บทนำ
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
บท 1
แนะนำตัวละคร
เสิ่นรั่วหลัน : บุตรสาวเสนาบดีเสิ่น หนึ่งเดียวที่เหลือรอดจากการสังหารล้างตระกูล และจากเหตุการณ์นั้นทำให้นางเป็นปัญญาอ่อน แม้ตอนนี้อายุสิบหกปีแล้วแต่ยังนิสัยเท่ากับเด็กสิบขวบ มีเพียงความรู้ด้านพิษต่างๆ ที่นางชื่นชอบและทำได้อย่างดี
เหลียนหงอี้ : หานอ๋อง (ราชทินนาม) อนุชาของฮองเต้พระองค์ก่อน เป็นราชครูของโอรสสวรรค์และเมื่อฮ่องเต้สิ้นพระชนม์และรัชทายาทในเวลานั้นอายุเพียง 7 ชันษา เขาจึงเป็นผู้สำเร็จราชการแทน (เสอเจิ้งหานอ๋อง)
เหลียนเจียอวิ๋น : เมื่ออายุเพียงเจ็ดชันษาก็ถูกแต่งตั้งเป็นฮ่องเต้ ปัจจุบันอายุ สิบหกชันษา เนื่องจากหานอ๋องรับเสิ่นรั่วหลันมาเลี้ยงดู เขาจึงสนิทสนมกับเด็กหญิงและเติบโตมาพร้อมกัน
มู่หรงเจวี๋ย : อ๋องเจวี๋ย ปีนี้อายุ25ปี แม่ทัพหนุ่มนิสัยมุทะลุดุดัน ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
เวลาประมาณยามสาม
กองกำลังทหารกว่าสองร้อยนายมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น กลิ่นไหม้เคล้ากลิ่นโลหิตคละคลุ้งในอากาศ ศพคนในจวนมากมายต่างล้มตายด้วยสภาพน่าอนาถ แม้แต่เหล่าทหารที่เข้ามาพบยังรู้สึกสะเทือนใจ บุรุษที่นั่งบนหลังอาชางามสง่าปลายตามองแล้วลอบถอนใจเบาๆ
“มาไม่ทันหรือนี่” น้ำเสียงทุ่มต่ำเอ่ยขึ้นกับตนเอง แต่กระนั้นเขาก็ลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้าไปในจวน รองเท้าสีดำย่ำไปบนคราบเลือดที่ยังนองพื้น
“ตรวจสอบให้ทั่ว อาจมีคนรอดอยู่”
“รับทราบ!” ทหารรับคำสั่งแล้วแยกย้ายค้นหา ทว่ากลับแต่ร่างไร้วิญญาณ นายทหารคนหนึ่งเข้ามารายงาน ทำให้บุรุษหนุ่มหมุนเท้าเดินไปตามทางเส้นเล็ก แทบไม่มีที่ใดที่ไม่มีศพคนตาย แต่ละศพถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ด้านหลังจวนมีไฟไหม้ ชายผู้นั้นออกสั่งให้ทหารแบ่งกำลังไปดับเพลิงแล้ว
เหลียนหงอี้ ในวัยยี่สิบเอ็ดปี เคยผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชน แต่เห็นภาพเบื้องหน้าแล้วก็ยังอดสะเทือนใจมิได้ เขาจำร่างของเสนาบดีเสิ่นได้ก็รีบเดินเข้าไปแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งข้างร่างที่ไร้วิญญาณ ดวงตายังเบิกโพลง บนร่างถูกคมกระบี่ฟันหลายแผลจนเลือดไหลย้อมเสื้อเปียกชุ่ม
“อภัยในข้าด้วย ข้ามาช่วยท่านไม่ทันจริงๆ” เหลียนหงอี้กล่าวแล้วยื่นมือไปปิดดวงตาของเสนาบดีเสิ่นแล้วลุกขึ้นยืน “ดูแลศพท่านเสนาบดีเสิ่นอย่างสมเกียรติ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“มีผู้ใดพบฮูหยินเสิ่นหรือไม่” เหลียนหงอี้ถามแล้วกวาดตามองไปโดยรอบ ทหารต่างชูคบไฟเพื่อตามหาคนที่อาจเหลือรอด ชายหนุ่มเคยมาที่นี่รู้เส้นทางในคฤหาสน์ดี ระหว่างเดินเข้าไปด้านในห้องโถงนั้น ทหารก็เข้ามารายงานพบศพท่านผู้เฒ่าตระกูลเสิ่น หัวใจของเหลียนหงอี้ยิ่งเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
