แต่กลับหาได้ง่ายที่ตงซาน จึงเป็นอีกข้อต่อรองที่ทำให้ต้าหยางยอมเปิดใจเป็นพันธมิตรด้วย
“ถึงอย่างนั้น เราก็ควรมีข้อจำกัดในการเข้าออกของคนแคว้นตงซานบ้าง กระหม่อมเกรงว่าหากตงซานส่งคนเข้ามาแฝงตัวอยู่ในต้าหยาง แล้วทำการก่อกบฏเราจะเป็นฝ่ายเดือดร้อน”
“อย่าลืมสิอาฮุ่ย ข้ามีแม่ทัพยอดนักรบอยู่ทั้งคน” คนพูดว่าพลางเงยหน้ามองชายหนุ่มในชุดนักรบตรงหน้า
มิใช่ว่าเขาไม่ฟังคำเตือนจากแม่ทัพหลวง แต่เพราะฉินเหยาไป่แม่ของเขา ลุ่มหลงในเครื่องราชบรรณาการของตงซาน และสั่งให้เขายอมอ่อนข้อให้กับทางนั้น แต่คอยระวังตัวเอาไว้บ้าง เพราะคนเคยเป้นศัตรูคงไม่ตัดใจมาเป้นมิตรกันได้ง่ายๆ
และเพราะเป็นคำบัญชาของแม่นี่เอง ฮ่องเต้หุ่นเชิดอย่างเขาจึงต้องยอมทำตามการตัดสินใจนั้น ไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ต้องเก็บไว้ในใจ
“ไม่คิดว่าฮ่องเต้จะทรงงานยามบ่ายด้วย” เสียงแหบพร่าของหญิงชราดังแทรกขึ้น ทำให้ทั้งฉินจื่อเหลียนและเจินฮุ่ยหมิงต่างก็พากันเงยหน้ามอง
“พอดีว่าลูกสั่งให้แม่ทัพเจินไปดูแลเรื่องด่านข้ามแดนที่หลุนซาน แล้วเพิ่งกลับมาถึงต้าหยาง เลยเข้ามารายงานความคืบหน้าที่นี่” บุตรชายรีบพูดแก้ตัว เขาไม่อยากให้แม่รู้เรื่องที่เจินฮุ่ยหมิงมาตักเตือน เพราะรู้ดีว่าครอบครัวตนไม่ลงรอยกับตระกูลเจินนัก ก่อนหน้านี้แม่ก็ยังพูดให้ปลดแม่ทัพอยู่หลายหน แต่ฉินจื่อเหลียนก็ยกเอาความดีความชอบ ที่เจินฮุ่ยหมิงรบชนะมาอ้างได้ทุกที
“เช่นนั้นกระหม่อมขอตัว” เมื่อเห็นว่าพระพันปีมา เจินฮุ่ยหมิงจึงได้รีบปลีกตัวหนีออกมา เขาเองก็รับรู้มาโดยตลอดว่าพระพันปีไม่ชอบขี้หน้าคนตระกูลเจิน
หญิงชรามองชายหนุ่มร่างกำยำในชุดเกราะเดินจากไปจนสุดสะพาน ก่อนจะหันกลับมาย่อตัวลงนั่งตรงข้ามลูกชาย
“ท่านแม่มาถึงนี่ด้วยเหตุใดกัน”
“ข้าก็มีเรื่องอยากจะปรึกษาฮ่องเต้น่ะสิ” ไม่บ่อยนักที่มารดาจะใช้คำว่าปรึกษากับฉินจื่อเหลียน ตัวเขานั้นรู้ดีเสมอว่าในสายตาของมารดา เขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น
นั่นจึงทำให้เขาต้องละมือจากพู่กันแล้วตั้งใจฟังหญิงชราตรงหน้า ฉินเหยาไป่ถอนหายใจก่อนจะฝืนยิ้มกับลูกชาย
“หวงไช่ถิง ขุนนางเหมินเซี่ยเสิ่งประจำด่านหลุนซาน เป็นลูกชายของหวงลู่ติง หลี่ปู้ประจำต้าหยาง เห็นว่ากำลังหาสตรีที่เพียบพร้อมสักนางจะแต่งเข้าเป็นฮูหยิน ไว้ดูแลจวนที่หลุนซาน” เพียงมารดาพูดมาเท่านั้น ฉินจื่อเหลียนก็รับรู้ในทันที ว่าสตรีที่มารดาของเขาหมายตาคือใคร
“เพราะดูท่าคงจะไปประจำการอยู่ที่นั่นยาว แม่ก็เลย....อยากให้ฮ่องเต้ช่วยพระราชทานเจินลี่หลัวให้เป็นเจ้าสาวของหวงไช่ถิง ถือเป็นของกำนัลกับตำแหน่งเหมินเซี่ยเสิ่นด้วย”
“ข้ามิอยากจะจับคู่ให้หญิงชายใดอีกเลย คราวก่อนที่จับคู่ลูกสาวอดีตนายกองให้กับอาฮุ่ยก็ล่มไม่เป็นท่าไปหนหนึ่งแล้ว” ฉินจื่อเหลียนรีบพูดดักไว้ก่อน แต่ดูท่ามารดาของเขาไม่ยอมง่ายๆ เพราะตั้งใจแล้วว่าคราวนี้จะจับเจินลี่หลัวออกเรือนให้ได้ จะได้หมดเสี้ยนหนามจริงๆ เสียที แม้จะจัดการทาบทามองค์หญิงต่างแคว้นไว้ให้ลูกชายได้สำเร็จแล้วก็ตาม
“ครานั้นก็เป็นเพราะเจ้าเองที่ไม่เด็ดขาด หากเจ้าบังคับให้แต่งๆ กันไป อย่างไรคนทั้งสองก็ปฏิเสธเจ้าไม่ได้ พูดไปแล้วก็สมเพช เป็นแค่ลูกสาวขุนนางผู้น้อย มีโอกาสได้หมั้นหมายกับแม่ทัพหลวง กลับใฝ่ต่ำอยากจะไปแต่งงานกับพ่อค้า”
