เกมรักร้าย ร่ายพิศวาส

เกมรักร้าย ร่ายพิศวาส

ทิพย์วารี · กำลังอัปเดต · 114.4k คำ

1.2k
ยอดนิยม
1.3k
การดู
12
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

“อืมม..” มัทนาครางเบาๆทำเอาร่างใหญ่ขนลุกก่อนจะก้มมองหญิงสาวตาไม่กระพริบใบหน้าหล่อห่างไม่ถึงสองคืบแล้วหญิงสาวก็ลืมตาขึ้นกระพริบตาปริบๆมองเห็นใบหน้าหล่อลอยอยู่ตรงหน้าเหมือนเดิม
“ไม่ใช่เราต้องฝันไปแน่ๆ” มัทนามองใบหน้าหล่อแล้วพูดกับตัวเองก่อนจะหลับตาอีกครั้งแล้วลืมตาขึ้นมาใหม่ว่าเธอฝันไปจริงหรือเปล่า
“นี่ครูมัทตื่นมาแล้วก็ลืมตาสิ” เสียงห้าวดังขึ้นทำให้มัทนาลืมตาขึ้นมาทันทีแล้วยังเห็นหน้าหล่อของอชิระลอยอยู่ใกล้แค่คืบเดียว
“คะ คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” มัทนาถามเสียงสั่นมองไปรอบห้องอย่างเลิ่กลั่ก
“อ้าว,ก็นี่มันห้องผมนะครูมัท”
“ละ แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” มัทนาถามแล้วลุกทะลึ่งขึ้นโดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น
“ลอยขึ้นมามั้งแม่คุณ ฮืมม..” ปากพูดแต่ตามองทรวงอกกลมกลึงขาวนวลเนียนเม็ดทับทิมสีชมพูน่าลิ้มลองทำเอาอชิระแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก มัทนาเห็นสายตาของเขาก็ก้มมอง
“ว้ายย!! กรี้ดดดด...” หญิงสาวกรีดร้องเสียงดังเมื่อร่างกายของเธอไม่มีอะไรปกปิดจึงหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายเอาไว้จนถึงคอ
“นี่ครูมัทจะร้องทำไมผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” อชิระบอกหญิงสาวที่มองเขาอย่างกับไอ้บ้ากามทั้งที่ตัวเองเพิ่งจมน้ำมาหยกๆดันจำไม่ได้
“ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆ.."

บท 1

1มีนาคม 2560

บ้านเดี่ยวหลังเล็กบนพื้นที่ขนาดหนึ่งร้อยตารางวาย่านบางบอนเป็นที่อยู่อาศัยของนางชวนชม อนิลวิเศษ วัย 52ปีอดีตอาจารย์มหาลัยที่เกษียณก่อนเพราะปัญหาเรื่องสุขภาพอาศัยอยู่กับ มัทนา อนิลวิเศษ หรือ มัท วัย29ปี หลานสาวหลังจากสามีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปเมื่อสิบหกปีก่อน ชวนชมมีพี่น้องสามคนเธอเป็นพี่สาวคนรองแต่งงานกับอาจารย์ศรเพชรและย้ายจากบ้านเดิมที่อำเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุรีบ้านเกิดมาอยู่กรุงเทพกับสามีที่ได้ตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมย่านบางแคทั้งสองไม่มีลูกด้วยกันก็รับมัทนาลูกสาวคนเดียวของภูษิตน้องชายคนเล็กที่เสียชีวิตมาเลี้ยงดูเพราะน้องสะใภ้แต่งงานใหม่ตอนหลานสาวอายุสิบขวบจึงส่งเสียให้เรียนจนจบมหาวิทยาลัยและเธอก็ไม่ได้แต่งงานใหม่จึงอยู่กันสองคนป้าหลาน

“ป้าชมทำอะไรอยู่คะ” เสียงหวานของมัทนาถามป้าที่อยู่ในครัวเพราะเธอกำลังจะไปทำงานที่โรงเรียนมัธยมเอกชนชื่อดังใกล้บ้านตั้งอยู่ติดถนนกัลปพฤกษ์ มัทนา อนิลวิเศษ สาวสวยรูปร่างสูงโปร่งใบหน้ารูปไข่ริมฝีปากอวบอิ่ม คิ้วโก่งรับกับดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งกำลังงาม ปลายคางเรียวลำคอระหง ผมยาวดกดำนุ่มสลวยหากแต่งหน้าแต่งตาและแต่งตัวก็จะเป็นผู้หญิงที่สวยมากแต่นานๆครั้งเธอถึงจะแต่งเวลาไปทำงานก็จะทาแป้งบางๆทาลิปสติกออกสีชมพูระเรื่อนิดๆก็สวยในแบบของเธอ พอไปเจอเพื่อนที่ทำงานเธอก็จะดูจืดๆถ้าใครตาไม่ถึงจะไม่เห็นความสวยน่ารักของเธอเพราะมีแว่นตาอันโตบดบังใบหน้าและดวงตาของเธอไว้

