บทนำ
“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่า กำลังพูดอยู่กับใคร”
“ท่านอ๋องเมืองหลิงโจว องค์ชายเจ็ดแห่งแคว้นเฉิน จวินซานเฉิน
แล้วอย่างไร ท่านยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครงั้นหรือ ถึงได้ถามคนอื่น”
“เจ้าควรกลับไปเมืองหลวงทันที ถ้าไม่อยากตายเพราะถูกข้าสั่งลงโทษโบย ให้ตายคาค่ายทหารแห่งนี้!”
“เอะอะก็สั่งลงโทษ พวกชอบวางอำนาจ คิดว่าใหญ่มาจากไหน”
จวินซานเฉินที่โกรธจัด เดินมาบีบรัดต้นคอระหงตรงหน้า แรงบีบแม้จะไม่ทำให้นางขาดอากาศหายใจ แต่ก็ทำให้ตกใจ
“ฟ่านถิงเฟย เจ้าอย่าคิดว่ามีราชโองการแล้ว ข้าจะไม่กล้าฆ่าเจ้านะ
ก็แค่แมลงตัวหนึ่งที่บินเข้ามาในค่าย หากกล้าทำความวุ่นวายละก็ ข้า…”
นางใช้มือบีบรัดไปที่ข้อมือของอีกฝ่าย กระชับให้แน่นกว่าเดิมอย่างท้าทาย
“เช่นนั้นก็ลงมือ ฆ่าข้าเสียเลยสิท่านอ๋อง ในเมื่อตอนนี้ ก็ไม่มีใครอยู่มิใช่หรือ”
“อย่าได้ท้าทายความอดทนของข้า....”
“ข้ารู้ว่าที่นี่ ท่านเป็นใหญ่ที่สุด มีอำนาจมากล้นจน…เฮือก!”
“ลองพูดอีกคำสิ แล้วจะรู้ว่า ข้ากล้าฆ่าเจ้าหรือไม่”
บท 1
ค่ายทหารเมืองหลิงโจว / แคว้นเฉิน
“คุณหนูท่านตื่นสิเจ้าคะ อย่าทำให้ข้าตกใจเช่นนี้.... คุณหนู”
เสียงเรียกของสาวใช้ ที่เริ่มสั่นเครือ เมื่อนางพยายามปลุกเรียกผู้เป็นนายของตัวเอง ในกระโจมค่ายทหาร ซึ่งอยู่นอกเมืองหลวงหลายร้อยลี้
“คุณหนูของเจ้า อาการเป็นอย่างไรบ้าง”
“เฮือก!”
สาวใช้ข้างกายสตรี ที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง หันมามองผู้ที่พึ่งก้าวเท้าเข้ามาในชุดแม่ทัพเต็มยศ เขาคือองค์ชายเจ็ดแห่งแคว้นฉิน ซึ่งมีสมญานามว่า “มัจจุราชแห่งหลิงโจว” ผู้เลื่องชื่อผู้นั้น
“ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ”
“อาการของนาง หนักหนามากเลยหรือ”
“นับว่าสาหัสพอสมควร นางเป็นไข้ป่าน่ะ”
“เช่นนั้นก็ส่งนางกลับเมืองหลวงเถอะ”
“แต่ว่า…”
“หากคืนนี้อาการยังไม่ดีขึ้น ก็ส่งนางกลับเมืองหลวงทันที ข้าไม่มีเวลามาดูแลคนป่วย ที่ไร้ประโยชน์ในเวลาเช่นนี้”
เสียงดุดันนั้น ดังพอที่จะทำให้หญิงสาว ซึ่งพึ่งจะได้สติตกใจ แต่นางกลับลืมตาไม่ได้ จำได้เพียงแค่เสียงที่ทรงอำนาจ เด็ดขาดและเย็นชา ที่พูดราวกับไร้ความเมตตา และไม่มีความเป็นห่วงใยน้ำเสียงเลยสักนิด และไม่นาน ความทรงจำบางอย่าง ก็ไหลเข้ามาในหัวของนาง
‘ข้ามีนามว่า “ฟ่านถิงเฟย” เป็นบุตรคนที่สาม ของหมอหลวงอันดับหนึ่งเมืองหลิงโจว ข้าเฝ้าติดตามองค์ชายเจ็ดมา หวังเพียงว่าเขาจะหันมามอง และเลือกข้าให้เป็นชายาของเขา แต่ไม่คิดเลยว่า นอกจากเขาจะไม่ไยดี ยังรังเกียจที่ข้าเป็นสตรีไม่เอาไหน คงเพราะข้างกายของเขา มีสตรีอีกคนอยู่กระมัง….’
