บทนำ
....
ภีมภพเฝ้ามองการเติบโตของญารินดาจนกระทั่งถึงวันที่เหมาะสม เมื่อเขาสารภาพความรู้สึกออกไป มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเมื่อทั้งสองต่างมีใจตรงกัน ความรัก แต่ความสุขมันก็อยู่กับทั้งสองได้ไม่นานเมื่อวันหนึ่งเขาบอกว่าติดธุระและมารับเธอไม่ได้ แต่เธอก็บังเอิญเห็นเขาพาอดีตคนรักมาโรงพยาบาลเพราะกำลังจะคลอดลูกในขณะที่เธอเองก็เพิ่งจะได้รับแจ้งจากหมอว่าอาจจะมีลูกยาก ซึ่งมันตรงกันข้ามกันอย่างสุดขั้ว
บท 1
เช้าวันหนึ่งในบ้านไม้หลังเล็กขวัญนภัสหรือเฟิร์นเด็กสาววัย 18 ปี ในชุดนักเรียน ม.6 กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับกองหนังสือเรียนกองโต ใบหน้าเต็มไปด้วยความเครียด ดวงตากลมโตจ้องมองตัวหนังสืออย่างตั้งใจ
“ฉันต้องทำได้สิยัยเฟิร์น” เธอพึมพำเพื่อให้กำลังใจตัวเอง คณะเภสัชศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางคือความฝันของเธอเพราะไม่ได้เรียนพิเศษหรือกวดวิชาที่ไหนทำให้ขวัญนภัสจึงต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตัวเองอย่างหนัก
ในทุกๆ เช้าเธอจะตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าเพื่อทบทวนบทเรียนเธอฝันที่จะทำงานในห้องแล็บที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทันสมัยและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมให้ผู้หญิงทุกคนดูดีขึ้น
เสียงเอะอะโวยวายจากด้านล่าง ชุลีพรผู้เป็นมารดากำลังตะโกนคุยกับพ่อเลี้ยง เรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านที่นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น
“นี่ ยัยเฟิร์น ตื่นรึยังสายโด่งแล้วไม่คิดจะลุกมาช่วยงานบ้านหน่อยเหรอ” ชุลีพรตะโกนดังไปทั่วบ้าน
ขวัญนภัสถอนหายใจและรีบเก็บหนังสือลงในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว เธอไม่ต้องการให้มารดาเห็นว่ากำลังอ่านหนังสือเรียน เพราะนั่นจะกลายเป็นชนวนให้เกิดการทะเลาะวิวาทขึ้นอีกครั้ง
“จะเรียนไปทำไมให้เสียเงินเยอะแยะ ออกมาหางานทำช่วยฉันดีกว่า” เสียงมารดาแว่วเข้ามาในความคิดซ้ำๆ ประโยคนี้ถูกพูดมานับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่เธอเริ่มพูดถึงเรื่องการเรียนต่อมหาวิทยาลัย ความฝันของเธอกำลังถูกกดดันด้วยสภาพความเป็นจริงอันโหดร้าย เธอไม่รู้จะหาทางออกให้ตัวเองได้อย่างไรเลยจริง ๆ
เธอเดินลงบันไดบ้านไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกย่างก้าวเข้าไปในห้องครัวที่ซึ่งมารดากำลังยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตาแก๊ส กลิ่นอาหารเช้าลอยไปทั่วบ้าน
“หนูตื่นแล้วค่ะแม่ มีอะไรให้หนูช่วยคะ”
“ตื่นแล้วก็รีบลงมาสิทำจะต้องให้ฉันเชิญลงมาด้วย”
“ก็หนูเห็นว่ายังเช้าอยู่”
“จะเช้าหรือสายตื่นมาแล้วก็ต้องรีบลงมาช่วยกันทำงาน กองผ้าเป็นภูเขา ยัยอริสก็ต้องไปโรงเรียน กว่าจะหาเสื้อผ้าให้ยัยอริสได้ก็ยากแล้ว ยังต้องมาคอยเรียกแกให้ตื่นอีก” ชุลีพรกระแทกตะหลิวลงบนกระทะด้วยความโมโห
อริสาหรืออริสน้องสาวต่างบิดาในวัย 10 ขวบ นั่งหงอยอยู่บนโต๊ะกินข้าว ใบหน้าบึ้งตึงเพราะชุดนักเรียนที่มารดาหยิบมาให้ไม่ถูกใจ
“เดี๋ยวหนูจัดการน้องเองค่ะ แม่ไปเตรียมอาหารเช้าเถอะ” -ขวัญนภัสเดินตรงไปที่ตะกร้าผ้าขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้า
“เรื่องมากจริงนะแกเนี่ย แค่ให้ช่วยหยิบชุดนักเรียนให้ยัยอริสยังบ่น” ชุลีพรยังคงบ่นไม่หยุด ก่อนจะหันไปทางอริสา
“ยัยอริส แกก็อย่าเรื่องมากได้ไหม เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก ดูพี่แกสิตื่นก็สาย โตแต่ตัวจริงๆ เลยลูกสาวฉัน แต่ละคนมันไม่ได้ดั่งใจเลยจริงๆ”