ทั้งที่เขาให้คำสัญญาแล้วว่าจะคุ้มครองคนตระกูลเสิ่น แต่แล้ว...ก็เกิดเรื่องเลวร้ายนี้ขึ้นมาก่อน
“พบศพฮูหยินเสิ่นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“นำทาง”
เหลียนหงอี้มีฐานะเป็นอนุชาของฮ่องเต้พระองค์ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็น เสอเจิ้งหานอ๋อง -ผู้สำเร็จราชการแคว้นเป่ยโม่ ยามนั้นฮ่องเต้อ่อนแอมีโอรสเพียงองค์เดียวคือ เหลียนเจียอวิ๋น เมื่อเหลียนเจียอวิ๋นอายุได้เพียงเจ็ดขวบ ฮ่องเต้ก็สวรรคต ฮ่องเต้พระองค์ใหม่อายุน้อยเกินไป บ้านเมืองไร้ความมั่นคง ทำให้เหลียนหงอี้จำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ และยังต้องอบรมฮ่องเต้น้อยให้พร้อมครองราชย์ในฐานะราชครู ทว่าบัดนี้ฮ่องเต้เจียอวิ๋นเพิ่งมีพระชันษาแค่สิบปี หนทางยังอีกยาวไกล เหลียนหงอี้ยังต้องปูทางให้ฮ่องเต้น้อย และการกำจัดขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้าม แต่ทำให้ตระกูลเสิ่นผู้ภักดีต้องจบชีวิตทั้งตระกูล
ชายหนุ่มเดินไปตามทางด้านนอก คาดว่าฮูหยินเสิ่นคงพยายามหลบหนีออกนอกจวนแต่ไม่พ้นคนชั่ว นางถูกสังหารอย่างอนาถไม่ต่างจากผู้เป็นสามี เหลียนหงอี้กำหมัดแน่นได้แต่สาบานว่าจะลากตัวคนชั่วมาลงโทษอย่างสาสม ไม่ให้คนดีต้องตายเปล่า
“ข้าจำได้ว่าเสนาบดีเสิ่นมีบุตรสาวอายุราวสิบขวบ มีผู้ใดพบเห็นหรือไม่”
เหล่าทหารต่างส่ายหน้า ทหารที่เหลือจากค้นหาต่างช่วยกันลำเลียงร่างไร้วิญญาณมาเรียงที่ลานกลางจวน
“แบ่งกำลังคนออกค้นหา บางที...นางอาจหลบออกไปนอกจวนได้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ทหารต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน เหลือเพียงเหลียนหงอี้ที่ยังยืนนิ่งที่เดิม ทว่าเขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวหลังพุ่มไม้ เขายกมือส่งสัญญาณให้ทหารที่อยู่ใกล้หยุดนิ่งและเงียบเสียง ชายหนุ่มสืบเท้าเข้าไปใกล้ มองจากด้านบอกเห็นศีรษะน้อยๆ ที่ขดตัวอยู่หลังพุ่มไม้
“เสิ่นรั่วหลัน...ใช่เจ้าหรือไม่”
ไม่มีเสียงตอบรับทุกอย่างเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงกลั้นสะอื้น เหลียนหงอี้ร้อนรนรีบยื่นมือไปแหวกพุ่มไม้ออก ทว่ามือของเขาถูกคว้าไปแล้วกัดอย่างแรง
“รั่วหลัน...” เหลียนหงอี้ไม่นึกโกรธที่ถูกกัด เขากลับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “รั่วหลันจำข้าได้หรือไม่ ข้าราชครูเหลียนที่เจ้าเกลียดขี้หน้าอย่างไรเล่า”
เด็กน้อยได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆ อ้าปาก ดวงตาบวมช้ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองชายที่โน้มตัวลงมาใกล้