มัทนาทำงานที่โรงเรียนนานาชาติพัฒนา อินเตอร์เนชั่นแนล โรงเรียนมัธยมดีที่สุดในย่านบางบอนรับเด็กตั้งแต่อายุอุนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่หกมีลูกหลานคนมีเงินและเด็กที่พ่อแม่สามารถส่งเสียเล่าเรียนได้มาเรียนกันมากมาย หญิงสาวทำงานในตำแหน่งเลขาของผู้จัดการฝ่ายบัญชีของโรงเรียนและบางครั้งก็เป็นอาจารย์ มัทนาเรียนจบปริญญาตรีคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐแต่ทำงานไม่ตรงกับสาขาที่เรียนมา เธอเริ่มทำงานแรกตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนของโรงเรียนแล้วชาวิสา ศานติทรัพย์มณี ผู้จัดการฝ่ายบัญชีเห็นเธอคล่องงานจึงดึงตัวไปช่วยงานเธอจึงทำหน้าที่เลขาและช่วยงานเรื่องบัญชีหญิงสาวทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจนจบปริญญาโทและยังสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูอีกเพราะป้าอยากให้เป็นครูแต่เธอชอบงานที่ทำมากกว่าจึงช่วยงานสอนที่โรงเรียนเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น

“ไม่กินข้าวก่อนหรือยัยมัท” ชวนชมถามหลานสาวที่เตรียมจะไปทำงานที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณสองกิโลเมตร

บ้านของชวนชมก็อยู่ลึกเข้ามาในซอยใกล้กับบ้านของ วัฒนากับกันตา ศานติทรัพย์มณี เจ้าของโรงเรียนมัธยม นานาชาติพัฒนา อินเตอร์เนชั่นแนล ที่หลานสาวทำงานมีภูเบศหรือพูมลูกชายคนโตกับชาวิสาหรือน้ำชาลูกสาวคนเล็กช่วยกันบริหาร

“วันนี้มัทมีประชุมเช้าค่ะเมื่อคืนนอนดึกไปหน่อยค่ะ ไปนะคะป้าจุ๊บ” หญิงสาวกอดป้าหอมแก้มท่านแล้วเดินลิ่วไปที่รถคัมรี่รุ่นเก่าที่ใช้งานมาสิบห้าปีของป้าขับออกไปทันทีถึงโรงเรียนจะอยู่ไม่ไกลแต่เธอต้องไปเตรียมเอกสารเข้าประชุมพร้อมเจ้านายถึงโรงเรียนจะปิดเทอมแต่งานของเธอก็ไม่มีได้หยุดด้วย

เมื่อการประชุมทีมผู้บริหารใช้เวลาสามชั่วโมงก็เสร็จสิ้นลงมัทนาเดินตามเจ้านายสาวกลับไปที่ห้องทำงาน

“ปีนี้โรงเรียนของเรามีผลประกอบการดีขึ้นกว่าปีที่แล้วมากแต่ต้องพัฒนาการเรียนการสอนให้ได้มาตรฐานสากลเพื่อให้สมกับผู้ปกครองไว้ใจให้ลูกหลานมาเรียน คุณมัทช่วยน้ำชาคิดหน่อยสิคะว่าเราจะพัฒนาการสอนด้านไหนเพิ่มเป็นพิเศษ” ชาวิสาถามเลขาเพราะมัทนามักจะมีไอเดียดีๆเสมอตอนนี้การมีการแข่งขันเยอะมากต้องพัฒนาอยู่ตลอด

“ตอนนี้โรงเรียนของเราก็พร้อมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอนและกีฬาไม่เป็นรองใครเลยนะคะคุณน้ำชา” มัทนาตอบเจ้านายสาว เธอรู้ว่าชาวิสาจะเป็นคนที่คิดเร็วทำเร็วและที่เธอทำมันก็ดีมีประโยชน์ต่อนักเรียน

“ก็จริงค่ะ งั้นไปกินข้าวกันเถอะค่ะคุณมัท” ชาวิสาชวนเลขาไปกินข้าวที่โรงอาหารของโรงเรียนเธอเป็นคนไม่เรื่องมากกินได้ทุกที่ต่างจากเพื่อนๆที่ต้องกินอาหารในร้านหรูและมีชื่อเสียงเท่านั้น

“ค่ะ” สองสาวก็เดินไปที่ลิฟต์ลงไปโรงอาหารของโรงเรียนที่มีร้านอาหารนับสิบร้านแต่ช่วงปิดเทอมก็จะมีแค่ร้านอาหารตามสั่งกับร้านก๋วยเตี๋ยวเท่านั้นเพราะยังมีนักเรียนมาเรียนิเศษและเจ้าหน้าที่และอาจารย์มาทำงานเมื่ออิ่มแล้วก็ไปดื่มกาแฟกันที่ห้องแพนทรีมีขนมกาแฟให้เจ้าหน้าที่และอาจารย์มานั่งพักเบรกก่อนจะไปทำงานกัน

ชีวิตของมัทนาวนเวียนเป็นแบบนี้ทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ยกเว้นมีงานโรงเรียนหรือเจ้านายมีงานให้ช่วยเธอก็จะไปช่วยในวันหยุดและวันนี้เป็นวันเสาร์สองป้าหลานก็จะกลับไปเยี่ยมญาติที่เพชรบุรีทั้งสองจึงตื่นแต่เช้า

“จะไปไหนกันล่ะครูชม หนูมัท” ยายน้ำอ้อยเพื่อนบ้านวัยเจ็ดสิบห้าปีรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านถามสองป้าหลานเมื่อเห็นแต่งตัวเตรียมออกจากบ้าน

“จะกลับไปเยี่ยมแม่ที่เพชรหน่อยจ้ะพี่อ้อย เดือนนี้ยังไม่ได้ไปเลยฝากดูบ้านด้วยนะจ้ะ” ชวนชมบอกเพื่อนบ้านรุ่นแม่แต่เธอติดเรียกแกว่าพี่เพราะอยู่ที่นี่มาก่อนเธอกับสามีและนับถือเหมือนญาติผู้ใหญ่

“ได้จ้ะ เดินทางปลอดภัยนะครูชม ขับรถดีๆล่ะหนูมัท” น้ำอ้อยบอกสองป้าหลานที่เธอเห็นเป็นลูกหลานเพราะรู้จักกันมานาน

“ค่ะยายอ้อย เดี๋ยวมัทซื้อขนมมาฝากนะคะ” มัทนายกมือไหว้ยายอ้อยผู้ใจดี

“หนูมัทเข้าใจเอาขนมมาล่อคนแก่นะลูก” น้ำอ้อยยิ้มให้สาวสวยรุ่นหลานแล้วยิ้ม มัทนาเป็นเด็กน่ารักมีสัมมาคารวะพูดจาอ่อนหวานเหมือนชวนชมจึงทำให้เพื่อบ้านในละแวกนี้เอ็นดู

มัทนากับชวนชมเดินทางสองชั่วโมงกว่านิดหน่อยก็ถึงบ้านไม้หลังใหญ่ครึ่งไม่ครึ่งปูนริมถนนก่อนจะถึงอำเภอท่ายางห้ากิโลเมตรล้อมรอบด้วยต้นชมพู่เมืองเพชรและหลังบ้านก็เป็นสวนชมพู่เพชรสายรุ้งยี่สิบไร่มียุทธนาเป็นคนดูแล

“โฮ่งๆๆ..”

“ไอ้จ้อนจำฉันไม่ได้หรือไงฮึ มาทีไรก็เห่าทุกที” ชวนชมลงจากรถแล้วบ่นให้หมาพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ของหลานชายที่เห่าทุกครั้งที่มาพอให้ขนมหน่อยเดินตามต้อยๆ

“สวัสดีครับอาชม ก็อาเรียกชื่อมันไม่ถูกนี่ครับมันก็เห่าสิจริงมั้ยจอนนี่” ธนาธร ลูกชายของยุทธนาพี่ชายคนโตของชวนชมกับพ่อของมัทนายกมือไหว้ป้ากับพี่สาว

“สวัสดีตาเป้ แล้วไปไหนกันหมดล่ะ” ชวนชมถามหลานชายเพราะบ้านเงียบกริบ

“ย่ากับแม่ทำน้ำยาปูอยู่หลังบ้านครับ พ่อเข้าสวนยัยปูไปซื้อของเดี๋ยวคงมาครับ” ธนาธรบอกป้าแล้วช่วยหิ้วกระเป๋าเข้าบ้าน

“สวัสดีค่ะย่า ป้าพัน” มัทนายกมือไหว้ย่ากับป้าสะใภ้แล้วกอดย่า

“สวัสดีลูก ผอมไปหรือเปล่ายัยมัท” สมัย หรือย่าสา กอดหลานสาวลูบหลังอย่างรักใคร่ไม่ต่างจากหลานๆคนอื่น

“ผอมที่ไหนคะย่า นี่มัทอ้วนขึ้นตั้งสองกิโลค่ะ” มัทนาตอบย่าตอนนี้น้ำหนักเธอขึ้นมาตั้งสองกิโลกรัมจากสี่สิบแปดขึ้นมาห้าสิบ

“เดี๋ยวนี้สาวๆเขาก็หุ่นแบบนี้กันทั้งนั้นค่ะแม่ แล้วนี่ทำอะไรกันบ้างคะพี่พัน” ชวนชมพูดขึ้นและถามพี่สะใภ้ที่ง่วนอยู่หน้าเตาถ่าน

“ทำน้ำยาปูจ้ะ เมื่อวานพี่ไปตลาดเห็นปูสดๆตัวใหญ่ก็คิดถึงยัยมัทเลยทำน้ำยาปูรอ มีปูนึ่งด้วยนะชม” พิมพรรณตอบน้องสามีที่จะกลับมาเยี่ยมบ้านทุกเดือน

“ถ้าไม่ห่วงยัยมัทอยู่คนเดียว ฉันกลับมาอยู่บ้านเราแล้วนะเนี่ย” ชวนชมพูดขึ้นเพราะเป็นห่วงหลานสาวอยู่คนเดียว

“ถ้าป้าเบื่อกรุงเทพก็มาอยู่บ้านสักพักก็ได้ค่ะ มัทอยู่คนเดียวได้ค่ะ” มัทนาบอกป้าเธอรู้ว่าป้ามีความสุขที่ได้กลับบ้านทุกครั้งยิ่งตอนนี้ไม่ได้ทำงานแล้วไม่มีอะไรทำก็เหงา

“งั้นให้ตาเป้ไปอยู่เป็นเพื่อนยัยมัทก็ได้นี่ชม เธอจะได้มาพักผ่อนบ้างทำงานมาครึ่งชีวิตแล้วก็พักผ่อนไปเที่ยวบ้าง” พิมพรรณเข้าใจน้องสามีที่ไม่มีเพื่อนคู่คิดแล้วคงจะเหงา

“แม่ครับ บ้านอาชมกับที่ทำงานเป้ไกลกันนะครับ” ธนธรโอดเพราะเขาทำงานที่สถานทูตอังกฤษอยู่ในเมืองจึงเลือกพักคอนโดใกล้ๆทั้งที่อาสาวบอกให้มาอยู่ด้วยกันที่บ้านแต่ไม่อยากตื่นเช้าฝ่ารถติดมาทำงานสู้อยู่ใกล้ๆนั่งมอเตอร์ไซค์สิบบาทก็ถึงแล้ว

“แถวบ้านมีเพื่อนบ้านเยอะแยะไม่มีอันตรายหรอกค่ะ ป้าลองอยู่ที่นี่สักอาทิตย์หนึ่งพรุ่งนี้มัทกลับพร้อมนายเป้ก็ได้ค่ะ” คนเป็นหลานก็อยากให้ป้าได้พักผ่อนอยู่กับธรรมชาติบ้างแต่เชื่อเถอะเดี๋ยวป้าชมก็พาย่ากับป้าพันไปตะเวนไหว้พระทั่วเมืองเพชรแน่

“งั้นผมมาอยู่เป็นเพื่อนพี่มัทให้อาทิตย์หนึ่งเอ้า อาชมจะได้หายห่วง” หลานชายยอมเพื่อให้อาสาวห่วงพี่สาว

“ขอบใจมากตาเป้ เอาอย่างนั้นก็ได้” ชวนชมขอบใจหลานชายที่ทำให้เธอตัดสินใจได้ง่ายเธอเลี้ยงหลานสาวมาเหมือนลูกก็ห่วงมากเป็นธรรมดาเพราะเป็นผู้หญิงถึงแม้จะโตแล้วและแถวบ้านจะมีเพื่อนบ้านเยอะก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“ยัยมัทจะไปเยี่ยมแม่เค้ามั้ยลูก” สมัยถามหลานสาวเธอไม่ได้โกรธเกลียดอดีตลูกสะใภ้เพราะลูกชายเธอเสียชีวิตไปแล้ว แต่เสียอย่างเดียวที่วรนันเลือกสามีใหม่ผิด

“มัทว่าจะไปช่วงบ่ายค่ะย่า” มัทนาตอบย่าเธอกลับมาบ้านย่าเกือบทุกเดือนถ้าไม่ติดงานแต่ไม่ได้แวะไปหาแม่ทุกครั้งเพราะไม่อยากเจอพ่อเลี้ยง เมื่อแม่แต่งงานใหม่ป้ามารับเธอไปอยู่ด้วยตอนแรกแม่จะไม่ให้ไปแต่ย่ากับป้าพูดจาโน้มน้าวเรื่องลูกเลี้ยงกับพ่อเลี้ยงทำให้แม่เธอยอมให้ไปอยู่กับป้า

“มาถึงกันแล้วเหรอยัยมัท ชม” ยุทธนากลับออกมาจากสวนเดินเข้ามาในครัวหลังบ้านที่อยู่กันเกือบพร้อมหน้าขาดแต่ลูกสาวคนเล็กของเขาที่ไปซื้อของในตลาด

“สวัสดีค่ะลุงยุทธ”

“สวัสดีลูก มัทกับชมมาได้จังหวะพอดีลุงได้แรงงานมาช่วยเก็บชมพู่เพิ่มอีกสองคนแล้ว” ยุทธนาล้อหลานสาวแล้วยกมือลูบศีรษะเบาๆ

“ป้าเปลี่ยนใจกลับกรุงเทพยังทันมั้ยยัยมัท” ชวนชมพูดขึ้นทุกคนหัวเราะเสียงดังและเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่กลับมาบ้านอยู่พร้อมหน้ากัน จากนั้นก็ตั้งวงกินขนมจีนน้ำยาปูกันหน้าบ้านพร้อมกับปูนึ่งน้ำจิ้มรสเด็ดฝีมือของสมัย

เวลา 14.00น.

มัทนาก็ไปหาแม่ที่หัวหินกับยลดาหรือปูลูกสาวคนเล็กของยุทธนากับพิมพรรณส่วนธนาธรเข้าสวนช่วยพ่อเก็บชมพู่

“ปูจบแล้วจะทำอะไรต่อ” มัทนาถามน้องสาวที่จะจบปริญญาโทปีนี้ที่บ้านของเธอจบปริญญาโทกันทุกคน

“ปูยังไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่มัท จะทำงานบริษัทหรือรับราชการดีเลือกไม่ถูกเลยค่ะ” ยลดาตอบพี่สาวเพราะเธอยังชั่งใจอยู่รับราชการมั่นคงแต่เงินเดือนน้อยขึ้นช้าทำงานบริษัทเงินก็ดีแต่ไม่มีบำเหน็จบำนาญแก่ไปถ้าไม่มีเงินเก็บก็ลำบากแต่ครอบครัวก็อยากให้รับราชการ

“อยากเป็นครูมั้ยจ้ะ”

“ไม่อ่ะ ปูไม่ชอบเด็กและคงสอนใครเขาไม่ได้หรอกค่ะ หรือปูลองไปสอบแอร์ดีคะ” ที่จริงเธอก็อยากเป็นแอร์โฮสเตส

“แอร์โฮสเตสก็ดีนะปู” มัทนาสนับสนุนน้องสาว

“จริงเหรอคะ”

“จริงสิ อาชีพในฝันของสาวๆเลยนะปู” สองพี่น้องคุยกันจนถึงบ้านเช่าของวรนันที่อยู่ห่างจากตลาดหัวหินประมาณหนึ่งกิโลเมตรเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่เป็นบ้านทาวเฮ้าส์ชั้นเดียวเกือบร้อยหลังทำให้มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่นส่วนมาก็ทำมาค้าขายเหมือนแม่ของเธอที่ขายกุ้งหอยปูปลาหมึกย่างในตลาดโต้รุ่งหัวหิน

“บ้านเงียบเชียวค่ะพี่มัท อาหนูไม่อยู่มั้งคะ” ยลดา พูดกับพี่สาวเมื่อเห็นบ้านเงียบ

“เดี๋ยวพี่ลองกดกริ่งดูก่อนนะ” มัทนากดกริ่งหน้าบ้านแล้วยืนรอเกือบห้านาทีแล้วยกมือจะกดกริ่งอีกครั้งแม่ของเธอก็เดินออกมาจากบ้านเปิดประตูบ้านให้เธอกับยลดา

“อ้าวมัทเองเหรอลูก” วรนันยิ้มให้ลูกสาวอย่างซีดเซียวเพราะไม่สบายมาสองวันแล้วแต่ยังไม่ได้ไปหาหมอ

“สวัสดีค่ะแม่ แม่ไม่สบายเหรอคะไปหาหมอหรือยังคะ” มัทนายกมือไหว้แม่และถามด้วยความเป็นห่วงดลยาก็ไหว้ตามพี่สาว

“แม่ว่าถ้าไม่ดีขึ้นจะให้ลุงเขาพาไปหาหมอเย็นนี้น่ะลูก” วรนันตอบลูกสาวแล้วเดินนำเข้าบ้าน

“งั้นมัทพาแม่ไปหาหมอตอนนี้ดีกว่าค่ะ” หญิงสาวตัดสินใจพาแม่ไปหาหมอ

“แต่ว่า.”

“ไม่มีแต่ค่ะ แม่หน้าซีดมากเลยแล้วนี่ลุงจรูญนายต๋ำกับแต้วไปไหนคะทำไมไม่อยู่ดูแม่คะ” มัทนาถามถึงนีรชากับปิติน้องสาวน้องชายต่างพ่อทั้งสองและพ่อเลี้ยง

“ต๋ำไปทำรายงานกับเพื่อนแต้วไปบ้านย่าของเขาลุงเขาไปขับรถน่ะลูก” วรนันไม่อยากรบกวนลูกทุกครั้งที่มัทนามาหาก็จะให้เงินเธอใช้ตลอดแต่เธอไม่เคยของเงินลูกเพราะไม่เคยได้ส่งเสียให้ลูกสาวเลยตั้งแต่ไปอยู่กับพี่สาวของสามีหากอยู่กับเธอป่านนี้มัทนาคงไม่มีอนาคตเธอไม่มีปัญญาส่งลูกเรียนแน่

“งั้นแม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเลยค่ะจะได้ไปหาหมอหากรอลุงจรูญแม่จะเป็นมากไปกว่านี้” มัทนาบอกแม่อีกครั้งทำให้วรนันลุกไปเปลี่ยนชุดตามที่ลูกสาวบอก

มัทนาพาแม่ไปหาหมอเสร็จก็พามาส่งบ้านหมอบอกว่าแม่เป็นไข้หวัดและร่างกายอ่อนแอพักผ่อนไม่เพียงพอจึงให้ยามากินและพักผ่อนให้มากสองสามวันก็จะดีขึ้นทำให้หญิงสาวหายห่วง

“นี่แม่เก็บไว้ไปหาหมอหากไม่พอแม่บอกมัทได้นะ” ตอนแรกไม่เข้าใจที่ยกเธอให้ป้าก็โกรธแม่พอมาถึงตอนนี้เธอเข้าใจแล้วเพราะป้ากับย่าบอกประจำว่าไม่อยากให้เธอเจอกับปัญหาพ่อเลี้ยงลูกเลี้ยงเหมือนที่เธอเห็นข่าวบ่อยๆและคิดว่าตัวเองโชคดีที่มีป้ากับย่าคอยดูแล