“นี่มันอะไรกัน”
“คุณหนูฟื้นแล้ว! ท่านหมอเจ้าคะ”
“เอ่อ ไหนดูสิ ข้าขอตรวจหน่อย ให้ตายเถอะนี่มันเกิดอะไรขึ้น”
แม้แต่หมอประจำกองทัพ ก็ยังรู้สึกแปลกใจ เพราะจู่ ๆ ไข้ที่ขึ้นสูงก็พลันหายไป
“ชีพจรกลับมาเต้นเป็นปกติ คงที่และไข้ก็ยังลดลง ไม่น่าเชื่อเลย เจ้าดูแลนางอยู่นี่ ข้าจะรีบไปทูลท่านอ๋อง”
“เจ้าค่ะท่านหมอ ขอบคุณเจ้าค่ะ”
เมื่อนางลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย ความทรงจำของเจ้าของร่าง ทำให้นางรับรู้ว่า ตัวเองเมื่อชาติก่อนได้ตายลงไปแล้ว “ซางถิง” แพทย์สนามสาวคนเก่ง ที่มักจะอยู่ที่ค่ายอาสาตามชายแดน ทั้งชีวิตทุ่มเทกับการรักษาผู้คน ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการแพทย์ สุดท้ายก็ถูกผู้ก่อการร้ายที่เข้ามาปล้นค่ายฆ่าตาย
“น้ำ… หิวน้ำ”
“น้ำเจ้าค่ะคุณหนู”
เมื่อฟื้นขึ้นมา นางก็เห็นสีหน้าซีดเผือด ขอบตาที่คล้ำของหญิงสาวอายุราว ๆ ไม่เกินสิบเจ็ดปี นั่งอยู่ข้าง ๆ และยังมีน้ำตา นางคงจะเป็น “เนี่ยฝู” สาวใช้ที่อยู่ข้างกายเจ้าของร่างกระมัง
“เจ้า…”
“คุณหนูต้องการอะไรอีกหรือไม่ ข้าจะไปเตรียมน้ำเช็ดตัวให้ท่าน”
“ยังไม่ต้อง ข้า… อยากได้กระจก”
“อะไรนะเจ้าคะ กระจกหรือ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปเอามาให้ท่านเดี๋ยวนี้”
“ฟ่านถิงเฟย” สตรีที่รักสวยรักงาม ทั้งชีวิตนางไม่เคยสนใจร่ำเรียนหรือฝักใฝ่วิชาทางการแพทย์ ตามที่บรรพบุรุษสั่งสอนมาหลายชั่วคน อีกทั้งนางยังมุ่งมั่นเพียงแค่ อยากจะเป็นพระชายาขององค์ชายเจ็ด “จวินซานเฉิน” หรือฉินอ๋องในตอนนี้นั่นเอง
“มาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”
เมื่อนางเริ่มใช้กระจก ส่องดูใบหน้าของตัวเอง ก็ต้องตกใจทันที เพราะรูปร่างหน้าตาของฟ่านถิงเฟย ช่างงดงาม หมดจด ขาวสะอาด ฟันที่เรียงเป็นระเบียบ และผิวพรรณที่ผุดผ่องราวกับตุ๊กตาเคลือบ ทำเอาผู้ที่ถือกระจกอยู่นึกตกใจ
“เธอสวยอะไรปานนี้ สวยแบบไม่เสียชาติเกิดเลยให้ตายเถอะ”
“คุณหนูเจ้าคะ แม้ว่าตอนนี้ท่านพึ่งจะหายป่วย แต่ก็ยังงดงามอยู่เสมอใช่หรือไม่”
“ที่นี่คือ… ค่ายทหารชายแดนงั้นหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ หากคุณหนูอยากจะกลับจวนในตอนนี้ ท่านอ๋องตรัสว่า สามารถส่งท่านกลับไปได้เลยเจ้าค่ะ”
“จวนหรือ ท่านอ๋อง…”