“ท่าน...ท่าน...” เด็กหญิงตัวน้อยพูดได้แค่นั้น น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลออกมาอีก “ท่านพ่อ...ท่านพ่อให้ข้าไปพบท่าน...ท่านหานอ๋อง”
“อภัยให้ข้าด้วย ข้ามาช้าเกินไป” เขาค่อยนั่งลงบนส้นเท้า “มาเถิด ข้ามารับเจ้าแล้ว”
เสิ่นรั่วหลันไม่เคยชอบหน้าชายผู้นี้ ทุกครั้งที่เขามาที่บ้านทำให้ท่านพ่อมีเรื่องต้องขบคิดจนปวดศีรษะหรือไม่อยากอาหารเลยก็มี แต่ท่านปู่กลับชื่นชมฝากฝังให้นางเป็นศิษย์กับราชครูเหลียนหงอี้ ซึ่งมีอีกฐานะหนึ่งคือเสอเจิ้งหานอ๋อง
เหลียนหงอี้เห็นเด็กหญิงคลายอาการตัวเกร็งแล้วก็เป็นฝ่ายยื่นมือไปรับนาง แต่เด็กน้อยไร้เรี่ยวแรง เพียงยันกายขึ้นก็ร่วงผล็อยลงไปแต่ก่อนที่ร่างน้อยจะลงไปกองกับพื้น บุรุษหนุ่มก็ช้อนร่างเล็กอุ้มไว้ได้ทัน เขาอุ้มนางออกมาจากพุ่มไม้ เสื้อผ้าของนางเต็มไปด้วยรอยเลือด ดวงตากลมที่เคยเป็นประกายยามนี้เหม่อลอยไร้จุดหมาย ร่างบอบางร้อนผ่าวด้วยพิษไข้และไร้เรี่ยวแรงเหมือนตุ๊กตาผ้าตัวหนึ่ง
“เสิ่นรั่วหลัน! เจ้าอดทนหน่อย รั่วหลัน!” เหลียนหงอี้พยายามเรียกสติเด็กน้อยแต่ดวงตาคู่นั้นปิดลงด้วยความอ่อนล้า ลำแขนเรียวเล็กทิ้งลงข้างตัว เขาปลดเสื้อคลุมของตนห่อหุ้มร่างเล็กแล้วอุ้มไว้ด้วยความทะนุถนอม
“ข้าจะกลับเข้าตำหนักก่อน พวกเจ้าอยู่ดูแลที่นี่ให้ดี”
“พ่ะย่ะค่ะ”
บุรุษผู้สูงศักดิ์เขาอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยวัยสิบขวบขึ้นหลังม้าแล้วควบม้าฝ่าความมืดกลับตำหนักอย่างรวดเร็ว
ทว่าเด็กหญิงต้องพิษไข้ตัวร้อนอยู่หลายวันกว่าจะลดลงแต่นางหมดสติไปนานเจ็ดวัน เมื่อนางตื่นขึ้นกลับจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไม่ได้เลย ซ้ำร้ายเหมือนนางกลายเป็นเพียงเด็กน้อยที่มีปัญหาทางสติปัญญา เงอะงะงุ่มง่ามไปเสียทุกอย่าง
“หมอหลวง เหตุนางเป็นเช่นนี้” เหลียงหงอี้จำได้ว่า เสิ่นรั่วหลานเป็นเด็กฉลาดเฉลียวเกินวัย พูดจามีมารยาท กิริยางดงาม แต่เวลานางทำตัวเหมือนเด็กน้อยไม่ประสีประสา
“จิตใจคุณหนูเสิ่นได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เคยมีปรากฏในตำราแพทย์โบราณว่ามีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น เหมือนจิตใจปิดกั้นไม่ยอมรับความจริงอันเจ็บปวด จึงแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกมาพ่ะย่ะค่ะ”
“นางจะหายหรือไม่”
“ต้องใช้เวลาพ่ะย่ะค่ะ”
“เวลา...นานเพียงใด”
“กระหม่อมด้อยความสามารถ ไม่อาจระบุได้ว่าใช้เวลากี่วันหรือกี่เดือนพ่ะย่ะค่ะ”
ชายหนุ่มได้แต่ถอนใจ ช่างเถิด อย่างน้อยนางก็ยังมีชีวิตรอด นับตั้งแต่นั้น บุตรสาวคนเดียวของตระกูลเสิ่นนามเสิ่นรั่วหลัน อยู่ในความดูแลของเสอเจิ้งหานอ๋อง มาถึงทุกวันนี้
ยามสาม คือช่วงเวลาตั้งแต่ 23:00 น. ถึง 01:00 น.
