บทนำ
“ที่รัก… ให้ผมมีลูกกับคุณนะ”
สุดารัตน์สั่นไหวอยู่ใต้ร่างเขา อกแนบกับผ้าปูที่นอน ร่างกายเต็มไปด้วยความปรารถนาที่มีต่อเขา
หลังจากทุ่มเทให้เขาอย่างไม่เห็นแก่ตัวมานานสี่ปี สุดารัตน์กลับถูกเขาเปลี่ยนใจไปหาแฟนคนแรกของตัวเอง ถูกหักหลังอย่างโหดร้ายจนสูญเสียทุกอย่างไป ในความปวดร้าวนั้น เธอสลัดอดีตทิ้ง แล้วลุกขึ้นมาใหม่ภายใต้ตัวตนอีกชื่อหนึ่ง กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการวิทยาศาสตร์ รายล้อมด้วยเพื่อนร่วมงานและผู้ชื่นชมที่มีความสามารถ
เขาถูกความรักที่มีต่อเธอหลอกหลอน และตั้งใจว่าจะฝ่าฟันทุกอุปสรรค เพื่อทวงหัวใจของเธอกลับคืนมา
เขาจะสามารถพิชิตใจอดีตภรรยาผู้เข้มแข็งไม่อาจสั่นคลอนได้อีกครั้งหรือไม่?
บท 1
"คุณภูมิ... อย่าค่ะ"
สุดารัตน์ยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่ง พยายามต้านทานชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่เหนือร่าง
เธอไม่คิดเลยว่าหลังจากที่ภูมิหายหน้าไปนานถึงสองเดือนพร้อมข่าวคราวเรื่องผู้หญิงที่มีออกมาแทบไม่เว้นวัน เขาจะกลับมาที่บ้านอย่างกะทันหัน และยิ่งไม่คิดว่าการกลับมาของเขาคือการมาเพื่อทำเรื่องแบบนี้
ภายในห้องนอนมีเพียงแสงไฟสีส้มนวลตาจากโคมไฟหัวเตียงที่เปิดอยู่ แสงเลือนรางนั้นขับเน้นโครงหน้าคมคายของชายหนุ่มให้ยิ่งดูเย็นชาและห่างไกล โดยเฉพาะดวงตาสีดำเข้มที่จ้องมองเธอไม่วางตา ราวกับต้องการกลืนกินเธอทั้งร่าง
ภูมิไม่เอ่ยปากพูดพร่ำทำเพลง มือหนาปลดชุดนอนบางเบาออกจากร่างหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างบอบบาง
สุดารัตน์ถูกเขาปลุกเร้าอารมณ์อย่างรวดเร็ว มือเรียวกำเสื้อของภูมิแน่น นัยน์ตาคู่สวยเริ่มพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำใสแห่งความปรารถนา
"คุณ..."
คำปฏิเสธที่ยังเอ่ยไม่ทันจบ ถูกกลืนหายไปในห้วงแห่งตัณหา
ภูมิดึงรั้งเธอให้จมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนไปด้วยกัน
สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมานอกหน้าต่างตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เสียงสายฝนที่ตกกระทบใบไม้ดังซู่ซ่า ผสานเข้ากับเสียงลมหายใจหอบกระเส่าของชายหนุ่มและเสียงสะอื้นแผ่วเบาของหญิงสาวภายในห้อง กลายเป็นบทเพลงแห่งราตรีที่แสนเศร้าและเร่าร้อน
มื่อทุกอย่างสงบลง สุดารัตน์แทบไม่มีแรงแม้แต่จะขยับปลายนิ้ว ร่างกายปวดระบมราวกับถูกบดขยี้ โดยเฉพาะช่วงล่างที่เจ็บหนึบจนแทบก้าวไม่ไหว