“ชะตาลิขิตให้คนสองคนได้คู่กัน ท้ายที่สุดพวกเขาทั้งคู่จึงได้ลงเอยกัน ลูกเชื่อว่าอย่างนั้น”
“ช่างเถอะ แม่ไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลาก็แล้วกัน แม่อยากจะยกเจินลี่หลัวให้กับบุตรชายตระกูลหวง นางเหมาะสมที่สุดแล้ว” นอกเรื่องไปเสียครู่หนึ่งฉินเหยาไปก็นึกถึงธุระสำคัญของนางขึ้นมาได้ จึงได้ตัดเข้าใจความสำคัญอย่างไม่อ้อมค้อม ปฏิกิริยาของลูกชายคนโต เพียงมองปราดเดียวหญิงชราก็รู้ทันทีว่า เขายังมีความร็สึกกับสตรีผู้นี้อยู่
“แต่เจินลี่หลัวนางต้องดูแลห้องเครื่อง หากนางย้ายไปอยู่หลุนซาน ลูกเกรงว่าจะเสียมือดีไป” หญิงชรายกยิ้มเมื่อนางคาดเดาทางแก้ตัวของลูกชายไว้ได้อย่างแม่นยำ และแน่นอนว่าฉินเหยาไปได้เตรียมคำแก้ต่างไว้เรียบร้อยแล้ว
“เสียมือดีอะไรกันล่ะ หน้าที่ที่นางดูแล ก็เป็นพวกวัตถุดิบอยู่แล้ว หากนางย้ายไปอยู่หลุนซานก็ให้คอยจัดการวัตถุดิบจากหลุนซานก่อนจะเคลื่อนย้ายเข้ามาต้าหยางพอดี”
“ลูกยังไม่ขอรับปาก คงต้องถามความเห็นจากทั้งหวงไช่ถิงและเจินลี่หลัวเสียก่อน หากไม่ได้ยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย ลูกคงจะไม่ขอบังคับใครทั้งนั้น” มือเหี่ยวของฉินเหยาไป่กำแน่ทั้งสองข้าง แม้จะอยากตะโดนด่าทอลูกชายมากเพียงใด แต่ห่างออกไปก็มีทั้งทหาร นางรับใช้ และขุนนางมากมายที่อารักษ์ขาอยู่รอบๆ
หากทำเช่นนั้น ภาพของฉินจื่อเหลียนในสายตาของคนพวกนี้ อาจจะดูไม่ดีนัก หญิงชราจึงต้องจำใจเดินหนีออกมาด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว ตอนนี้คงทำได้เพียงเร่งพิธีแต่งงานของฉินจื่อเหลียนให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด และคอยกีดกันเจินลี่หลัวมิให้ถูกแต่งตั้งเข้ามาเป็นสนม
และที่สำคัญมากกว่านั้น คือต้องหาทางกำจัดคนตระกูลเจินออกไปให้หมด มิเช่นนั้นฉินเหยาไป่ผู้นี้ไม่มีทางตายตาหลับได้อย่างแน่นอน
**เหวินเซี่ยเสิ่ง (門下省) เสนาบดีฝ่ายตรวจสอบ
**หลี่ปู้ (禮部 ) ตำแหน่งควบคุมเกี่ยวกับพระราชพิธีในราชสำนัก
บทล่าสุด
#54 บทที่ 54 ตราบนานเท่านาน (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#53 บทที่ 53 ข่าวดี
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#52 บทที่ 52 ศิษย์ในสำนักอย่างเป็นทางการ
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#51 บทที่ 51 สิ่งตอบแทน
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#50 บทที่ 50 ศิษย์คนสุดท้ายของสำนัก
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#49 บทที่ 49 ศิษย์คนใหม่
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#48 บทที่ 48 วิชาแพทย์ตระกูลมู่
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#47 บทที่ 47 สำนักหลุนซาน
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#46 บทที่ 46 ชีวิตใหม่ที่หลุนซาน
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#45 บทที่ 45 หมอสมุนไพรดวงใจแม่ทัพ
อัปเดตล่าสุด: 11/27/2025
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!













