บทนำ
"จำเอาไว้ภรันยา สำหรับฉัน... เธอไม่ใช่ภรรยา เธอเป็นแค่ผู้หญิงหน้าด้านที่อยากได้สมบัติของตระกูลฉันจนตัวสั่น ฉันจะไม่มีวันยกย่องเธอ และจะไม่มีวันให้ในสิ่งที่เธอต้องการ!"
'ภรันยา' ก้มหน้ายอมรับความเจ็บปวด ทำหน้าที่ภรรยาอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อทดแทนบุญคุณ แม้หัวใจจะบอบช้ำแค่ไหนก็พยายามใช้ความรักละลายกำแพงน้ำแข็งในใจเขา
ทว่า... เมื่อถ่านไฟเก่าของเขากลับมาสร้างรอยร้าว และเขาเลือกที่จะหูเบา ปกป้องคนอื่นโดยไม่ฟังเสียงของเธอแม้แต่คำเดียว... ความรักที่เคยมีให้ก็แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี!
"รันเซ็นใบหย่าให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ต่อจากนี้ไป... ขอให้คุณโชคดีกับผู้หญิงที่คุณเลือก"
ในวันที่เธอสะบัดบ๊อบเดินจากไปพร้อมกับความสตรองและอิสระที่หอมหวาน ท่านประธานผู้เอาแต่ใจกลับเพิ่งตาสว่างและรู้ตัวว่าได้ทำสิ่งที่มีค่าที่สุดหลุดมือไป!
จากการเป็น 'ราชสีห์' ที่เคยปากดีใส่เมีย... สู่การเป็น 'หมาโบ้' ที่ต้องทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อตามง้อเมียจนสุดหล้าฟ้าเขียว!
"รัน... พี่ขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม ให้พี่ได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำพลาดไปนะ"
"โอกาสของคุณมันหมดไปตั้งแต่วันที่คุณเอาใบหย่ามาขู่ฉันแล้วค่ะคุณอดีตสามี... ถ้าอยากได้ฉันคืน ก็เชิญไปรับบัตรคิวใหม่นะคะ!"
บท 1
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูระดับห้าดาวอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวนับหมื่นดอกที่ถูกประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง แสงไฟคริสตัลระย้าทอประกายระยิบระยับตกกระทบลงบนชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ที่ตัดเย็บอย่างประณีต แขกเหรื่อในแวดวงสังคมชั้นสูงต่างพากันส่งรอยยิ้มและคำอวยพรให้กับคู่บ่าวสาวที่ยืนเคียงคู่กันอยู่บนเวที ช่างเป็นภาพงานแต่งงานในฝันที่สมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
หากแต่ความจริงแล้วมันคือเทพนิยายที่ไร้หัวใจอย่างสิ้นเชิง
ภรันยาพยายามรักษารอยยิ้มบนใบหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด แม้ว่ากล้ามเนื้อแก้มของเธอจะเริ่มปวดเกร็งจากการฉีกยิ้มมายาวนานกว่าสี่ชั่วโมงแล้วก็ตาม มือเรียวเล็กที่จับก้านแก้วแชมเปญเย็นเฉียบเอาไว้สั่นเทาน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้น แต่เป็นเพราะความอึดอัดจากรังสีความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่ข้างกาย
ติณณภพอยู่ในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลักของเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูสุภาพและอบอุ่นในสายตาของคนภายนอก ทว่าทุกครั้งที่แขกเดินคล้อยหลังไป รอยยิ้มนั้นจะเหือดแห้งหายไปในพริบตา เหลือเพียงแววตาแข็งกร้าวและเย็นชาที่ตวัดมองคนข้างกายอย่างรังเกียจ
"เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะตายสักทีภรันยา คุ้มค่าจ้างที่ฉันจ่ายไปหน่อย" เสียงทุ้มต่ำกระซิบลอดไรฟันในจังหวะที่เขาก้มลงมาใกล้เพื่อแสร้งทำเป็นกระซิบกระซาบหยอกล้อกับเจ้าสาว
ภรันยาลอบถอนหายใจในความเงียบ หากฮอลลีวูดกำลังมองหานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมแห่งปี เธออยากจะเสนอชื่อติณณภพให้พิจารณาเสียเหลือเกิน รอยยิ้มอบอุ่นที่เขามอบให้แขกเหรื่อเมื่อครู่ช่างขัดกับรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาตอนที่ไม่มีใครมองอย่างสิ้นเชิง
"รันกำลังยิ้มอยู่ค่ะคุณติณณ์ ยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว ถ้าคุณติณณ์กลัวว่าภาพจะออกมาไม่สวย รบกวนคุณติณณ์ช่วยขยับออกไปห่างๆ รันสักคืบเถอะค่ะ รันหายใจไม่ออก" ภรันยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มหวานยังคงประดับบนใบหน้าขณะที่หันไปสบตากับช่างภาพที่กำลังรัวชัตเตอร์
ดวงตาคมกริบของติณณภพวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เขารู้สึกเกลียดชังความเยือกเย็นและท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวของผู้หญิงคนนี้จับใจ ผู้หญิงหน้าเงินที่กล้าใช้ความสงสารของคุณปู่มาเป็นเครื่องมือบีบบังคับให้เขาต้องแต่งงานด้วย ทำให้เขาต้องทอดทิ้งนิชาผู้หญิงที่เขารักและวาดฝันอนาคตไว้ด้วยกัน
"ปากดีไปเถอะ คิดว่าปู่ฉันจะอยู่ปกป้องเธอได้ตลอดไปอย่างนั้นเหรอ ทันทีที่งานบ้าๆ นี่จบลง เธอจะได้รู้ว่านรกบนดินมันเป็นยังไง" เขากระซิบข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นก่อนจะหันไปปั้นหน้ายิ้มทักทายหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เดินเข้ามาหา
ภรันยากะพริบตาช้าๆ ซ่อนความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก นรกบนดินอย่างนั้นหรือ แค่ทุกวันนี้ที่เป็นอยู่เธอก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับการเดินลุยไฟอยู่แล้ว ลึกๆ ในใจเธอแอบรักผู้ชายปากร้ายคนนี้มาตั้งแต่วัยเยาว์ วันที่คุณปู่ของเขาเอ่ยปากขอร้องให้เธอแต่งงานกับหลานชายเพื่อดัดนิสัยและกันผู้หญิงอย่างนิชาออกไป ภรันยายอมตกลงรับปากไม่ใช่แค่เพราะต้องการทดแทนบุญคุณที่ตระกูลของเขาเคยช่วยเหลือครอบครัวเธอที่ล้มละลาย แต่เป็นเพราะความหวังโง่เขลาในใจที่คิดว่าความใกล้ชิดและความรักที่เธอมีจะสามารถละลายน้ำแข็งในใจเขาได้
แต่ดูเหมือนว่าเธอจะประเมินอคติของติณณภพต่ำเกินไป
เมื่อพิธีการทุกอย่างเสร็จสิ้นลง คู่บ่าวสาวถูกส่งตัวเข้ามาในห้องหอสุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรม ทันทีที่บานประตูไม้บานใหญ่ปิดลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าของญาติผู้ใหญ่ที่เดินห่างออกไป บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ติณณภพสะบัดเนกไทที่ผูกคอออกอย่างอึดอัด ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสองเม็ดบนเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง เขาเดินไปรินเหล้าที่เคาน์เตอร์บาร์มุมห้องแล้วกระดกรวดเดียวหมดแก้วโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเจ้าสาวที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง
