บทนำ
เขาเคยนึกว่าชีวิตใหม่อย่างน้อยก็คงสุขสบายกว่าชีวิตเดิม ทว่าความจริงกลับตรงกันข้าม เมื่อครอบครัวของสามีไม่ได้รักใคร่กลมเกลียว ซ้ำยังรายล้อมด้วยพี่น้องที่พร้อมเหยียบย่ำ
ในเมื่อย้อนกลับไม่ได้ ก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อ ...ไม่มีเงินก็หาใหม่ ไม่มีบ้านก็สร้างขึ้นเอง
คนที่เคยดิ้นรนเอาตัวรอดมาตลอดทั้งชีวิต ไม่มีวันยอมให้ความยากจนกลายเป็นจุดจบ ยิ่งเมื่อข้างกายยังมีสามีผู้เงียบขรึมซึ่งใครต่างยกย่องว่าเก่งกาจ แม้ภายนอกจะสุขุมเย็นชา แต่กลับซ่อนบาดแผลจากอดีตไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย
การแต่งงานของทั้งคู่เริ่มต้นจากแผนร้ายและความไม่เต็มใจ คนหนึ่งถูกจับแต่งเพื่อกำจัดให้พ้นทาง ส่วนอีกคนกำลังเสียทุกสิ่งที่เคยมี
แต่เมื่อโชคชะตาผลักให้ต้องลงเรือลำเดียวกัน พวกเขาจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคู่ชีวิตที่ร่วมทุกข์ และปกป้องครอบครัวเล็ก ๆ ไปด้วยกัน
ใครมีบุญคุณ ฉางอันย่อมตอบแทน ส่วนหนี้แค้นที่ติดค้างมานาน เมื่อถึงเวลาก็ต้องสะสางให้ครบทุกบัญชี
บางครั้งสิ่งที่ยากที่สุดอาจไม่ใช่การสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ แต่คือการเยียวยาหัวใจที่แตกสลาย ก้าวข้ามบาดแผลในอดีต และเรียนรู้ว่า ต่อให้ชีวิตไม่ง่าย แต่ขอเพียงยังจับมือกันไว้ พวกเขาก็สามารถทวงคืนทั้งศักดิ์ศรี ความยุติธรรม และความสุขที่ควรเป็นของตนได้
บท 1
ช่วงเที่ยงช่วงเวลาที่ร้อนที่สุด ดวงอาทิตย์แผดแสงแรงกล้า นอกจากชายหนุ่มตัวผอมเดินดุ่ม ๆ อยู่ท่ามกลางถนนแล้ว ก็มีคนอีกเพียงหยิบมือที่ยอมออกมาข้างนอกในเวลานี้ หากเลือกได้เขาก็อยากจะนั่งเย็น ๆ ทำงานอยู่ในห้องแอร์เหมือนกัน ไม่ต้องมาวิ่งส่งอาหารให้ถึงมือลูกค้าที่สั่งแบบเดลิเวอรี่
ชายหนุ่มยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หยดใส่ตา หรี่ตาแหงนหน้ามองป้ายเลขที่บ้านซึ่งเป็นเป้าหมายในการส่งของที่ถืออยู่ เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ผิดหลังก็ลงมือกดกิ่งหน้าประตูรั้ว ขณะรอลูกค้าออกมารับอาหาร เขาหันมองซ้ายมองขวาอย่างไม่มีจุดหมาย ขอแค่ใจไม่ไปโฟกัสในเรื่องความร้อนยามเที่ยงก็พอแล้ว
“มาแล้ว ๆ ขอโทษที่ให้รอนะจ๊ะ” เสียงหญิงวัยกลางคนที่รีบเดินออกมาจากในบ้านดึงสติของเด็กหนุ่มให้กลับมามองเข้าไปที่ตัวบ้านอีกครั้ง
เขาส่งยิ้มน้อย ๆ ให้ลูกค้าพร้อมพูด “ไม่เป็นไรครับไม่ได้รอนาน”
“ทั้งหมด 67หยวน ที่เหลือก็ถือเป็นค่าเสียเวลารอคนแก่นะ พ่อหนุ่ม” เธอยังไม่วายรู้สึกผิดที่ให้ชายหนุ่มตัวเล็กผิวซีดคนนี้ยืนรอท่ามกลางแดดร้อนจัด
“ขอบคุณมากครับคุณป้า” เมื่อส่งของเสร็จตามออร์เดอร์ ชายหนุ่มที่สูงเพียง 168 เซนติเมตรก็หันหลังเดินกลับทางเดิม ที่ต้องเดินมาส่งเพราะลูกค้ารายนี้อยู่ละแวกเดียวกับร้านค้าพอดี ไม่ต้องใช้เวลานาน ที่สำคัญคือใกล้กับที่ที่เขาจะไปรับงานพิเศษพอดีด้วย
ตอนนี้เป็นไรเดอร์ส่งอาหาร งานต่อไปที่ต้องไปทำคือร้านขายอาหารที่เปิดช่วงบ่ายไปจนถึงหัวค่ำ เขาสับเท้าเดินเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้ไปถึงร้านอาหารให้เร็วขึ้น ไม่งั้นวันนี้ไม่พ้นเป็นลมแดดแน่ อะไรจะร้อนได้ร้อยดีขนาดนี้