“ไม่เป็นไรลูก แม่ยังพอมีอยู่” วรนันไม่ยอมรับเงินของลูกสาวแค่ลูกพาไปหาหมอก็พอแล้ว

“แม่เก็บไว้เถอะค่ะ” หญิงสาววางเงินใส่มือแม่ทุกครั้งที่เธอให้เงินแม่จะไม่ยอมรับจนต้องยัดเยียดให้ทุกครั้ง

“ขอบใจมากลูก” วรนันรับเงินของลูกสาวด้วยน้ำตาคลอ

“นังหนู นังหนู” เสียงอ้อแอ้เหมือนคนเมาดังขึ้นหน้าบ้าน

“มัทกับปูกลับบ้านเถอะลูก” วรนันบอกลูกสาวกับหลานสาว

“แม่ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” มัทนาอดเป็นห่วงแม่ไม่ได้และคิดวาเสียงที่เรียกแม่คือพ่อเลี้ยง

“ขอบใจมัทมากนะลูก” มัทนากับยลดาลุกขึ้นเดินออกไปจากบ้านก็เจอพ่อเลี้ยงนั่งบนพื้นหน้าบ้านตาแดงก่ำมองเธอกับน้องสาว

“อ้อ,นึกว่าใครที่แท้ลูกเลี้ยงคนสวยนี่เอง” นายจรูญพูดจบก็พยายามลุกขึ้น

“มัทรีบไปเถอะลูก” วรนันผลักลูกสาวเดินออกรประตูรั้วบ้าน

“นังหนูมึงมานี่เลย ทำไมกูจะคุยกับลูกมึงไม่ได้ห๊า มันวิแศษมาจากไหน เอิ้กก.” นายจรูญพูดแล้วเรอออกมาเสียงดัง

“พี่เมาแล้วไปนอนเถอะจ้ะ” วรนันพูดกับสามีเบาๆ

“ลูกมึงนี่มันใจดำ ใจดำจริงๆ ได้ดีแล้วไม่เคยกลับมาส่งเสียพ่อแม่ มึงก็โง่ทำไมไม่ขอเงินลูกมึงบ้างห๊านังโง่” นายจรูญว่าภรรยามีลูกสาวทำงานเงินเดือนหลายหมื่นขอเดือนสักสี่ส้าพันก็ได้แต่เมียของเขาไม่เคยขอตัวเขาเองเคยโทรไปขอแล้วแต่นังลูกเลี้ยงมันไม่ให้ นายจรูญพูดโดยไม่รู็ว่าลูกเลี้ยงแอบฟัง มัทนายังไม่ได้ไปไหนไกลเธอเดินย้อนกลับมาแอบฟังแม่กับพ่อเลี้ยงคุยกัน

“ฉันบอกพี่กี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่มีสิทธิ์ในตัวยัยมัท ฉันไม่เคยส่งเสียลูกสักแดงเดียวแล้วจะไปขอเงินลูกได้ยังไงแค่นี้ฉันก็เป็นแม่ที่เลวมากแล้วพี่จะบังคับให้ฉันไปขอเงินลูกพี่ฆ่าฉันดีกว่า” วรนันบอกสามีเสียงแหบก่อนจะเดินหนีเข้าบ้าน

“นังหนู นังโง่ อีโง่เอ้ย เพ้งง..” นายจรูญก็หยิบของใกล้มือขว้างไปกระทบผนังรั้วเสียดังจากนั้นก็มีเสียงข้างบ้านตะโกนด่าที่ทำเสียงดังรบกวนทำให้นายจรูญเงียบไป

เมื่อก่อนนายจรูญไม่ได้เป็นแบบนี้เขารักเมียรักลูกดีจนมัทนาอิจฉาน้องทั้งสองที่มีพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตาเวลาผ่านไปใจคนก็เปลี่ยนนิสัยก็เปลี่ยน นายจรูญกลายเป็นคนขี้เหล้าเมายาดื่มมาทีไรก็มาหาเรื่องลูกเมียตอนไม่ดื่มก็เป็นอีกคนหนึ่งแต่วรนันก็ทนเพราะรักและลูกทั้งสอง มัทนาเดินกลับไปที่รถเงียบๆ

“พี่มัทโอเคป่ะ” ยลดาถามพี่สาวที่เงียบไปตั้งแต่ออกมาจากบ้านแม่ดีที่เธอขอเป็นคนขับรถเพราะเห็นท่าทางพี่สาวไม่สบายใจจึงขับรถมาทางชะอำ

“พี่โอเคนะปู แต่สงสารแม่น่ะ” หญิงสาวสงสารแม่ที่ต้องอยู่ในสถาพแบบนี้หากแม่คนเดียวเธอเลี้ยงได้จะให้เลี้ยงน้องทั้งสองด้วยคงไม่ไหวเพราะเธอไม่มีกำลังถึงขนาดนั้นถ้าช่วยเหลือเป็นบางครั้งบางคราวก็ได้อยู่และเธอก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำมาเจอน้องทีไรก็ให้เงินใช้ตลอดแม้จะไม่มากแต่เธอก็ให้ทุกครั้ง