ภรันยาวางช่อดอกไม้ในมือลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง เธอรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบอยากจะทรุดตัวลงนอนบนพรมเสียเดี๋ยวนี้ ชุดแต่งงานฟูฟ่องนี้หนักหนาพอๆ กับความรู้สึกในใจของเธอ หญิงสาวเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อพยายามรูดซิปชุดออก แต่เพราะซิปซ่อนอยู่ลึกและมีกระดุมเม็ดเล็กๆ หลายเม็ด ทำให้เธอไม่สามารถจัดการด้วยตัวเองได้
"คุณติณณ์คะ รบกวนช่วยรูดซิปชุดให้รันหน่อยได้ไหมคะ รันเอื้อมไม่ถึง" ภรันยาตัดสินใจเอ่ยปากขอความช่วยเหลือด้วยน้ำเสียงปกติ
ติณณภพชะงักมือที่กำลังจะรินเหล้าแก้วที่สอง เขาหันกลับมามองร่างบางในชุดแต่งงานแสนสวยด้วยสายตารังเกียจราวกับมองเห็นขยะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะเหยียดยิ้มหยันมุมปาก
"อย่ามามารยาภรันยา คิดว่าฉันจะหลงกลโง่ๆ ของเธอหรือไง แค่ต้องร่วมห้องกับเธอฉันก็ขยะแขยงเต็มทนแล้ว อย่าหวังว่าฉันจะเอามือไปแตะต้องตัวเธอให้เป็นเสนียด"
คำพูดร้ายกาจนั้นพุ่งเสียดแทงเข้ามาในใจจนภรันยาหน้าชา เธอเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหว สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพยายามดึงสติกลับมา หากเป็นผู้หญิงคนอื่นคงทรุดตัวลงร้องไห้ฟูมฟายไปแล้ว แต่สำหรับภรันยา น้ำตาไม่มีประโยชน์อะไรกับผู้ชายไร้หัวใจคนนี้
รังเกียจกันขนาดนั้นก็ไม่ต้องมาแตะสิคะคุณพี่ คิดว่าอยากให้โดนตัวนักหรือไง รันแค่จะถอดชุดไปอาบน้ำ ไม่ได้ชวนมาทำลูกสักหน่อย…ภรันยาบ่นกระปอดกระแปดในใจก่อนจะหันหลังกลับไปมองกระจกแล้วพยายามบิดแขนตัวเองเพื่อรูดซิปต่อไป
"ทำไม ไม่ได้ดั่งใจแล้วพูดไม่ออกหรือไง สันดานผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอก็มีดีแค่นี้แหละ ใช้เล่ห์เหลี่ยมจับผู้ชายรวยๆ พอแต่งเข้ามาได้ก็คิดจะเสวยสุข ฝันไปเถอะ" ติณณภพยังคงสาดคำพูดทำร้ายจิตใจไม่หยุด เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับจ้องมองเธอผ่านกระจกเงา นัยน์ตาดุดันเต็มไปด้วยความเกลียดชัง "จำเอาไว้ว่าสำหรับฉัน เธอไม่ใช่ภรรยา เธอเป็นแค่ผู้หญิงหน้าด้านที่หน้ามืดตามัวอยากได้สมบัติของตระกูลฉันจนตัวสั่น ฉันจะไม่มีวันยกย่องเธอ และจะไม่มีวันให้ในสิ่งที่เธอต้องการ"
ภรันยาหยุดชะงักมือที่กำลังไขว่คว้าหาหัวซิป เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำศีรษะอยู่ ใบหน้าหวานละมุนที่ถูกแต่งแต้มอย่างงดงามเงยขึ้นสบตากับเขานิ่งๆ ไม่มีน้ำตา ไม่มีอาการตื่นตระหนก มีเพียงความว่างเปล่าที่เธอจงใจสร้างขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง
"รันทราบดีค่ะคุณติณณ์ ทราบตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้วว่าคุณติณณ์เกลียดรันมากแค่ไหน คุณติณณ์ไม่ต้องย้ำบ่อยๆ หรอกค่ะ รันความจำดี" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังรายงานสภาพอากาศ "ส่วนเรื่องสมบัติ รันคงไม่ปฏิเสธว่าเงินคือสิ่งสำคัญ แต่คุณติณณ์วางใจได้เลยค่ะ รันมีมือมีเท้า หาเงินใช้เองได้ ไม่จำเป็นต้องแบมือขอคุณติณณ์ทุกบาททุกสตางค์แน่นอน"
ติณณภพขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน เขารู้สึกหงุดหงิดที่ผู้หญิงตรงหน้าไม่แสดงอาการเจ็บปวดหรือเสียใจออกมาให้เห็นตามที่เขาคาดหวัง ท่าทีหยิ่งยโสและคำพูดอวดดีของเธอยิ่งกระพือโทสะในใจเขาให้ลุกโชน
"เก่งให้ตลอดรอดฝั่งก็แล้วกัน ฉันจะคอยดูว่าผู้หญิงที่เคยบ้านแตกสาแหรกขาดอย่างเธอจะเก่งไปได้สักกี่น้ำ" เขาเค้นเสียงต่ำก่อนจะคว้าหมอนใบหนึ่งบนเตียงนอนกว้างใหญ่ที่ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบเป็นรูปหัวใจขึ้นมา "คืนนี้ฉันจะไปนอนที่โซฟา ส่วนเธอก็นอนบนเตียงไป อย่าสะเออะเดินไปวุ่นวายใกล้ๆ ฉัน ถ้าฉันตื่นมาเจอหน้าเธอเป็นคนแรก ฉันอาละวาดแน่"
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินตรงไปยังโซฟาตัวยาวที่มุมห้อง ทิ้งตัวลงนอนพร้อมกับหันหลังให้เธออย่างไม่ไยดี ปล่อยให้ภรันยายืนคว้างอยู่กลางห้องหอที่ควรจะอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่น
ภรันยามองแผ่นหลังกว้างที่นอนหันหลังให้ด้วยแววตาที่สั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามเดิม หญิงสาวเดินไปหยิบกรรไกรเล็กๆ ในกล่องอุปกรณ์เย็บผ้าที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ จัดการตัดด้ายที่เย็บซ่อนปมบริเวณกระดุมชุดแต่งงานออกอย่างทุลักทุเลจนในที่สุดก็สามารถปลดเปลื้องชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งนี้ออกจากร่างได้สำเร็จ
เธอพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นจัดให้ไหลรดร่างกายเพื่อดับความร้อนรุ่มในใจ ปล่อยให้น้ำตาหยดแรกและหยดเดียวไหลรินไปพร้อมกับสายน้ำ
ไม่เป็นไรภรันยา…เธอปลอบใจตัวเองเงียบๆ เธอเลือกเส้นทางนี้เอง เลือกที่จะเดินเข้ามาในวังวนความเกลียดชังของผู้ชายคนนี้ เธอจะอดทนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด จนกว่าจะถึงวันที่เธอชดใช้บุญคุณทุกอย่างหมดสิ้น หรือจนกว่าหัวใจของเธอจะแหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี
เมื่อถึงวันนั้น เธอจะเป็นคนเดินหันหลังและก้าวออกจากชีวิตเขาไปเอง โดยไม่ต้องรอให้เขาเอ่ยปากไล่เลยสักคำเดียว
บทล่าสุด
#96 บทที่ 96 96
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#95 บทที่ 95 95
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#94 บทที่ 94 94
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#93 บทที่ 93 93
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#92 บทที่ 92 92
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#91 บทที่ 91 91
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#90 บทที่ 90 90
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#89 บทที่ 89 89
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#88 บทที่ 88 88
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#87 บทที่ 87 87
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026
คุณอาจชอบ 😍
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
บ่วงรักสัมพันธ์ร้าย 25+