เธอพยายามฝืนกายลุกขึ้น ผิวขาวเนียนละเอียดเต็มไปด้วยรอยจูบสีกุหลาบที่ถูกตีตราจองไปทั่วเรือนร่าง ตั้งแต่แผ่นหลังไล่ลงมาถึงหน้าท้องแบนราบ ล้วนเป็นร่องรอยที่ภูมิทิ้งไว้ คืนนี้เขาแตกต่างจากทุกครั้ง ทั้งหนักหน่วง ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความต้องการที่เธอไม่คุ้นเคย
สุดารัตน์ตั้งใจจะลุกไปทำความสะอาดร่างกายในห้องน้ำ แต่เท้ายังไม่ทันแตะพื้น ก็ถูกมือหนาของภูมิคว้าเอวบางดึงกลับไปที่เตียงอีกครั้ง
ดูเหมือนไฟปรารถนาของเขาในคืนนี้จะยังไม่จางหาย
ไหล่กว้างของภูมิแบกรับเรียวขาคู่สวยของสุดารัตน์เอาไว้ เขาบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างหนักหน่วง ก่อนจะพลิกร่างเธอและรุกล้ำเข้ามาอีกครั้ง
ภาพคำพูดของ 'คุณย่าทัศนีย์' เมื่อวาน รวมถึงสายตาของญาติคนอื่นที่จ้องแบ่งชิงผลประโยชน์ของตระกูล ผุดขึ้นมาในหัวของภูมิ
ริมฝีปากบางเฉียบของภูมิจรดลงที่ข้างใบหูของสุดารัตน์ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยแรงอารมณ์กระซิบแผ่ว
"มีลูกให้ฉัน... ได้ไหม"
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างหาได้ยาก ราวกับกำลังปรึกษาหารือ
ทว่าประโยคนั้นกลับทำให้ดวงตาของสุดารัตน์สั่นไหวทันที ความขมขื่นแล่นวาบขึ้นกลางอก
แต่งงานกันมาหลายปี คุณย่าทัศนีย์พร่ำบอกเสมอว่าเรื่องทายาทขึ้นอยู่กับเธอ ทว่าภูมิกลับไม่เคยแตะต้องเรื่องนี้มาก่อน แต่วันนี้… เขากลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอมีลูกกับเธอเอง เพราะอรวรรณกำลังจะกลับมาใช่ไหม?
เธอคิดด้วยความสมเพชตัวเอง
ภูมิคงต้องผิดหวังเสียแล้ว เพราะร่างกายของเธอเป็นคนที่ตั้งครรภ์ยากเหลือเกิน
เหตุการณ์ในวัยสิบแปดปีผุดขึ้นมาในความทรงจำอีกครั้ง ในป่าลึกกลางภาคเหนือท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ความหนาวเหน็บกัดกินลึกถึงกระดูก และลมแรงที่แทบแช่แข็งเลือดในกาย
ในเวลานั้น สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้เธอมีชีวิตรอดมาได้ คือคำสัญญาของภูมิ เขาบอกชัดเจนว่าเมื่อลงจากดอยได้แล้ว เขาจะแต่งงานกับเธอ
แต่สุดท้าย สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นข่าวการหมั้นหมายระหว่างเขากับอรวรรณ
คำสัญญาที่เคยให้ไว้ ปลิวหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริงและนั่นก็เป็นครั้งที่สองที่ภูมิผิดคำพูด
เธอชินชากับการเป็นฝ่ายทุ่มเทอยู่เพียงลำพังมานานแล้ว
เมื่อเห็นสุดารัตน์เงียบไป ภูมิก็เพิ่มแรงกระแทกหนักขึ้นราวกับลงโทษ ดึงสติของเธอกลับมาจากห้วงความคิดอย่างป่าเถื่อน
"ได้ไหม?"