นางสอบถามจนได้ความว่า ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ สั่งให้ท่านอ๋องนำกองทัพมาที่นี่ เพื่อปกป้องเมืองหน้าด่านอย่างหลิงโจว เพราะการรุกรานของแคว้นเซี่ย ดังนั้นนางจึงขอบิดา ให้ทูลต่อฝ่าบาท ขอติดตามกองทัพมาด้วย ฝ่าบาทพระราชทานราชโองการมา เพื่อให้โอกาสท่านอ๋องได้ตัดสินใจในการเลือกคู่ครอง ซึ่งแน่นอนว่า ท่านอ๋องผู้นี้ มิได้มีใจรักใคร่นางแม้แต่นิดเดียว
“เช่นนั้นแสดงว่าอ๋องผู้นั้น มีคนในใจแล้วงั้นหรือ”
“ไม่มีผู้ใดล่วงรู้หัวใจมัจจุราช อย่างฉินอ๋องได้หรอกเจ้าค่ะ แม้แต่องครักษ์และที่ปรึกษาคนสนิท ยังมิกล้าเอ่ยถาม แต่บุตรีแม่ทัพแซ่หลี่ผู้นั้น ก็ยังอยู่ในกองทัพเช่นกัน”
“หลี่ชุนฮวา” บุตรสาวคนเล็ก ของแม่ทัพหลี่ซุ่น เป็นสตรีอีกคนที่ฝ่าบาทอนุญาตให้เข้ามาที่กองทัพ เพื่อให้ท่านอ๋องได้ตัดสินใจเลือก ระหว่างบุตรสาวของแม่ทัพหลี่ ซึ่งเชี่ยวชาญการรบ กับบุตสาวของหมอหลวง ผู้ใดกันแน่ที่เขาจะเลือก
กระโจมท่านอ๋อง
“เสด็จพ่อคงเกรงว่า ข้าจะทำศึกง่ายไปกระมัง ถึงได้ส่งตัวสตรีน่ารำคาญ มาอยู่ในค่ายนี้ด้วย”
“เอาน่าซานเฉิน บัญชาโอรสสวรรค์หาขัดขืนได้ไม่ ถึงอย่างไรพวกนางก็อยู่มาจนถึงตอนนี้แล้ว”
“แล้วเป็นอย่างไร เกือบจะตายแล้วไม่เห็นหรือ สตรีอ่อนแอไร้ค่า ไม่มีความรู้ซ้ำยังน่ารำคาญ ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกเสด็จพ่อไปแล้วว่า ยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน”
“หากเจ้าไม่ชอบคุณหนูฟ่าน ข้าก็พอเข้าใจได้ นางเป็นสตรีที่ใคร ๆ ต่างก็ส่ายหัว ทั้งเอาแต่ใจและไม่เอาความ แต่กับคุณหนูหลี่ ท่านก็ไม่คิดอะไรกับนางงั้นหรือ”
ท่านอ๋องนิ่งเงียบไป แม้ว่าหลี่ชุนฮวา จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดี แต่เขากลับมิได้รู้สึกชื่นชอบนางถึงเพียงนั้น แค่มองแล้วรู้สึกสบายตามากกว่าฟ่านถิงเฟยเท่านั้นเอง
“สกุลหลี่เป็นตระกูลแม่ทัพมาสามชั่วคน อีกอย่างนางเองก็ถูกเลี้ยงดูเหมือนกับบุรุษ การเดินทางออกศึกร่วมกับบิดาและพี่ชาย นางค่อนข้างได้เปรียบคุณหนูฟ่าน”
“ฟ่านถิงเฟยผู้นี้ เป็นสตรีที่ไร้สมอง ไม่มีความรู้ และยังเอาแต่แต่งตัว รักสวยรักงาม น่ารำคาญสายตาเป็นที่สุด หากว่าข้าอยากได้นกขมิ้นน้อยสักตัวให้เฝ้าตำหนัก ก็คงจะเลือกนาง”
“อะไรกัน เหตุใดท่านจึงประเมินนาง ต่ำต้อยถึงเพียงนั้น นางอาจจะ เอ่อ… อาจจะมีข้อดีซ่อนอยู่บ้างก็ได้ ใครจะรู้เล่า”
“หึ ข้อดีงั้นหรือ หากว่ามีจริง ๆ ก็นับว่านางเก่งมาก”