'เขา' เกลียดเธอเข้าไส้ เพราะ 'เธอ' คือลูกสาวของคนที่ทำให้แม่ของเขาตาย
และเธอคือคนที่เขาเข้าใจว่าเป็น 'น้องสาว' มาทั้งชีวิต แต่เป็นน้องสาวที่แสนเกลียดชังมาตั้งแต่เด็ก
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ดวงใจธาม
‘ขวัญจิรา’ จำเป็นต้องสวมบทภรรยาของ ‘ธาดา’ ตามคำขอร้องของเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งนายจ้าง การเดินทางมาอยู่ใกล้เขาอีกครั้งทั้งที่เกลียดขี้หน้ากันจึงเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย แต่ใครอีกคนกลับเฝ้ารอการมาถึงของเธออย่างใจจดใจจ่อ พยายามทำทุกอย่างให้เธอเห็นว่าเขาในวันนี้กับเขาในอดีตนั้นแตกต่างกันแค่ไหน และพยายามทำให้เธอรู้...ว่าในหัวใจของเขานั้นมีใครซ่อนอยู่
ธาดา - คำสัญญาไร้สาระของคุณยายทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก จึงจำเป็นต้องดึงเธอคนนั้นให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในครั้งนี้ เขาจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอมาอยู่ใกล้ หลังจากปล่อยให้เวลาผ่านมานาน นานจนไม่กล้าปล่อยให้เธออยู่ไกลจากสายตาไปได้อีก
ขวัญจิรา – เธอไม่ได้เต็มใจมาช่วยเขาเพราะคิดเสมอว่าเขากวนประสาทและไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ ได้ลองเปิดใจมองเขาในมุมใหม่ๆ สิ่งที่เคยคิดไว้กลับตรงข้ามไปเสียทุกอย่าง เพราะนอกจากเขาจะดีกับเธอมากแล้ว ยังขยันทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเธอแปรเปลี่ยนไปเสียเหลือเกิน
พันธะร้ายนายสถาปัตย์
!! หมับ !!
“หึ...เดี๋ยวนี้หัดเที่ยวนิหว่า”
“ทำไม หรือพี่ไทม์ที่พี่ตาม ตามฉันมานี้ เปลี่ยนใจ คิดจะสนใจฉัน” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า ปลายฝันที่ถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์เขาครอบงำ เผยรอยยิ้มเย้ยยันให้กับคนตัวสูง แต่นั้นคำพูดของเธอกับทำให้เขาหงุดหงิดที่เธอนั้นท้าทายเขา
“สน ไม่สนมันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อ เธอเป็นเมียฉันแล้ว” น้ำเสียงรอดไรฟันเอ่ยกับคนตัวเล็ก แต่นั้นปลายฝันกับไม่คิดสนใจคำพูดร้ายการที่แดกดันเธอ ไหนๆ พี่ไทม์ก็ทักทายฉันแล้ว ทักทายสามีหน่อยเป็นไง ปลายฝันถือวิสวะ โอบแขนเข้าต้นคอคนตัวสูง
“ เดี๋ยวนี้พี่ไทม์เปลี่ยนใจ เห็นฉันเป็นเมียพี่ไทม์ แล้วเหรอคะ พูดอีกสิคะ พูดดังๆ ให้คนสวยของพี่ได้ยินไปเลยสิคะ” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า แต่กับแกล้งซุกใบหน้าสวยหวานหน้าเข้าหาแกล้งยั่วโมโห นั้นยิ่งพลานทำให้ไทม์หงุดหงิดที่ถูกเด็กดื้ออย่างปลายฝันลวนลามตน ยัยเด็กแสบ กล้าดียังไงยั่วโมโหเขา ยังๆ ไม่รู้ตัว
“ปลายฝัน...”
“ที่พี่ไทม์ เห็นฉันเป็นเมียพี่นี่ คืนนี้คุณคนสวย คนนั้นลีลาไม่เด็ดเท่าฉันละสิ ” ปลายฝันยิ้มเย้นยัยให้กับคนนิสัยไม่ดี เจอหน้าก็หาเรื่องเลย ไหนๆ ก็เข้ามาทักทายแล้ว เอาหน่อยละกัน
“ทำไมจะไม่เด็ดละ เด็กๆ ที่ฉันเลี้ยงดู ทั้งสวย และเด็ดกว่าเธอหลายร้อยเท่า ดูจากขนาดไซส์ ขนาดหน้าอก...”-
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน













