บทนำ
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
บท 1
แนะนำตัวละคร
เสิ่นรั่วหลัน : บุตรสาวเสนาบดีเสิ่น หนึ่งเดียวที่เหลือรอดจากการสังหารล้างตระกูล และจากเหตุการณ์นั้นทำให้นางเป็นปัญญาอ่อน แม้ตอนนี้อายุสิบหกปีแล้วแต่ยังนิสัยเท่ากับเด็กสิบขวบ มีเพียงความรู้ด้านพิษต่างๆ ที่นางชื่นชอบและทำได้อย่างดี
เหลียนหงอี้ : หานอ๋อง (ราชทินนาม) อนุชาของฮองเต้พระองค์ก่อน เป็นราชครูของโอรสสวรรค์และเมื่อฮ่องเต้สิ้นพระชนม์และรัชทายาทในเวลานั้นอายุเพียง 7 ชันษา เขาจึงเป็นผู้สำเร็จราชการแทน (เสอเจิ้งหานอ๋อง)
เหลียนเจียอวิ๋น : เมื่ออายุเพียงเจ็ดชันษาก็ถูกแต่งตั้งเป็นฮ่องเต้ ปัจจุบันอายุ สิบหกชันษา เนื่องจากหานอ๋องรับเสิ่นรั่วหลันมาเลี้ยงดู เขาจึงสนิทสนมกับเด็กหญิงและเติบโตมาพร้อมกัน
มู่หรงเจวี๋ย : อ๋องเจวี๋ย ปีนี้อายุ25ปี แม่ทัพหนุ่มนิสัยมุทะลุดุดัน ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
เวลาประมาณยามสาม
กองกำลังทหารกว่าสองร้อยนายมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น กลิ่นไหม้เคล้ากลิ่นโลหิตคละคลุ้งในอากาศ ศพคนในจวนมากมายต่างล้มตายด้วยสภาพน่าอนาถ แม้แต่เหล่าทหารที่เข้ามาพบยังรู้สึกสะเทือนใจ บุรุษที่นั่งบนหลังอาชางามสง่าปลายตามองแล้วลอบถอนใจเบาๆ
“มาไม่ทันหรือนี่” น้ำเสียงทุ่มต่ำเอ่ยขึ้นกับตนเอง แต่กระนั้นเขาก็ลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้าไปในจวน รองเท้าสีดำย่ำไปบนคราบเลือดที่ยังนองพื้น
“ตรวจสอบให้ทั่ว อาจมีคนรอดอยู่”
“รับทราบ!” ทหารรับคำสั่งแล้วแยกย้ายค้นหา ทว่ากลับแต่ร่างไร้วิญญาณ นายทหารคนหนึ่งเข้ามารายงาน ทำให้บุรุษหนุ่มหมุนเท้าเดินไปตามทางเส้นเล็ก แทบไม่มีที่ใดที่ไม่มีศพคนตาย แต่ละศพถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ด้านหลังจวนมีไฟไหม้ ชายผู้นั้นออกสั่งให้ทหารแบ่งกำลังไปดับเพลิงแล้ว
เหลียนหงอี้ ในวัยยี่สิบเอ็ดปี เคยผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชน แต่เห็นภาพเบื้องหน้าแล้วก็ยังอดสะเทือนใจมิได้ เขาจำร่างของเสนาบดีเสิ่นได้ก็รีบเดินเข้าไปแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งข้างร่างที่ไร้วิญญาณ ดวงตายังเบิกโพลง บนร่างถูกคมกระบี่ฟันหลายแผลจนเลือดไหลย้อมเสื้อเปียกชุ่ม
“อภัยในข้าด้วย ข้ามาช่วยท่านไม่ทันจริงๆ” เหลียนหงอี้กล่าวแล้วยื่นมือไปปิดดวงตาของเสนาบดีเสิ่นแล้วลุกขึ้นยืน “ดูแลศพท่านเสนาบดีเสิ่นอย่างสมเกียรติ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“มีผู้ใดพบฮูหยินเสิ่นหรือไม่” เหลียนหงอี้ถามแล้วกวาดตามองไปโดยรอบ ทหารต่างชูคบไฟเพื่อตามหาคนที่อาจเหลือรอด ชายหนุ่มเคยมาที่นี่รู้เส้นทางในคฤหาสน์ดี ระหว่างเดินเข้าไปด้านในห้องโถงนั้น ทหารก็เข้ามารายงานพบศพท่านผู้เฒ่าตระกูลเสิ่น หัวใจของเหลียนหงอี้ยิ่งเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
ทั้งที่เขาให้คำสัญญาแล้วว่าจะคุ้มครองคนตระกูลเสิ่น แต่แล้ว...ก็เกิดเรื่องเลวร้ายนี้ขึ้นมาก่อน
“พบศพฮูหยินเสิ่นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“นำทาง”
เหลียนหงอี้มีฐานะเป็นอนุชาของฮ่องเต้พระองค์ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็น เสอเจิ้งหานอ๋อง -ผู้สำเร็จราชการแคว้นเป่ยโม่ ยามนั้นฮ่องเต้อ่อนแอมีโอรสเพียงองค์เดียวคือ เหลียนเจียอวิ๋น เมื่อเหลียนเจียอวิ๋นอายุได้เพียงเจ็ดขวบ ฮ่องเต้ก็สวรรคต ฮ่องเต้พระองค์ใหม่อายุน้อยเกินไป บ้านเมืองไร้ความมั่นคง ทำให้เหลียนหงอี้จำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ และยังต้องอบรมฮ่องเต้น้อยให้พร้อมครองราชย์ในฐานะราชครู ทว่าบัดนี้ฮ่องเต้เจียอวิ๋นเพิ่งมีพระชันษาแค่สิบปี หนทางยังอีกยาวไกล เหลียนหงอี้ยังต้องปูทางให้ฮ่องเต้น้อย และการกำจัดขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้าม แต่ทำให้ตระกูลเสิ่นผู้ภักดีต้องจบชีวิตทั้งตระกูล
ชายหนุ่มเดินไปตามทางด้านนอก คาดว่าฮูหยินเสิ่นคงพยายามหลบหนีออกนอกจวนแต่ไม่พ้นคนชั่ว นางถูกสังหารอย่างอนาถไม่ต่างจากผู้เป็นสามี เหลียนหงอี้กำหมัดแน่นได้แต่สาบานว่าจะลากตัวคนชั่วมาลงโทษอย่างสาสม ไม่ให้คนดีต้องตายเปล่า
“ข้าจำได้ว่าเสนาบดีเสิ่นมีบุตรสาวอายุราวสิบขวบ มีผู้ใดพบเห็นหรือไม่”
เหล่าทหารต่างส่ายหน้า ทหารที่เหลือจากค้นหาต่างช่วยกันลำเลียงร่างไร้วิญญาณมาเรียงที่ลานกลางจวน
“แบ่งกำลังคนออกค้นหา บางที...นางอาจหลบออกไปนอกจวนได้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ทหารต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน เหลือเพียงเหลียนหงอี้ที่ยังยืนนิ่งที่เดิม ทว่าเขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวหลังพุ่มไม้ เขายกมือส่งสัญญาณให้ทหารที่อยู่ใกล้หยุดนิ่งและเงียบเสียง ชายหนุ่มสืบเท้าเข้าไปใกล้ มองจากด้านบอกเห็นศีรษะน้อยๆ ที่ขดตัวอยู่หลังพุ่มไม้
“เสิ่นรั่วหลัน...ใช่เจ้าหรือไม่”
ไม่มีเสียงตอบรับทุกอย่างเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงกลั้นสะอื้น เหลียนหงอี้ร้อนรนรีบยื่นมือไปแหวกพุ่มไม้ออก ทว่ามือของเขาถูกคว้าไปแล้วกัดอย่างแรง
“รั่วหลัน...” เหลียนหงอี้ไม่นึกโกรธที่ถูกกัด เขากลับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “รั่วหลันจำข้าได้หรือไม่ ข้าราชครูเหลียนที่เจ้าเกลียดขี้หน้าอย่างไรเล่า”
เด็กน้อยได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆ อ้าปาก ดวงตาบวมช้ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองชายที่โน้มตัวลงมาใกล้
“ท่าน...ท่าน...” เด็กหญิงตัวน้อยพูดได้แค่นั้น น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลออกมาอีก “ท่านพ่อ...ท่านพ่อให้ข้าไปพบท่าน...ท่านหานอ๋อง”
“อภัยให้ข้าด้วย ข้ามาช้าเกินไป” เขาค่อยนั่งลงบนส้นเท้า “มาเถิด ข้ามารับเจ้าแล้ว”
เสิ่นรั่วหลันไม่เคยชอบหน้าชายผู้นี้ ทุกครั้งที่เขามาที่บ้านทำให้ท่านพ่อมีเรื่องต้องขบคิดจนปวดศีรษะหรือไม่อยากอาหารเลยก็มี แต่ท่านปู่กลับชื่นชมฝากฝังให้นางเป็นศิษย์กับราชครูเหลียนหงอี้ ซึ่งมีอีกฐานะหนึ่งคือเสอเจิ้งหานอ๋อง
เหลียนหงอี้เห็นเด็กหญิงคลายอาการตัวเกร็งแล้วก็เป็นฝ่ายยื่นมือไปรับนาง แต่เด็กน้อยไร้เรี่ยวแรง เพียงยันกายขึ้นก็ร่วงผล็อยลงไปแต่ก่อนที่ร่างน้อยจะลงไปกองกับพื้น บุรุษหนุ่มก็ช้อนร่างเล็กอุ้มไว้ได้ทัน เขาอุ้มนางออกมาจากพุ่มไม้ เสื้อผ้าของนางเต็มไปด้วยรอยเลือด ดวงตากลมที่เคยเป็นประกายยามนี้เหม่อลอยไร้จุดหมาย ร่างบอบางร้อนผ่าวด้วยพิษไข้และไร้เรี่ยวแรงเหมือนตุ๊กตาผ้าตัวหนึ่ง
“เสิ่นรั่วหลัน! เจ้าอดทนหน่อย รั่วหลัน!” เหลียนหงอี้พยายามเรียกสติเด็กน้อยแต่ดวงตาคู่นั้นปิดลงด้วยความอ่อนล้า ลำแขนเรียวเล็กทิ้งลงข้างตัว เขาปลดเสื้อคลุมของตนห่อหุ้มร่างเล็กแล้วอุ้มไว้ด้วยความทะนุถนอม
“ข้าจะกลับเข้าตำหนักก่อน พวกเจ้าอยู่ดูแลที่นี่ให้ดี”
“พ่ะย่ะค่ะ”
บุรุษผู้สูงศักดิ์เขาอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยวัยสิบขวบขึ้นหลังม้าแล้วควบม้าฝ่าความมืดกลับตำหนักอย่างรวดเร็ว
ทว่าเด็กหญิงต้องพิษไข้ตัวร้อนอยู่หลายวันกว่าจะลดลงแต่นางหมดสติไปนานเจ็ดวัน เมื่อนางตื่นขึ้นกลับจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไม่ได้เลย ซ้ำร้ายเหมือนนางกลายเป็นเพียงเด็กน้อยที่มีปัญหาทางสติปัญญา เงอะงะงุ่มง่ามไปเสียทุกอย่าง
“หมอหลวง เหตุนางเป็นเช่นนี้” เหลียงหงอี้จำได้ว่า เสิ่นรั่วหลานเป็นเด็กฉลาดเฉลียวเกินวัย พูดจามีมารยาท กิริยางดงาม แต่เวลานางทำตัวเหมือนเด็กน้อยไม่ประสีประสา
“จิตใจคุณหนูเสิ่นได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เคยมีปรากฏในตำราแพทย์โบราณว่ามีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น เหมือนจิตใจปิดกั้นไม่ยอมรับความจริงอันเจ็บปวด จึงแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกมาพ่ะย่ะค่ะ”
“นางจะหายหรือไม่”
“ต้องใช้เวลาพ่ะย่ะค่ะ”
“เวลา...นานเพียงใด”
“กระหม่อมด้อยความสามารถ ไม่อาจระบุได้ว่าใช้เวลากี่วันหรือกี่เดือนพ่ะย่ะค่ะ”
ชายหนุ่มได้แต่ถอนใจ ช่างเถิด อย่างน้อยนางก็ยังมีชีวิตรอด นับตั้งแต่นั้น บุตรสาวคนเดียวของตระกูลเสิ่นนามเสิ่นรั่วหลัน อยู่ในความดูแลของเสอเจิ้งหานอ๋อง มาถึงทุกวันนี้
ยามสาม คือช่วงเวลาตั้งแต่ 23:00 น. ถึง 01:00 น.
บทล่าสุด
#83 บทที่ 83 มารับ
อัปเดตล่าสุด: 4/27/2026#82 บทที่ 82 กรีดหนอง
อัปเดตล่าสุด: 4/27/2026#81 บทที่ 81 เดินทาง (4)
อัปเดตล่าสุด: 4/27/2026#80 บทที่ 80 เดินทาง (3)
อัปเดตล่าสุด: 4/27/2026#79 บทที่ 79 เดินทาง (2)
อัปเดตล่าสุด: 4/27/2026#78 บทที่ 78 เดินทาง
อัปเดตล่าสุด: 4/27/2026#77 บทที่ 77 ออกเดินทาง
อัปเดตล่าสุด: 4/27/2026#76 บทที่ 76 ระลอกแล้ว ระลอกเล่า
อัปเดตล่าสุด: 4/27/2026#75 บทที่ 75 ทะนุถนอม
อัปเดตล่าสุด: 4/27/2026#74 บทที่ 74 กลัวหรือ?
อัปเดตล่าสุด: 4/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย้ำรักเลขา NC-20
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”