บทล่าสุด
#118 บทที่ 118 ตอนพิเศษ จบ
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#117 บทที่ 117 ตอนพิเศษ หมิงเจี่ยกับหมิงฮวา 2
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#116 บทที่ 116 ตอนพิเศษ หมิงเจี่ยและหมิงฮวา
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#115 บทที่ 115 ตอนพิเศษ 4
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#114 บทที่ 114 ตอนพิเศษ 3
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#113 บทที่ 113 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#112 บทที่ 112 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#111 บทที่ 111 บทส่งท้าย3
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#110 บทที่ 110 บทส่งท้าย2
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#109 บทที่ 109 บทส่งท้าย 1
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พันธะร้ายนายสถาปัตย์
!! หมับ !!
“หึ...เดี๋ยวนี้หัดเที่ยวนิหว่า”
“ทำไม หรือพี่ไทม์ที่พี่ตาม ตามฉันมานี้ เปลี่ยนใจ คิดจะสนใจฉัน” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า ปลายฝันที่ถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์เขาครอบงำ เผยรอยยิ้มเย้ยยันให้กับคนตัวสูง แต่นั้นคำพูดของเธอกับทำให้เขาหงุดหงิดที่เธอนั้นท้าทายเขา
“สน ไม่สนมันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อ เธอเป็นเมียฉันแล้ว” น้ำเสียงรอดไรฟันเอ่ยกับคนตัวเล็ก แต่นั้นปลายฝันกับไม่คิดสนใจคำพูดร้ายการที่แดกดันเธอ ไหนๆ พี่ไทม์ก็ทักทายฉันแล้ว ทักทายสามีหน่อยเป็นไง ปลายฝันถือวิสวะ โอบแขนเข้าต้นคอคนตัวสูง
“ เดี๋ยวนี้พี่ไทม์เปลี่ยนใจ เห็นฉันเป็นเมียพี่ไทม์ แล้วเหรอคะ พูดอีกสิคะ พูดดังๆ ให้คนสวยของพี่ได้ยินไปเลยสิคะ” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า แต่กับแกล้งซุกใบหน้าสวยหวานหน้าเข้าหาแกล้งยั่วโมโห นั้นยิ่งพลานทำให้ไทม์หงุดหงิดที่ถูกเด็กดื้ออย่างปลายฝันลวนลามตน ยัยเด็กแสบ กล้าดียังไงยั่วโมโหเขา ยังๆ ไม่รู้ตัว
“ปลายฝัน...”
“ที่พี่ไทม์ เห็นฉันเป็นเมียพี่นี่ คืนนี้คุณคนสวย คนนั้นลีลาไม่เด็ดเท่าฉันละสิ ” ปลายฝันยิ้มเย้นยัยให้กับคนนิสัยไม่ดี เจอหน้าก็หาเรื่องเลย ไหนๆ ก็เข้ามาทักทายแล้ว เอาหน่อยละกัน
“ทำไมจะไม่เด็ดละ เด็กๆ ที่ฉันเลี้ยงดู ทั้งสวย และเด็ดกว่าเธอหลายร้อยเท่า ดูจากขนาดไซส์ ขนาดหน้าอก...”-
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
มาเฟียคลั่งรัก
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
บ่วงรักสัมพันธ์ร้าย 25+
'เขา' เกลียดเธอเข้าไส้ เพราะ 'เธอ' คือลูกสาวของคนที่ทำให้แม่ของเขาตาย
และเธอคือคนที่เขาเข้าใจว่าเป็น 'น้องสาว' มาทั้งชีวิต แต่เป็นน้องสาวที่แสนเกลียดชังมาตั้งแต่เด็ก