ขวัญนภัสเงียบปล่อยให้มารดาบ่นไปอย่างนั้น เธอหยิบชุดนักเรียนของอริสาออกจากตะกร้าให้น้องสาวเลือก
“ชุดนี้ใส่ได้ไหม” เธอยื่นชุดให้น้องสาวเลือก
“มันเก่าหนูอยากได้ชุดไหม”
“แต่นี่ก็จะปิดเทอมแล้วนะ ไม่มีใครใส่ชุดใหม่ไปโรงเรียนกันหรอกเอาไว้เปิดเทอมค่อยใส่ชุดใหม่ดีไหม”
“ยัยเฟิร์นแกอย่าพูดไปเรื่อย ฉันจะเอาเงินที่ไหนซื้อชุดใหม่ให้ล่ะ” ชุลีพรที่ทำกับข้าวอยู่หันมาดุ
“เดี๋ยวพี่ซื้อชุดใหม่ให้หนึ่งชุดนะอริส” ขวัญนภัสกระซิบกับน้องสาวเบาๆ เรียกร้อยยิ้มสดใสจากน้องสาว
“จริงนะพี่เฟิร์น”
“จริงสิ แต่อย่าบอกแม่นะเดี๋ยวจะโดนดุ”
“ค่ะ” อริสาพยักหน้าแล้วยิ้มด้วยความดีใจ
เมื่อข้าวไข่เจียวเสร็จอริสาก็นั่งทานเงียบๆ ขณะขวัญนภัสก็ขึ้นไปเอากระเป๋าเตรียมจะออกจากบ้าน
“จบม.6 แล้วก็ออกไปทำงานนะ มาช่วยฉันหาเงิน แกไปทำงานโรงงานก็ได้ เดี๋ยวนี้ค่าแรงก็ไม่น้อยนะ” ชุลีพรพูดขึ้นขณะที่ขวัญนภัสเดินลงมาจากชั้นสอง
“แต่หนูอยากเรียนต่อจริงๆ นะคะแม่ หนูอยากเรียนในสิ่งที่หนูชอบ”
"ชอบบ้าบออะไรของแก เรียนไปก็ไม่เห็นว่าจะรวยขึ้นมาได้เลย ดูอย่างอีป้าข้างบ้านสิ เรียนมาตั้งสูงสุดท้ายก็เป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนไม่เห็นว่ามันจะรวยขึ้น แกจะเสียเวลาเรียนทำไมตั้งหลายปีล่ะเฟิร์น”
“แต่ก็ยังมีงานทำนะแม่”
“ถ้าแกได้เรียนแล้วรวยขึ้นมาจริงๆ ค่อยมาพูด ตอนนี้เอาเงินที่ไหนไปเรียนล่ะ ฉันไม่มีให้แกหรอกนะ ลุงเกษมเขาก็ส่งแค่ยัยอริส” ชุลีพรหมายถึงเกษมสามีใหม่ของเธอที่เป็นบิดาของอริสา
เกษมนั่งกินข้าวเช้าอยู่เงียบๆ เหลือบมองขวัญนภัสเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เพราะสิ่งที่ชุลีพรนั้นถูกต้องแล้ว
ขวัญนภัสรู้สึกเจ็บแปลบในใจกับคำพูดของแม่ แต่เธอก็รู้ว่าเถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง เธอจึงเลือกที่จะเงียบและเดินออกจากบ้านไป
ความฝันของขวัญนภัสคือการได้เรียนต่อ แต่ความเป็นจริงคือมารดาไม่สนับสนุน และฐานะทางการเงินของครอบครัวก็ไม่เอื้ออำนวยเธอไม่รู้ว่าจะหาทางออกเรื่องนี้ยังไง
เธอเป็นคนเรียนดีในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่ได้เด่นมากการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วขอทุนเรียนดีจึงเป็นสิ่งที่เอื้อมไม่ถึง ครั้นจะขอกู้เงินจากกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษามารดาก็บอกว่าจะไม่เซ็นเอกสารอะไรให้เพราะไม่สนับสนุนให้ขวัญนภัสเรียนต่อ
บทล่าสุด
#93 บทที่ 93 น้าภพหลงเด็กเลี้ยง nc
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#92 บทที่ 92 ยิ่งนานยิ่งหวาน nc
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#91 บทที่ 91 โรคคิดถึงเมียครับ
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#90 บทที่ 90 กรุงเทพก็แค่ปากซอย
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#89 บทที่ 89 เตียงมันเล็ก
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#88 บทที่ 88 ง้อเมีย
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#87 บทที่ 87 ควรกลับไปอยู่ในที่ของเรา
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#86 บทที่ 86 ยอมรับและทำใจ
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#85 บทที่ 85 ข่าวร้ายของเธอข่าวดีของเขา
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#84 บทที่ 84 ขอกินนานๆ นะคะ nc
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