“เล่นน้ำกันมั้ยพี่มัท” ยลดาไม่รู้จะพูดยังไงเพราะมันเป็นเรื่องของครอบครัวจึงชวนพี่สาวเล่นน้ำ

“ก็ดีเหมือนกัน พี่ไม่ได้เล่นน้ำนานมากแล้ว” มัทนาก็อยากทำอะไรให้ลืมเรื่องที่ได้ยินได้เห็นมา

สองสาวจึงพากันไปซื้อเสื้อกางเกงขาสั้นมาใส่เล่นน้ำ สองพี่น้องเล่นน้ำกันอย่างสนุกก่อนจนเย็นก็พากันกลับบ้าน

วันรุ่งขึ้นมัทนาก็ช่วยลุงเก็บชมพู่ครึ่งวันเมื่อกินอาหารกลางวันอิ่มแล้วก็กลับกรุงเทพพร้อมธนาธรที่ต้องมานอนเป็นเพื่อพี่สาวตามที่ได้รับปากชวนชมเมื่อส่งพี่สาวที่บ้านเสร็จเขาก็ไปเก็บเสื้อผ้าทำงานที่คอนโด

“ติ้งต่องๆๆ..”

มัททนากำลังทำอาหารเย็นง่ายๆรอน้องชายที่กลับไปเอาเสื้อผ้าที่คอนโดจึงละมือจากล้างผักเดินออกไปดูหน้าบ้านก็เห็นรถ BMW Series 33 320 Sport สีแดงสดจอดอยู่และหนุ่มหล่อหน้าใสยืนหล่ออยู่หน้าบ้านจึงเดินไปเปิดประตูบ้าน

“มาได้ไงอ่ะแก” มัทนาถามหนุ่มหล่อสไตล์เกาหลีทันทีที่ลงจากรถ

“พอดีแวะไปส่งเพื่อนที่พระรามสองก็เลยแวะมาหาแกคิดว่าน่าจะอยู่บ้าน” เขมกรตอบเพื่อนสาวที่อยู่ในชุดธรรมดาเสื้อยืดกางเกงขาสั้นแค่เข่ามัดผมทรงดังโงะหากไม่รู้จักก็จะคิดว่าเป็นเด็กมหาลัยทั้งที่อายุเกือบสามสิบแล้ว เพื่อนในกลุ่มสี่คนแต่งงานไปหนึ่งคนอีกหนึ่งคนก็มีแฟนเหลือเกย์หนึ่งคือเขาและสาวแก่หนึ่งคือคนตรงหน้า

“แกไม่มีบินเหรอโทน”

“อาทิตย์นี้พักน่ะฉันก็เลยลั่นล้าได้ แล้วป้าชมไม่อยู่เหรอ” เขมกรเดินเข้าไปในบ้านหลังเล็กแล้วมองหาป้าของเพื่อน

“ป้าชมไปท่ายางกลับอาทิตย์หน้า กินข้าวด้วยกันนะโทน พอดีนายเป้มาค้างเป็นเพื่อนมัทน่ะ” มัทนาบอกเพื่อนที่ตาแพรวพราวขึ้นมาทันที

“จริงเหรอแก น้องโทนของฉันมาเหรอ” เขมกรระริ้กระรี้ขึ้นมาทันที

“เสียงสองมาเลยนะแก”

“เห็นหนุ่มๆแล้วมันกระชุ่มกระชวยดีนะยัยมัท ใครจะเหมือนแกล่ะยะใจคอจะปล่อยให้รูมันตันหรือไง” เขมกรพูดแล้วอดขำไม่ได้

“ช่างเถอะน่ารูจะตันก็ปล่อยมันมัทไม่เดือดร้อน” มัททนาตอบเพื่อนแล้วค้อนก่อนจะเดินนำไปที่ครัวเปิดหลังบ้าน

“ถ้าแกอายุสามสิบห้าแล้วไม่มีใครเอา เรามาเอากันเองดีมั้ยยัยมัท ฮ่าๆๆ”

“ไม่อ่ะ, มัทกลัวฟ้าฝ่า.”

“ฉันก็เป็นผู้ชายนะยะแก”

“ย่ะ เชิญแกไปหาเอาข้างหน้าเถอะ มัทอยู่คนเดียวแบบนี้ดีแล้วไม่อยากปวดหัวเหมือนยัยมิ้น” มัทนาพูดถึงเพื่อนสาวอีกที่แต่งงานและมีลูกสาวหนึ่งคนวัยสามขวบ

“ฉันอุตส่าห์หวังดีนะเนี่ย งั้นฉันจะเตรียมคานทองไว้ให้แกนะยัยมัท ว่าแต่เมื่อไหร่น้องเป้ของฉันมจะมาสักทีล่ะ” เขมกรยืนมองเพื่อนล้างผักใส่ตะกร้าเพื่อทำอาหารเย็น

“น่าจะค่ำๆมั้ง แกจะรีบไปไหนล่ะ”