“อาอันมาแล้วเหรอ เข้าไปพักก่อน ยังไม่ถึงเวลาทำงาน” เถ้าแก่ร้านอาหารตะโกนข้ามเคาน์เตอร์ครัวที่ตนเองกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับประกอบอาหารในวันนี้ ร้านอาหารร้านนี้เป็นร้านที่เขารู้จักมานาน ตัวเขาเริ่มทำงานที่นี่ตั้งแต่หลายปีก่อน ในตอนแรกที่เข้ามาเถ้าแก่ให้เป็นเด็กเก็บกวาดล้างจานจนตอนนี้ได้เป็นคนช่วยปรุงอาหารแล้ว แถมยังได้รับคำชมจากเถ้าแก่บ่อย ๆ ด้วยว่าทำอาหารได้อร่อย
“ครับ” อาอันหรือฉางอัน ชายหนุ่มตัวค่อนข้างเล็กผิวซีด เส้นผมก็เป็นสีน้ำตาลอ่อน ไม่ใช่ย้อมผมนะ ความจริงคือเขาขาดสารอาหาร เนื่องจากสถานะทางบ้านไม่ดี ทำให้ต้องอดมื้อกินมื้อมาโดยตลอด เมื่อก่อนอาศัยอยู่กับพ่อสองคน ช่วยกันทำงานหาเงิน ไม่ว่างานอะไรที่ทำได้เขารับทำหมด ทั้งรับจ้างทำความสะอาด ซักเสื้อผ้า ทำกับข้าว หรือแม้แต่งานสีเทาอย่างการส่งของผิดกฎหมายเขาก็ทำมาแล้ว ขอแค่เงินค่าจ้างคุ้มกับความเสี่ยงของงาน ฉางอันรับทำหมด
โชคร้ายครึ่งปีก่อนพ่อของเขาล้มป่วยจากการทำงานตรากตรำมานานได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ มันคือช่วงเวลาที่ฉางอันเคว้งคว้างที่สุดเมื่อที่พึ่งและที่พักพิงใจคนเดียวและคนสุดท้ายไม่อาจหวนกลับมาอีก
ในทุกวันตั้งแต่รู้ความ ถึงจะท้อแต่ขอแค่ได้กลับบ้านมาเห็นหน้าพ่อเขาก็หายเหนื่อย เงินเก็บส่วนใหญ่หมดไปกับการจัดงานศพเล็ก ๆ จ่ายค่าเช่าพื้นที่สุสาน ซื้อกระดาษเงินกระดาษทองและอื่น ๆ อีกมากมาย ทำอย่างดีที่สุดเพื่อส่งพ่อเป็นครั้งสุดท้าย จนตอนนี้เขาต้องมาวิ่งหางานทำให้มากขึ้น ไม่หวังให้ร่ำรวย แต่ก็ไม่ขออดอยากอีกต่อไป เขาพยายามทำงานเก็บเงินเพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้มีร้านอาหารเป็นของตัวเองแบบเถ้าแก่บ้าง เขาชอบทำอาหาร ชอบที่เห็นคนกินมีรอยยิ้มไปกับรสชาติอาหารที่ตนเองปรุง แต่ก็นั่นแหละความฝันก็คือความฝัน แถมตอนนี้ฝันนั้นก็ดูเหมือนจะไกลออกไปเรื่อย ๆ
“อาอันมาช่วยลุงทำอาหารในครัวหน่อย ให้อาจินเสิร์ฟไปก่อน”
“ได้ครับ” ช่วงบ่ายใกล้เวลาเลิกงานไปจนถึงปิดร้านเป็นช่วงเวลาที่ร้านอาหารของเถ้าแก่คนเยอะที่สุด ทำให้ฉางอันต้องเข้าไปช่วยทำอาหารบ่อย ๆ เถ้าแก่เองก็เอ็นดูเขาเหมือนลูกหลาน ถ้าวันไหนกับข้าวมีพอก็จะให้เอากลับไปกินแบบฟรี ๆ แถมเรื่องงานครัว สูตรอาหารนานาชนิดก็สอนให้อย่างไม่มีกั๊ก อะไรที่บอกได้เถ้าแก่จะบอกทั้งหมด ส่วนตัวฉางอันก็ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งอื่นด้วย ไม่รู้ว่าเป็นพรสวรรค์ของเขารึเปล่า แต่เขาเป็นคนที่ทำอาหารอร่อยมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าอาหารจานนั้นจะเพิ่งเคยหัดทำหรือยากมากแค่ไหน เขาก็ทำได้หมด
ฉางอันช่วยงานที่ร้านอาหารจนถึงประมาณสองทุ่ม ก็เก็บข้าวของที่มีเพียงเสื้อคลุมกลางเก่ากลางใหม่ที่ได้รับบริจาคมากับกระเป๋าเป้ลูกเล็กเตรียมกลับบ้าน
“กลับแล้วเหรออาอัน” เถ้าแก่ร้านที่เห็นเขาถอดผ้าคลุมออกเอ่ยปากถาม
“ครับเถ้าแก่ เจอกันพรุ่งนี้ครับ”
“วันนี้รบกวนแล้ว เดินกลับดี ๆนะ เอานี่กล่องอาหารของเธอ เอากลับไปกิน” มืออวบอ้วนของเถ้าแก่ร้านยื่นกล่องกระดาษที่ใช้สำหรับใส่อาหารมาให้ฉางอัน ซึ่งในนั้นเต็มไปด้วยข้าวและกับข้าวพอให้เขากินได้สองมื้อเลยทีเดียว
“ขอบคุณครับเถ้าแก่” ฉางอันเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง มือรับกล่องข้าวที่เจ้าของร้านห่อให้สำหรับมื้อเย็นวันนี้เผื่อไปถึงมื้อเช้าวันพรุ่งนี้อย่าง ทะนุถนอม