คำถามเดิม แต่คราวนี้แฝงไปด้วยน้ำเสียงบังคับข่มขู่
สุดารัตน์รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ข่มความเจ็บปวดในหัวใจ ก่อนตอบเสียงแผ่ว
"ค่ะ"
หลังจากผ่านค่ำคืนอันหนักหน่วงถึงสองครั้ง สุดารัตน์ก้าวลงจากเตียงด้วยขาที่สั่นเทา ก่อนลากร่างอ่อนแรงเข้าไปในห้องน้ำ
เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย เธอสวมชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมา ก็ได้ยินเสียงทุ้มที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและอดทนของภูมิ
"ไม่ต้องกลัวนะ รอผมอยู่ที่บ้าน เป็นเด็กดีนะ เดี๋ยวผมจะรีบไปหา"
ภูมิยืนคุยโทรศัพท์อยู่ริมหน้าต่าง แววตาของเขาอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่ค่อยได้เห็น
สุดารัตน์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จู่ ๆ ขอบตาก็ร้อนผ่าวราวกับถูกสาดด้วยเม็ดทรายจนแสบพร่า
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าปลายสายคือใคร
เธอรู้จักภูมิมาตั้งแต่สิบขวบ
แต่ความอ่อนโยนแบบนี้… เขาเก็บไว้ให้อรวรรณเพียงคนเดียว
ฝนด้านนอกเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ
เสียงฟ้าร้องครืนครางดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้าจะถล่มลงมา
เมื่อก่อน... เธอเป็นคนที่กลัวเสียงฟ้าร้องที่สุด
สุดารัตน์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
ภูมิวางสายโทรศัพท์แล้วเพิ่งสังเกตเห็นสุดารัตน์ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ ความอ่อนโยนในแววตาเมื่อครู่จางหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเย็นชาราวน้ำแข็ง
'ตระกูลชัยพิพัฒน์' มีกฎเหล็กที่เคร่งครัด หลานชายคนโตจะต้องมีทายาทสืบสกุลกับหญิงที่ตระกูลยอมรับเท่านั้น มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิ์รับมรดกทั้งหมด
หากไม่ใช่เพื่อสมบัติของตระกูลชัยพิพัฒน์ เขาคงไม่ขอให้เธอมีลูก
และหากไม่ใช่เพื่อความมั่นคงของตระกูล เขาก็คงไม่บังคับให้เธอตั้งครรภ์
"อย่าลืมกินยา"
ยาที่ว่าไม่ใช่ยาคุมกำเนิด แต่เป็นยาบำรุงสำหรับผู้มีบุตรยาก สายฝนยังคงกระหน่ำไม่หยุด ราวกับเสียงล้อรถที่บดทับลงกลางหัวใจของเธอ
ขอแค่เขาได้สิทธิ์ในการสืบทอดมรดก เมื่อลูกชายคนโตถือกำเนิดขึ้น เขาก็จะสลัดสุดารัตน์ทิ้งได้เสียที
แต่ไม่รู้ทำไม ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดสุดารัตน์ ร่างกายของเขากลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด ราวกับจิตใต้สำนึกกำลังเรียกร้องให้เข้าใกล้เธอมากขึ้น
ภูมิสลัดความคิดนั้นทิ้ง ก่อนหยิบเสื้อสูทแล้วเดินออกไปท่ามกลางสายฝนโดยไม่ลังเล
สุดารัตน์เดินไปที่หน้าต่าง มองดูรถมายบัคคันหรูแล่นออกไปจนลับสายตา
แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและขมขื่น หลายครั้งเธอรู้สึกว่า… ตัวเองไม่เคยรอดชีวิตออกมาจากป่าดิบชื้นในวันนั้นเลย
ความหนาวเหน็บจากวัยสิบแปดปี ยังคงเกาะกินหัวใจของเธอมาจนถึงวันนี้
คืนนั้นสุดารัตน์หลับไปพร้อมความอ่อนล้า แต่ในความฝันกลับเต็มไปด้วยภาพในอดีต
ภูมิในวัยสิบขวบบอกว่า จะปกป้องเธอตลอดไป ภูมิในวัยสิบแปดปีเคยสัญญาว่าจะแต่งงานกับเธอ
แต่ใครจะคาดคิด ในวัยยี่สิบสี่ปี เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเป็นอัมพาตช่วงล่าง ต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นไปตลอดชีวิต
จากชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมดุจเทพบุตร ร่วงหล่นลงสู่โคลนตมในชั่วข้ามคืน
เขากลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ขับไล่ไสส่งทุกคนออกจากชีวิต ยิ่งเมื่ออรวรรณเลือกทิ้งเขาไปเรียนต่อต่างประเทศ นั่นเปรียบเสมือนมีดกรีดลงกลางใจเขา
ในวันที่ทุกคนสิ้นหวัง มีเพียงสุดารัตน์ที่ยังอยู่เคียงข้างเขา เธอไม่เคยทอดทิ้งเขาตลอดสามปีของการทำกายภาพบำบัด รวมถึงการรักษาลับอีกนับครั้งไม่ถ้วน จนในที่สุดภูมิก็กลับมายืนได้อีกครั้ง
สื่อมวลชนต่างพากันยกย่องว่านี่คือ 'ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์'
ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี แต่อรวรรณก็กลับมา
สุดารัตน์เคยคิดว่าความอดทนของเธอจะละลายน้ำแข็งในใจเขาได้ แต่เปล่าเลย เพียงแค่อรวรรณกลับมา เพียงแค่มองเขาแค่ครั้งเดียว ภูมิก็พร้อมทิ้งทุกอย่างแล้วเดินไปหาเธอทันที
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยา แต่ภูมิก็ยังมีข่าวฉาวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า
จากเด็กสาวผู้ไร้เดียงสาเติบโตมาจนถึงวันนี้ ความรักทั้งหมดที่เธอมี ถูกมอบให้ภูมิไปจนหมดสิ้นและตอนนี้… เธอเหนื่อยเหลือเกิน
การวิ่งตามใครสักคนที่ไม่เคยหันกลับมามอง
ก็เหมือนการหลงทางอยู่ในม่านหมอกหนาทึบ มองไม่เห็นทางข้างหน้า ไม่รู้แม้แต่ทิศทางของตัวเอง เหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง แต่ก็ยังฝืนเดินต่อ เพียงเพราะหวังว่าสักวันอาจได้เห็นแสงสว่างที่ปลายทาง
คืนนั้น สุดารัตน์นอนหลับไม่สนิท เธอกระสับกระส่ายอยู่กับฝันร้ายซ้ำ ๆ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบรัดลำคอ
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อสุดารัตน์เปิดโทรศัพท์ดู ข่าวในหน้าฟีดโซเชียลมีเดียก็เต็มไปด้วยเรื่องราวของ ภูมิ ทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ที่เข้าออกคอนโดของ อรวรรณ ดีไซเนอร์สาวอัจฉริยะกลางดึก
พาดหัวข่าวสีแดงสดเด่นสะดุดตา
ราวกับมีดคมกริบที่คอยกรีดแทงหัวใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และในจังหวะนั้นเอง เธอก็ได้รับข้อความจากภูมิ
"คืนนี้รอฉันที่บ้าน ช่วงนี้กินโฟลิกให้ตรงเวลาด้วย"
สุดารัตน์จ้องข้อความนั้นนิ่ง ๆ ราวกับมองเห็นสีหน้าเย็นชาและแววตารำคาญของภูมิผ่านตัวอักษร
สำหรับเขา เรื่องการมีลูกคงเป็นเพียงภารกิจหนึ่งเท่านั้น
แล้วเธอล่ะ…เป็นอะไรสำหรับเขา?
เป็นเพียงแม่ของลูก?
หรือเป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยให้เขาทำตามสัญญากับคุณย่าได้สำเร็จ
เพราะเขาเคยรับปากกับคุณย่าเอาไว้ว่าจะมีเหลนให้ท่านอุ้มให้ได้
กลางวันเขาอยู่กับอรวรรณ พอตกกลางคืน ผละจากเตียงของอรวรรณ ก็มาหาเธอ
หรือแท้จริงแล้ว… เธอเป็นเพียงที่ระบายความต้องการของเขาเท่านั้น
หยาดน้ำตาใส ค่อย ๆ ไหลลงมาตามหางตา อาบแก้มอย่างเงียบงัน
บทล่าสุด
#150 บทที่ 150 รับมืออย่างใจเย็น
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#149 บทที่ 149 พายุความคิดเห็นของสาธารณชน
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#148 บทที่ 148 พ่อไร้ยางอาย
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#147 บทที่ 147 ความผูกพันทางสายเลือดที่หาได้ยาก
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#146 บทที่ 146 เปิดสาขาบริษัท
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#145 บทที่ 145 โดดเด่นเป็นพิเศษในงานแสดงสินค้า
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#144 บทที่ 144 มองเห็นความจริงชัดเจน
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#143 บทที่ 143 สายใยผูกพันที่ตัดไม่ขาด
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#142 บทที่ 142 ภูมิถูกวางยา
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#141 บทที่ 141 เพื่อนสนิทพบปะกัน
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ความรักที่หายไป
เขายังพาผู้หญิงที่ฉันเกลียดมาอยู่ต่อหน้าฉันแล้วพูดว่า "ลินทร์พิตาตั้งท้องแล้ว"
ทุกคนรู้ว่าฉันรักวรธันย์หมดหัวใจ เพื่อเขา ฉันยอมเสียสละทุกอย่างที่มี แม้กระทั่งทำให้ปลายนิ้วที่ใช้เล่นเปียโนของฉันบาดเจ็บอย่างถาวรเพื่อช่วยชีวิตเขา...