“ไม่ได้รีบแต่อยากเจอน่ะ คิดถึงแกเข้าใจมั้ยยัยมัท” 

“เข้าใจก็ได้” มัทนายิ้มขำเพื่อนที่เจอน้องชายของเธอเป็นไม่ได้มีแต่เรื่องขำและต่อปากต่อคำกันสนุกสนานทุกครั้ง

ทั้งสองคุยกันไปมัทนาก็เตรียมอาหารเย็นไปด้วยแล้วธนาธรก็มาถึงเอบหนึ่งทุ่มแล้วทั้งสามก็กินข้าวเย็นด้วยกันคุยกันไปด้วยอย่างสนุกสนาน

“เค้ากลับก่อนนะสวีทฮาร์ท” เขมกรบอกน้องชายของเพื่อนที่โบกมือให้

“ขับรถดีๆนะครับพี่โทน อย่าไปเผลอจิ้มตูดเขาล่ะ” ธนาธรบอกเพื่อนพี่สาวแล้วยิ้มขำเมื่อเขมกรค้อนเขา

“พี่ไม่ถนัดจิ้มค่ะน้องเป้ พี่ชอบให้ถูกจิ้มมากกว่าถ้าน้องเป้สนใจอยากจิ้มเมื่อไหร่ก็บอกนะพี่จะสอนให้ครับ” เขมกรตอบกลับแล้วยิ้มอย่างชอบใจ

“ผมขอผ่านครับพี่โทน"

"ไม่แน่จริงนี่นา ไปนะยะ" เขมกรพูดจบก็ขึ้นรถขับออกไป สองพี่น้องก็เข้าบ้านแยกย้ายกันไปอาบน้ำพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

บ่วงรักกับดักแค้น

บ่วงรักกับดักแค้น

9k การดู · กำลังอัปเดต · กวีสีรุ้ง/สิบสามธันวา
"ถ้าความรักคือบ่วงความแค้นก็คงเป็นดักที่เขาขุดไว้รอให้เธอตกลงไปชดใช้"
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย)  BAD

เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD

529.7k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ลีวาย
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”

มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

51.9k การดู · เสร็จสิ้น · Sansa
หนึ่งราตรี. หนึ่งความผิดพลาด. หนึ่งชีวิตที่ต้องชดใช้.

ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี

โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า

แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน

ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน

“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก

“เจสันคือใครวะ”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป

ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!

แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!

ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด

สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”

ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน

คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

550.9k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
หวงรักท่านประธานปากแข็ง

หวงรักท่านประธานปากแข็ง

11.9k การดู · กำลังอัปเดต · พลอยชนา
"จาก ‘พี่ชายจอมเผด็จการ’ สู่ ‘เจ้าของชีวิต’ ที่ไม่เคยคิดจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ"
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

313.1k การดู · เสร็จสิ้น · Aoybabyz
เธอสาวมัธยมปลายไปสารภาพรักกับรุ่นพี่มหาลัยปี1แต่ก็โดนปฎิเสธกลับมา ผ่านไป3ปีพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งในรั้วมหาลัย....แถมยังต้องให้มีเรื่องใกล้ชิดกันอีก
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

13.1k การดู · เสร็จสิ้น · ปะหนัน
คำโปรย
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สัญญารักประธานร้าย

สัญญารักประธานร้าย

69.2k การดู · เสร็จสิ้น · ปลายฟ้า
ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เป็นโชคดีของเธอแล้วที่เขาจำเธอไม่ได้ ลูกคนนี้จะได้เป็นสิทธิ์ขาดของเธอคนเดียว
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

232.7k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
"คุณ! ข่มขืนฉัน!"
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พิษรักคุณหมอ

พิษรักคุณหมอ

423.1k การดู · เสร็จสิ้น · เพียงเม็ดทราย
"มีนอยากกินน้ำอุ่นค่ะ" "ที่ห้องไม่มีน้ำอุ่นหรอก เอาอย่างอื่นแทนไหม...อุ่นเหมือนกัน" นอกจากฝีมือผ่าตัดคุณหมอฟันยังเหลี่ยมจัดอีกด้วย
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน

“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน

โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก

เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก

52k การดู · เสร็จสิ้น · ปะหนัน
คำโปรย
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

14.1k การดู · เสร็จสิ้น · เพลงมีนา
เสิ่นรั่วหลัน ทายาทที่เหลือรอดเพียงคนเดียวของตระกูลเสิ่น ครอบครัวของนางถูกคนชั่วลอบสังหารทั้งตระกูลในคืนเดียว มารดากอดนางไว้นานสิ้นใจต่อหน้านางในวัยเพียงสิบขวบ ท่ามกลางซากศพและเลือดที่นองพื้น เหลียนหงอี้นำทหารเข้ามาช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ช่วยได้เพียงเสิ่นรั่วหลันคนเดียวเท่านั้น จากนั้นนางเหมือนคนสติไม่ดีกลายเป็นคนปัญญาอ่อน แม้ร่างกายเติบโตแต่ลักษณะนิสัยยังเป็นเด็กสิบขวบและจำเรื่องในคืนนั้นไม่ได้
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!