ชายหนุ่มเดินทอดน่องกลับที่พักอย่างไม่รีบร้อน ห้องพักของเขาเป็นห้องขนาดเล็กพอให้ใช้เป็นที่ซุกหัวนอนได้ อยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก ความจริงจะว่าไม่ไกลก็ไม่ได้เพราะมันต้องเดินไปอีกประมาณสองช่วงถนน แต่เพื่อประหยัดเงินเขาจึงเดินมาและเดินกลับทุกวัน เมื่อถึงจุดที่ต้องข้ามถนน ฉางอันมองซ้ายมองขวาดูรถให้เรียบร้อย เมื่อเห็นว่าไม่มีรถวิ่งมา ก็เตรียมก้าวขาเดินออกไป
หมับ
เฮือก! ขวับ
มือเย็นเฉียบเอื้อมมาจับข้อมือของฉางอันอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาหันขวับไปมอง กลัวว่าจะเป็นโจรผู้ร้าย คงได้สู้กันสักยก เห็นแบบนี้ตนไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ใครรังแกได้ง่าย ๆ
“พ่อหนุ่ม” เสียงแหบเหี่ยวของหญิงชราดังขึ้นแผ่วเบา
“...ครับยาย ขอโทษด้วยผมนึกว่าเป็นโจร” ฉางอันพรูลมหายใจออกอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าคนที่มาจับมือเขาเป็นเพียงคุณยายอายุเยอะแล้วคนหนึ่ง
“เหนื่อยไหม” คุณยายแปลกหน้าไม่ได้พูดว่าอะไร เพียงจ้องหน้าฉางอันแล้วเอ่ยออกมาประโยคเดียว เป็นประโยคที่ไม่มีที่ไปที่มา แถมเขายังไม่รู้จักกับคุณยายคนนี้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเลย
“ครับ?” ฉางอันขานรับงง ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณยายแปลกหน้าถึงได้ถามคำถามแบบนี้จึงออกอาการไปไม่เป็นอยู่บ้าง
สองมือเหี่ยวย่นลูบที่แขนสองข้างของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกเย็นประหลาดวูบวาบแล่นไปทั่วสรรพางค์กาย
“งั้นหรือ เดี๋ยวก็ไม่เหนื่อยแล้ว ความสุขกำลังมา” หญิงชราที่จับแขนของฉางอันอยู่ยิ้มจนตาหยี พูดประโยคชวนงงออกมาอีกครั้ง ฉางอันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาไม่ดึงแขนของตัวเองออกมาจากมือที่เหี่ยวย่นนั่น
“ฮ่า ๆ ผมจะรวยแล้วเหรอครับ ขอให้เป็นจริงนะครับ” ถึงจะงงแต่ชายหนุ่มเลือกที่จะหัวเราะแล้วหยอกล้อกลับไป
“ต่อไปก็ยิ้มเยอะ ๆ นะ” ประโยคสนทนาคนละทิศละทางชวนสับสนดำเนินไปเพียงสั้น ๆ เมื่อฉางอันเผลอละสายตาหันไปมองถนนจะได้พาคุณยายข้ามทางม้าลายไปด้วย
“คุณยา...” เมื่อหันกลับมาก็เหลือเขาแค่คนเดียว
“อะไรวะเนี่ย” ฉางอันมองจนแน่ใจว่ายายที่ทักเขาไม่ได้อยู่แถวนี้จริงๆ ก็รีบวิ่งข้ามถนนทันที ไม่อยู่แล้วตรงนี้ ในใจคิดแค่ว่าสงสัยตนเองคงจะเจอดีเข้าแล้วแน่ๆ
บทล่าสุด
#198 บทที่ 198 ตอนพิเศษ 4
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#197 บทที่ 197 ตอนพิเศษ 3
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#196 บทที่ 196 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#195 บทที่ 195 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#194 บทที่ 194 ฉางอัน 194
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#193 บทที่ 193 ฉางอัน 193
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#192 บทที่ 192 ฉางอัน 192
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#191 บทที่ 191 ฉางอัน 191
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#190 บทที่ 190 ฉางอัน 190
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#189 บทที่ 189 ฉางอัน 189
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
สัญญารักประธานร้าย
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!