พวกเขาทุกคนหัวเราะเยาะฉัน แต่ฉันก็เซ็นเอกสารหย่าอย่างเด็ดเดี่ยวและจากไปตลอดกาล
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พ่ายใจรัก
คนถูกว่าจูบไม่เป็นสับปะรดน้ำตาไหลพรั่งพรูด้วยความเจ็บใจ จนเผลอเงื้อมือเรียวขึ้นอีกครั้งอย่างลืมตัว
“ถึงคุณอยากจะตบผม แต่ผมคงไม่นึกอยากจะจูบคุณอีกหรอกครับคุณบุษบามินตรา”
“คุณ...มันเป็นพวกรังแกผู้หญิง”
“แล้วคุณคิดว่าหน้าผมมีไว้ให้ตบเล่นๆ หรือไงครับ คุณตบผมได้ผมก็จูบคุณได้เหมือนกัน และรู้เอาไว้เถอะ ว่าคุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมจูบแล้วไม่ได้เกิดอารมณ์พิศวาสอะไรขึ้นมาเลยสักนิด” เทวินทร์ตอกกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนพอกัน แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าที่พูดออกไปไม่ได้เป็นความจริง
เจ้าของดวงหน้างดงามจ้องหน้าเขาอย่างขุ่นเคืองใจ น้ำตาพานหยุดไหลเอาดื้อๆ นึกอยากจะตะกุยหน้าขาวๆ นั่นให้เป็นรอยนัก
ผู้ชายอะไรปากเสียแถมยังหลงตัวเอง!
เซต หลงเด็ก
ซื่อสัตย์เหมือนหมา จูงจมูกง่ายเหมือนควาย
กูนี่ไงเป็นทั้งหมาทั้งควายของเธอ!!
"เมื่อคืนถามเสี่ยว่าอะไรจำได้ไหม?"
"เมื่อคืน?"
"หลินบอกว่าอยากได้เสี่ยเป็น...ผัว"
"บ้า!!! เสี่ยว่านอย่าถือคนเมาเลยเนอะเราเป็นพี่น้องกันแบบนี้น่ะดีแล้ว!!" ให้ตายเถอะนี่เธอพูดอะไรออกไปเนี่ย แล้วดูหน้าเขาดิห่างกันไม่ถึงคีบด้วยซ้ำ ทุกครั้งที่ลมหายใจอุ่นกระทบแก้มหัวใจก็เต้นแรงยิ่งกว่ากลองยาวอีก
ใครอยากเป็นพี่น้องเล่าแต่ปากมันไวเกิน!!
"หนักนะ!"
"รู้ไหมว่าพี่น้องก็เอากันได้"
เรื่อง เฮียเฟยแสนดี
เพราะทุกอย่างมีการแข่งขันเสมอ ไม่เว้นแม้แต่...ความรัก
เพราะมาทีหลังงั้นเหรอเลยต้องยอมแพ้ หรือ เพราะมันมาก่อนถึงได้ไม่มีสิทธิ์
หึ...น่าตลกสิ้นดี!
ต่อให้ต้องใช้ร้อยเล่ห์มารยา สารพัดวิธีล่อลวง ปั่นหัวให้เลิกกัน สุดท้ายคือ...นำเสมอตัวเองเข้าไปแทนที่ตรงนั้นและจะทำแบบไม่ลังเล
ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าการแอบรักแฟนคนอื่นมันเป็นเรื่องไม่ดีเลยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ปัญหาซะหน่อย ก็แค่...แย่งมาเป็นแฟนตัวเองเสียให้สิ้นเรื่อง
"เฮียเฟยมาคนเดียวเหรอคะ?"
"หนูก็มาคนเดียวเหมือนกัน...ใช่ไหม?"
"แล้วเห็นคนอื่นมาด้วยเหรอคะ?"
"มานั่งดื่มกับเฮียสิจะได้ไม่เหงา"