“เก่งหรือ นี่ท่านชมฟ่านถิงเฟยหรือนี่”
“ข้าหมายถึง นางซ่อนส่วนที่ดีของนางเก่งเกินไป จนหาไม่เจอต่างหาก เอาเถอะ ถึงอย่างไรตอนนี้ ก็ส่งนางกลับไปก่อนเถิด ข้าไม่อยากรับผิดชอบ ชีวิตของสตรีไร้ประโยชน์เช่นนาง หากตายขึ้นมา ข้าไม่อยากจะไปที่จวนสกุลฟ่าน เพื่อเคารพศพนางอีก”
“ทำเช่นนั้นไม่ได้ ท่านเองก็รู้ว่า ฝ่าบาทมีราชโองการ หากจู่ ๆ ส่งนางกลับไปเช่นนี้ เกรงว่ากลับไปผู้ที่เดือดร้อน คงจะไม่พ้นตัวท่านเป็นแน่”
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เช่นนั้นหากนางตายคาค่ายทหารเพราะไข้ป่า ก็ไม่เกี่ยวกับข้าด้วยเช่นกันใช่หรือไม่”
“จะว่าแบบนั้น ก็ไม่ผิด แค่ส่งนางกลับไม่ได้”
“ดี! เช่นนั้นก็ให้นางทนอยู่ไป ไข้ป่านั่นร้ายแรง แม้แต่ทหารบางคนยังแทบจะทนไม่ไหว สตรีที่ไม่เอาไหนเช่นนาง ทั้งอ่อนแอและไร้สมอง คงทนได้อีกไม่นานนักหรอก”
“นี่ท่านคงไม่คิดที่จะ ปล่อยให้นางตายไปเฉย ๆ หรอกนะ”
ท่านอ๋องนิ่งไป พร้อมกับหันมามองหน้าที่ปรึกษา และกุนซือข้างกายอย่าง “หลิวจางหมิง” อีกครั้ง สายตายังคงเย็นชาและเด็ดขาด
“ข้าจะไม่ยอมให้มีอุปสรรคใด มาขัดขวางการทำศึกกับแคว้นเซี่ยในครั้งนี้ ในเมื่อนางรนหาที่ตายเอง เช่นนั้นก็โทษข้าหาได้ไม่ หากนางตายขึ้นมาจริง ๆ ก็ส่งศพนางกลับเมืองหลวง แล้วกราบทูลเสด็จพ่อตามความเป็นจริงเถิด”
บทล่าสุด
#72 บทที่ 72 ตอนพิเศษที่ 2
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#71 บทที่ 71 ตอนพิเศษที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#70 บทที่ 70 สาบานรักชัวนิรันดร์ (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#69 บทที่ 69 พิธีส่งตัว (NC)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#68 บทที่ 68 พิธีอภิเษกสมรส
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#67 บทที่ 67 เจ้าจะรักษาอย่างไร
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#66 บทที่ 66 ข้าชอบที่ท่านขี้หึง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#65 บทที่ 65 อารามเซิ่งไห่
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#64 บทที่ 64 นางเป็นปีศาจจริง ๆ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#63 บทที่ 63 ศึกรักกับมัจจุราช (NC)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~













